“เสี่ยวไป๋ ไปเอามาให้ข้าเร็ว” จางหลิวหยางโยนกิ่งไม้ไปด้านหลังเสี่ยวไป๋ มันหันมองตามก่อนจะวิ่งไปคาบกิ่งไม้แล้ววิ่งเอากลับมาใส่มือจางหลิวหยางด้วยท่าทางประจบ
“เก่งมาก นี่รางวัลของเ้านะ” จางหลิวหยางป้อนเม็ดเก๋ากี้ที่เสี่ยวไป๋ชอบใส่ปากมันเพื่อเป็รางวัล จากนั้นนางก็ปาไม้ออกไปใหม่ เสี่ยวไป๋ะโงับอย่างร่าเริง และใช้ขาสั้นๆของมันวิ่งดุ๊กดิ๊กไปคาบกลับมาส่งให้จางหลิวหยางเพื่อรอรับรางวัลเช่นเคย
“อ่ะรับไป วันนี้พอแค่นี้นะเ้าตัวเล็ก เดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป” จางหลิวหยางส่งเก๋ากี้เม็ดสุดท้ายใส่ปากเสี่ยวไป๋ และลูบหัวมันอย่างเอ็นดูตอนที่มันเคี้ยวเก๋ากี้อย่างเอาเป็เอาตาย
“อาเป่า” จางหลิวหยางเงยหน้าขึ้นมาเห็นหงเป่ากับบ่าวอีกคนพากันเดินอย่างเร่งรีบไปทางโรงครัวจึงเรียกไว้
“ขอรับคุณหนู” หงเป่าหยุดยืนตามเสียงเรียก และหันไปพยักเพยิดบอกบ่าวอีกคนให้เดินนำไปก่อน
“เ้าทำอะไรกัน ทำไมจึงดูรีบร้อนนัก”
“พวกข้ากำลังจัดเสบียงที่จะใช้ทำอาหารส่งไปให้สำนักศึกษาของนายท่านขอรับ”
“ปกติเ้าต้องเอาไปส่งแบบนี้ตลอดรึ”
“ไม่ขอรับ ที่นั่นมีคนครัว กับคนที่ดูแลประจำ แต่่นี้คนดูแลลากลับบ้านเกิดเหลือแต่แม่ครัวกับผู้ช่วยไม่กี่คน นายท่านจึงสั่งให้ข้าช่วยหาวัตถุดิบส่งเข้าไปให้”
“แล้วพวกเ้าจะเข้าไปเมื่อไหร่” จางหลิวหยางถามอย่างสนใจ
“พรุ่งนี้เช้าขอรับ ข้าต้องแวะไปรับเนื้อสัตว์ที่ตลาดก่อนจึงเอาไปส่ง ของจะได้สดๆ วันนี้เตรียมได้แต่ของแห้ง กับผักบางอย่าง”
“อาเป่า พรุ่งนี้ข้าจะไปกับเ้าด้วย” จางหลิวหยางกระซิบเบาๆ ด้วยกลัวเฟยเจินจะผ่านมาได้ยินเข้า
“ห๊ะ! ท่านล้อข้าเล่นใช่ไหมคุณหนู ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด” หงเป่าใจนตาโต ยกสองมือขึ้นมาโบกห้าม
“ทำไมจะไม่ได้ พ่อข้าก็ดูแลที่นั่นอยู่ ทำไมข้าจะเข้าไปไม่ได้” จางหลิวหยางเชิดหน้ากอดอกอย่างดื้อดึง
“โธ่ คุณหนู ใครจะเข้าไปที่นั่นนายท่านต้องอนุญาต ถ้าข้าแอบพาคุณหนูเข้าไปแล้วนายท่านทราบ ข้าซี้แน่”
“แล้วพ่อข้าจะทราบได้อย่างไรเล่าถ้าไม่มีใครบอก ข้าไม่พูด พวกเ้าไม่พูด พ่อข้าไม่มีทางรู้แน่”
“คุณหนู อย่าทำให้ข้าลำบากใจสิขอรับ”
“พอๆ เ้าไม่ต้องพูดแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปกับเ้าด้วย ตอนเช้าข้าจะแอบไปรอเ้าที่ประตูใหญ่” หงเป่ามีสีหน้าสิ้นหวังเพราะไม่สามารถขัดคุณหนูน้อยได้
“อ่อ อีกเื่นึง” จางหลิวหยางเอ่ยและหรี่ตามองหงเป่าอย่างใช้ความคิด
“ก่อนค่ำวันนี้หาชุดแบบที่เ้าใส่มาให้ข้าด้วย”
“ทะ ทำไมหรือขอรับคุณหนู” หงเป่าขมวดคิ้วแปลกใจ
“ก็เ้าไม่อยากให้ใครจับได้ว่าข้าแอบเข้าไป ข้าก็จะแต่งกายให้เหมือนเ้าไง จะได้ไม่มีคนสังเกตุ”
