เรื่องเล่าการแสวงหาแห่งพายุเพลิง บทที่ 1 : รากเหง้าแห่งแดนตะ

    ตอนที่ 7 ความลับของกษัตริย์เฒ่าแห่งเออร์แดร์

    ณ ห้องบรรทมแห่งกษัตริย์ลูเทียร์ ณ ที่ตั้งพระราชวังเอเนเวียร์ ในเมืองหลวงลิเวีย
    “อ้าก...อ้าก…”“แค้นของข้าจะชำระล้างดินแดนแห่งนี้...อ้าก”“ข้าเกลียด...เกลียดพวกมันทุกตน”“ข้าจะกลืนกิน...ดินแดนของพวกมัน...ข้าจะครองทุกดินแดน...อ้าก”
    เสียงที่แหบซ่านและทรมานได้เกิดขึ้นในฝันของลูเทียร์ และกองทัพผีดิบเดินทัพบุกไปทั่วทั้งอาณาจักรในดินแดนแมร์โรเอ็น แผดเผาแผ่นดินลุกไหม้เต็มไปด้วยเปลวไฟ ภาพในฝันนั้นได้ปรากฎเป็นเจ้าชายผีดิบเฝ้ามองไพร่พลผีดิบที่ตนเองสร้างขึ้น ยืนอยู่ตระหง่านเทียมฟ้าบนหน้าผาสูงแห่งอาร์ม หลังจากนั้นสายตาที่ดุดันราวไฟแค้นเหลือบมองไปที่ป่าพฤกษาทั่วทุกแห่งในอาณาจักรลิเดียถูกเผาไหม้ด้วยไฟจากสงคราม คงเหลือไว้เพียงเถ้าถ่านสีเทาดำและเปลวไฟแดงฉาน เหล่าชาวเออร์นอนสิ้นชีวา ดับสูญไปอีกทั้งในความฝันที่ไร้ซึ่งความหวังนั้นมีสิ่งร้ายยิ่งกว่า พญางูยักษ์ตัวใหญ่มหึมาสูงเสียดฟ้านอนเลื้อยลดคดเคี้ยวจมครึ่งตัวอยู่ใน วารีนันต์หรือสระน้ำแห่งชีวิต พญางูค่อยๆกำลังกัดกินพันธุ์พฤกษาและสัตว์น้อยใหญ่นานาพันธุ์ รวมทั้งอาบและดื่มกินน้ำสระน้ำแห่งชีวิต ทำให้แหล่งน้ำนั้นเต็มไปด้วยพิษ พิษที่หลั่งรินออกมาทางซอกเกล็ดบนตัวของพญางูผสมรวมเข้ากับน้ำในสระ ก่อนที่พิษนั้นจะหลั่งไหลไปตามกระแสน้ำแต่ละสาย สู่ดินแดนต่างๆ ก่อนที่พญางูยักษ์จะกินมันจนหมดสายตาของพระองค์ที่มองเห็นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลริน ก่อนที่จะสิ้นลมล้มลงบนกองเถาถ่าน หลังจากนั้นมีเสียงเรียกหนึ่งดังขึ้นผสมปนเปกับเสียงเปลวไฟที่ลุกไหมและสายลมที่ต้องความว่างปล่าวในฝัน นั้นคือเสียงเรียกของลูกสาว ก่อนที่กษัตริย์เฒ่าจะผวาตื่นขึ้นจากร้ายฝัน
    “ท่านพ่อๆ...ท่านฟื้นแล้วหรอ...ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”เอลเลน่าที่นั่งเฝ้ากุมมือกษัตริย์เฒ่าอยู่นั้น พูดขึ้น“องค์ลูเทียร์...” ฟิวลี่ทัก เมื่อได้เห็นองค์ลูเทียร์ฟื้นคืนสติ“ข้าไปเป็นอะไรมาก...ข้าแค่ฝันร้าย”“ช่วงนี้ข้าชอบฝันแปลกๆ...ถึงป่าที่ลุกไหม้ และสระน้ำแห่งชีวิตที่เหือดแห้งอยู่บ่อยครั้ง”ลูเทียร์เล่าถึงฝันที่ได้เห็น“เป็นนิมิตรของท่านหรือป่าว...ท่านพ่อ”เอลเลน่าถาม“แค่ฝันร้ายหน่ะ...ข้าหวังว่านะ”ลูกเทียร์พูดบอกทั้งสอง“ถ้าเช่นนั้น...ท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว...เห็นท่านหมดสติไปตั้งแต่อยู่ที่คอกสัตว์...ข้าเลยใจคอไม่ค่อยดี”เอลเลน่าพูดด้วยความโล่งอก ที่พระบิดาไม่เป็นอะไร
