ตอนที่ 14 ข้าย่อมต้องช่วยประชาชนของข้าอยู่แล้ว
ไม่เพียงแค่อากอร์นเท่านั้นที่ได้รับรายงานหัวหน้าหมู่บ้านเองก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับกลุ่มโจรที่กำลังจะมาเช่นกันและในตอนนั้นเองสีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมา เพราะหากว่ากลุ่มโจรทั้งสองร้อยคนบุกเข้ามาแล้วละก็หมู่บ้านคนแย่แน่......
“พวกเราจะทำยังไงกันดีหากว่าพวกโจรบุกมาที่หมู่บ้านเราแล้วละก็........”
“พวกเราจะไปกลัวอะไรมีท่านหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ทั้งคน!!”
“เ้าจะไปรู้อะไรกลุ่มโจรที่มาในครั้งนี้เป็กลุ่มโจรเสือแดงหัวหน้าของพวกมันเองก็เป็นักรบปฐีขั้นหนึ่งเหมือนกันแถมยังอยู่ในส่วนปลายแล้วด้วยจากที่ข้าได้ยินมา”
“บ้าน่า!!ปกติแล้วกลุ่มโจรที่มีระดับแบบนั้นจะไม่มาบุกหมู่บ้านเรานิ? แล้วแบบนี้พวกเราจะทำยังไงกันดี?!”
“ทุกคนใจเย็นๆก่อน เื่นี้มันต้องมีทางออกอยู่แล้วอีกอย่าตอนกองกำลังของเ้าเมืองเองก็ยังอยู่ที่หน้าหมู่บ้านของเรายังไงพวกเขาก็ต้อง.......”
ปัง!!
“แย่แล้ว!!แย่แล้ว!!”
ทันใดนั้นเสียงประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาภายในห้องประชุมด้วยท่าทางร้อนรนและตื่นใ......
“เกิดเื่อะไรขึ้น?”หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวถามชายหนุ่มที่วิ่งเข้ามาด้วยความสงสัย......
“กองกำลังของเ้าเมืองกำลังรื้อค่ายทหารของพวกเขาและเตรียมตัวออกเดินทางครับท่านหัวหน้า”
ครืดดดดด!!
ห๊ะ!!?
“เมื่อกี้เ้าว่ายังไงนะ?!”หนึ่งในสภาของหมู่บ้านยืนขึ้นพร้อมกับะโถามชายหนุ่มอย่างใพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ดูซีดขาวออกมา.......
“กองกำลังของเ้าเมืองกำลังเตรียมตัวออกเดินทางครับท่านลุงจอแดน”
เมื่อได้ฟังชายหนุ่มชัดๆสีหน้าของเหล่าสภาของหมู่บ้านต่างก็ซีดขาวพร้อมๆ กันแม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านเองก็แสดงสีหน้าหมองๆออกมา รวมถึงชายหนุ่มลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านด้วย......
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ไม่ได้นะ!!”
“จริงด้วย!!หากพวกเขาไปแล้วหมู่บ้านของพวกเราละ?”
“ใช่ใช่ ใช่ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน?!”
ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าที่ดูคาดหวังออกมาเพราะหากว่าอากอร์นและกองทหารของเขาจากไปหมู่บ้านนี้ต้องถูกกลุ่มโจรที่กำลังมาปล้นและฆ่าคนในหมู่บ้านแน่นอน.......
“พวกเราออกไปคุยกับพวกเขากัน”หัวหน้าหมู่บ้านพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินออกจากประตูไปซึ่งคนที่เหลือต่างก็ตามเขาไปเช่นกัน........
ค่ายทหารของอากอร์น......
“เร็วเข้ารีบเก็บของแล้วไปจากที่นี่ก่อนที่พวกโจรจะมา!!”เสียงของเจมส์วิชะโสั่งทหารให้ช่วยกันรื้อถอนค่ายแบบง่ายของพวกเขา......
ขอรับ!!
ครืดดดดด!!
พรึบ!! พับ!!พรึบ!! พับ!!
“ท่านเจมส์วิชขอรับพวกท่านจะไปจริงๆ หรือขอรับ?!”
“ไม่ไปไม่ได้เหรอ?ตอนนี้กำลังมีกลุ่มโจรมุ่งหน้ามาที่นี่ หากว่าพวกท่านไปละก็.......”
