"เพราะเหตุใด"
อาจารย์มู่เอ่ยถามฟางเหนียงที่นั่งเงียบมานาน
"การเข่นฆ่าผู้อื่นแบ่งเป็ ตั้งใจ มิตั้งใจ และทำไปด้วยความจำเป็"
"นั่นมันคือการเข่นฆ่าของผู้ที่เป็คนธรรมดามิใช่หรือ หากเ้ามิรู้จริงก็เงียบไปเสียดีหรือไม่" เป็ศิษย์อีกคนเอ่ยขึ้นเพื่อดูถูกหญิงสาว
"ในตำราผู้พลังิญญาเล่มที่ 3 หน้า 48 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าไม่มีกฎของการเข่นฆ่าสำหรับผู้พลังิญญา การเข่นฆ่าไม่มีกฎหากทำเพื่อความจำเป็แล้ว แม้ว่าจะถูกหรือผิดก็คือการเข่นฆ่าอยู่ดี แต่ถ้าหากเข่นฆ่าเพราะความตั้งใจแล้วไม่ว่าจะผู้คนธรรมดาหรือผู้พลังิญญาก็นับว่าเป็คนชั่ว เพราะฉะนั้น...."
ฟางเหนียงลากเสียงยาวและหันหน้าไปทางห่าวหลาน ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ก็เปิดตำราตามหน้าที่หญิงสาวบอกทันที
"เพราะฉะนั้นอันใดของเ้า..."
"ฮ่าๆ ..เพราะฉะนั้นเ้ามิควรรีบตอบคำถามแต่ควรฟังคำถามให้ดี มิเช่นนั้นเ้าอาจถูกหักแต้มได้..."
ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดีและนั่งลงที่เดิม ศิษย์ที่เหลือต่างเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคำตอบที่หญิงสาวเอ่ยถูกต้องทุกคำและมองไปที่ห่าวหลาน เขาไม่เคยเจอใครมีปัญหากับความสามารถและความรู้ที่เขามีมาก่อน แต่เขาทำได้เพียงกำมือแน่นด้วยความโมโหและนั่งกลับที่เดิม
"ไม่คิดมาก่อนว่าแม่นางฟางเหนียงจะศึกษาตำราล่วงหน้ามาดีเช่นนี้ ใช่! คำตอบของเ้าถูกต้องเดิมทีข้าแค่อยากทดสอบว่าพวกเ้ามีความเข้าใจมากขนาดไหน"
.
่บ่ายของวัน
"ได้ข่าวว่าเ้าโต้แย้งเื่การสอบในวันนี้หรือ"
หยงอี๋เอ่ยทักหญิงสาวก่อนที่จะเริ่มฝึกให้นาง
"ข้ามิได้โต้แย้งนะเ้าคะ เพียงบอกคำตอบที่ถูกเท่านั้น"
หญิงสาวรีบเอ่ยแย้งในทันที หยงอี๋จึงยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูหญิงสาว ที่จริงเื่ที่นางขอฝึกพลังิญญาเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะรับมือกับนางมิไหว แต่วันนี้ดูจากที่อาจารย์มู่เล่า ว่านางศึกษาตำรามาก่อนจนละเอียดถี่ถ้วนกว่าศิษย์คนอื่นที่ศึกษามาก่อนนางเสียอีก
"เช่นนั้นเริ่มฝึกกันเถอะ เ้าต้องฝึกพื้นฐานในการฝึกพลังิญญากับข้าก่อนที่จะไปฝึกกับเ้าสำนักได้"
"เ้าค่ะ!"
.
ณ ตำหนักหลิวรุ่ย
"นางเริ่มฝึกแล้วเช่นนั้นหรือ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังไม่ละจากแผ่นกระดาษที่มีรูปบุรุษตรงหน้า เขากำลังเลือกชายที่จะมาแต่งงานกับนาง แต่ก็ยังมิพบคนที่เขา้าเสียที
"ขอรับ"
"ไปบอกกับนาง หากถอดใจตอนนี้ยังพอมีโอกาส"
หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ผู้ช่วยที่ได้ยินเช่นนั้นก็เตรียมตัวจะออกไป แต่เขาก็ต้องชะงักเท้าเพราะเ้าสำนักยกมือห้ามไว้ หนิงเฟิ่งยังคงนั่งเงียบอย่างใช้ความคิด
"ข้าจะไปดูนางหน่อย"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาในที่สุด ก่อนที่จะลุกจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ และเดินออกไปด้วยท่าทีสง่างามเช่นเคย
"เพียงแค่เดินเหตุใดท่านเ้าสำนักถึงสง่างามเช่นนี้"
อาเหยาที่อยู่ข้างกายบ่นออกมาอย่างทนมิไหว เมื่อได้ชื่นชมท่าทางของผู้เป็นาย และรีบวิ่งตามไปให้ทัน
.
