บทที่ 2: แรงงานทาส
“ที่พักและอาหารพร้อม... พ่องตาย!”
ถังเกาจิ้งสบถในใจขณะพยายามพลิกตัวหลบข้อศอกของชายร่างบึกบึนที่นอนกรนเสียงดังสนั่นอยู่ข้างๆ สภาพ ‘ที่พัก’ ที่ตาลุงนั่นโฆษณาไว้ มันคือถ้ำชื้นแฉะที่อัดแน่นไปด้วยแรงงานหลายสิบชีวิต กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อผสมกับกลิ่นดินโคลนทำเอาเขาแทบอ้วก ส่วน ‘อาหาร’ ก็คือข้าวต้มิญญาเจือจางที่มีเมล็ดข้าวิญญาลอยคออยู่ไม่กี่สิบเม็ด ที่เหลือคือน้ำต้มผักรสชาติจืดชืด
เกาจิ้งมาโลกนี้พร้อมเสื้อผ้าที่พอดูได้ แต่ตอนนี้มอมแมมขาดวิ้น ระบบอธิบายไว้ว่าของจากโลกล่างไม่สามารถทะยานขึ้นมาโลกนี้ได้ เขาจึงมีแค่เสื้อผ้าติดตัว นี่คือวันที่เจ็ดแล้วใน ‘แดนเซียน’ นรกบนดินชัดๆ
งานในสวนสมุนไพรไม่ได้มีแค่รดน้ำพรวนดิน แต่คือการถอนหญ้าปราณที่มีหนามแหลมคม และคอยแบกดินิญญาหนักอึ้งั้แ่เช้ามืดจรดค่ำ พลังงานถูกสูบออกไปจนแทบไม่เหลือให้บำเพ็ญเพียร มิหนำซ้ำ ยังมี ‘พวกเ้าถิ่น’ กลุ่มผู้ฝึกที่สอบไม่ผ่านจากปีก่อนๆ ตั้งตนเป็อันธพาลคุมถ้ำ เกาจิ้งสังเกตั้แ่ตอนมาถึงใหม่ๆ พวกอันธพาลมีการยัดใต้โต๊ะให้ผู้ดูแลที่นี่
“เฮ้ย ไอ้เด็กใหม่! ค่าคุ้มครองสัปดาห์นี้ หินศิลาิญญาหนึ่งอัน จ่ายมาซะดีๆ ไม่งั้นคืนนี้มึงไปนอนตากน้ำค้างนอกถ้ำ!” เสียงตวาดของ ‘ต้าหรง’ หัวโจกประจำถ้ำดังขึ้น มันคือผู้ฝึกขั้นหลอมปราณระดับ 1 ที่ทำตัวกร่างที่สุดในนี้ เพราะยังไงปีนี้มันก็ได้ทดสอบรากิญญาแน่ๆ จะงัดกับมันตอนนี้ไม่ได้ “สู้ตัวต่อตัวก็ยากแล้ว แม่งมาเป็ฝูงอีก”
เกาจิ้งกัดฟัน โยนศิลาิญญาที่เพิ่งได้เป็ค่าแรงให้มันไป เขาเพิ่งเข้าใจกฎเหล็กข้อแรกของโลกนี้: ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
วันที่ 15
กลางดึก เกาจิ้งลากสังขารออกมายืนพิงโขดหินหน้าถ้ำ เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์สองดวง ความเหนื่อยล้ากัดกินไปถึงกระดูก เสียงเครื่องวัดชีพจร ‘ปี๊ป... ปี๊ป...’ จากห้องไอซียูในโลกเดิมยังคงดังก้องในหัวสลับกับภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของหลิน
“ฉันตายไม่ได้... ถ้าฉันไม่รอด ไอ้หมอนั่นก็ไม่รอด แล้วร่างฉันที่โลกนู้นก็ได้ตายจริงแน่”
มันต้องมีเหตุผลที่หมอนั่นเลือกเขา มันต้องมีเหตุผลที่หมอนั่นไม่ใช้ชีวิตเองแล้วเอาชีวิตมาฝากไว้ในมือคนอื่น แต่ตอนนี้คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ
เขาหลับตาลง เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา [ระบบวาสนาการฝึก: ทำงาน] [แจ้งเตือน: ตรวจพบเศษซากสมุนไพรปราณที่ถูกทิ้งในรัศมี 10 เมตร]
วิศวะคอมอย่างเขารู้ดีว่า ถ้าระบบตรงไปตรงมามันห่วยแตก ก็ต้องหา ‘ช่องโหว่’ (Loopphole) เพื่อแฮ็กมันซะ! หลายวันที่ผ่านมาจากการคุยกับระบบทำให้เขารู้ว่า ทุกคนที่ทะยานขึ้นมา จะเหมือนถูกรีเซ็ทความสามารถและความทรงจำเดิม สิ่งที่เขาได้เปรียบคนอื่นคือการมีความทรงจำจากโลกก่อนติดมาด้วย และระบบที่ไม่เหมือนใคร
เขานึกถึงคืนแรกที่นอนคุยกับระบบ
“ระบบ ถามหน่อย ที่บอกว่าผมมีระบบแต่ไม่เหมือนใคร มันไม่เหมือนยังไง?”
‘ระบบคนอื่นทำงานตายตัว การรายงานภารกิจ การแจ้งเตือน การเชื่อมต่อกับส่วนกลาง แต่ไม่อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ถ้าระดับไม่ถึง แต่ระบบของคุณสามารถช่วยแนะนำทุกอย่างในด้านการฝึก และตอบคำถามทุกอย่างที่คุณสงสัยในด้านการฝึก’
“อ่อ…ของคนอื่นมีหน้าที่แจ้งเตือนกับโชว์ค่าสถนะแค่นั้น ของฉันตอบคำถามกับช่วยเื่การฝึกได้สินะ งั้นผมมีโอกาสได้ของวิเศษอย่างพวกน้ำเต้า หรือเตาหลอมยา บ้างมั้ย?” คณิตสงสัย
‘ไม่สามารถตอบเื่อนาคตได้’ 
ด้วยทักษะติดตัว ‘นักโอสถ’ ผสานกับ ‘ระบบวาสนาการบำเพ็ญ’ ที่คอยชี้เป้าถ้าเจอบางอย่างที่ช่วยกาฝึกได้ เกาจิ้งพบว่ารากของ ‘หญ้าเพลิงน้ำแข็ง’ ที่พวกคนงานตัดทิ้งเพราะคิดว่าไร้ค่า กลับมีเศษเสี้ยวปราณบริสุทธิ์หลงเหลืออยู่
ทุกคืนเขาจะแอบไปขุดคุ้ยกองขยะสมุนไพร เอาเศษรากพวกนั้นมายัดใส่ปากเคี้ยวสดๆ อาศัยความโกงของ ‘กายาไร้มลทิน’ ในการย่อยสลายพิษและดึงเอาปราณบริสุทธิ์เข้าสู่จุดตันเถียน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถชักนำพลังิญญาบนโลกนี้เข้าสู่ตันเถียนด้วยตัวเองได้สักที
วันที่ 35
ความเร็วในการดูดซับปราณ จากการกินซากสมุนไพรของเกาจิ้งทำให้ร่างกายเขาฟื้นฟูเร็วกว่าคนอื่น ผิวพรรณเริ่มมีน้ำมีนวล ไม่ซูบผอมเหมือนแรงงานทาสทั่วไป จนไปเตะตาต้าหรงเข้า
“ไอ้เด็กนี่มันซุกซ่อนของดีไว้นี่หว่า” ต้าหรงกับลูกน้องเริ่มตามประกบ หวังจะปล้นของวิเศษที่มันมโนไปเองว่าเกาจิ้งมี พวกนั้นซ้อมและค้นตัวเขาแต่ก็ไม่เจออะไร แต่ระบบกับขึ้นมา
‘ร่างไร้มลทิน ดูดซับการโจมตี การวิวัฒนาการเพิ่มขึ้น1%’
เกาจิ้งคิด ที่ผ่านมาเขากินเศษสมุนไพรตั้งหลายอันไม่มีอะไรขึ้น พอโดนซ้อมกับขึ้นการวิวัฒนาการ
“อะไรที่เกี่ยวกับร่างกายนี้น่าจะส่งผลหมดแหละ มากน้อยว่ากันไป ระบบมันน่าจะเกี่ยวกับการต่อสู้มากกว่า แต่ความเจ็บครั้งนี้ข้าจดจำไว้แล้ว”
เกาจิ้งเช็ดเลือกที่มุมปาก พร้อมกับมองไปทางพวกต้าหรงที่เดินจากไป
เกาจิ้งไม่มีแรงไปบวกตรงๆ แต่เื่วางระบบกับดักคืองานถนัด เขาแอบเอา ‘ยางไม้คัน’ (ที่ระบบวาสนาสุ่มเจอในพุ่มไม้) เอาไปป้ายไว้ที่ขอบเตียงหินและเสื้อผ้าที่ตากไว้ของพวกมัน ผลคือ่สามวันต่อมา แก๊งต้าหรงเกาจนิัถลอกปอกเปิก ไม่มีกะจิตกะใจมาตามรังควานเขาอีก
วันที่ 38: เส้นตาย
คืนสุดท้ายก่อนพิธีคัดเลือกรากิญญา เกาจิ้งนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้นอกถ้ำ พลังปราณในตันเถียนหนาแน่นจนเกือบถึงขีดสุด แต่มันยังขาด ‘แรงกระแทก’ อีกนิดเดียวเพื่อพังทลายคอขวดสู่ขั้นหลอมปราณระดับ 1 หากทะลวงไม่ได้ พรุ่งนี้เขาจะหมดสิทธิ์เข้าทดสอบ และต้องทนเป็ทาสที่นี่ไปอีกปี ซึ่งเขาไม่ยอมเด็ดขาด!
