หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 53 พบผู้ปกครอง

            หนึ่งอาทิตย์ในมิติของรุ่ยเอ๋อผ่านพ้นไปอย่างสงบสุขภาพร่างกายของกงซุนชื่อเหยียนฟื้นฟูกลับมาเต็มสิบส่วนแล้วในเวลานี้ ส่วนหยางเถาอวี้ก็ง่วนอยู่กับการจัดเก็บสินสงครามให้เป็นระบบระเบียบเรียบร้อยปลูกแร่ทุกอย่างที่เก็บมาได้ เวลานี้มีทั้งถ้ำเงิน ถ้ำทองและถ้ำหยกเพิ่มขึ้นมานางยังได้ตำราฝึกยุทธ์มาให้เก็บสะสมอีกหลายเล่มน่าเสียดายที่ไม่มีเล่มไหนเหมาะกับนาง

            “แม้สุขภาพของท่านตาจะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดังเดิมแต่ท่านอาศัยอยู่ในมิติแห่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูพลังปราณของท่านมากกว่าออกไปติดตามข้าข้างนอกท่านเห็นเป็นเช่นไรเจ้าคะ”

            “ในเมื่อคุณหนูอนุญาตข้าขออยู่ฝึกยุทธ์ในนี้ตามที่ท่านแนะนำขอรับ”

            “อืมทรัพยากรต่างๆ ท่านใช้ได้เต็มที่ หากเบื่อก็ออกไปสูดอากาศข้างนอกเปลี่ยนบรรยากาศได้ตามชอบเลยนะเจ้าคะอยู่กับข้าไม่มีกฎเกณฑ์อันใด เพียงใส่ใจกันก็พอ อิอิ”

            “ขอรับคุณหนู”กงซุนชื่อเหยียนยิ้มเต็มหน้า หยางเถาอวี้ทำให้เขาหวนนึกถึงครอบครัวไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่ตอนนี้ยังมิใช่เวลาอันเหมาะสมที่จะหวนกลับไปทวงคืนทุกสิ่งเขาต้องจดจ่อกับการฟื้นฟูพลังปราณของตนก่อนเป็นอันดับแรก

            “งั้นข้าจะออกไปสำรวจข้างนอกก่อนนะเจ้าคะไม่รู้ข่าเอ๋อพาพวกเรามาถึงที่ไหนกัน”

            “รับทราบขอรับเอ่อ ข้าขอถามได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าคุณหนูคิดจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้ขอรับ”

            “ข้าเหรอข้าจะเดินทางไปสมัครเรียนที่สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนก่อน ที่นั่นน่าสนใจไม่น้อยมีความมั่นใจพอเมื่อไหร่ค่อยออกเดินทางท่องไปให้ทั่วทุกทวีปเจ้าค่ะรวมถึงทวีปหวงหลงของท่านด้วย”

            “โอ้ดียิ่งนัก ข้าจะรอขอรับ” ได้ยินคำตอบเช่นนี้เขาจึงตั้งเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น ก่อนโอกาสเดินทางกลับทวีปหวงหลงจะมาถึงเขาต้องพยายามจัดการเรื่องของเหล่ยอ้าวฉีให้ได้กงซุนชื่อเหยียนครุ่นคิดพร้อมกับค้อมกายลงเป็นเชิงน้อมส่งเด็กสาว

            หยางเถาอวี้ร้องเรียกข่าเอ๋อขณะเตรียมตัวออกจากมิติไปพร้อมกัน

            สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาหลังออกจากมิติของรุ่ยเอ๋อคือทุ่งกว้างซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังแข่งกันเบ่งบานส่งกลิ่นหอมสดชื่นฟุ้งไปทั่วบริเวณ

            “ข่าเอ๋อที่นี่คือที่ไหนเหรอ ยังอยู่ในป่าหมื่นอสูรหรือไม่”หยางเถาอวี้หันไปถามเจ้าตัวเล็กซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาราวกับอยากจะหลบอะไรสักอย่าง

