วันถัดมาซาอิดพามีนาไปที่คฤหาสน์ทัจยาร์ฮาเพื่อนำของฝากไปให้ท่านหญิงฮานีฟา เ้าของบ้านสาวออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าหม่นหมองขอบตายังบวมช้ำจากการร้องไห้มาตลอดคืนหญิงสาวฝืนยิ้มให้แขกทั้งสองพร้อมเอ่ยเชื้อเชิญให้นั่งลง
“อะไรคะเนี่ยพี่ซาอิด” ฮานีฟาถามพลางรับถุงกระดาษจากเขามาเปิดดูก็พบผ้าไหมไทยสีสันสวยงามอยู่สองผืน
“ของฝากจากเมืองไทยจ้ะ พี่ว่าจะให้ั้แ่เมื่อวานแล้ว แต่มีเื่ยุ่งๆซะก่อน” ซาอิดส่งยิ้มอ่อนๆให้หญิงสาวตรงหน้าซึ่งเขารักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวชายหนุ่มหวังว่าจะได้รับรอยยิ้มหวานๆ จากเธอเหมือนทุกครั้งยามที่เขาเอาของฝากมาให้แต่ต้องผิดหวังเมื่อฮานีฟาวางถุงลงบนโต๊ะแล้วคลี่ริมฝีปากยิ้มให้เพียงนิดเท่านั้น
“ขอบคุณค่ะ”
“น้องไม่ชอบเหรอ”ซาอิดรู้สึกผิดหวังและมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าเธอเป็อะไรไปทำไมท่าทางของเธอดูเศร้าหมองนักจนเขารู้สึกเป็ห่วงขึ้นมา “ฮานีฟา...น้องไม่สบายหรือเปล่าดูไม่สดใสเลยนะ”
“น้องสบายดีค่ะ ไม่ได้เป็อะไรส่วนของฝาก...น้องชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะ”ฮานีฟาบอกด้วยท่าทางสุภาพดูห่างเหินทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ขณะที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น มีนาซึ่งนั่งเงียบมาตลอดก็มองของฝากสลับกับมองหน้าฮานีฟาด้วยสายตาประเมินเพราะจำได้ว่าของฝากชิ้นนี้พี่ชายเลือกแล้วเลือกอีกอยู่เป็นานอีกทั้งยังใส่ใจและทะนุถนอมจนเกินเหตุ พอเธอถามว่าซื้อไปให้ใครเขาก็ว่าเพื่อนและบัดนี้เธอก็ได้รู้แล้วว่าเพื่อนของพี่ชายคือใคร
สองสาวบังเอิญสบตากันชายหนุ่มเห็นเข้าจึงเอ่ยแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน
“เมื่อวานเกิดเื่ยุ่งๆขึ้นซะก่อนพี่ก็เลยไม่ได้แนะนำให้รู้จักกันเลย มีนจ๊ะนี่ฮานีฟาเป็น้องสาวของชีคฮาคิม”มีนาย่นจมูกได้ยินชื่อของคนที่เธอเกลียดขี้หน้า “ฮานีฟาจ๊ะนี่มีนาหรือเรียกสั้นๆ ว่ามีนก็ได้นะ เธอเป็นะ...”ยังไม่ทันที่ซาอิดจะได้แนะนำจบ มีนาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“เป็คนรักของพี่ซาอิดค่ะยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่ฮานีฟา มีนขอเรียกว่าพี่นะคะ เพราะดูแล้วพี่ฮานีฟาน่าจะอายุมากกว่ามีน” หญิงสาวส่งยิ้มแจ่มใสให้ฮานีฟา ก่อนจะกระซิบข้างหูของพี่ชายเมื่อเขามองมาด้วยสายตาฉงน“ก็ไหนว่าเราตกลงกันว่าจะแกล้งสองแม่ลูกนั่นไงล่ะคะถ้าพี่ซาอิดแนะนำกับพี่ฮานีฟาว่ามีนเป็น้อง สองแม่ลูกนั่นก็ต้องรู้ด้วยสิคะ”
