ขอย้อนชาติมาเงียบๆ แต่ทำไมพวกเจ้าไม่ยอม (Reborn to Lie Low, But You Wont Let Me)

    เล่มที่ 1 บทที่ 6 กฎของการรักษาสมดุล

            แดดบ่ายเดือนกันยายนแผดเผาอย่างไร้ปรานี ลานสนามหญ้าเทียมของมหาวิทยาลัยจี้หนานละลานตาไปด้วยกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งในชุดเครื่องแบบลายพรางสีเขียวที่กำลังเข้ารับการฝึกทหาร


            เสียงครูฝึก๻ะโ๠๲สั่งดังเป็๲ระยะ พร้อมเสียงรองเท้าทหารกระทบพื้นเป็๲จังหวะ


            หมวดของห้อง 302 กำลังถูกสั่งให้ยืนท่าตรงรับแดด จางเฉินเหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าหล่อเหลาของลูกเศรษฐีเวินโจวแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุก ปาเยว์เซิงที่ชินกับลมแดดทุ่งหญ้ามองโกเลียยังคงยืนหยัดได้สบายๆ ส่วนเซี่ยเหวินเจายังคงพยายามรักษาท่วงท่าสง่างามตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมา แม้แผ่นหลังจะชุ่มเหงื่อ


            ท่ามกลางกลุ่มนักศึกษาที่เริ่มออกอาการล้า มีเพียงอิ๋งเย่ที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน


            การยืนตากแดดครึ่งชั่วโมงสำหรับเด็กรุ่นใหม่คือความทรมาน แต่สำหรับอิ๋งเย่... มันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ใหญ่สำหรับเขาเลย ในชีวิตก่อน ๰่๥๹ที่เขากำลังล้มละลายและถูกเ๽้าหนี้ตามล่า เขาเคยไปยืนตากหิมะอยู่หน้าคลับหรูระดับไฮเอนด์ถึงสามชั่วโมง เพียงเพื่อรอขอร้องให้เศรษฐีคนหนึ่งช่วยร่วมทุน ความร้อนของแดดในวันนี้... เทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บและน่าสมเพชในใจของเขาตอนนั้น


            อิ๋งเย่จึงยืนนิ่งสงบ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอจนครูฝึกยังต้องลอบพยักหน้าชื่นชม


            ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด ร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ริมสนาม


            หลินอวี้เยาในชุดเดรสสีอ่อนดูโดดเด่นตัดกับฝูงชนสีเขียวลายพราง ใบหน้าสวยเฉียบและท่าทางสง่างามของเธอทำให้เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ ในหมวดที่กำลังยืนแถว


            "เฮ้ยๆ นั่นหลินอวี้เยา ดาวคณะบริหารนี่หว่า!" จางเฉินขยับปากพูดโดยไม่ขยับหน้า


            "มาทำอะไรแถวนี้วะ หรือมาส่องหนุ่มๆ หมวดเรา?"


            ปาเยว์เซิงกลอกตาไปมาด้วยความตื่นเต้นตามประสาเด็กหนุ่ม


            "สงสัยหมวดเราจะมีคนหล่อเตะตาเธอเข้าให้แล้ว!"


            ทว่าในขณะที่รูมเมททั้งสองกำลังตื่นเต้น เซี่ยเหวินเจาที่ยืนอยู่ถัดไปกลับหรี่ตาลง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็๲เยียบเย็นและลุ่มลึก


            ‘หลินอวี้เยา... ทายาทตระกูลหลิน อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ครองพื้นที่ยันเจ้อเจียง เจียงซู เซี่ยงไฮ้... ตัวตนระดับท็อปของแดนใต้คนนั้นน่ะหรือ?’


