บทที่ 37 วีรบุรุษผู้เข้ามาช่วยสาวงาม?
"นังผู้หญิงหน้าไม่อาย! ผมอุตส่าห์ไว้หน้าเธอแล้วนะ ไปจดทะเบียนสมรสกับผมเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นผมจะจัดการเธอตรงนี้เลย!"
ชายคนนั้นลุกขึ้นจากพื้น เขาไม่คิดว่าสวีเถาเถาจะสู้คนขนาดนี้ เมื่อครู่เขาโดนเธอเตะเข้าที่จุดสำคัญพอดิบพอดี จึงทำให้เขาโกรธจัด
เขาจึงแสดงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาอย่างเปิดเผย ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าร่างของสวีเถาเถาอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นกำลังจะพุ่งเข้ามา สวีเถาเถาก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ เธอโยนห่อผ้าในมือทิ้ง เธอสะบัดข้อมือและข้อเท้าเล็กน้อย
"ดีเลย ไม่ได้ออกกำลังกายมานานแล้ว วันนี้จะได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย"
ไม่นานนัก เสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานก็ดังออกมาจากตรอก
"อ๊า อ๊ากกก!!!!"
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องกู้อวี้อวิ๋นรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อครู่เขาเพิ่งเห็นชายคนหนึ่งแอบสะกดรอยตามผู้หญิงมา รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล คิดว่าไม่น่าไว้ใจ จึงตามมาดู
เมื่ออาจารย์กู้มาถึงที่หมาย ก็ได้เห็นภาพตรงหน้า แม้ว่าปกติเขาจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นมาตลอด ก็ยังอดที่จะตะลึงงันไปไม่ได้
สวีเถาเถาตบมือเบา ๆ พลางขู่ชายที่ยังคงร้องโหยหวนไม่หยุดด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ถือว่าคุณโชคร้ายที่มาเจอฉันก็แล้วกัน ถ้าครั้งหน้ายังกล้ามาเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีก ฉันจะทำให้คุณกลายเป็นขันทีไปเลย!"
อาจารย์กู้รู้สึกเย็นวาบที่หว่างขาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นหญิงสาวผู้ที่เพิ่งใช้ความรุนแรงไปยืนอยู่ตรงหน้าอย่างหวาดหวั่นพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า สวีเถาเถาก็เงยหน้าขึ้น แล้วก็สบตาเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่เธอคุ้นเคย
เธอเลิกคิ้ว "มองอะไรไม่ทราบ ไม่เคยเห็นผู้หญิงอัดผู้ชายหรือไง"
อาจารย์กู้ "..."
ดวงตาก็สวยดีอยู่หรอก แต่นิสัยแย่เกินไปหน่อย
เขาชำเลืองมองชายที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ราวกับกำลังเล่าเรื่องอะไรสักอย่าง "ผมเห็นผู้ชายคนนี้แอบตามคุณมา ผมเลยสงสัยว่าเขาคงไม่ได้มีเจตนาดี ก็เลยตามมาดู คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะ"
ในเมื่อหญิงสาวคนนี้สามารถจัดการได้เอง อาจารย์กู้คิดว่าการที่เขายืนอยู่ตรงนี้ก็คงเกะกะเปล่า ๆ อีกอย่างเขายังมีธุระสำคัญที่ต้องทำ จึงไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้
"ช่วย... ช่วยผมด้วย..."
ชายที่นอนอยู่บนพื้นร้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์กู้ด้วยความสิ้นหวังราวกับเพิ่งจะคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้
ขณะที่สายตาอันคมกริบของสวีเถาเถามองมาที่อาจารย์กู้อย่างกดดัน เขาก็สะบัดมือของชายที่กำลังจับขากางเกงของเขาออกอย่างไม่ลังเล
"สหายคนนี้นี่นะ คุณลวนลามผู้หญิงก่อนไม่ใช่หรือไง โดนเตะสักทีสองทีเพื่อเอาคืนบ้าง ผมก็คิดว่ามันสมควรแล้ว หวังว่าหลังจากนี้คุณจะขอโทษคุณผู้หญิงอย่างจริงใจนะครับ ผมขอตัวนะ"
พูดจบ เขาก็ค้อมศีรษะให้สวีเถาเถาอย่างสุภาพ แล้วหมุนตัวเดินจากไป
หมายถึงเดินจากไปจริง ๆ
สวีเถาเถา "..."
ชายคนนั้น "..."
ชายคนนั้น "คุณ ช่วย...ช่วยผมด้วย"
"คุณ คุณ คุณอะไรกัน!"