    จากนั้นองค์ลูเทียร์พยายามลุกขึ้นจากเตียง เพื่อเดินไปข้างนอกระเบียงห้องบรรทมเพื่อสูดอากาศที่สดชื่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และความอบอุ่นจากแสงแดดที่สาดส่องต้องยอดไม้ทั่วทั้งบริเวณนั้น โดยมีทั้งสองคอยเดินประคองตามติดกันไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
    “เอลเลน่า...”“ข้าจำได้ว่าก่อนออกจากเมืองวาลเลออน...เจ้าบ่นว่าอยากจะกลับมาหาพวกสัตว์เลี้ยงของเจ้าเป็นหนักเป็นหนานิ”“ทำไมเจ้ายังไม่ไปดูล่ะ...” ลูเทียร์หลอกให้เอลเลน่าออกไป“จริงด้วย...ท่านพ่อ...งั้นข้าทูลลา” จากนั้นเอลเลน่าจึงรีบเดินออกไปด้วยความดีใจที่จะได้เจอสัตว์เลี้ยงของตน“องค์ลูเทียร์...ท่านไม่เป็นไรเช่นนั้นแล้ว”“กระหม่อม...ขอทูลลา” ฟิวรี่พูด
    ฟิวรี่หันหลังกำลังจะเดินออกไปจากห้องบรรทมของกษัตริย์เฒ่าลูเทียร์ แต่ก่อนจะออกไปพ้นประตูไป องค์ลูเทียร์ได้พูดลอยๆขึ้นมา ทำให้ผู้บัญชาการฟิวรี่ถึงกับหันกลับมาฟัง
    “ลิเดีย...อาณาจักรที่เต็มไปด้วยความสงบ...และความอุดมสมบูรณ์”“ชาวเออร์ทั้งหลายมีความสุข...พวกคลีเจอร์ก็มีความสุขเช่นกัน...ใช่ไหม”
    ฟิวลี่ รีบหันหลังกลับมาพร้อมตอบกลับว่า
    “เป็นเพราะท่าน...องค์ลูเทียร์ที่ดูแลและปกป้อง...พวกเราถึงมีวันนี้ได้”“พวกเราซาบซึ้งยิ่งนัก”ฟิวรี่คุกเข่าลงพร้อมทูลคำชมเชย“จะเป็นเช่นนี้ได้อีกนานเท่าไรกันนะ”ลูเทียร์พูดลอยๆ ด้วยความกังวลใจ“ทำไม...ถึงกล่าวเช่นนั้น พะยะค่ะ”“หากเป็นเรื่อง...เหมืองหินที่พวกมนุษย์ได้รุกล้ำข้ามเขตเรานั้น…กระหม่อมขอทูลว่าไม่ต้องกังวลไป”“หากล้ำเข้ามา...ข้าจะเป็นคนลงมือจัดการด้วยตัวของกระหม่อมเอง”“องค์ลูเทียร์...โปรดไว้ใจเถิด”
    ลูเทียร์นิ่งพินิจไปซักพัก ก่อนจะพูดขึ้นกับฟิวรี่ ถึงความจริงที่กำลังกังวลและค้างคาใจอยู่มานานแสนนาน อยู่เรื่องนึง
    “ข้าเลิกกังวลเรื่องมนุษย์มานานแล้ว...แต่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”ลูเทียร์พูดขึ้นพร้อมกับค่อยๆหันมาหาฟิวรี่“เจ้าเคยได้ฟังเรื่องเจ้าชายแห่งอาณาจักรโลดอร์ไหม”ลูเทียร์ถามฟิวรี่“นิทาน...หรอพะยะค่ะ”“หากเป็นเรื่องนั้น...ถือเป็นเรื่องที่กระหม่อมชื่นชอบเลย พะยะค่ะ”“มันเกี่ยวอะไรกันกับ...เรื่องที่เกิดขึ้นในคอกสัตว์ หรือพะยะค่ะ” ฟิวรี่ทูลกลับ“แล้วถ้าข้าบอกเจ้าว่า...มันไม่ใช่นิทานละ...เจ้าจะเชื่อไหม”ลูเทียร์ถาม“องค์ท่าน...พูดถึงเรื่องอะไร”