ซาอิดพยักหน้าเข้าใจ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆเพราะความอยากแกล้งให้จีน่ากับมีล่าทุกข์ร้อนใจเล่นแท้ๆเขากับน้องสาวจึงได้เล่นละครฉากนี้ต่อไป ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ปฏิเสธคำพูดเมื่อครู่นี้ของมีนาแถมยังยิ้มรับด้วยสีหน้าแจ่มใสอีกด้วยจึงไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาสร้างความเ็ปให้กับคนที่แอบรักเขามากแค่ไหน
ท่าทางชิดใกล้ของหนุ่มสาวตรงหน้า เรียกหยาดน้ำตาจากท่านหญิงฮานีฟาได้หัวใจปวดหนึบจนนึกอยากจะลุกหนีไปให้ไกลๆแต่ในฐานะเ้าของบ้านเธอไม่อาจทำอย่างใจ้าได้
“ยินดีค่ะ งั้นพี่ขอเรียกว่าน้องมีนนะคะ”
“ได้สิคะ ยังไงมีนก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะถือว่ามีนเป็น้องสาวคนหนึ่งก็แล้วกันนะคะ” มีนาหัวเราะเสียงใสท่านหญิงฮานีฟาอดหัวเราะตามไม่ได้ แม้จะปวดใจแต่ท่าทางเป็มิตรร่าเริงสดใสของมีนาก็ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา
สวย น่ารัก ร่าเริงสดใสและช่างพูดช่างคุยแบบนี้นี่เองถึงสามารถเอาชนะใจพี่ซาอิดได้
หญิงสาวอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้การสนทนาในครั้งนี้ดูเหมือนจะผูกขาดอยู่ที่สองสาวเท่านั้นความสนิทสนมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของคนทั้งสอง ทำให้ซาอิดรู้สึกพอใจเป็อย่างมาก
เมื่อเห็นว่ามานานแล้วซาอิดกับมีนาก็ลากลับไปพอทั้งสองคนจากไปแล้วท่านหญิงฮานีฟาก็ถอนหายใจยาวออกมาและนั่งมองของฝากที่วางอยู่ตรงหน้านิ่งก่อนน้ำใสๆ จะไหลรินออกจากดวงตา เพราะผู้เป็เ้าของไม่อาจทนฝืนความเจ็บช้ำไว้ได้อีกต่อไป
จบสิ้นกันเสียทีกับความฝันแสนหวานของเธอ...
ยามค่ำคืนภายในห้องนอนอันกว้างขวางหญิงวัยกลางคนยืนรับลมอยู่ตรงบานหน้าต่างใบหน้าสวยซึ่งดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงดูเคร่งเครียดเพราะมีเื่ใหญ่ให้คิดและตัดสินใจห่างออกไปไม่ไกลนักมีหญิงสาวอีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้างดงามบึ้งตึงและริมฝีปากเม้มแน่นราวกับขัดใจอะไรบางอย่างอยู่
“คุณแม่คะ พี่ซาอิดดูเหมือนจะจริงจังกับนังมีนามากนะคะ” จีน่าเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียเพราะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ผู้หญิงต่างชาติที่เธอแสนรังเกียจก็ยังชูคออาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างผาสุก