เป็เวลากว่า 1 ชั่วยามที่ชายหนุ่มยืนมองฟางเหนียงด้วยท่าทางสงบนิ่งที่ไม่ไกลจากลานฝึกมากนัก อาเหยามองเ้านายของเขาด้วยแววตาแห่งความสงสัย 'ไหนบอกว่าจะมาดูแม่นางฟางเหนียงฝึกพลังิญญาเหตุใดถึงเลือกที่จะยืนดูไกลขนาดนี้กัน หรือคนแก่สายตายาว' เขาทำได้เพียงเอ่ยเพียงในใจเท่านั้น ขืนบ่นออกมาให้ได้ยินมีหวังโดนเ้านกฟินิกซ์เพลิงวิหคพ่นไฟใส่เป็แน่ ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบแสดงแววตาแห่งความอบอุ่นออกมา ในดวงตาของเขาจ้องมองหญิงสาวที่ล้มแล้วล้มเล่าขณะที่ถูกหยงอี๋ปล่อยพลังเข้าใส่ จนร่างกายของนางตอนนี้แทบดูไม่ได้ แผลถลอกเกิดขึ้นตามเนื้อตัวของนาง ใบหน้าและตลอดทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน ไม่เหลือคราบของคุณหนูในห้องหออย่างเช่นเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว เขายอมรับว่านางในตอนนี้ไม่เหมือนนางในเมื่อก่อน แววตาของนางดูมุ่งมั่น เม็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้านางเพียงใช้แขนเสื้อเช็ดมันลวกๆ และกัดฟันลุกขึ้นสู้ต่อ
อีกด้านมีหญิงสาวนางหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากลานฝึกเช่นกัน นางจ้องฟางเหนียงด้วยสายตาไม่เป็มิตรมากนัก ฝ่ามือของนางกำเข้าหากันด้วยความอิจฉาพร้อมมองฟางเหนียงสลับกับท่านรองเ้าสำนัก 'ข้าฝึกตนและตั้งใจร่ำเรียนเพื่อวันหนึ่งข้าจะได้รับรางวัลผู้ที่มีคะแนนสูงสุด หากรางวัลนั้นเป็ข้า รองเ้าสำนักจะเป็ผู้ฝึกพลังิญญาให้ข้าเอง แต่เ้าเป็ใครกันใช้สิทธิ์อะไรกัน ขนาดแค่ฝึกยังไม่แสดงสัตว์ิญญาของตัวเองด้วยซ้ำ เหตุใดถึงได้ฝึกกับเ้าสำนัก' เมื่อคิดมาถึงตรงนี้มือของนางที่กำเข้ากันแน่นก็แบออก จากนั้นเกิดพลังแสงสีฟ้าและมีลูกนกตัวน้อยบินออกมา เพียงนางปัดมือเล็กน้อย นกตัวเล็กก็บินด้วยความรวดเร็วไปทางฟางเหนียงเหมือนอย่างกับเข็มธนู ฟางเหนียงที่กำลังตั้งรับการโจมตีจากรองเ้าสำนัก ไม่ทันได้สังเกตกว่าที่นางจะรู้ตัวก็เกือบเข้าประชิดตัวแล้ว เวลาไม่กี่วินาทีหากให้นางเลือกว่าจะรับการโจมตีของผู้ใดนั้นเพราะเช่นไรนางก็ไม่มีทางหลบได้ทั้ง 2 การโจมตีนี้เป็แน่ เวลาเพียงเสี้ยววิ นางเลือกที่จะหลบการโจมตีของแสงสีฟ้าที่มีรูปร่างคล้ายธนู โดยการพุ่งทะยานตัวขึ้นจังหวะนั้นทำให้ถูกพลังของหยงอี๋ที่ปล่อยออกมา ฟางเหนียงหลับตารอรับกับความเจ็บนั้น
ตู้ม~~~
"ฟางเหนียง..."