หลังจากชายหนุ่มเดินจากไป น้ำเสียงของสวีเถาเถาก็ดุดันมากขึ้น เธอมองชายคนนั้นด้วยสายตาดูถูก
"คุณกลับไปบอกพ่อแม่ของคุณด้วยนะว่า เรื่องแต่งงานน่ะ ฉัน สวีเถาเถาคนนี้ขอไม่ยอมรับ ส่วนเงินที่ครอบครัวของคุณให้มา ให้ไปเอาทวงที่บ้านป้าใหญ่ของฉันเอาเองแล้วกัน ถ้าย่ากับป้าใหญ่ของฉันไม่ยอมคืน ฉันก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้ แต่ลูกสาวอีกสองคนของป้าฉันก็ยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมายเลยนะ พวกเธอเป็นลูกแท้ ๆ ของป้าใหญ่ ป้าใหญ่ชื่นชมคุณขนาดนั้น คงยินดียกลูกสาวให้คุณแน่ ๆ "
"เข้าใจไหม?"
สวีเถาเถาพูดจบก็เตะเขาอีกสองทีอย่างไม่ไว้หน้า
ชายคนนั้นกุมหว่างขาของตัวเองด้วยความเจ็บปวด แล้วรีบตอบทันที "เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว"
สวีเถาเถาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "เข้าใจแล้วก็ดี จำไว้นะ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละ ถ้าคุณยังกล้ามายุ่งกับฉันหรือครอบครัวของฉันอีก ฉันจะทำให้ความเป็นชายคุณหายไปจริง ๆ "
เธอพูดประโยคสุดท้ายด้วยเสียงแผ่วเบา พร้อมทำมือทำไม้ราวกับว่าเป็นกรรไกรให้ชายคนนั้นดู นี่มันน่าขนลุกชะมัด
ชายคนนั้นกลัวจนหัวหด "จะจำไว้ครับ ผมจะจำไว้! คุณหนู ผมไม่กล้ายุ่งกับคุณอีกแล้วครับ!"
เธอเหมือนดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคม ยังไม่ทันได้แตะต้องก็โดนหนามทิ่มจนเต็มมือแล้ว ต่อให้ดูน่าเข้าหาสักแค่ไหนเขาก็คงไม่กล้ายุ่งกับเธออีกแล้ว!
พอนึกถึงหญิงสาวที่ส่งเขามาหาสวีเถาเถาวันนี้ ชายคนนั้นก็กัดฟันด้วยความคับแค้นใจ
"ชิ"
สวีเถาเถาสะบัดผม หยิบกระเป๋าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์
เมื่อมาถึงร้านอาหารของรัฐ สวีเถาเถาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าชายหนุ่มคนเมื่อกี้กำลังนั่งอยู่ในห้องโถงของร้าน ที่แท้เขาก็มาทานอาหารที่นี่
อีกฝ่ายจำเธอได้แม่น แต่ชายหนุ่มกลับทำหน้าเรียบเฉย ดูเย็นชาราวกับไม่เคยพบเธอมาก่อน ทั้งคู่สบตากันแวบหนึ่งแล้วต่างคนก็ต่างหลบสายตากันไป
สวีเถาเถาคิดในใจว่า แม้คนคนนี้จะดูเป็นคนเจ้าเสน่ห์มากไปหน่อย แต่ก็ยังมีน้ำใจอยู่บ้าง
"แม่ครัวสวี วันนี้คุณไม่ได้ลาหรอกหรือ ทำไมถึงมาตอนนี้ล่ะ"
ก่วงซุ่นที่กำลังเตรียมตัวทำอาหารเพื่อรอเปิดร้านอย่างขะมักเขม้น เมื่อเห็นสวีเถาเถาเดินเข้ามาในครัวก็ถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
สวีเถาเถาวางกระเป๋าลง "ใช่แล้วค่ะ ฉันลาครึ่งวันน่ะ แต่ตอนนี้ก็เสร็จธุระแล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอก บอกแล้วว่าวันนี้ฉันจะให้พี่เป็นหัวหน้าพ่อครัว ฉันจะไม่เปลี่ยนใจหรอก พี่ทำไปเถอะ ฉันจะทำอาหารกินเอง ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามฉันได้ตลอด"
เธอยังไม่ได้กินมื้อกลางวันเลย ตอนนี้ไม่มีแรงจะมาทำอาหารให้ใครกินหรอก
ก่วงซุ่นหน้าแดงด้วยความเขินอาย "ไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่ครัวสวี ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ถ้ามีคุณคอยดูอยู่ข้าง ๆ ผมก็สบายใจขึ้น"
เสียงของเขาเบาลงเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้วในใจลึก ๆ เขาก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าสวีเถาเถาอาจจะไม่อยากให้เขาเป็นหัวหน้าพ่อครัว
แต่พอมองย้อนกลับไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะคิดเล็กคิดน้อยมากเกินไปหน่อย
สวีเถาเถาหยิบหน่อไม้ดองจากโถที่อยู่ใต้ตู้ข้าง ๆ มากำหนึ่ง วางมันลงบนเขียงแล้วหั่น หน่อไม้ดองนี้เป็นของที่เธอดองเองมาได้สักพักแล้ว วันนี้จึงได้โอกาสเอาออกมาลองชิมพอดี