มันน่าเจ็บใจนักเธอกับมารดาหาทางกลั่นแกล้งมีนาสารพัดยามที่ซาอิดไปทำงาน ทั้งใช้ให้ทำงานบ้านไม่ให้ทานอาหารกลางวันด้วย สั่งคนใช้ไม่ให้ไปรับใช้แถมเจอหน้าก็พูดจาดูถูกสารพัดเท่าที่จะทำได้จนบางครั้งเกือบจะมีเื่ลงไม้ลงมือกันด้วยซ้ำ เพื่อหวังกดดันให้อีกฝ่ายอยู่ไม่ได้แล้วออกจากบ้านไปเหมือนแม่ของซาอิดแต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเนื่องจากมีนาไม่ใช่ไก่อ่อนที่พวกเธอจะกำจัดได้ง่ายๆ
หญิงสาวตอบโต้กลับโดยการไม่ทำตามสักอย่างแถมยังโทรไปฟ้องซาอิดอีกด้วยและก็น่าแค้นใจนักที่พี่ชายของเธอเข้าข้างมีนาถึงขนาดออกคำสั่งกับคนรับใช้ว่าถ้าใครไม่ทำตามคำสั่งของมีนาจะโดนไล่ออกทันทีเธอกับมารดาจึงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากคอยพูดจาดูถูกยามที่เจอหน้ากันเท่านั้น
“เราจะทำยังไงกันดีคะคุณแม่ฮึ...จะหวังพึ่งพี่ฮาคิมกับพี่ฮานีฟาก็ไม่ได้แล้วด้วย”
“แม่ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน”มีล่าถอนหายใจยาว แล้วเดินมานั่งลงตรงข้ามกับบุตรสาว “ซาอิดปกป้องมันมากหากจะทำอะไรเราต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน”
“พี่ซาอิดนี่ก็แปลกนะคะรักใครไม่รักไปหลงรักผู้หญิงต่างชาติต่างศาสนา นี่ถ้าคุณย่ายังอยู่พวกเราคงไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกันอย่างนี้หรอกค่ะฮึ...ผู้หญิงในประเทศเราก็มีสวยๆ ทั้งนั้นทุกคนที่พี่ซาอิดรู้จักก็ล้วนแล้วแต่ฐานะดี เหมาะสมคู่ควรทุกอย่างโดยเฉพาะพี่ฮานีฟาแต่พี่ซาอิดกลับตาต่ำไปเลือกนังมีนาแทนซะได้ น่าเจ็บใจจริงๆ”
“ยังไงแม่ก็ไม่ยอม ให้ซาอิดแต่งงานกับนังมีนาได้เด็ดขาดตราบใดที่แม่ยังอยู่ในตระกลูฮับฟาราน แม่จะไม่ยอมให้สายเืของเราต้องแปดเปื้อนไปอีก” มีล่าบอกเสียงเข้ม
เธอเป็คนหยิ่งทะนงในเผ่าพันธุ์ของตนเองมากเหมือนยาราแม่สามีฉะนั้นจึงรังเกียจถ้าจะมีคนต่างชาติมาร่วมวงศ์สกุลด้วยตัวซาอิดเองเธอก็รังเกียจเช่นกันเพราะชายหนุ่มเป็เืผสมแต่ที่ต้องทนอยู่และทำดีด้วยก็เพราะทรัพย์สินของตระกูลฮับฟารานที่ชายหนุ่มถือครองอยู่ต่างหาก
“พี่ซาอิดไม่น่าเกิดมาเป็หลานคุณย่าเลยนะคะความจริงถ้าพี่ซาอิดไปอยู่กับแม่เขาั้แ่แรกก็คงดีหรอกไม่มีพี่ซาอิดสักคนบ้านเราคงน่าอยู่มากกว่านี้ ไม่ต้องมีเื่มาให้ปวดหัวกังวลใจ” จีน่าพูดอย่างโมโหปนเอือมระอากับพฤติกรรมของพี่ชาย
ในขณะที่จีน่ายังคงพูดพร่ำรำพันไปเรื่อยนั้นมีล่ากลับนิ่งเงียบเพราะสมองเริ่มคิดไตร่ตรองถึงคำพูดของบุตรสาวเมื่อครู่นี้พลันรอยยิ้มก็ปรากฏตรงมุมปาก แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นเมื่อคิดว่าควรถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลและเพื่อตัวเธอเองกับลูกสาวสุดที่รัก