หยงอี๋ะโออกมาด้วยความใ เขาชะล่าใจที่เห็นนางรับมือกับการโจมตีของเขาได้ จึงเพิ่มพลังโจมตีของเขามากขึ้นแต่ไม่คิดว่านางจะไม่เพียงไม่หลบหรือตั้งรับ แต่ยังพุ่งเข้าหาพลังที่เขาส่งไปเสียอีก
เสียงะเิดังสนั่นและเป็แสงสีขาวจนมองไม่เห็นว่านางเป็เช่นไร หลังจากแสงนั้นจางหายไปจึงพบกับนกฟินิกซ์เพลิงวิหคขนาดใหญ่ มันใช้ปีกคลุมร่างกายของหญิงสาวไว้ ทำให้หยงอี๋ที่เห็นเช่นนั้นถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก หญิงสาวในมุมมืดที่เห็นว่าแผนของตนที่ลอบทำร้ายฟางเหนียงไม่สำเร็จก็รีบออกจากบริเวณนั้นในทันที ปีกฟินิกซ์ร่างใหญ่กางปีกมันออกจากนั้นรูปร่างก็ค่อยๆ เลือนรางไป ฟางเหนียงที่ลอยอยู่เหนืออากาศก็ค่อยๆ แตะที่พื้นดินอย่างช้าๆ
"เป็เช่นไรบ้าง"
รองเ้าสำนักหยงอี๋รีบเข้ามาหาหญิงสาวในทันที พร้อมประคองนางให้ยืนด้วยท่าทางสบายๆ
"ข้ามิเป็อันใดมากเ้าค่ะ"
ฟางเหนียงเอ่ยเสียงเบา เพราะถึงแม้ว่านกฟินิกซ์เพลิงวิหคของเ้าสำนักหนิงเฟิ่งจะสามารถปกป้องนางได้ทันท่วงที แต่ขึ้นชื่อว่าพลังิญญากลิ่นอายของพลังถึงตัวนางก่อนที่พลังจะถึงเสียอีก ทำให้นางได้รับพลังนั้นด้วย จังหวะนี้เองเป็่ที่หนิงเฟิ่งเดินเข้ามาพอดี
"วันแรกก็เจ็บหนักเช่นนี้ หากเ้าทนมิได้ก็ถอดใจเสียตอนนี้ยังทันข้าจะไม่ถือสากับคำพูดของเ้าก่อนหน้านี้"
เสียงทุ้มเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาไม่ได้มองมาที่หญิงสาวแต่กลับมองไปทางอื่นแทน
"ที่ข้าเจ็บหนักเช่นนี้มิใช่ว่าข้ามิตั้งใจ แต่เพราะว่ามีคนตั้งใจลอบทำร้า...."
"แล้วอย่างไร นั่นเป็เพราะเ้ามิตั้งใจมากพอ หนักไม่เอาเบาไม่สู้โทษทุกอย่างที่ไม่ใช่โทษตัวเอง หากวันหนึ่งแม้แต่รวบรวมพลังิญญาเ้าก็ไม่สามารถทำได้"
ฟางเหนียงยังเอ่ยไม่จบ ก็ถูกหนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นแทรกเสียก่อน นางกำมือแน่นและจ้องหน้าเขาอย่างหักห้ามไม่ให้ตนเองโมโหไปมากกว่านี้
"ได้! เช่นนั้นท่านมาคอยดูว่าท่านหรือข้าที่ใครจะทนได้มากกว่ากัน"
หญิงสาวเอ่ยจบก็เดินกระเผกออกไปในทันที หนิงเฟิ่งมองตามหลังหญิงสาวจนลับตา
"ปล่อยไปเช่นนี้จะไม่เป็อันใดหรือขอรับ เป็ข้าเองที่พลั้งมือทั้งที่นางก็ตั้งรับมาได้ทุกครั้ง"
เป็หยงอี่เอ่ยออกมาด้วยความเป็ห่วง
"มิใช่ความผิดของเ้า เป็เพราะนางถูกลอบทำร้าย"
"ถูกลอบทำร้ายเช่นนั้นหรือ"
"เหยี่ยวเพเรกริน"
"เป็นางหรือ.."
หยงอี่เอ่ยด้วยใบหน้าที่ยากจะเชื่อ แต่คนที่บอกเขาคือท่านเ้าสำนักจึงทำให้เขาเองก็ไม่สามารถเอ่ยถามอย่างสงสัยได้ว่าอาจจะดูผิด เขาเองก็ชื่นชมนางอยู่ไม่น้อยที่ตั้งใจฝึกฝนและอีกทั้งผลการเรียนของนางยังก้าวนำคนอื่น และสงสัยว่าเพราะเหตุใดกันถึงทำให้นางกระทำเช่นนี้
"เหยี่ยวเพแรกรินเป็นกที่บินได้เร็วมาก โดยทำความเร็วที่ได้ 321-563 ลี้ต่อชั่วยาม ด้วยความเร็วนี้ทำให้ปากของมันที่พุ่งมากลายเป็หัวธนู"
เป็อาเหยาที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้น หนิงเฟิ่งที่ได้ยินก็พยักหน้ารับ
"ท่านเ้าสำนักมิต้องเป็ห่วงเื่นี้ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย"
หยงอี๋เอ่ยจบก็ทำท่าคารวะและเดินออกไปทันที
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว