Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 5

    กลิ่นที่หอมอ่อนๆฟุ้งแตะจมูกของกร แม้ว่ามันจะเป็นเพียงกลิ่นที่เบาบางแต่ก็ชัดเจน แต่ที่ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันเป็นกลิ่นของชานั้นก็ไม่อาจทราบได้ว่าด้วยเหตุใด กรยังใช้จมูกดมฟุดฟิด และลุกเดินตามหากลิ่นหอมหวนนี้ไปทั่วทั้งห้องพักของคายะ โดยลืมไปว่าที่นี่เป็นห้องของเธอ เขาเดินตามหาแหล่งที่มาของมันไปเรื่อยๆ จนไปหยุดอยู่ที่ดอกไม้สีม่วงกอใหญ่ในกระถางดินเผาที่วางอยู่บนชั้นวางของติดผนัง กรจ้องมองมันอย่างใคร่ครวญ สูดดมกลิ่นเข้าลึกๆอย่างกับโหยหามันมาโดยตลอด ท่าทางของชายหนุ่มไม่ใช่การดมอย่างกระหาย แต่มันทำให้เขาดูสงบ และสุขุมขึ้นกว่าเดิม ภาพทุ่งดอกไม้สีม่วงแวบเข้ามาในสมอง พร้อมกับตัดไปที่ดอกไม้สีม่วงในกระถางสีขาว ทั้งสองภาพหมุนวนสลับไปมาในความคิดของกรอย่างไม่จบสิ้น จนกระทั่งมีเสียงหญิงสาวเรียกขานชื่อของเขา“คุณกร คุณกรคะ เป็นอะไรรึเปล่า? คุณดมกลิ่นมันมานานมากแล้วนะคะ” คายะเรียกชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนในที่สุดเขาก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์“อะ...เอ่อคือ ขอโทษด้วยครับ ผม...ผมลืมตัวไป ดอกไม้นี่หอมจริงๆ” กรเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ทั้งอายทั้งรู้สึกผิด เขาได้แต่ขอโทษ และยอมรับความจริงต่อหญิงสาวเจ้าของห้อง“ฮิๆๆ ไม่เป็นไรค่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่เห็นผู้ชายชอบกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ขนาดนี้” คายะไม่ได้ถือสาชายหนุ่ม เหมือนกับว่าเธอชอบที่เขาซุ่มซ่ามแบบนี้“ลาเวนเดอร์? อ้อ ใช่แล้วนี่คือลาเวนเดอร์ กลิ่นของมันหอมมากเลยนะครับ เมื่อดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากๆ” เมื่อได้ยินชื่อของดอกไม้ เขาก็จดจำขึ้นมาได้ทันทีว่ามันคือชื่อของมัน และก็รู้สึกด้วยว่าเขาคุ้นเคยกับดอกไม้ชนิดนี้เป็นพิเศษ ซึ่งนั่นทำให้เขาฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“คุณคายะชอบลาเวนเดอร์มานานรึยังครับ?” ชายหนุ่มกล่าวถามกับหญิงสาวด้วยคำถามแปลกๆ“ชอบมานานรึยัง? ก็คงตั้งแต่แรกที่เห็นมันละมั้งคะ คงประมาณ 3 ปีได้แล้ว ตอนนั้นฉันยังเป็นกามเทพฝึกหัดอยู่เลยค่ะ” หญิงสาวตอบกลับตามตรง โดยไม่ได้คิดมากอะไร“แล้วคุณคายะรู้สึกคุ้นเคยกับมันไหมครับ เหมือนกับว่าครั้งแรกที่เจอก็แบบว่า ใช่เลย! อะไรแบบนี้ คล้ายๆกับอาการที่ผมเป็นเมื่อตะกี้นะครับ?” กรพยายามถามเจาะลึกลงไปอีก“ก็ไม่นะคะ ฉันก็แค่ชอบกลิ่นของมัน ทำไมเหรอคะ? มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” คายะเริ่มจะกังวลตามสีหน้าที่เหมือนจะคิดไม่ตกของกร“อ๋อ เอิ่ม...