“พวกเราอยู่ต่อไม่ได้หรอกเพราะนี้ไม่ใช่ศึกของพวกเรายังไงพวกเราก็ต้องไปข้าและท่านอากอร์นนั้นมาที่นี่เพื่อรับชาวบ้านที่อยู่รอบๆ กลับไปที่เมืองแต่ว่าหัวหน้าหมู่บ้านของพวกเ้าพูดออกมาอย่างหนักแน่นแล้วว่าจะไม่ไปกับพวกเราพวกเราก็คงจะอยู่ต่อไม่ได้แล้ว”
เจมส์วิชพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเศร้าๆออกมา ซึ่งเขาได้เรียนวิชาการแสดงมาจากอากอร์นเรียบร้อยแล้วเขาจึงแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม......
“แต่ว่า......”
“เฮ้อ......ข้าเองก็เข้าใจพวกเ้านะน่าเสียหายหากว่าพวกเ้ายอมติดตามพวกเรากลับไปที่เมืองเซนต์จูรี่ไปเป็ประชากรของเ้าเมืองคนใหม่แล้วก็ละ.........”
“ถ้าพวกเรายอมติดตามท่านกลับไปที่เมืองเซนต์จูรี่ท่านเจมส์วิชจะช่วยพวกเราใช่ไหม?” เมื่อชายหนุ่มคนนั้นได้ยินในสิ่งที่เจมส์วิชพูดแววตาที่ดูมีความหวังก็บังเกิดขึ้นซึ่งชาวบ้านหลายๆ คนที่อยู่แถวๆนั้นเองต่างก็ได้ยินแล้วก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับชายหนุ่มเลย.....
เมื่อเห็นว่าชาวบ้านเริ่มแสดงท่าทางลังเลใจออกมาตามแผนแล้วเจมส์วิชก็ไม่รอช้าะโเสียงดังออกไปทันทีว่า“หากว่าใครก็ตามที่ยอมติดตามพวกเรากลับไปที่เมืองไปอยู่ที่เมืองเซนต์จูรี่และยินยอมเป็ประชาชนของท่านเ้าเมืองคนใหม่ละก็ข้ารับรองได้เลยว่าพวกเ้าจะปลอดภัยจากพวกโจรที่กำลังจะมาถึง” เจมส์วิชพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง......
“ข้าขอไปกับท่านด้วย!!”
เอิ่ม......
“ข้าก็ได้ข้าจะไปด้วย!! กรุณารอข้าเก็บขอสักครู่”
“ข้าเองก็จะไปด้วยเช่นกันใครอยากจะตายอยู่ที่นี่ก็เชิญเลย!!”
มีชาวบ้านหลายคนเริ่มที่จะทนต่อแรงกดดันไม่ไหวแล้วพวกเขาได้ยอมตกลงที่จะจากที่นี่ไปเพราะหากว่าอยู่ที่นี่ต่อพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้ไหมและในขณะนั้นเองชายวัยกลางคนและกลุ่มชายวัยกลางคนกับชายชรากลุ่มหนึ่งก็เดินออกพร้อมกับส่งเสียงว่า.....
“ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!!”
หือ....?
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน?”
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน?!”
เมื่อทุกคนหันไปมองดูก็พบว่าคนที่ส่งเสียะโบอกให้พวกเขาหยุดนั้นก็คือเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านของพวกเขานั้นเอง.....
“ทุกคนหยุดแล้วฟังข้าก่อนพวกเ้าจะทิ้งหมู่บ้านที่เป็บ้านเกิดและเป็สถานที่ที่บรรพบุรุษของพวกเ้าต่อสู้ป้องกันมาไปอย่างนั้นเหรอ?ก็แค่กลุ่มโจรแค่ไม่เท่าไหร่หากพวกเรารวมด้วยช่วยกันยังไงพวกเราก็จะผ่านศึกนี้ไปได้”หัวหน้าหมู่บ้านพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ดูจริงจังออกมาและจ้องมองไปยังทุกๆคน......
“ใช่แล้ว!!หมู่บ้านแรนโดฮอล์ของพวกเรานั้นมีประวัติมายาวนานแล้วจะมาทิ้งไปแบบนี้หรือยังไงกัน? พวกเราเ้าไม่ละอายใจต่อบรรพบุรุษของเ้าหรือ?”ชายวัยกลางคนอีกคนที่อยู่ข้างๆหัวหน้าหมู่บ้านพูดเสริมขึ้นเพื่อช่วยปลุกใจเหล่าชาวบ้าน.......
“พวกเราต่อสู้ร่วมกันมานานแล้วไม่ว่าจะเจอกับภัยร้ายขนาดไหนพวกเราก็ยังผ่านมันไปได้ตลอดกับอีแค่กลุ่มโจรกลุ่มเดียวไหนเลยพวกเ้าถึงได้กลัวกันขนาดนี้?!!”
“พวกท่านก็พูดได้นิ่ว่าต้องสู้เพราะท่านมีพละกำลัง แต่พวกเรานี้ซิพวกเราเป็เพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปที่ไม่เคยจับอาวุธมาก่อนเลยและทุกคนที่เกิดการต่อสู้คนของเราต้องตายกันไปเท่าไหร่แล้วสู้ไปอยู่กับท่านเจมส์วิชจะดีกว่า!!”
“ใช่!!ท่านเจมส์วิชสอนพวกเราใช้อาวุธและสอนให้พวกเราป้องกันตัวแต่พวกท่านละสอนอะไรพวกเราบ้างนอกจากต้องคอยประชุมหาวิธีป้องกันให้หมู่บ้านอยู่รอดต่อไปได้?”
“พวกเราคนหนุ่มขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยหากรอดไปได้ก็ยังสามารถเข้าร่วมกองทัพและฝึกการต่อสู้แล้วกลายเป็ทหารอย่างพวกเขา!!”
ชายหนุ่มหลายคนต่างก็เกิดความคิดต่อต้านและไม่อยากที่จะอยู่สู้ตายที่นี่อีกแล้วเพราะถึงอยู่ไปพวกเขาก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา นอกจากอยู่ไปวันๆ ใช้ชีวิตไปวันๆกับความระแวง......
“เื่นั้น.......”เจอคำพูดของเหล่าชายหนุ่มไปเหล่าสภาหมู่บ้านถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลย.....
เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเขาเสียคนหนุ่มไปมากแล้วและการที่จะชายหนุ่มอายุรุ่นราวขนาดนี้ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ง่ายๆเพราะคนเราโตตามอายุและต้องอายุถึงสิบห้าปีขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถจับอาวุธได้......
แต่ก็ใช้ว่าเด็กอายุสิบหน้าทุกคนจะจับอาวุธแล้วใช้ได้ทั้งหมดบวกกับประสบการณ์และการฝึกสอนที่ไม่เคยมีด้วยแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับเอาชีวิตของพวกเขาไปเสี่ยงก็เท่านั้น.....
ซึ่งไม่เพียงแต่เหล่าชายหนุ่มเท่านั้นบรรดาหญิงสาววัยกลางคนที่เคยเสียลูกและสามีไปเองก็คิดเช่นเดียวกันหากว่ายังอยู่ที่นี่ต่อไปแล้วเกิดกลุ่มต่อต้านของหมู่บ้านรับมือกับพวกโจรหรือสัตว์ร้ายไม่ไหวละพวกนางจะไม่ถูกพวกโจรรุมข่มขืนหรอกเหรอ......
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านข้าเองก็ไม่ได้อยากจะมาบังคับท่านและคนในหมู่บ้านหรอกนะแต่ข้าไม่อาจจะเสียกำลังทหารของข้าไปกับคนอื่นได้ หากว่าท่านหัวหน้าและคนในหมู่บ้านยินยอมที่จะเป็ประชาชนของข้าแล้วละก็ข้าก็ยินดีที่จะทุ้มกำลังที่มีทั้งหมดปกป้องพวกท่าน”
หือ....?
ทันใดนั้นเสียงของอากอร์นก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาที่สวมใส่ชุดเกราะสีทองเต็มยศเดินออกมาจากกระโจมของเขาซึ่งท่าทางของเขาดูองอาจน่าเกรงขามและน่าเคารพอย่างมากและคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้ก็ได้ทำให้ใครหลายคนเกิดความสงสัยขึ้น......