    จากนั้นลูเทียร์หยิบเศษผลึกนึงที่ติดตัวออกมา
    “นี่คือ...เศษผลึกออฟแห่งทะเลทั้ง 7 ที่ดูดซับพลังแล้วแตกสลายแยกออกไปคนละทิศทาง”“นี่คือชิ้นสุดท้าย…”ลูเทียร์พูดอธิบายให้ฟิวรี่ฟัง ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาให้หัว และหลักฐานที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า“เป็นจริงหรือนี้...ไหนในเรื่อนั้นว่าผลึกนี้ได้แตกและสูญหายไปแล้วนิ” ฟิวรี่ถาม“ป่าวหรอก...มันยังคงอยู่ ”“แต่แค่แยกออกจากกัน...บางชิ้นแหลกสลายก็จริง แต่บางชิ้นยังคงอยู่”“และหนึ่งในผลึกนั้นคือ...ผลึกสุดท้ายที่เหลือยู่ในมือข้า...ที่กักขังจอมปีศาจไว้” ลูเทียร์อธิบาย
    องค์ลูเทียร์ชูเศษผลึกออฟแห่งทะเลทั้ง 7 ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นสร้อยจี้คล้องคอ ที่องค์กษัตริย์แห่งลิเดียพกติดตัวไว้ตลอดเวลาแสงที่สาดส่องสะท้อนลงมาต้องกับผลึกแก้วทำให้เกิดเกิดประกายหักเหสวยงามไปทั่วห้องบรรทมแห่งนั้น แต่ทว่าผลึกนั้นมีตำหนิประหลาดสีดำขุ่นมั่ววนเวียนอยู่ภายใน
    “และ...สิ่งที่เป็นขุ่นๆ ดำๆ อยู่ในผลึกแก้วนั้นคือ...” ฟิวรี่ถามอย่างตกใจ เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า“นี่คือจอมปีศาจ!!!...ไม่ใช่สิ”“นี่คือเศษเสี้ยวของจอมปีศาจที่เหลืออยู่อันสุดท้าย...ที่ถูกผนึกไว้ในผลึกแก้ว” ลูเทียร์พูด“เป็นจริงหรือเนี่ย...ทำไมถึงเป็น...เป็นไปได้ยังไง” ฟิวรี่พูดด้วยความตกใจ
    ผู้บัญชาการแห่งลิเดียยืนขึ้น ทำหน้าคิ้วขมวดกังวล อีกทั้งงุนงง ไม่รู้ว่าจะเชื่อเรื่องไหนดี ก่อนที่องค์ลูเทียร์จะอธิบายให้ฟังถึงความลับและพลังของผลึก
    “โลกเรานั้นเต็มไปด้วยสรรพสิ่ง...ทุกสรรพสิ่งก่อปฏิสัมพันธ์ต่างๆ เกิดพลังงานออกมา...แปรสภาพจากรูปหนึ่งสู่รูปหนึ่ง...ไหลจากที่หนึ่งสู่ที่หนึ่ง...เป็นอย่างนี้โดยอนันต์”“มันถูกเรียกมันว่า...“ความสมดุล””“แต่หากเมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปขัดไปขวาง...ทำให้เกิดความผิดปกติของกระแสพลังงานขึ้น...“เปรียบเหมือนดั่งจุดด่างดำที่ติดลงบนเสื้อสีขาว...หรือคับคล้ายรอยรั่วหนึ่งจุดที่อยู่ใต้ท้องเรือเดินสมุทร”“บัดนั้นกระแสของพลังงานที่ไหลเวียนกลุ่มนั้น...จะผิดแปลกเลี้ยวเบนจากเดิมไป”“รั่วไหลลึกลงไป...