            “มิ้วที่นี่คือป่าหมื่นอสูรชั้นใน บ้านของข้าเองขอรับ”

            “เอ๋ป่าหมื่นอสูรชั้นในที่ว่าอันตรายที่สุดน่ะนะ? แถมยังเป็นบ้านของเจ้าด้วย”หยางเถาอวี้คาดไม่ถึง จู่ๆ ได้มาเยี่ยมบ้านของเจ้าตัวเล็กอย่างกระทันหันป่าแถบนี้ดูงดงามนัก จะมีอันตรายร้ายแรงแฝงอยู่ตามคำร่ำลือหรือไม่

            “บ้านเจ้าสวยออกขนาดนี้เหตุใดยังหนีออกไปอีกเล่า”

            “ขะข้าไม่ได้ตั้งใจ แค่เบื่อสมุนไพรขมๆ เลยอยากออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินบ้างเท่านั้นเอง”

            “ให้มันได้อย่างนี้สิ”หยางเถาอวี้ขยี้หัวของข่าเอ๋อเบาๆ “ป่านนี้พ่อแม่ของเจ้ามิเป็นห่วงแย่แล้วหรือ”

            “จุ๊ๆๆอย่าเอ็ดไปสิพี่สาว ไม่เคยได้ยินหรืออย่างไร เข้าป่าอย่าถามหาเสือ นี่ข้าแอบกลับมาท่านพ่อท่านแม่ยังไม่รู้เรื่อง” ข่าเอ๋อเอานิ้วแตะปากทำท่าอย่างกับคนสองไหล่ห่อย่นราวกับอยากจะหดตัวลงให้เล็กที่สุด

            ทันใดนั้น

            “หนอยๆๆกลับมายังแอบอีกเรอะ เจ้าฝันไปเถอะ กลิ่นเจ้าลอยฟุ้งไปทั่วป่าตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วข้ารึก็วนหาจนเมื่อย ที่แท้มาอยู่ตรงนี้นี่เอง” เสียงแหลมเล็กดังมิ้วๆๆลอยเข้ามาสู่โสตประสาทของทั้งคู่อย่างฉับพลันเล่นเอาทั้งเด็กสาวและเจ้าตัวเล็กสะดุ้งโหยง

            “หยุดเท้าให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะถ้าไม่อยากเจ็บตัว”เห็นข่าเอ๋อทำท่าจะกระโดดหนีไป เสียงของผู้มาใหม่ตวาดดังขึ้นทันที

            หยางเถาอวี้พลอยเผลอทำตัวแข็งทื่อตามไปด้วยตรงหน้านางในเวลานี้มีซือคงจ่วนอี๋น้อยอีกตนปรากฏขึ้นตัวอวบอ้วนและใหญ่กว่าข่าเอ๋อราวช่วงศีรษะ

            “ปาป๊ามาม๊าเจอลูกแล้ว อยู่ที่ทุ่งดอกไม้ทิศใต้ ตามมาสมทบด่วนๆ” ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นอีกรอบหนึ่งที่แท้เจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าคือแม่ของข่าเอ๋อนี่เองพริบตาต่อมาก็มีซือคงจ่วนอี๋ขนาดตัวใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยโผล่ออกมาจากกลางอากาศคราวนี้คงเป็นพ่อของข่าเอ๋อสินะ

            “เจอลูกแล้วเหรอไหนๆ ลูกอยู่ไหน” พ่อข่าเอ๋อสอดส่ายสายตามองหาลูกทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น

            “นั่นไงยืนหลบอยู่หลังนังหนูมนุษย์นั่นแน่ะ” แม่ข่าเอ๋อยกมือชี้นิ้วมาทางหยางเถาอวี้

            “อ้อไอ้ตัวดี มานี่เลย มารับการลงโทษเสียดีๆ”พ่อข่าเอ๋อส่งสายตาดุมองมาทางหนึ่งคนหนึ่งตัวพร้อมออกคำสั่ง