“สวัสดีค่ะ คุณมาหาใครหรือคะ”มีนาเอ่ยทักชายหนุ่มตรงหน้าเป็ภาษาอังกฤษพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปหาตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านแต่พอออกมาแล้วเห็นชายแปลกหน้ายืนอยู่เพียงลำพังก็อดทักทายไม่ได้เพราะคิดว่าเขาคงมาหาใครสักคนในบ้านหลังนี้
ราชิดหันมาตามเสียงทักแล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อเจอรอยยิ้มสดใสของหญิงสาวแปลกหน้าส่งมาให้หัวใจที่สงบนิ่งมานานเต้นแรงขึ้นจนกลายเป็รัวเร็ว ชายหนุ่มยังจับจ้องใบหน้างามตาไม่กะพริบปากปิดสนิทไม่ตอบคำถามใดๆ ของเธอ จนมีนาซึ่งเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆต้องเอ่ยถามอีกครั้ง
“ว่ายังไงคะ คุณมาหาใคร”
“เอ่อ...ผม...”ราชิดรู้สึกตัวและนึกแปลกใจตัวเองที่กลายเป็คนพูดติดๆ ขัดๆ ไปเสียได้
ท่าทีอ้ำอึ้งติดจะขัดเขินของชายหนุ่มทำให้มีนาหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน จะไม่ให้ขำได้ยังไงกันก็ผู้ชายตัวโตๆเวลาเขินดูน่าตลกจะตายไป แต่ดูอีกที..ก็น่ารักเหมือนกันนะ
“ว่ายังไงคะ คุณมาหาใครฉันจะได้ให้เด็กรับใช้ไปตามมาให้หวังว่าฉันคงได้ถามคำถามนี้กับคุณเป็ครั้งสุดท้ายแล้วนะคะ”เธอเอ่ยล้อๆ ราชิดจึงหัวเราะพลางตอบคำถาม
“ผมไม่ได้มาหาใครหรอกครับ ผมตามเ้านายมาที่นี่ต่างหาก”
“ตามเ้านายมาที่นี่”เธอทวนคำอย่างครุ่นคิดก่อนจะนึกได้ “งั้นคุณก็มากับอีตาชีคโรคจิตเอ๊ย...ชีคฮาคิมสินะ”
“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะนิ่วหน้าเล็กน้อยที่ได้ยินหญิงสาวเรียกเ้านายเขาว่า ‘อีตาชีคโรคจิต’แม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่ถามอะไรและแทบจะหัวเราะออกมาอีกเมื่อได้ยินเธอพูดประโยคต่อมา
“อืม...คุณนี่ดูท่าทางสุภาพดีนะคะไม่เหมือนเ้านายของคุณเลยสักนิดเดียว”
“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ ท่านชีคเป็สุภาพบุรุษมากนะครับ” ถึงแม้จะไม่รู้ว่าท่านชีคของเขาทำอะไรให้หญิงสาวตรงหน้าคิดเช่นนี้ได้แต่เขาก็แก้ตัวแทนตามประสาลูกน้องที่ดีและในฐานะที่ใกล้ชิดกันมาั้แ่เด็กมีนาเบ้ปากแต่ไม่อธิบายให้ราชิดเข้าใจว่าเพราะอะไรเธอถึงคิดเช่นนี้แหม...เื่โดนผู้ชายแปลกหน้าลวนลามมันน่าเปิดเผยตรงไหนกันเล่า ท่าทีสุภาพและจริงใจของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้หญิงสาวรู้สึกถูกชะตาจนอยากผูกมิตรด้วย เพราะเธออยากมีเพื่อนเป็คนที่นี่บ้าง
“คุณชื่ออะไรเหรอคะ ฉันชื่อมีนาแต่เรียกสั้นๆว่ามีนก็ได้ค่ะ ฉันเพิ่งมาอยู่ที่นี่ยังไม่มีเพื่อนเลย คุณจะใจดียอมเป็เพื่อนกับฉันได้ไหมคะ”
“ได้สิครับ เป็เกียรติของผมมากที่ได้เป็เพื่อนของคุณผมชื่อราชิดครับ เอ...ดูคุณไม่ใช่คนที่นี่แน่ๆ คุณมาจากที่ไหนเหรอครับ”