เกิดสภาวะหนึ่งซึ่งได้ควบอัดแน่นและหลอมรวมกันหลายๆ ปีดีดับ...ณ ใจกลางที่แห่งนั้น”“ก็ก่อให้เกิด...แสงส่องสว่างแวบวับประดุจดาวบนท้องฟ้า...สุกสกาวราวอภินิหาร...และแฝงไปด้วยพลังลึกลับอันสุดจะหาที่ใดเทียม”“และนั้นคือ...ผลึกแก้วออฟ...เป็นวัตถุที่บรรจุเก็บสะสมพลังงานที่รั่วไหลมาจากกระแสแห่งพลังงานจากทั่วทุกทิศทุกทางบนโลกอูเทอร์ร่า..”“ดั่งเช่น...ผลึกออฟแห่งทะเลทั้ง 7”“ผลึกนี้กำเนิดจากพลังของกระแสน้ำแห่งทะเลทั้ง 7 ทั่วทั้งโลกอูเทอร่า ไหลมาบรรจบที่เดียว ณ ใจกลางกระแสน้ำวนใหญ่ วอร์เทค”“พลังงานที่หลอมรวมกัน...ในที่นี้คือพลังงานแห่งชีวิต...ที่ไหลตามกระแสน้ำของทะเลต่างๆ ไหลมารวมตัวอัดแน่นกันเป็นผลึก”“ผลึกนี้นั้น...จะมีความสามารถในการดูดซับและปลดปล่อยพลังงานตามอัตลักษณ์ของผลึกนั้นๆเองที่ดูดซับมา...ซึ่งยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ขนาดก็ยิ่งโตขึ้นตามพลังงานที่ดูดซับเข้าไปด้วย” องค์ลูเทียร์อธิบาย“อย่างนั้นหมายความว่า...ก็จะยิ่งปลดปล่อยพลังได้มากขึ้นได้”ฟิวรี่ตอบกลับ“ใช่แล้ว...ยิ่งขนาดใหญ่มากเท่าไร...ก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนเกินจะต้านทานได้เท่านั้น”“แต่สิ่งที่เจ้าควรรู้ไว้...เนื่องจากพลังงานที่ดูดซับไว้...เป็นพลังงานที่มีลักษณะอัตลักษณ์ที่คล้ายตัวมันเอง...การปลดปล่อยพลังก็จะมีอัตลักษณ์ที่เป็นดั่งเช่นที่ดูดซับเข้าไป”“หากผู้ใช้...นำเอาไปใช้โดยไม่ถูกไม่ควรจะทำให้พลังงานที่ปลดปล่อยหรือดูดซับมานั้น...ส่งผลต่อความสมดุลของที่แห่งนั้นๆ ไปด้วย...” ลูเทียร์อธิบาย“แล้วเมื่อครั้งนั้น...ท่านจัดการเจ้าชายผีดิบและจอมปีศาจเช่นไร” ฟิวรี่ถาม“500 ปีก่อน...ข้าเป็นผู้นำผลึกนั้นมาจากวังน้ำวนเอง...เพื่อนำมาผนึกเจ้าพวกนั้น”“ซึ่งนั้นก็ทำให้ท้องทะเลต่างๆแปรปรวนไปเหมือนกัน...จากการที่นำเอาผลึกนั้นมาก”“ซึ่งข้าได้เดินทางมาถึง...และกำลังจะเข้าไปต่อสู้และจัดการผนึก”“ระหว่างต่อสู้นั้น...ข้าได้นำเอาผลึกนั้นออกมา...เพื่อที่จะผนึกเจ้าชายผีดิบและจอมปีศาจ”“ข้าสัมผัสก็ได้สัมผัสถึงชีวิตวิญญาณนับหมื่นดวง...ส่งเสียงกรีดร้องถูกดูดออกมา...ก่อนที่ผลึกนั้นจะระเบิดออกและกระเด็นหายไปคนละทิศละทาง”ลูเทียร์อธิบายถึงเรื่องราวอดีต“นั้นหมายความว่า...”“ผลึกนั้นดูดซับพลังงานในรูปลักษณ์พลังแห่งชีวิต...ที่เจ้าชายผีดิบดูดพลังสะสมไว้…”“แล้วเมื่อเกินขีดจำกัดของผลึกนั้น...”