            ทายาทอันดับหนึ่งแห่งมณฑลอย่างเซี่ยเหวินเจารู้จักสถานะที่แท้จริงของเธอดี เขาจึงไม่ตื่นเต้นเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป แต่กลับสงสัยอย่างหนักว่าคนระดับนี้มาปรากฏตัวที่ลานฝึกทหารทำไม


            และก่อนที่เซี่ยเหวินเจาจะได้หาคำตอบ หลินอวี้เยาก็เดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าแถว... หยุดอยู่ตรงหน้าอิ๋งเย่


            หญิงสาวยื่นขวดน้ำแร่ยี่ห้อหรูในขวดแก้วที่เย็นเฉียบไปตรงหน้าชายหนุ่ม


            "ขอบคุณสำหรับเ๱ื่๵๹นาฬิกาเมื่อวานค่ะ" หลินอวี้เยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความจริงใจ


            "ถ้านายไม่รับมันไว้ กลไกข้างในคงพังไปแล้วจริงๆ นี่น้ำค่ะ ถือเป็๲การขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ"


            เสียงซุบซิบในแถวดังขึ้นทันที จางเฉินและปาเยว์เซิงเบิกตากว้างแทบถลนออกจากเบ้า ลูกพี่อิ๋งเย่ไปรู้จักดาวมหาวิทยาลัย๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่!?


            แต่อิ๋งเย่ไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นหรือขัดเขิน เขายังคงรักษาสายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะหลุบตาลงมองขวดน้ำราคาแพงในมือเธอ


            "ยังไม่ถึงเวลาพักครับ" อิ๋งเย่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกระแทกกระทั้น แต่มั่นคงจนน่าขนลุก


            "และเ๱ื่๵๹แค่นั้น ไม่คู่ควรกับคำขอบคุณหรอก"


            ประโยคที่แสนจะธรรมดา แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบข้างหยุดชะงัก


            หลินอวี้เยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนปฏิเสธความหวังดีต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้มาก่อน แต่แทนที่จะรู้สึกโกรธหรือเสียหน้า เธอกลับรู้สึกว่าความเมินเฉยของเขามันเป็๲ของจริง ไม่ใช่การเล่นตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ


            'เขาไม่สนใจจริงๆ' ด้วย...' 


            มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นเป็๲รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง เธอวางขวดน้ำแร่แก้วนั้นลงบนม้านั่งยาวที่อยู่ไม่ไกล


            "งั้น... พักแล้วค่อยดื่มนะคะ"'


            พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ทั้งลานฝึกตกอยู่ในความเงียบงัน


            ในขณะที่คนอื่นกำลังตกตะลึง สมองของเซี่ยเหวินเจากำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง


            ทายาทตระกูลเซี่ยลอบสูดลมหายใจลึก เขามองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่นิ่งสนิทของอิ๋งเย่ด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง


            ‘ปฏิเสธไมตรีจากทายาทตระกูลหลิน... เพียงเพราะระเบียบวินัยฝึกทหารเนี่ยนะ!?’


            เซี่ยเหวินเจาปฏิเสธความคิดนั้นทันที 


            ‘ไม่... คนระดับเขาไม่มีทางสนใจกฎเกณฑ์ตื้นเขินแค่นี้แน่! ประโยคที่ว่า ‘ไม่คู่ควรกับคำขอบคุณ’ ต่างหากคือความหมายที่แท้จริง!’


            ‘ในสายตาของเขา การที่ทายาทตระกูลหลินลดตัวลงมามอบน้ำให้ ไม่ใช่เกียรติที่ควรไขว่คว้า หากแต่เป็๲เ๱ื่๵๹เล็กน้อยที่ไม่คุ้มให้เสียจังหวะชีวิตของตัวเอง! เขาไม่ได้หยิ่งยโส แต่เขามองว่าไมตรีจากตระกูลระดับร้อยล้าน... มันเป็๲แค่เ๱ื่๵๹ไร้สาระ!’


            เซี่ยเหวินเจาลอบกลืนน้ำลาย... 


            ‘คนผู้นี้... มีฐานะระดับไหนกันแน่ ถึงไม่แม้แต่จะรับไมตรีจากตระกูลหลินไว้?’


            "ปี๊ดดดดด! พักแถวสิบห้านาที!"


            เสียงนกหวีดของครูฝึกดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมด


            ทันทีที่แถวแตก จางเฉินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่อิ๋งเย่ทันที


            "ลูกพี่! นายเทพมาก! ปฏิเสธดาวคณะต่อหน้าคนทั้งหมวด! แต่นายอย่าทิ้งน้ำของเธอนะเว้ย นั่นมันน้ำแร่นำเข้าขวดละตั้งหลายสิบหยวน!"


            ปาเยว์เซิงก็พยักหน้าหงึกหงัก


            "ใช่ๆ ข้าเห็นแล้วยังอยากกินเลย!"


            เซี่ยเหวินเจาเดินเข้ามาใกล้ๆ อย่างเงียบเชียบ เขารอดูว่าอิ๋งเย่จะจัดการกับ ‘ไมตรี’ ของตระกูลหลินอย่างไร


            แต่อิ๋งเย่กลับไม่เดินไปที่ม้านั่งตัวนั้น ชายหนุ่มเพียงแค่เดินไปที่กระเป๋าเป้ของตัวเอง รูดซิปออก แล้วหยิบ ‘กระติกน้ำสแตนเลสทรงกระบอก’ ขนาดใหญ่ที่มีรอยบุบตรงก้นขึ้นมา


            มันคือกระติกเก็บอุณหภูมิราคาถูกแบบที่คนเฒ่าคนแก่ชอบพกไปรำไทเก็กตอนเช้า


            อิ๋งเย่หมุนฝากระติกออก ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า เขารินน้ำร้อนจัดที่มีเม็ดเก๋ากี้สีแดงลอยฟ่องอยู่สองสามเม็ดลงในฝากระติก แล้วค่อยๆ เป่าลมเหนือฝากระติก 


            ฟู่... ฟู่...


            ในชีวิตก่อน เขาเคยฝืนดื่มเครื่องดื่มเย็นจัดทุกคืน เพียงเพื่อให้เข้ากับวงสังคมไฮโซ ผลลัพธ์คือโรคกระเพาะที่ตามหลอกหลอนเขาไปอีกหลายปี


            ชาตินี้ เขาไม่คิดจ่ายค่าบทเรียนเดิมซ้ำอีกแล้ว ยิ่งเพิ่งตากแดดจนเหงื่อท่วม เขายิ่งไม่คิดแตะน้ำเย็นเด็ดขาด


            ซู้ดดด...


            ชายหนุ่มค่อยๆ จิบน้ำร้อนจากฝากระติกสแตนเลสบุบๆ ด้วยท่วงท่าผ่อนคลายราวกับคุณลุงวัยเกษียณ เมินเฉยต่อน้ำแร่ขวดหรูของทายาทตระกูลมหาเศรษฐีไปอย่างสมบูรณ์แบบ


            น้ำแร่หรูจากทายาทตระกูลหลิน... วางอยู่บนม้านั่งโดยไม่มีใครแตะต้อง


            ส่วนอิ๋งเย่ยังคงจิบน้ำร้อนใส่เก๋ากี้จากกระติกบุบๆ ของตัวเองอย่างสบายใจ


            เซี่ยเหวินเจามองภาพนั้นนิ่งงัน


            น้ำแร่จากตระกูลหลิน... ถูกเมิน แต่น้ำร้อนใส่เก๋ากี้กลับได้รับเลือก


            ‘หรือสำหรับคนระดับนี้ การรักษาสุขภาพของตัวเอง ยังมีค่ามากกว่าการไว้หน้าตระกูลมหาเศรษฐี...’


            เขาลอบถอนหายใจเงียบๆ


            ‘คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา... คงเดินอยู่คนละระดับกับคนธรรมดาแล้วจริงๆ’