ไม่ครับ ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ผมแค่คิดว่าชาติก่อนที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ ผมอาจจะชอบลาเวนเดอร์ก็ได้ พอผมได้เจอมันอีกครั้งผมถึงชอบมันมากขนาดนี้” กรไม่คิดจะโกหกเพื่อนบ้านของตนรวมทั้งเรื่องนี้ยังค้างคาใจของเขา หากมีคนที่ช่วยให้คำตอบได้ก็คงจะดี“เรื่องนี้นี่เอง ฉันคิดว่าคุณกรเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ของทุกสิ่งที่อยู่ในแดนเทพ ไม่ว่าจะเป็นไลเทนเนีย หรือว่าโซลแลนด์ ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่เท่านั้น ไม่ใช่ของที่อยู่ในโลกมนุษย์แน่นอน ถ้าต่อไปคุณได้รับเควสได้ไปทำงานภารกิจที่โลกมนุษย์เดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละค่ะ ว่ามีหรือไม่มีลาเวนเดอร์” หญิงสาวตอบคำถามตามจริงที่ประสบการณ์ของเธอได้พบเจอมา แม้ว่าคำพูดของคายะจะน่าเชื่อถือ แต่สำหรับกรมันเหมือนกับว่านั่นไม่ใช่ความจริง มันขัดแย้งความรู้สึกในใจของเขาเป็นอย่างมาก แต่เมื่อนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกเสียที สุดท้ายชายหนุ่มก็มีแต่จะต้องเลิกคิดไปก่อน อย่างน้อยตรงหน้าของเขาก็เป็นสาวสวยการได้คุยกับเธอนานๆถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจกว่า กรเปลี่ยนเรื่องคุยสรรพเพเหระแม้ว่าเขาไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรดี เพราะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับดินแดนเทพที่เขาอาศัยอยู่นี้ แต่ก็เป็นเหมือนโชคดีที่คายะคอยให้คำตอบ และคำอธิบายโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อย่างกับว่าหญิงสาวไม่ได้พูดคุยกับใครมานานเธอจึงยินดีที่จะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นประโยชน์กับกรไม่น้อย ดินแดนเทพที่เหล่าเทพเรียกขานกันนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองเขตใหญ่ๆ หนึ่งก็คือดินแดนแห่งแสง ไลเทนเนีย ซึ่งกร และเหล่ากามเทพอาศัยอยู่ ส่วนอีกแห่งหนึ่งก็คือดินแดนแห่งวิญญาณ โซลแลนด์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกยมทูตซึ่งเป็นเทพที่คอยนำทางวิญญาณผู้ตายสู่สะพานมรณะ แล้วหลังจากนั้นก็คือสิ่งที่กรได้เจอมานั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มต้องตกใจเป็นอย่างมาก จนถึงกับร้อง ‘เชี่ย!’ ขึ้นมานั่นก็คือ เควสพี่เลี้ยงที่จิซานต้องพาเขาไปยังที่พักนั้นแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ด้วยเพราะความหวังดีประสงค์ร้ายจนทำให้ตัวของเขาต้องได้พักในห้องรูหนู ถึงแม้ว่ามันจะเป็นห้องใหม่ซิงๆเลยก็ตาม“นี่ก็หมายความว่าผมสามารถไปอยู่ห้องกว้าง และดีกว่านี้ได้สินะครับ สงสัยถ้ามีเงินแล้วก็น่าจะลองไปหาห้องใหม่ดูดีกว่า” กรกล่าวออกมาด้วยความเซ็ง“ที่จริงไม่ต้องย้ายไปก็ได้ค่ะ แค่ใช้แต้มอัพเกรดห้องให้ใหญ่ขึ้นก็ได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับห้องของดิฉันนี่ไง แล้วพรุ่งนี้ต้องไปทำภารกิจวันแรกยังไงคุณกรก็สู้ๆนะคะ” คายะยังคงให้กำลังใจชายหนุ่มดวงซวยด้วยความจริงใจเช่นเดิม“ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะครับ ถ้าอัพเกรดแบบนั้นได้ก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่ากว่าจะเก็บเงินได้เท่าคุณคายะนี่ต้องใช้เวลานานเท่าไรนี่สิ”“อ่า...