“มันจึงระเบิดออก…” ฟิวรี่อธิบายถึงตรรกะที่คิดอยู่ในหัวให้ลูเทียร์ฟัง“ใช่แล้ว!!!...”“แต่นั้นมันยังน้อยไป...ผลึกไม่สามารถผนึก...เจ้าชายผีดิบไว้ได้”ลูเทียร์พูดย้ำถึงตรรกะอันชาญฉลาดของผุ้บัญชาการแห่งลิเดีย“แต่ก็กลับเป็นโชคดีอยู่เรื่องหนึ่ง...นั้นคือเราสามารถผนึกจอมปีศาจไว้ได้”“ส่วนนามของปีศาจตนนั้นก็คือ จอมมารจอร์อาส”“จอมพญาปีศาจตนแรกแห่งอูเทอร์ร่า...ปีศาจแห่งความโกรธแค้นและอิจฉา ”“พญาปีศาจมันได้ล่อลวงทำข้อตกลงกับเจ้าชายผู้ใกล้ตายในตอนนั้น”“ข้อตกลงของมันก็คือชีวิต...มันทำสัญญาเพื่อแลกกับชีวิตที่ไม่มีวันตาย...เพื่อแลกกับพลังชีวิตที่น้อยนิดของเจ้าชายในตอนนั้น”“และจากนั้นใช้เจ้าชายเป็นเครื่องมือ...ในการดูดพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นมาเป็นพลังของตน...แต่แลกด้วยการทำให้ชีวิตนั้นๆ กลายเป็นผีดิบที่เดินได้สร้างเป็นกองทัพให้เจ้าชายเคลื่อนพลเพื่อแก้แค้นดินแดนที่เป็นทุรยศ”
    ฟิวรี่ได้ฟังถึงกับอึ้งถือความลับที่องค์กษัตริย์ ที่เก็บงำมานานแล้วเพิ่งจะได้รับรู้ด้วยสายตาและหูของตนเอง ก่อนที่องค์ลูเทียร์จะพูดเพิ่มเติมว่า
    “อีกเรื่องนึงที่เจ้าควรจะรู้เรื่อง...ดาบพิษนั้น”“ในนิทานเล่าว่าดาบนั้นได้มาจากจอมปีศาจ...ที่ใช้สำหรับป้องกันพิษไม่ให้ไหลไปทำร้ายร่ายกายผิวหนังส่วนต่างๆของเจ้าชาย...แต่นั้นไม่ใช่ทั้งหมด”“ดาบนั้นยังเป็นเหมือนดั่งที่เก็บส่งผ่านพลังงานดวงวิญญาณที่เครียดแค้นไว้ที่เจ้าชาย และมอบความตายที่ฟื้นตื่นให้แก่ซากศพทั้งหลายเหล่านั้นอีกด้วย...พลังนั้นทวีขึ้นเรื่อยๆ”“จึงทำให้เจ้าชายสามารถบุกเข้ามาถึงทาวเวอร์ออฟเมจได้ในคราวนั้นนั้นเอง” ลูเทียร์พูดอธิบายถึงอาวุธทรงพลังนั้น“ทำไมองค์ท่านถึงได้กังวลเรื่อง...อาวุธนั้นด้วย พะยะค่ะ” ฟิวรี่ถาม“ซึ่งถ้าเจ้าลอง...เอาเรื่องทั้งสอง ระหว่างผลึกออฟและดาบนั้นมารวมกัน...เจ้าจะเข้าใจว่า”“ดาบนั้น...ดูดซับพลังงานและปลดปล่อยพลังงานได้...คล้ายกับผลึกออฟ”“ซึ่งดูดซับและส่งถ่ายพลังวิญญาณและความเครียดแค้นจากสิ่งมีชีวิต...สู่ดาบนั้น”“ส่งผลให้ดาบนั้นยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยทุกครั้งที่ฟันและสังหารชีวิตได้”“เจ้าชายเปรียบเสมือนโถที่ใส่วิญญาณที่เครียดแค้น...ส่วนดาบนั้นคืออาวุธที่เป็นวัตถุที่ดูดซับและส่งถ่ายพลังงาน”“และนั้นคือสาเหตุที่ครั้นนั้น...ผลึกแห่งชีวิตได้แตกออก เพราะได้พบเจอพลังที่มากกว่าที่จะต้านทานได้”“จากเหตุการณ์นั้นจึงเหลือไว้เพียง...เศษเสี้ยวนี้” ลูเทียร์ได้อธิบายจนจบ