            ข่าเอ๋อรู้ตัวว่าหนีไม่รอดแล้วมันจึงค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากหลังเด็กสาวขยับตัวเข้าไปนั่งจุ้มปุ๊กลงตรงหน้าพ่อแม่ซือคงจ่วนอี๋อย่างอิดออดไม่รู้ทำไมหยางเถาอวี้ถึงพลอยเดินกระดืบๆตัวลีบเข้าไปนั่งลงถัดจากข่าเอ๋อด้วยอีกคนราวกับถูกมนตร์สะกด

            “มานี่เลยข้าจะทำโทษเจ้ายังไงดี”

            “รู้ใช่หรือไม่ว่าทำผิดร้ายแรงขนาดไหน”

            “พ่อเคยบอกเจ้ากี่ครั้งกี่หนแล้วว่าข้างนอกนั่นมันอันตรายนักหากออกไปแล้วถูกมนุษย์ใจร้ายจับได้ เจ้าจะต้องถูกถลกหนังเอาไปทำกระเป๋าเนื้อเจ้าก็จะถูกโยนลงหม้อตุ๋น เจ้าไม่รู้จักกลัวบ้างหรือยังไง”

            หยางเถาอวี้นั่งฟังเสียงผลัดกันก่นด่าข่าเอ๋อเอ้ย เสียงอบรมอย่างไม่มีช่องไฟให้แทรกได้จนเริ่มเวียนหัวกับเสียงมิ้วๆๆๆภาพตรงหน้าของนางคือสองซือคงจ่วนอี๋ที่กำลังนั่งๆ ยืนๆ ชี้นิ้วขึ้นๆ ลงๆมาที่เจ้าตัวเล็กข้างๆ ปากก็พ่นไม่หยุด

            “ที่สำคัญที่สุดเจ้ายังถึงกับพามนุษย์เข้ามายังสถานที่แห่งนี้อีกด้วย”

            “เพื่อความปลอดภัยของเราปาป๊า ท่านฆ่านังหนูมนุษย์ผู้นี้ปิดปากเสียเลยเถอะ จะได้หมดปัญหา”หยางเถาอวี้สะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินประโยคล่าสุดนี้ พวกท่านใช่เล่นแรงไปแล้วหรือไม่

            “ไม่ได้นะพี่สาวเป็นคนดี ข้า ข้ามีเหตุจำเป็นจริงๆ ถึงได้พานางหนีมาที่บ้านเรา”ข่าเอ๋อก็ตกใจไม่น้อย มันรีบโบกมือโบกไม้ปฏิเสธเป็นพัลวัลทั้งยังกระโดดขึ้นมายืนบนตักของหยางเถาอวี้อีกด้วย

            “ไอ้หยาออกไปเที่ยวได้ไม่ถึงเดือน เจ้าก็ริอาจปกป้องมนุษย์แล้วหรือ”

            “ไหนพวกท่านคอยสั่งสอนข้าอยู่เสมอว่าเกิดเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ต้องใจดีมีเมตตาแล้วเหตุใดถึงเอ่ยปากก็จะฆ่าจะแกงผู้อื่นเสียตั้งแต่ที่ยังไม่รู้จักกันเลยเล่า”

            “มันใช่เวลาที่จะมาถกกันเรื่องศีลธรรมจรรยาหรือไม่เล่าเพื่อปกป้องความลับของสถานที่แห่งนี้และครอบครัว พวกเราต้องทำ” แม่ข่าเอ๋อตวาดลั่น

            “งั้นพวกท่านจะฆ่าพี่สาวยังไงเกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นพวกท่านฆ่ามดสักตัว...” ข่าเอ๋อทุ่มเถียงเต็มที่

            “เออะ...”ราวกับเวลาหยุดไหลไปชั่วขณะ ความเงียบกริบกลับเข้าครอบครองผืนป่าสองหูของหยางเถาอวี้ได้พักไปครู่หนึ่ง