“ห๊ะ!” หงเป่าร้องขึ้น แต่จางหลิวหยางไม่อยู่ฟังต่อนางหมุนตัวเดินฮัมเพลงไปทางห้องรับรองที่มารดามักจะนั่งจิบน้ำชาโดยมีเฟยเจินคอยบีบนวดให้ เสี่ยวไป๋วิ่งตามจางหลิวหยางไปอย่างร่าเริง ส่วนหงเป่านั้นเขายังยืนเหม่ออยู่ที่เดิม
“ท่านแม่ ข้ามาแล้ว”
“หยางเอ๋อร์ เ้าพาเสี่ยวไป๋วิ่งซนจนเหนื่อยแล้วหรือ” เจียลี่หยอกล้อบุตรสาว
“ท่านแม่ กับน้าเจินปักอะไรอยู่หรือเ้าคะ”
“ผ้าเช็ดหน้าไง ที่เ้าใช้อยู่แม่กับอาเจินก็ปักเองทั้งหมด” จางหลิวหยางดึงผ้าเช็ดหน้าที่พับเหน็บไว้กับผ้าคาดเอวออกมาคลี่ดู
“ท่านแม่กับน้าเจินเก่งจังเลย ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าฝีมือคนปักช่างประณีตนัก” จางหลิวหยางประจบ เจียลี่ส่ายหน้ารู้ทัน ส่วนเฟยเจินนั้นยิ้มด้วยความเอ็นดู
“คุณหนู ปากหวานเช่นนี้จะมาขออะไรจากนายหญิงหรือเ้าคะ”
“ข้าเปล่านะ น้าเจินคิดมากไปแล้ว”
“หยางเอ๋อร์ เ้าอย่าลืมนะว่าเ้าเป็หญิง อีกทั้งยังเป็ลูกสาวคนเดียว ถ้าเ้าเป็อะไรไป แม่คนนี้คงต้องตายตามเ้าไป” เจียลี่ดึงมือบุตรสาวไปจับไว้ กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ท่านแม่ เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ ข้าในะ”
“วันที่ไปตลาด เ้าวิ่งตามคนร้ายไป ใช่หรือไม่” เจียลี่มองบุตรสาวอย่างคาดคั้น จางหลิวหยางอึ้งไป ก่อนตวัดสายตาไปหาเฟยเจินและทำปากคว่ำใส่
“อาเจินเป็ห่วงเ้านะ เราทุกคนไม่อยากให้เ้าเป็อันตราย ข้าขอห้ามไม่ให้เ้าทำอะไรที่เสี่ยงเช่นนั้นอีก รับปากข้าสิ”
“ท่านแม่ ข้าขอโทษเ้าค่ะ ต่อไปข้าจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงและให้ท่านต้องเป็กังวลอีก” จางหลิวหยางจำต้องรับปากไปเพื่อความสบายใจของเจียลี่ แต่ด้วยนิสัยนางที่ไม่อาจทนเห็นผู้ใดถูกรังแก หากวันหน้าเกิดสถานการณ์เฉกเช่นเดิมอีก จางหลิวหยางก็จำต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกเช่นกัน
“หงเป่า ข้าอยู่นี่” จางหลิวหยางโผล่ออกมาจากเสาของประตูใหญ่ที่นางมาหลบรอหงเป่าเพื่อจะนำเสบียงเข้าไปส่งที่สำนักศึกษา นางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าผู้ชายที่หงเป่าหลบไปซื้อจากตลาดมาเตรียมไว้ให้เมื่อวาน
“คุณหนู ทางนี้ขอรับ”
“เราต้องไปรับเนื้อสัตว์ที่ตลาดก่อน” หงเป่าบอก
“พ่อข้าหล่ะ”
“นายท่านออกไปแล้วขอรับ” หงเป่ากระตุกบังเหียนม้าเบาๆเพื่อให้มันออกวิ่ง
“แล้วท่านน้าเจินเห็นท่านหรือเปล่า”
“ไม่มีใครเห็นข้า เ้าวางใจเถอะ อีกอย่างข้าแต่งเป็ชายแบบนี้ถึงเห็นก็ไม่รู้หรอกว่าเป็ข้า”
“จะว่าไปแล้ว ข้าใจคอไม่ดีเลยขอรับคุณหนู กลัวนายท่านจับได้”
“อย่าห่วงไปเลย ข้าจะระวัง ไม่ไปใกล้ที่ที่ท่านพ่ออยู่หรอกน่า” จางหลิวหยางยิ้มอย่างอารมณ์ดี ผิดกับหงเป่าที่ทำหน้าเหมือนอมยาขม เพราะเขาตกเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่เต็มใจ หากนายท่านกับนายหญิงรู้เข้า หงเป่าได้โดนโบยจนหลังลายนอนกินน้ำซาวข้าวยาวๆเป็แน่แท้