    ฟิวรี่ทำสีหน้าไม่สบายใจอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
    “หากว่าเจ้าชายนั้นกลับมาได้...เราจะทำอย่างไรดีพระองค์”“แล้วหากว่าผนึกออฟแห่งทะเลทั้ง 7 นั้นแตกสลายสูญหาไปแล้ว...เหลือเพียงแค่เศษเสี้ยวนี้”“เราก็หมดหนทางจะต่อกรกับเจ้าชายและกองทัพผีดิบที่น่ากลับได้” ฟิวรี่ถามองค์ลูเทียร์ ด้วยสีหน้าที่กังวลเป็นอย่างมาก“ความหวังยังมีอยู่...ท่านผู้บัญชาการ”“ในโลกแห่งนี้...มิได้มีเพียงแค่รอยรั่วและจุดด่างเพียงแค่จุดเดียว”“และความสมดุล...มิอาจก่อกำเนิดขึ้นได้จากพลังแห่งชีวิตแค่เพียงอย่างเดียว...ยังมีพลังในรูปแบบอื่นๆอีกมากมากนัก”“และนั้นก็หมายถึง...ในโลกแห่งนี้นั้นมีผลึกออฟที่กระจัดกระจายอยู่มากมาย...ผลึกออฟแห่งทะเลทั้ง 7 เป็นแค่หนึ่งในนั้น”“เดินไปกับข้าสิ”ลูเทียร์อธิบาย ก่อนจะเรียกฟิวรี่ให้เดินตามไป
    องค์ลูเทียร์ได้เดินนำไปยังห้องทรงงาน ซึ่งได้เข้าเดินไปพร้อมกับชี้นิ้วไปที่รูปผืนหนึ่ง ติดไว้ที่ผนังหลังโต๊ะทรงงาน ก่อนเอ่ยขึ้นว่า
    error loadedรูปผืนหนึ่ง ติดไว้ที่ผนังหลังโต๊ะทรงงาน
    “เจ้าเห็นอะไร...ฟิวรี่” ลูเทียร์ถาม“นี่คือรูปภาพ...ของทหารหญิงชาวเรา...เทียมกัตตัวนึงและถือหอกที่มีเถาวัลย์พันเลื่อย”“แต่เดี๋ยว….ที่ด้ามหอกมันมีอะไรเรืองแสงอยู่ด้วย”ฟิวรี่เอ่ยพูดขึ้น“และนั้นก็เช่นกัน...ผลึกออฟแห่งการกำเนิดใหม่”“ซึ่งปกติมันมีพลังแห่งการดูดซับพลังที่ได้รับมาทางกายภาพ...แล้วส่งเป็นพลังออกไป”“แต่ที่สำคัญคือ...มันทำให้สิ่งที่เชื่อมติดหรือพันธการกับมัน ไม่สูญสลายหรือทำลายใหม่” ลูเทียร์อธิบาย“หมายความว่าหากพันธนาการไว้กับอาวุธ...มันจะทำให้อาวุธนั้นไม่ถูกทำลาย และยังสามารถดูดพลังงานมาได้อีกเป็นอนันต์...ตามชื่อของมัน”ฟิวรี่ตอบกลับอย่างตื่นเต้น“ใช่แล้ว...” ลูเทียร์ตอบอย่างชื่นชมในไหวพริบของผู้บัญชาการอีกครั้ง“แล้ว...เจ้าผนึกนี้สามารถหาได้จากที่ไหนหรอ...พะยะค่ะ” ฟิวลี่ถามอย่างตั้งใจ
    ลูเทียร์เดินหันออกไปที่ระเบียงห้องอีกครั้ง ฟิวลี่ตามไปติดๆด้วยความสนใจถึงเจ้าผลึกชิ้นนี้ ก่อนจะพูดว่า