เกาจิ้งล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบ ‘ผลอสรพิษดำ’ ที่ระบบแจ้งเตือนว่าเจอในกองดินเมื่อวาน เป็กิจวัตรประจำวันไปแล้วที่ต้องเดินหาของรอบๆ สวนสมุนไพร มันเป็ผลไม้มีพิษร้ายแรง ที่อาจทำให้ผู้ฝึกระดับต่ำธาตุไฟแตกซ่านได้
“เอาวะ... บั๊กก็ต้องแก้ด้วยบั๊ก!”
เขากลืนมันลงไปทั้งลูก! พริบตาเดียว ความร้อนดั่งไฟเผาปะทุขึ้นในกระเพาะ ลามไปตามเส้นเืราวกับมีเข็มเป็หมื่นเล่มทิ่มแทงจากข้างใน เกาจิ้งกัดท่อนไม้ที่เตรียมไว้จนเืกบปาก ตาเหลือกค้าง ความเ็ปรุนแรงจนสติแทบดับดิ้น เขากัดกิ่งไม้จนแตก แล้วร้องออกมาด้วยความเ็ป “อ๊าก…”
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตาย ‘ร่างไร้มลทิน’ ก็แสดงพลังลึกลับในร่างกายตื่นขึ้น มันเข้ากลืนกินพิษร้าย ขัดเกลาและบีบอัดพลังงานบ้าคลั่งนั้นให้กลายเป็ปราณบริสุทธิ์ หลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างมากมาย!
ปัง! เหมือนมีเสียงะเิทึบๆ ดังขึ้นในร่างของเขา พร้อมกับคลื่นพลังที่กระจายออกไปรอบตัวมีลมเบาๆ กระจายออกจากตัว เกาจิ้งรู้สึกตัวเบาขึ้นแต่ยังไม่ได้ทะลวงขั้น เขารวบรวมสมาธิ เพ่งความรู้สึกไปที่ไอพลังิญญาที่เบาบางรอบตัว แล้วพยายามชักนำมันเข้าสู่ตันเถียนของเขา
วันที่ 39
หง่างงงงงง! เสียงระฆังทองเหลืองขนาดั์ที่ลานนอกเมืองหินครามดังกังวานไปทั่วหุบเขา สัญญาณแห่งพิธีคัดเลือกเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เกาจิ้งลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่ััได้คือความเบาสบายราวกับขนนก พลังงานไหลเวียนไปทั่วทุกอณูขุมขน ต่อมาคือ... กลิ่นเหม็นเน่าสุดจะทน! ร่างกายของเขาถูกเคลือบไปด้วยเมือกสีดำปี๋ มันคือของเสียและสิ่งตกค้างในร่างกายที่ถูกขับออกมาหลังจากการทะลวงขั้น
เขาเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
[ระดับบำเพ็ญ: ระดับมนุษย์ // ระดับยุทธ์:ระดับหลอมปราณ ขั้น 1]
มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ เขาเช็ดคราบดำสกปรกออกจากหน้า ลุกขึ้นยืนท่ามกลางแรงงานคนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความตกตะลึงในกลิ่นของเขา
“เอาล่ะ โลกเซียน... พ่อจะไปแฮ็กให้ดู!”
จบตอน.