ราชิดชวนคุยอย่างกระตือรือร้นซึ่งชายหนุ่มก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากสนทนากับผู้หญิงคนนี้นัก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆบางทีอาจจะเป็เพราะรอยยิ้มสดใส เสียงพูดอันไพเราะกับเสียงหัวเราะใสๆของเธอก็เป็ได้เพราะมันทำให้หัวใจที่แห้งแล้งของเขารู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาได้เป็ครั้งแรก
ขณะที่หนุ่มสาวข้างนอกบ้านสนทนากันอย่างสนุกสนานอยู่นั้นข้างในบ้านภายในห้องทำงานอันกว้างขวางซาอิดกับชีคฮาคิมก็กำลังสนทนากันถึงเื่งานอยู่เช่นกัน
“เป็อันว่านายตกลงจะร่วมลงทุนกับอาหมัดใช่ไหม” ซาอิดถามเพื่อนรัก หลังจากศึกษางานและผลได้ผลเสียกันอย่างรอบคอบแล้ว
“มันก็น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอโรงแรมของอาหมัดมีชื่อเสียงอยู่แล้ว ผลประกอบการที่ผ่านๆ มาก็ได้กำไรมหาศาล”
“ถูกต้อง ถ้านายตกลงฉันจะโทรบอกอาหมัดเลยนะ เพราะเขาก็รอฟังข่าวอยู่เหมือนกัน” เมื่อชีคฮาคิมพยักหน้ารับ ซาอิดก็จัดการต่อโทรศัพท์หาอาหมัดทันทีจนคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็วางสายไป “ดูท่าอาหมัดดีใจมากเลยนะที่รู้ว่านายตอบตกลงเดี๋ยวอาหมัดจะทำรายละเอียดของโครงการมาให้พวกเราดูอีกทีอีกสองสามวันจะโทรมานัดอีกที”
ชีคฮาคิมพยักหน้ารับรู้ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบแก้กระหายเช่นด้วยกับซาอิดแต่ฝ่ายหลังนิ่วหน้านิดๆ เมื่อััได้ถึงรสชาติของชาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ติดใจอะไรเพราะคิดว่าแม่บ้านคงจะเปลี่ยนยี่ห้อของชาใหม่ความตั้งใจที่ว่าจะตำหนิแม่บ้านที่เปลี่ยนชาโดยพละการจึงล้มเลิกไปเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของชาและรสชาติที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม
“ฮาคิม...่นี้ฮานีฟาเป็ยังไงบ้าง”
“ก็...สบายดี”ชีคหนุ่มตอบเสียงแ่ เพราะรู้ดีว่าน้องสาวสุดที่รักไม่ได้เป็อย่างที่เขาพูดเลย่นี้ฮานีฟาเอาแต่ซึมเศร้าเหม่อลอยและร้องไห้อยู่บ่อยครั้งข้าวปลาก็ทานไม่ค่อยจะได้จนใบหน้าเริ่มซูบซีดจนน่าเป็ห่วงยิ่งนัก
“นายนี่เอาแต่ทำงาน จนไม่ได้สังเกตน้องสาวตัวเองบ้างรึไง” ซาอิดเอ่ยตำหนิ “ฮานีฟาดูซึมๆไปนะเหมือนคนไม่สบายเลย ฉันว่านายน่าจะพาเธอไปหาหมอบ้างนะเกิดเป็อะไรขึ้นมาจะได้รักษาได้ทัน”
“นายไม่ต้องห่วงหรอก อีกสักพักฮานีฟาจะดีขึ้นเองอีกไม่นาน...”ประโยคสุดท้ายคล้ายชีคหนุ่มรำพึงกับตนเองมากกว่าจะบอกเพื่อนรัก
“นายใจเย็นเกินไปแล้วถ้าไม่ว่างงั้นเดี๋ยวฉันจะพาฮานีฟาไปหาหมอเอง จะเป็หรือไม่เป็ก็ไปตรวจดูให้แน่ใจจะดีกว่าเออ...แล้วนายรู้ไหมว่าฮานีฟาโกรธอะไรฉัน”
“หืม?”