    “ท่านผู้บัญชาการ...”“ท่านว่า...สายน้ำที่เกิดขึ้นและไหลไปสู่อาณาจักรอื่นๆ...โดยไม่รู้จบ”“ท่านว่ามันมาจากไหนล่ะ...” ลูเทียร์ถามเพื่อลองไหวพริบของฟิวรี่อีกครั้ง“สระน้ำแห่งชีวิต...” ฟิวลี่พูดลอยๆขึ้นมา“ท่านเดาได้เก่งมาก….มันอยู่นะใจกลางของสระนั้น สิ่งนั้นทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตต่างๆขึ้นมา”ลูกเทียร์หันมาตอบกับผู้บัญชาการของตน“แต่หากเอาผนึกนั้นออกมา...งั้นก็”ฟิวลี่พูดถามลูเทียร์“ใช่...สายน้ำทุกสายที่เกิดขึ้นในดินแดนนี้จะเหือดแห้งไปทั้งหมด...สิ่งมีชีวิตในดินแดน1ใน 3จะสูญสิ้น”“ผู้คนจะล้มตาย...ต้องหนีออกจากดินแดนที่อยู่เดิมไปหาที่อยู่ใหม่”“ซึ่งนั้นแหล่ง...มันปรากฎในนิมิตรความฝันของข้า”“และนั้นคือเป้าหมายหลักของจอมปีศาจ...”“พญาปีศาจงูจอร์อาส…จะสั่งให้เจ้าชายผีดิบเดินทัพไปที่นั้นเพื่อ ไปชิงผลึกออฟแห่งกำเนิดใหม่ เพื่อทำลายดินแดน 1 ใน 3 ของแมร์โรเอ็นทางฝั่งตะวันตก ก่อนจะบุกข้ามเทือกเขาอาร์ม เพื่อไปพิชิตดินแดนตะวันออกและทางใต้ของแมร์โรเอ็น”“หากพวกเขาคว้ามันไว้ได้...ทุกสิ่งจะสูญสิ้น”ลูเทียร์พูดอธิบาย ยิ่งตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง“แต่พญาปีศาจนั้น...ถูกผนึกไว้แล้ว...ไม่ใช่หรอท่าน”ฟิวลี่ถามอย่างสงสัยอยู่“ไม่...มันไม่เคยจากไปไหน...มันเกิดมาพร้อมโลกใบนี้”“ตอนนี้มันแค่..อ่อนแอเกินกว่าจะลุกทำลายผลึกที่กักเก็บมันออกมา...จนกว่าจะมีใครไปปลุกมัน”“หากเศษผลึกชิ้นนี้ถูกแย่งชิงไปได้...นั้นจะเป็นอวสานของดินแดนแมร์โรเอ็น”“และมันคือเหตุผลที่ข้าซ่อนมันและโกหกเก็บงำความลับนี้ไว้ตลอดหลาย 100 ปี”“แต่ตอนนี้ดินแดนของเราปั่นป่วนเหลือเกิน...ฟิวรี่” ลูเทียร์อธิบายกับฟิวรี่
    กษัตริย์เฒ่าหันมา แล้วจับที่ไหลทั้งสองข้างของฟิวลี่
    “เจ้าเป็นเหมือนดังลูกข้า...”“สัญญากับข้า...หากเกิดอะไรขึ้น”“เจ้าต้องดูแลคนของเราอย่างดีที่สุด”“จงอย่าให้ทั้งสอง...จอมปีศาจและเจ้าชายผีดิบทำลายสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมา”“ใกล้ถึงเวลาของข้าเต็มที่...700 กว่าปีที่ผ่านมามันช่างสั้นนักที่ได้อยู่กับดินแดนที่งดงามเช่นนี้”กษัตริย์เฒ่าตัดพ้อถึงความชราภาพของตน และเวลาที่มีอยู่น้อยนิด“ไม่...องค์ท่านจะต้องไม่เป็นอะไร”ฟิวรี่ตอบ“แต่ก็อย่างว่าแหละนะ สิ่งที่ข้าบอกเจ้าไปทั้งหมด...ข้าอาจจะคิดไปเองก็ได้”“เจ้าชายผีดิบอาจจะสูญสลายไปพร้อมกับผลึกออฟที่แตกออกก็ได้”“ฟิวรี่เอ่ย...อย่าถือสาข้าเลย”“ข้าก็แค่เออร์แดร์แก่ๆ ที่เลอะเลือน...เพ้อฝันถึงเรื่องในอดีต”“เรื่องที่เกินขึ้นในดินแดนแห่งนี้...อาจจะเป็นแค่เรื่องธรรมดาก็ได้”“อาจจะแค่พวกสัตว์ถูกคุมขังอยู่ในคอกมานาน...ก็เลยแสดงอาการฉุนเฉียวกระฟัดกระเฟียดก็เป็นได้” ลูเทียร์พูด
