บทที่ ๑๐
ช่วยเหลือชายแปลกหน้า
่ใกล้รุ่งสางหานฟางเหนียงจะตื่นขึ้นมาเพื่อหุงข้าวทำอาหารทานก่อนออกไปอาราม ขณะที่นางสะพายตะกร้าสานเดินเข้าไปในป่าพื้นที่ของตระกูล เพื่อเอาผักป่าและเก็บลูกพลับที่สุกแล้วต้นใกล้ๆ เรือนทยอยมาเก็บกักตุนเพื่อนำมาตากแห้งเอาไว้ทานใน่เหมันตฤดูที่จะมาถึงอีกไม่กี่เดือนนี้
จังหวะนั้นเองดวงตากลมโตก็ได้เห็นหยดเืสีแดงสดที่ยังไม่แห้งดีบนใบไม้ใบหญ้าตามพื้นเป็ทางยาว นางจึงใช้ตะเกียงส่องตามรอยเืไปอย่างเชื่องช้าจนได้พบบุรุษร่างโตสวมอาภรณ์สีดำปิดบังใบหน้า กำลังหายใจรวยรินสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายกำลังพยายามฝืนทนร่างกาย นั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่โดยที่ใบหน้าและอาภรณ์เปรอะเปื้อนเลอะเทอะมีกลิ่นคาวของของเหลวสีแดงข้น
ร่างบางยืนคิดนิ่งมองไม่ได้ดูใหรือกลัวอะไรครู่หนึ่ง ซึ่งจากรูปพรรณสัณฐานการแต่งกายมิดชิดเหมือนพรางตัวลอบทำเื่ที่ไม่ดีไม่น่าไว้วางใจจึงจะหันหลังกลับ และตอนนั้นเองเสียงทุ้มแหบแห้งเปร่งเสียงอย่างอ่อนแรงแทบไม่ชัดเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะหลับไป
"จะ...เ้าเป็ผู้ใดกัน"
"....."ทำให้หานฟางเหนียงหยุดชะงักเท้ารู้สึกเห็นอกเห็นใจความเป็มนุษย์ด้วยกันจึงค่อยๆ เดินไปหยุดตรงหน้าของเขา
ร่างบางย่อกายวางตะกร้ากับตะเกียงลงและนั่งยองๆ ยกฝ่ามือเล็กขึ้นไปอังหน้าผากกว้างของเซี่ยตงหยางเพื่อสังเกตอาการ ทำให้นางรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาใบหน้าซีดเซียวมีเม็ดเหงือผุดบริเวณกรอบหน้าส่วนที่ไร้ผ้าปกปิดก่อนจะชักมือออก
ตามด้วยใช้สายตามองสำรวจร่างกายของชายหนุ่มมือบางจับเข้าที่หลังมือหนาที่จับตรงบริเวณสีข้างด้านซ้ายอยู่ตลอดถึงขณะที่ไม่ได้สติแล้วยกออกดูผ่านรอยขาดของอาภรณ์ ซึ่งด้านในมีรอยแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่คาดว่าเป็รอยของมีคมทางยาวลึกมีเืไหลออกจำนวนมาก ถึงจะไม่โดนจุดสำคัญแต่ก็ถือว่าตัวเขาอึดพอสมควรที่ยังมีลมหายใจ
นางพยุงกายลุกขึ้นยืนถือตะเกียงไปหาสมุนไพรมาบดใส่แผลเพื่อห้ามเืและให้แผลสมาน แล้วออกแรงฉีกอาภรณ์สีดำทึบบริเวณาแให้กว้างพอจะทำแผลได้สะดวก และปลดผ้าคาดเอวของเขามาพันแผลที่ใส่สมุนไพรไว้ จากนั้นก็ก่อไฟเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนำผ้าไปชุบน้ำบิดพอหมาดซับความร้อนบนหน้าผากแล้วรอจนกว่าเขาจะได้สติ