            “เจ้าจะมากไปแล้วนะ เจ้ากล้าเถียงพ่อเถียงแม่เพื่อมนุษย์รึ”พ่อข่าเอ๋อรู้สึกเสียหน้ากับคำถามของบุตรชายตนนักหากเป็นมนุษย์คงได้เห็นสีหน้าที่ประเดี๋ยวเขียวคล้ำประเดี๋ยวอับอายสลับกันไป

            หยางเถาอวี้ได้ยินที่ข่าเอ๋อพูดจึงค่อยเบาใจลงบ้างสมกับที่ซือคงจ่วนอี๋เป็นสัตว์อสูรที่รักสงบเสียจริงๆแม้แต่มดสักตัวก็ยังไม่เคยฆ่าเลยหรือ เช่นนั้นเราก็คงรอดแล้ว

            “อีกอย่างพวกท่านไม่ได้สังเกตุหน้าผากของข้ากับพี่สาวเหรอข้าทำพันธะผูกพันกับพี่สาวแล้วด้วย” ข่าเอ๋องัดไม้เด็ดไม้ตายของตนออกมาทันที

            ได้ยินเช่นนั้นสองซือคงจ่วนอี๋จึงเงยหน้าขึ้นมองหน้าผากของหยางเถาอวี้เมื่อใช้ตาที่สามตรวจดูจึงเห็นสัญลักษณ์แห่งพันธะสัญญาอย่างหนึ่งประทับอยู่จริงๆ

            “โอย...ข้าจะเป็นลม” แม่ข่าเอ๋อร้องมิ้วๆ ครวญครางทำท่าคอพับคออ่อนล้มลงอิงซบกับบ่าของพ่อข่าเอ๋อที่รีบยื่นแขนเล็กอวบออกมารับร่างของผู้เป็นภรรยาได้ทันท่วงที

            “เจ้าเจ้าบังอาจนัก บังอาจจับลูกข้าไปเป็นทาสหรือ” พ่อข่าเอ๋อกระทืบเท้าเร่าๆ ในขณะที่ประคองภรรยาของตนอยู่ในมือ

            “ท่านพ่อท่านตาถั่วหรือยังไง นี่มันสัญลักษณ์พันธะผูกพันไม่ใช่สัญลักษณ์พันธะผูกอสูรเสียหน่อย ข้าเป็นคนทำพันธะกับพี่สาวเอง ข้าชอบนาง”

            “ไอ้ไอ้ลูกไม่รักดี” พ่อข่าเอ๋ออับจนคำพูด โกรธจนหนวดกระดิกควันออกหูแล้วในเวลานี้

            หยางเถาอวี้เกรงว่าเรื่องราวจะยิ่งไปกันใหญ่นางครุ่นคิดหาวิธีการสงบศึกเป็นพัลวัล เอาอย่างนี้ลองดูดีกว่าว่าแล้วก็รีบวาดมือออกไปคราหนึ่ง

            ตรงหน้าของสองพ่อแม่ซือคงจ่วนอี๋ปรากฏผลไม้หลากชนิดหลายสีสันกองโตอีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมยั่วยวนละลานตาละลานจมูกไปหมด หยางเถาอวี้แทบจะขนผลไม้สุกทุกลูกออกมาจากมิติแล้วกระมังนางพนันทุ่มหมดหน้าตักเมื่อนึกถึงนิสัยของข่าเอ๋อน้อย พ่อแม่คงไม่ต่างกันหรอกน่า

            เพียงเห็นสองพ่อแม่ซือคงจ่วนอี๋น้อยผุดลุกขึ้นยืนตัวแข็งทื่อที่คอพับคออ่อนอยู่พลันสลายหายไป หนึ่งสามีหนึ่งภรรยาตัวน้อยค่อยๆยื่นมือออกมาหยิบเอาลูกอิงเถาบ้าง ลูกผิงกั่วบ้าง ไปดมฟุดฟิดๆจากนั้นจึงส่งเข้าปาก ข่าเอ๋อมองพ่อแม่ของตนตาปริบๆจากนั้นจึงหันไปมองพี่สาวแสนดีของตน หยางเถาอวี้ตาไม่ฝาดนางเห็นมันยกนิ้วโป้งชูให้พร้อมหรี่ตาใส่ ‘พี่สาว ท่านแน่มาก’