    หลังจากนั้น องค์ลูเทียร์เดินจากระเบียงไปที่เตียงในห้องบรรทม ก่อนจะพูดกับฟิวรี่ว่า
    “เอาละ...เจ้าไปได้แล้ว”“ข้าขอรบกวนปรึกษาเจ้าเพียงเท่านี้แหละ”“ตอนนี้...ข้าต้องพักผ่อน” ลูเทียร์พูดก่อนที่ฟิวรี่จะทูลลาออกจากห้องไป ได้ถามคำถามกับองค์ลูเทียร์เรื่องสุดท้ายว่า“แล้วเรื่องความวุ่นวายของคอกสัตว์นี้...องค์ท่านจะให้กระหม่อมไปทูลพระนางด้วยไหม พะยะค่ะ”ฟิวรี่ทูลถาม“เจ้าหมายถึง...แคซซินดาร์หรอ”“ใช่สินะ!!!...”“จงไปรายงานด้วยตัวของเจ้าเองถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเหล่าสัตว์ในคอกของอาณาจักรลิเดีย”“แล้วถามด้วยว่า...เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคอกสัตว์ของอาณาจักรฟยอร์ดบ้างไหม” ลูเทียร์สั่งคำสั่งสุดท้ายก่อน พล่อยหลับตาไปบนเตียง“รับทราบ...” ฟิวรี่รับคำสั่งแล้วทูลลา เพื่อไปแจ้งสารลับนี้ด้วยตนเอง
    เออร์แดร์ เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและทรงปัญญา มีอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่า “ลิเดีย” เป็นอาณาจักรที่มีป่าไม้ล้อมรอบใจกลางป่าที่ล้อมรอบนั้นคือ “สระน้ำแห่งชีวิต” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำต่างที่เกิดขึ้นในฝั่งตะวันตกที่ไหลไปจนสุดปลายดินแดนแมร์โรเอ็นจรดทะเลทั้ง 3 เป็นแหล่งกำเนิดชีวิตทั้งหมดในดินแดนแมร์โรเอ็นแต่นอกเหนือจากอาณาจักรลิเดียแล้ว ยังคงมีอีกอาณาจักรนึงของเออร์แดร์ที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า อาณาจักรฟยอร์ด ซึ่งแตกต่างจากลิเดีย เป็นอาณาจักรทางเหนือขึ้นไปอีก ดินแดนแห่งน้ำแข็ง และหิมะโปรยปราย ชาวเออร์แดร์ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศนั้น โดยไม่ต้องสวมเสื้อที่หนา ร่างกายที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ชาวเออร์ที่นั้นแข็งแกร่ง พวกนี้เรียกตนเองว่า ชาวฟยอร์ดที่นี่มีเมืองและป้อมปราการที่ถูกสร้างจากก้อนหินศิลาและน้ำแข็ง ซึ่งยากจะถูกทำลาย มีนามว่า “แรคก้า” ปกครองโดยจักรพรรดินี ที่มีนามว่า “แคสซินดาร์” ซึ่งมีนิสัยดุดันและเกรี้ยวกราด ทั้งยังไม่ค่อยชอบและชังเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกด้วยในอนาคตนางจะขึ้นเป็นผู้นำของชาวเออร์แทนกษัตริย์ลูเทียร์ต่อไป


    ………….ตอนต่อไป...ถึงอูตอร์………….