แล้วก็ดิฉันขอบอกอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่ได้จากเควสไม่ใช่เงินนะคะ แต่เป็นแต้ม ซึ่งเราจะใช้แต้มนี้นี่แหละในการซื้อของต่างๆในแดนเทพ เริ่มต้นจากเล็กๆน้อยๆก่อนถ้าเราขยันอดทน ต่อไปก็จะมีแต้มเยอะขึ้นเองค่ะ สู้ๆ สู้ๆ” หญิงสาวผู้มองโลกในแง่ดียกนิ้วโป้งให้กำลังใจชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง กรรู้สึกว่าวันนี้สาวสวยคนนี้ได้ช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันนี้ได้ฟินสุดๆจริงๆ กร และคายะทานอาหารเย็นด้วยกันเสร็จชายหนุ่มก็ขอตัวลากลับด้วยความเกรงใจ ถึงแม้ว่าจะมีความสุขที่ได้อยู่กับสาวสวยน่ารักแถมใจดี แต่ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไปแม้จะไม่ได้เป็นมนุษย์เดินดินแล้ว แต่การมาเป็นเทพก็ยังไม่ได้เดินบนฟ้าอยู่ดี แม้วันนี้จะยังไม่เห็นหนทางแต่พรุ่งนี้ความหวังก็ยังคงมีอยู่ กรกลับเข้ามาในห้องของตัวเองแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนกับฟูกทันที แม้ว่าเริ่มต้นมาจะเจอกับเทพรุ่นพี่ที่สร้างปัญหาให้กับตัวเอง แต่ที่สุดก็ได้เจอกับเพื่อนบ้านสุดสวยแสนดีก็ถือว่าวันแรกในแดนเทพไม่ได้ย่ำแย่อะไร‘ถึงเราจะได้อยู่ห้องรูหนูนี่ แต่อย่างน้อยก็ได้อยู่ข้างห้องของคุณคายะ แถมเธอยังดีกับเรามากด้วย อิอิ ฟินจุงเบย’ กรหลับตานึกเคลิ้มขึ้นมาในใจ และเขาก็มโนไปไกลในภวังค์ของตัวเองไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหันเหมือนเพิ่งคิดอะไรออก กรเด้งตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนแล้วก็หันไปมองรอบห้องของตัวเองอย่างกระวนกระวาย เหมือนว่าเขากำลังหาอะไรบางอย่างอยู่“ห้องน้ำ ห้องน้ำ ห้องน้ำ! ที่นี่ไม่มีห้องน้ำ!” กรตะโกนดังลั่น “แล้วแบบนี้จะอาบน้ำยังไงฟะ! ที่จะขี้จะเยี่ยวก็ไม่มี นี่มันวิมานเทพหรือห้องเก็บของกันแน่ อ้าก....” สิบนาทีผ่านไป ด้วยคิดหาวิธีการต่างๆที่จะได้อาบน้ำ ในที่สุดกรก็คิดออกว่าจะทำอย่างไร แม้ว่าตอนแรกเขาจะขอเข้าไปใช้ห้องน้ำของคายะ แต่ก็รู้สึกเกรงใจเพราะวันนี้เขารบกวนเธอมาทั้งวันแล้ว จึงใช้สมบัติติดตัวชิ้นเดียวที่เขามีนั่นก็คือบัตรประจำตัว และมันก็ทำให้เขาเห็นหนทาง กรกดปุ่มเลือกไปยังที่พักของตน แล้วเลือกฟังก์ชั่นโรงอาบน้ำทันที ซึ่งไม่ต้องเดินออกจากห้องแม้ก้าวเดียวร่างของกรก็วาร์ปไปโผล่ที่หน้าโรงอาบน้ำประจำวิมานกามเทพ แต่เทพฝึกหัดก็ดีใจได้ไม่นานเมื่อเห็นข้อความที่เขียนแปะอยู่ตรงหน้า“ค่าบริการ 5 แต้ม แต่ตอนนี้กูมีศูนย์แต้ม อิหยังวะ!”