            นับว่ากลยุทธ์นี้สำเร็จลงอย่างงดงาม

            ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าเวลานี้ทั่วทุ่งดอกไม้ตกอยู่ในความเงียบสงัดได้ยินแต่เสียงกร้วมๆ แจ๊บๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นเวลานานมีเสียงข่าเอ๋อกับหยางเถาอวี้เอ่ยแทรกแนะนำวิธีกินผลไม้หลายอย่างดังขึ้นประปรายกระทั่งผลไม้กองโตหายไปจนเกลี้ยง

            “เอิ๊ก..”เสียงเรอดังขึ้นจากสองซือคงจ่วนอี๋น้อยที่บัดนี้กำลังเอนกายลงลูบพุงของตนหัวหูเห่อร้อนเป็นสีชมพูท่าทางเขินอายดูท่าสติคงเพิ่งกลับคืนมาหลังจากฟาดอาหารกองโตหมด

            “ท่านพ่อข่าเอ๋อท่านแม่ข่าเอ๋อเจ้าคะ หากพวกท่านชอบ ข้ามีต้นกล้าของผลไม้เหล่านี้เพาะไว้มากมายอีกสักเดี๋ยวให้ข่าเอ๋อนำไปปลูกไว้ในสวนบ้านของท่านทุกอย่างเลยต่อไปพวกท่านจะได้มีผลไม้มากมายไว้เก็บกินไม่มีขาด ดีหรือไม่เจ้าคะ”เด็กสาวเสนออย่างประจบเอาใจเต็มที่

            “โอ้นังหนู เจ้าเป็นเด็กมนุษย์ที่นิสัยดีจริงๆมิน่าไอ้ลูกไม่รักดีของข้าถึงยอมทำพันธะผูกพันด้วย” พ่อข่าเอ๋อรีบพยักหน้าตอบ

            “แหมช่างมีน้ำใจเสียจริงแม่หนูน้อย” แม่ข่าเอ๋อก็ไม่น้อยหน้านางขยับเข้ามาเอามือเล็กอวบอูมของตนแตะต้นขาของหยางเถาอวี้ซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิมเป็นพยานเฝ้ามองมหกรรมการกินอันแสนดุเดือดที่เพิ่งสิ้นสุดลง

            “ว่าแต่เจ้าเรียกลูกข้าว่าข่าเอ๋อหรือ” นางซือคงจ่วนอี๋น้อยเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้

            “ใช่เจ้าค่ะหวังว่าท่านแม่ข่าเอ๋อจะไม่โกรธที่ข้าถือวิสาสะตั้งชื่อให้เขานะเจ้าคะพอดีว่าจะได้เรียกคล่องปากขึ้นน่ะเจ้าค่ะ”

            “ก็ถือว่าเป็นชื่อที่ใช้ได้เรียบง่ายดี” แม่ข่าเอ๋อตอบ

            “อืมนับว่าเป็นชื่อที่น่ารักดี งั้นเจ้าไม่สนใจจะตั้งชื่อให้พวกข้าบ้างหรือปกติอยู่กันแค่สามตัวพ่อแม่ลูก เลยเรียกกันแต่ปาป๊า มาม๊ากับไอ้ลูกไม่รักดีนี่แหละ” พ่อข่าเอ๋อเสนอความเห็นบ้าง

            “ไอ้หยาปาป๊าความคิดดี ไหนๆ นังหนู เจ้าลองตั้งชื่อให้พวกข้าบ้างสิ” แม่ข่าเอ๋อสนับสนุนเล่นเอาหนึ่งลูกกับหนึ่งเพื่อนลูกงวยงง อย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอ...