“เมื่อกี้เขาพูดว่ายังไงนะ?ข้าได้ยินไม่ชัดเลย? เมื่อครู่เขาได้บอกว่าเป็ประชาชนของเขาไหม?”
“ข้าเองก็ฟังไม่ทันเช่นกันแต่ดูเหมือนว่าเขาจะพูดแบบนั้นนะ”
อะ!!
ทันใดนั้นสีหน้าของทุกคนก็พลันเปลี่ยนไปหลังจากที่ลองมาคิดดูอีกทีแล้วว่าคำพูดเมื่อครู่นี้มันหมายถึงอะไรแต่พวกเขาก็ยังคงไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าคนตรงหน้าของพวกเขานั้นใช่อย่างที่พวกเขาคิดหรือไม่......
“ท่านเป็ใครกันแน่?”
หัวหน้าหมู่บ้านรู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งมากแข็งแกร่งกว่าเขาจนเทียบไม่ติดเลย แถมบรรยากาศรอบๆตัวของเขายังดูน่าเกรงขามผิดจากรูปร่างและหน้าตาของเขามาก แถมบรรดาทหารที่อยู่รอบๆเขาก็ดูเปลี่ยนไปด้วยราวกับองครักษ์ที่กำลังยืนป้องกันคนสำคัญ......
“ข้าต้องขอโทษท่านหัวหน้าหมู่บ้านด้วยที่ไม่ได้แนะตัวเองอย่างเป็ทางการข้าบารอนอากอร์นเ้าเมืองคนใหม่ที่ทางการส่งมาดูแลเมืองเซนต์จูรี่”อากอร์นพูดแนะนำตัวเองพร้อมกับส่งยิ้มให้กับทุกคนอย่างเป็มิตร......
“เขาเป็เ้าเมืองจริงๆด้วย?!”
“แต่เขาพึ่งจะอายุเท่าไหร่เอง?”
“เขาเป็เ้าเมืองจริงๆเหรอเนี่ย?”
ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าใออกมาเมื่อได้ยินที่อากอร์นแนะนำตัวเอง.....
“ส่วนข้าเจมส์วิชอัศวินรับใช่ของท่านอากอร์น”เจมส์วิชเองก็กล่าวแนะนำตัวเองเช่นกันมีเพียงลอลิเท่านั้นที่ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาแนะนำตัวเองเพราะนางเป็นักฆ่านักฆ่าจะไม่แนะนำตัวเองกับคนทั่วๆ ไปอยู่แล้ว......
“ท่านเป็เ้าเมืองจริงๆอย่างนั้นเหรอ?” ขนาดหัวหน้าหมู่บ้านเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเองแต่ไม่นานเขาก็ยอมรับและเชื่อในที่สุดนั้นก็เพราะว่าความน่าเกรงขามของอากอร์นที่แสดงออกมาให้เขาเห็น......
“ข้าการ์เวลแรนโดฮอล์ หัวหน้าหมู่บ้านแรนโดฮอล์รุ่นที่ยี่สิบสี่ ทักทายท่านเ้าเมือง”การ์เวลแสดงท่าทางเคารพต่ออากอร์นพร้อมกับแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการและพูดต่อว่า“ก่อนหน้านี้ท่านพูดว่าหากพวกเาาวแรนโดฮอล์ยอมตามท่านกลับไปที่เมืองและเป็ประชาชนของท่านท่านจะช่วยพวกเราจัดการกับกลุ่มโจรที่กำลังจะมาใช่ไหม?”
การ์เวลคิดว่านี้คงเป็การตัดสินใจครั้งใหญ่ที่เกี่ยวกับชะตากรรมของหมู่บ้านของเขาแล้วหากว่าเขาเลือกที่จะติดตามอากอร์นไปเขาก็ต้องยอมละทิ้งหมู่บ้านที่บรรพบุรุษของเขาสร้างมาไปแต่หากเขาเลือกที่จะสู้ตายโอกาสรอดนั้นมีไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ......
ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหนตัวเขาก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาแต่ผลที่ได้รับนั้นต่างกันออกไปคนละแบบดังนั้นแล้วเขาจึงได้ถามคำถามย้ำในสิ่งที่อากอร์นได้พูดออกไปก่อนหน้านี้อีกครั้ง......
“แน่นอน.....ข้าย่อมต้องช่วยประชาชนของข้าอยู่แล้ว!!”