“ก็เธอทำเ็าใส่ฉัน ดูห่างเหินยังไงชอบกลพอฉันถามก็บอกว่าไม่มีอะไรแต่ฉันรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปั้แ่ฉันกลับมาจากเมืองไทยนายพอจะรู้ไหมว่าเธอโกรธอะไรฉัน”
ซาอิดถามอย่างกังวลใจสีหน้าดูทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด ชีคฮาคิมจ้องหน้าเพื่อนรักนิ่งเขามองอย่างค้นคว้าก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบแต่จริงจัง
“ดูนายเป็ทุกข์นะ ไม่เห็นต้องจริงจังเลยนี่นาไม่ต้องใส่ใจก็ได้นี่”
“จะบ้าหรือไงฮานีฟาก็เปรียบเสมือนน้องสาวของฉันคนหนึ่งนะ ถ้าเป็นายบ้างจะรู้สึกยังไงที่จู่ๆคนที่เราสนิทสนมด้วยมีท่าทีเ็าใส่แบบนี้”
ชีคหนุ่มยิ้มเครียดแล้วเอ่ยว่า “ที่ฮานีฟาทำตัวเหินห่างคงเพราะไม่อยากให้แฟนนายเข้าใจผิดมั้งผู้หญิงด้วยกันเขาคงดูกันออกเพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบให้แฟนตัวเองไปสนิทสนมกับผู้หญิงอื่นมากนักหรอก แต่เป็อย่างนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอฉันว่าฮานีฟาห่างจากนายบ้างก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นผู้ชายคนอื่นก็เข้าใจผิดหมด”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ? แล้วผู้ชายอื่นเกี่ยวอะไรด้วย” ซาอิดไม่เข้าใจ
“ก็ถ้าขืนน้องสาวฉันยังสนิทสนมอยู่กับนาย ผู้ชายคนอื่นๆก็ไม่กล้าจีบน่ะสิเพราะคิดว่าน้องฉันเป็แฟนนาย ห่างกันแบบนี้ก็ดีแล้วฮานีฟาเองก็โตเป็ผู้ใหญ่แล้วคงถึงเวลาแต่งงานเสียที เท่าที่ฉันสังเกตมีผู้ชายหลายคนเลยนะที่สนใจน้องฉันน่ะ”
ขณะที่พูดสายตาของชีคฮาคิมจับจ้องเพื่อนรักไม่กะพริบพอได้เห็นอาการหงุดหงิดงุ่นง่านของเพื่อนแล้วชายหนุ่มกลับรู้สึกดีใจความสงสัยบางอย่างที่เคยเก็บไว้ในใจมานานเริ่มเด่นชัดขึ้น
“นายจะบ้ารึไงฮานีฟายังเด็กอยู่นะจะรีบให้แต่งงานไปทำไม นายพูดเหมือนไม่รักน้องเลยนะฮาคิมผู้ชายสมัยนี้ต้องดูให้ดีๆต้องดูกันให้นานขืนแต่งงานด้วยสุ่มสี่สุ่มห้าได้ทุกข์ใจไปตลอดชีวิตแน่”
ซาอิดเอ่ยค้านอย่างไม่เห็นด้วยเขารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมากเลยทีเดียวที่รู้ว่าจะมีผู้ชายอื่นมาสนิทสนมกับฮานีฟาแทนที่เขา
“นายไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกน่าฉันเชื่อว่าฮานีฟาจะต้องเลือกคนที่ดีที่สุดสำหรับตนเองฉันเชื่อว่าผู้ชายที่น้องสาวของฉันรักต้องเป็คนดีอย่างแน่นอน” ชีคหนุ่มหัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อเห็นอาการถอนหายใจและสีหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนรัก
อาการที่ซาอิดแสดงออกเมื่อรู้ว่าฮานีฟาจะมีชายอื่นเข้ามาพัวพันทำให้ชีคฮาคิมอดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนรักอาจมีใจให้น้องสาวของเขาไม่มากก็น้อยสายตาเศร้าสร้อย สีหน้าอมทุกข์ยามเล่าให้เขาฟังถึงความเ็าห่างเหินของฮานีฟายิ่งตอกย้ำความมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีก
แต่...จะเป็ไปได้หรือในเมื่อซาอิดมีแฟนแล้วเขาคบกับเพื่อนคนนี้มาั้แ่เด็กมีหรือจะไม่รู้จักนิสัยของเพื่อนดีซาอิดไม่ใช่คนใจคอโลเลหรือรักเผื่อเลือก ท่าทีเอาอกเอาใจอย่างอ่อนโยนและสายตารักใคร่ที่เพื่อนรักมีให้มีนาก็เด่นชัดเหมือนกัน
เอ...หรือว่าเขาจะเข้าใจผิดไปนะซาอิดอาจไม่ได้มีใจให้ฮานีฟาก็ได้ อาจจะแค่รักและเป็ห่วงเหมือนน้องสาวจริงๆอย่างที่พูดก็ได้ ชีคหนุ่มถอนใจยาวกับความคิดที่เริ่มขัดแย้งกันเองทว่าสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะลองพิสูจน์ดู แต่จะใช้วิธีไหนนั้นคงต้องขอคิดดูก่อน
“ฉันมานานแล้วคงต้องกลับล่ะ”ชีคฮาคิมบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน ซาอิดลุกตามด้วยท่าทางเคร่งขรึมและเดินออกไปส่งเพื่อนรักที่หน้าบ้านก่อนคิ้วเข้มจะเลิกขึ้นสูงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของมีนาและเห็นว่าเธออยู่กับใคร
“พี่ซาอิด”มีนาวิ่งเข้ามาหาแล้วเกาะแขนพี่ชายไว้ “คุยงานเสร็จแล้วเหรอคะ”
“จ้ะ นี่คงรู้จักกับราชิดแล้วสินะพี่คงไม่ต้องแนะนำแล้วใช่ไหม”ชายหนุ่มถามน้องสาวก่อนหันไปยิ้มให้ราชิดที่เดินมายืนอยู่ข้างหลังของชีคฮาคิม แล้วก้มศีรษะทักทายให้เขา
“ค่ะ มีนกับคุณราชิดตกลงเป็เพื่อนกันแล้วด้วยนะคะคุณราชิดคุยสนุกแล้วก็ใจดีมากเลย ช่วยแนะนำสถานที่เที่ยวให้มีนเยอะแยะเลยค่ะ”
“แน่ล่ะว่าต้องคุยสนุก ก็มีนชอบเที่ยวนี่นา” ซาอิดหยอกเย้าเล่น มีนาจึงทำแก้มป่องใส่ก่อนจะร่วมหัวเราะไปกับพี่ชาย
“ซาอิด...ฉันกลับล่ะ”ชีคฮาคิมบอกเสียงเรียบ สายตาคมกริบนั้นจับจ้องร่างบางนิ่ง จนหญิงสาวััได้ถึงความไม่พอใจของเขาเธอจึงย่นจมูกให้แล้วสะบัดหน้าใส่อย่างไม่เกรงใจ
ฮึ...อีตาชีคโรคจิตยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยอยู่ๆ ก็มองเราอย่างไม่พอใจซะงั้น หญิงสาวบ่นอยู่ในใจก่อนจะส่งยิ้มให้กับราชิดเมื่อเขาเอ่ยลาเธอ
สองพี่น้องยืนส่งแขก จนกระทั่งรถแล่นออกจากบริเวณบ้านไปจึงเดินโอบเอวกันกลับเข้าไปในบ้าน