ความหอมชวนน่าหลงไหลราวกับอยู่ในทุ่งดอกไม้ที่แสนจะหอมหวาน รสเปรี้ยวแสนจะจี๊ดจ๊าด รสหวานแสนละมุ่น นี้คือรสชาติของผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อนที่ตัวมันเลือก!
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้ใช้หัวใจนำทาง” กรีนชิลดพูดออกมาอย่างภูมิใจเมื่อมันได้ลองกินผลที่มันเลือกเองกับมือซึ่งไม่ทำให้มันผิดหวังแม้แต่นิดเดียวและยิ่งไปกว่านั้นคือ...
“เหมือนผลจะมีสถานะเกี่ยวกับร่างกายอยู่” กรีนชิลดพูดออกมาหลังจากกินผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ในระหว่างกินมันไม่รู้สึกถึงสถานะพิเศษอะไรแต่เมื่อมันกินเสร็จผิวหนังของมันเกิดรู้สึกตึวขึ้นมาราวกับพึ่งได้ดูดซับธาตุเหล็กจากพื้นดินมาแถมใบไม้บนร่างมันยังโตขึ้นอย่างกะทันหันซึ่งนั้นเป็นตัวบ่งบอกว่าผิวหนังของมันถูกเร่งจากปัจจัยภายนอก
“สนใจ!?” สมิธเองก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาแปลกๆเหมือนกันหลังจากกินผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อน ความรู้สึกที่ตัวเขาได้รับคือเหมือนผิวหนังของเขาจะเต่งตึงกว่าปกติอย่างกับได้รับการบำรุงรักษามานาน สิ่งแรกที่สมิธคิดได้หลังจากสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์นี้คือ ’ขายดีแน่ถ้าเอาผลนี้ไปขายกับผู้หญิง’
[สตอเบอรี่เมล่อน]
[ระยะในการเติบโต : 8 + 8 [16]
[สุขภาพ : สุดยอด]
[อารมณ์ : สุดยอด]
[คุณสมบัติ : ผิว?]
[เก็บเกี่ยว : 2/3]
“อยากลองผลแตงโมทะเลเลือดแล้วสิว่ามันจะเป็นไง” สมิธชักอยากจะรู้แล้วว่าผลต่อไปจะเป็นไง อดใจรอไว้รออีกแค่ 2 วันเท่านั้น!
สมิธเก็บผลสตอเบอรี่เมล่อนหลายสิบลูกใส่ช่องเก็บของก่อนจะเดินขึ้นเขาเพื่อนำไปให้ฟีนิกซ์ที่ซึ่งกำลังอาศัยอยู่บนยอดเขา จากคำบอกเล่าของกรีนชิลดตอนแรกฟีนิกซ์ก็อยากจะอยู่ที่ตีนเขาเพื่อให้ลูกๆของเธอได้อยู่ใกล้กับฟาร์ม อย่างไรก็ตามด้วยความร้อนจากตัวฟีนิกซ์เธอเป็นกังวลว่าอาจจะส่งผลเสียต่อฟาร์มมากกว่าเธอจึงตัดสินใจไปอยู่บนยอดเขาแทน ยิ่งไปกว่านั้นกรีนชิลดยังบอกอีกว่าทั้งสามคนจากหน่วยพิเศษนั้นเมื่อเห็นการปรากฏตัวของฟีนิกซ์พวกนั้นรีบบอกลาแล้วจากไปทันทีโดยไม่รอสมิธเลยแม้แต่นิดเดียว สมิธเดาว่าพวกนั้นคงรีบกลับหน่วยเพื่อไปรายงานตามปกติ
แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลที่สุดคือสถานการณ์ของโลกในตอนนี้ที่เริ่มจะรุนแรงขึ้นแล้ว ตลอดระยะทางตอนกลับสมิธเปิดวิทยุบนรถคอยฟังข่าวตลอดเวลาซึ่งจากข่าวทั้งหมด 8 ใน 10 ล้วนแล้วเป็นข่าวเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างมิติบุกทำลายสิ่งก่อสร้างหรือสังหารมนุษย์ และสิ่งที่เป็นประเด็นเดือดที่สุดในตอนนี้คือความโกรธของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลเนื่องจากยังไม่มีมาตการตอบโต้ที่ชัดเจนสำหรับสิ่งมีชิวิตรุกรานเหล่านั้น
“นี้ครับผลไม้จากฟาร์มของผม” สมิธนำผลสตอเบอรี่เมล่อนหลายสิบลูกออกมาจากช่องเก็บของให้กับคุณแม่ฟีนิกซ์
“ช่างเป็นการต้อนรับที่อิ่มท้อง” เธอกล่าวชื่นชมมนุษย์ผู้นี้ที่สรรหาของขวัญต้อนรับได้อย่างดีเยี่ยมและเป็นที่น่าพึ่งพอใจเป็นอย่างมากหากดูจากบรรดาลูกๆชองเธอที่กินผลไม้หน้าตาแปลกประหลาดนี้อย่างตะกละตะกลาม
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สิ่งมีชีวิตเปรียบเสมือนดั่งทวยเทพยอมรับและเลือกพักอาศัย ณ ที่แห่งนี้” สมิธพูดขอบคุณจากใจจริงออกมา นี้คือความจริงใจและคำขอบคุณอันเป็นสุดเท่าที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ หากเขามีทรัพย์สมบัติเขาก็สามารถยกให้แกฟีนิกซ์ได้เลยเพราะการที่คุณม่ฟีนิกซ์ยอมรับในการอาศัยอยู่ที่นี้ก็หมายความว่าบริเวณอาณาเขตบ้านและฟาร์มของเขาได้รับการคุ้มครองจากสิ่งมีชีวิตอันเป็นตำนานที่มีพลังระดับทำลายล้างมหาศาล
สมิธจะตอบแทนความใจดีนี้ด้วยการส่งมอบผลไม้ที่น่าเหลือเชื่อให้ตลอดโดยไม่ขาดหรืออยากได้อะไรหากเขามีกำลังมาพอที่จะหามาให้ได้เขาจะหามาให้ไม่ว่าจะลำบากขนาดไหนก็ตาม แม้ฟีนิกซ์จะเป็นสิ่งมีชีวิตเทียบเท่ากับกรีนชิลดและสาเหตุที่สมิธไม่ปรนเปรอกรีนชิลดมากมายถึงขนาดนี้ไม่ใช่เพราะเขาไม่ใส่ใจกรีนชิลดแต่เพราะระดับความต้องการของทั้งสองสายพันธุ์นี้มันต่างกันเป็นอย่างมาก กรีนชิลดขอแค่มีป่ามีพื้นดินรับแสงแดดยามเช้าและได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันแค่นั้นก็ถือว่าเติมเต็มเป้าหมายชีวิตแล้ว แต่สำหรับฟีนิกซ์แล้วไม่ใช่โดยเฉพาะกับฟีนิกซ์ที่มีลูก...
“ข้าเฟอร์รีน่าธิดาแห่งเฟรย์ย่าที่ 4 ขอยอมรับเจ้าเป็นสหายนับตั้งแต่นี้”