จนกระทั่งเข้ายามซื่อแดดเริ่มร้อนแสงแดดส่องกระทบเปลือกตาทำให้เซี่ยตงหยางรู้สึกตัว ชายหนุ่มส่ายหน้ากะพริบตาถี่เพื่อปรับแสงและเพราะลืมว่าตนเองได้รับาเ็มา ขยับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อจะลุกขึ้นแต่กลับรู้สึกเจ็บจนต้องกัดฟันแน่นข่มแล้วกลับไปนั่งดั่งเดิม
“อั๊ก ซี๊ด” เขาก้มมองาแที่ถูกพันไปด้วยผ้าคาดเอวจึงมองสำรวจตัวเองที่ตอนนี้อาภรณ์ได้หลุดลุ่ยไปหมดจึงทราบว่าเป็ของเขาเอง ร่างสูงขมวดคิ้วร้อนรนตาลีตาลานรีบยกฝ่ามือหนาััอกเสื้อและดาบข้างตัวที่ยังอยู่ที่เดิมจึงทำให้รู้สึกโล่งใจ
“ข้าไม่ได้เอาอะไรไปหรอกเ้าค่ะ” หานฟางเหนียงเดินกลับมาพร้อมกับถ้วยยาต้มร้อนๆ ในมือ
“ซี๊ด เ้าเป็ใคร” เขามองสตรีตรงหน้าสวมอาภรณ์สีขาวที่มีผ้าสีขาวผืนบางปิดบังใบหน้าด้วยตาขวางระแวง มือหนึ่งจับแผลอีกข้างจับด้ามดาบที่ชักออกมาจากฟักชี้ปลายดาบไปทางนาง
“ข้าว่าท่านวางดาบแล้วดื่มยาก่อนดีกว่าเ้าค่ะ” นางยืนบอกสีหน้านิ่งเฉยและส่งถ้วยยาให้เขา
“…..” ดวงตาคมมองนางกับถ้วยยาสลับกัน
“มิใช่ยาพิษหรอกเ้าค่ะ” นางพูดต่อพยักหน้าขยับข้อมือให้เขารับไป
“…..” เขานิ่งคิดเพียงครู่แล้ววางดาบลงรับถ้วยยามาดม
“มันคือฉั่งฉิกเ้าค่ะ ช่วยห้ามเืลดอาการบวมบรรเทาอาการปวดฟกช้ำ” นางอธิบายสรรพคุณเมื่อไม่เห็นเขาจะดื่มมันเสียที
“อึก แค่ก แค่ก” เขามองดวงตากลมโตขนตาสีดำแพหนายาวสวยก่อนจะดื่มมันอย่างรวดเร็วจนสำลักเพราะกระหายน้ำลืมไปว่ามันยังร้อนอยู่
“เฮ้อ เสร็จแล้วข้าขอตัวนะเ้าคะ” หานฟางเหนียงถอนหายใจเหนื่อยที่คอยรักษาชายหนุ่มเกือบทั้งวันกว่าจะเรียบร้อย เมื่อหมดหน้าที่ของนางแล้ว จึงขอตัวกลับเนื่องจากั้แ่ก่อนฟ้าสางถึงตอนนี้นางคอยดูแลเขาจนไม่ได้ไปอาราม
“ดะ…เดี๋ยว โอ๊ย” สิ้นเสียงหวานเขาเห็นนางหันหลังก้าวเดินออกไปทันที จึงรีบร้อนขยับตัวร้องเรียกแรงเกินไป
“ข้าว่าท่านอย่างเพิ่งขยับกายแรงๆ ดีกว่าเ้าค่ะเดี๋ยวแผลจะเปิดเอาได้” นางหันไปบอก
“อะแฮ่ม ขะ…ขอบคุณ แต่เ้าจะทิ้งข้าไว้ตรงนี้หรือ” ซึ่งดูๆ แล้วนางก็เป็ชาวบ้านทั่วไปที่อาศัยอยู่บนเขาถึงผิวพรรณรูปร่างจะเหมือนคุณหนูในห้องหอก็ตามที และคงไม่ใช่นักฆ่าปลอมตัวมา จึงลองขอพักที่นี่ด้วย
“เ้าค่ะ ก็ข้ารักษาท่านเสร็จแล้วนี่เ้าค่ะ จากนี้ท่านไม่ตายแน่ถ้าแผลสมานดีนะเ้าคะ”
“ข้ารู้ ตะ…แต่ตอนนี้ข้ายังเจ็บอยู่เดินเหินไปที่ใดไกลก็ยากลำบากแล้วถ้าอยู่ในป่าเกิดมีสัตว์ป่ามาทำร้าย ข้าจะทำอย่างไร”
“ป่านี้ไม่มีสัตว์ดุร้ายหรอกเ้าค่ะท่านสบายใจได้ แล้วข้าก็ห่อเนื้อแห้งกับน้ำมาให้ท่านแล้ว ข้าไปนะเ้าคะ” เมื่อครู่เขายังยกดาบชี้มาทางนางอยู่เลยมีหรือว่านางจะเชื่อว่าเขา แล้วนางก็ส่งสายตาไปที่ห่อใบไม้กับลำไม้ไผ่บรรจุน้ำที่วางไว้แล้วกล่าวลา
“เ้าช่างเ็านัก ให้ข้าพักด้วยจนกว่าจะดีขึ้นได้หรือไม่” เขาคิดว่าดีกว่าออกไปเผชิญกับพวกนักฆ่าที่อาจจะยังตามหาตัวเขาอยู่ ในสภาพนี้ถ้าต่อสู้กับนักฆ่าคนสองคนเขาก็ยังพอไหวแต่ถ้าพวกมันมีจำนวนเยอะกว่าที่คิดเขาคงต้านไม่ไหวแน่
“แล้วข้าจะได้อะไรตอบแทนเล่าเ้าคะ”
“…..”
“ถ้าข้าให้ท่านอยู่รักษาตัวที่เรือนข้าจะได้อะไรเ้าคะ และข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อหายดีแล้วท่านจะไม่สังหารข้าทิ้ง” หานฟางเหนียงยืนจ้องหน้าเขา
“แล้วเ้าอยากได้อันใดเล่าและอีกอย่างข้าไม่ชอบทำร้ายเด็ก สตรี โดยเฉพาะผู้มีพระคุณหรอกเชื่อใจข้าได้หรือเ้าจะเก็บดาบของข้าเป็ประกันก็ได้นะ”
“ไม่ดีกว่าเ้าค่ะ”
“…..” เขาเงียบเมื่อนางปฏิเสธ
“ส่วนของที่จะตอบแทนข้านั้นเดี๋ยวข้าจะบอกนะเ้าคะ รีบลุกขึ้นตามมาสิเ้าคะ” ร่างบางมองั์ตาสีดำสนิทของเขาที่ดูเรียบนิ่งมีอำนาจมั่งคงเด็ดขาดถึงนางจะยังไม่รู้ว่าเขาคือใครแต่ในภายภาคหน้านางรู้ว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือนางได้อย่างแน่นอน ก่อนจะเดินไปหยิบเสบียงห่ออาหารเดินนำชายหนุ่มไป
“ซี๊ด โอ๊ย รอข้าด้วย” มุมปากหยักยกยิ้มที่หญิงสาวอนุญาต เดินกะเผลกตามนางไปอย่างช้าๆ
“…..” นางจึงลดความเร็วให้ช้าลงแต่ยังเดินนำเขาอยู่
“ข้ายังไม่รู้นามของเ้าเลย”
“ข้าฟางเหนียงแซ่หานเ้าค่ะ” นางตอบเขาโดยไม่ได้หันไปมองหน้า
“ข้า ซะ… เอ่อ เรียกข้าว่าตงหยางก็ได้” เขาเลี่ยงที่จะบอกนามจริง
“เ้าค่ะ ท่านตงหยาง”
“แล้วเ้าอายุเท่าใด”
“ไม่กี่เดือนข้าจะอายุสิบหกเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นข้าก็เป็พี่เ้าสินะ ข้าอายุมากกว่าเ้าตั้งห้าปี”
“ข้าก็เห็นเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ” เท้าเล็กหยุดเดินหันไปจ้องหน้าเขาแล้วพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินต่อ
“จิ๊ มิใช่ว่านางว่าข้าแก่หรอกหรือ เ้าเด็กน้อยนี่”