            “อ่างั้น พวกท่านอยากได้ชื่อประมาณไหนกันบ้างเจ้าคะ” ตั้งชื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ถามไถ่ความต้องการของเจ้าตัวก่อนน่าจะดีกว่า

            “ข้าเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์รูปร่างหรือก็สง่าน่าเกรงขาม มันต้องเป็นอะไรที่ฟังดูยิ่งใหญ่” พ่อข่าเอ๋อตอบ

            “ส่วนข้าออกจะงดงามขนาดนี้ขอชื่อที่สามารถแสดงถึงความงามของข้าก็แล้วกันนะ”

            หนึ่งลูกกับหนึ่งเพื่อนลูกกำลังทำหน้ามึนอ้าปากค้างเมื่อได้ยินหยางเถาอวี้ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย

            “งั้น..ท่านพ่อข่าเอ๋อชื่อจุ้ยเฉียง (แข็งแกร่งที่สุด) ท่านแม่ข่าเอ๋อชื่อจุ้ยเหม่ย(สวยที่สุด) เช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ” ช่างเป็นชื่อที่สิ้นคิดอะไรเช่นนี้หยางเถาอวี้แอบคิดในใจ แต่ฉุกละหุกอย่างนี้นางก็คิดชื่อดีๆ ไม่ออกจริงๆ

            “ยอดเยี่ยมเอาตามนี้แหละ ข้าชื่อจุ้ยเฉียง ฮ่าๆๆ สมกับที่ข้าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด”

            “ข้าก็ชอบจุ้ยเหม่ย สมตัวข้านัก ต่อไปนี้พวกเราก็มีชื่อแล้ว” แม่ข่าเอ๋อจุ้ยเหม่ยชื่นชมชื่อใหม่ของตน

            “เอาล่ะในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ข้าก็จะยอมอภัยให้พวกเจ้าทั้งสอง ข่าเอ๋อไหนเล่าให้พ่อแม่ฟังหน่อยซิว่าที่หายตัวไป เจ้าไปทำอะไรมาบ้าง...”

            “ขอรับ”และแล้วเหตุการณ์คล้ายๆ เดิมก็วนเวียนมาให้หยางเถาอวี้ปวดหัวใหม่ นางได้ยินเสียงมิ้วๆๆเจื้อยแจ้วต่อไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วยามกระทั่งนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้จึงหาจังหวะเอ่ยขัดขึ้น

            “อ่าท่านพ่อจุ้ยเฉียง ท่านแม่จุ้ยเหม่ยเจ้าคะ ข้าขอถามอะไรสักหน่อยได้ไหมเจ้าคะ”

            “ว่ามาสินังหนูเวลานี้พวกเราต่างก็เป็นคนกันเองแล้ว มีอะไรก็ถามมาเถอะ”

            “คือว่าก่อนหน้านี้ข่าเอ๋อนำหญ้าไส้ขาดมาให้ข้าช่วยรักษาคนข้าจึงสงสัยว่าที่นี่คงยังมีอยู่ หากข้าจะขอปันไปปลูกบ้างสักต้น จะได้ไหมเจ้าคะ”

            “โถนึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่นี้เอง เจ้าช่วยดูแลข่าเอ๋อของเราเป็นอย่างดีอีกทั้งเมื่อครู่ยังแบ่งผลไม้รสเลิศให้พวกเราอีกตั้งมากแค่หญ้าไส้ขาดต้นเดียวจะไปพออะไร ข่าเอ๋อ เจ้าพาพี่สาวเจ้าไปที่สวนสมุนไพรเถอะนางอยากได้อะไรเจ้าก็แบ่งให้นางไปปลูกเสีย ข้าอนุญาตถือว่าแลกกับต้นกล้าผลไม้ด้วย” จุ้ยเฉียงเอ่ยตอบอย่างไม่ลังเลใจสีหน้ามีเมตตายิ่งนัก

            หยางเถาอวี้ได้ยินเช่นนั้นจึงตาโต‘สวน’ เชียวหรือ อย่างนี้ก็ต้องมีสมุนไพรอื่นๆ อีกมากมายเลยน่ะสิ