"อ้าว เถาเถา เธอจะทำบะหมี่เหรอ ถ้ารู้ว่าเธอจะมาฉันคงรอกินข้าวทีหลัง"
หนิวชิงเฉ่าถอนหายใจ ถึงแม้ฝีมือการทำอาหารของพี่ก่วงซุ่นจะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังเทียบกับสวีเถาเถาไม่ได้จริง ๆ
สวีเถาเถาพูดอย่างสบาย ๆ "งั้นเธออยากจะกินอีกชามไหม"
หนิวชิงเฉ่าตาเป็นประกาย แต่แล้วก็ส่ายหน้าอย่างลังเล "ไม่เอาดีกว่า ฉันเพิ่งกินน่ะ อิ่มมากด้วย ตอนนี้ยังอืดอยู่เลย"
แม้เธอจะไม่ได้กินด้วย แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล นั่งดูสวีเถาเถาทำบะหมี่หน่อไม้ดองอยู่กับพี่ก่วงซุ่น
สวีเถาเถาไม่สนใจว่าพวกเขาจะมองอยู่หรือไม่ เธอหยิบเนื้อที่เหลือจากที่ก่วงซุ่นหั่นไว้ มะเขือเทศหนึ่งลูก กระเทียมสองสามกลีบ พริกขี้หนูสองเม็ด อืม เธอชอบกินเผ็ด
เธอล้างและหั่นวัตถุดิบต่าง ๆ เตรียมไว้จนเสร็จแล้วเรียบร้อย สวีเถาเถาตบมือด้วยความพอใจ แล้วเริ่มลงมือทำอาหารอย่างจริงจัง
เธอหั่นหน่อไม้ดองเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใส่ลงในกระทะน้ำมัน ตามด้วยกระเทียมสับ เนื้อบด และมะเขือเทศหั่นเต๋า หลังจากผัดทุกอย่างจนหอม ก็เติมเกลือ ซีอิ๊ว และเครื่องปรุงรสอื่น ๆ พอทำซอสสำหรับคลุกบะหมี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นตั้งหม้อใหม่ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่เส้นบะหมี่และผักใบเขียวลงไป ต้มจนสุกแล้วตักขึ้นมา ราดด้วยซอสคลุกที่เตรียมไว้ เส้นสีขาวเหนียวนุ่ม ผักเขียวสดชวนให้ลิ้มรส ซอสผัดหอมกรุ่นเนื้อ เส้นผัดหน่อไม้ดองแบบง่าย ๆ เสร็จเรียบร้อย
เธอทำทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ห้องครัวเปรียบเสมือนสนามรบของเธอ ส่วนตะหลิวเปรียบเสมือนอาวุธของเธอ เธอขยับตัวทำภารกิจตรงหน้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว แค่พริบตาเดียวเท่านั้น บะหมี่ผัดหน่อไม้ดองร้อน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นก็เสร็จเรียบร้อย
หนิวชิงเฉ่ามองสวีเถาเถาด้วยสายตาชื่นชมราวกับเป็นแฟนตัวยงของเธอ "เถาเถา เธอเก่งมากเลย! ทุกครั้งที่ได้เห็นเธอทำอาหาร ฉันรู้สึกเหมือนไฟในตัวลุกโชนไปหมด"
ภาพที่เธอได้เห็นทั้งหมดช่างน่าตื่นเต้น ยิ่งใหญ่ และช่างน่าเพลิดเพลินเหลือเกิน
สวีเถาเถายิ้มมุมปากพลางคลุกเส้นไปด้วย "เธอชมฉันขนาดนี้ ฉันคงต้องให้รางวัลเธอสักหน่อย แบ่งบะหมี่จากฉันไปหน่อยเถอะ"
"จริงเหรอ?"
หนิวชิงเฉ่าร้อง 'เย่' ออกมา แล้วกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ "เถาเถา เธอใจดีจังเลย!"
"เมื่อกี้ตอนที่เธอทำซอสเนื้อ น้ำลายฉันจะไหลออกมาอยู่แล้ว มันหอมมากจริง ๆ นะ รีบแบ่งให้ฉันเร็วเข้า บะหมี่คลุกจานนี้ต้องอร่อยมากแน่ ๆ !"
เธอรีบคว้าชามสะอาดใบเล็กมารอข้าง ๆ สวีเถาเถา เบิกตากว้างมองบะหมี่ในมือของสวีเถาเถาพลางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
สวีเถาเถาเห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้จึงตักบะหมี่แบ่งให้เธอบ้าง แน่นอนว่าเธอปฏิบัติกับทุกคนเท่าเทียมกัน จึงตักแบ่งใส่ชามเล็ก ๆ ให้พี่ก่วงซุ่นและอาหนิวคนละชามแค่พอให้ลองชิม เพราะนี่เป็นอาหารมื้อกลางวันของเธอ
หนิวชิงเฉ่าหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบเส้นบะหมี่เข้าปากดังซู้ด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงในความอร่อย จากนั้นก็เคี้ยวบะหมี่ในปากไม่หยุด
"อื้อ อร่อยมาก บะหมี่นี่อร่อยมาก ๆ เลย ซี้ด อาจจะเผ็ดนิดหน่อย แต่ก็อร่อยมากจริง ๆ !"
อาหนิวและพี่ก่วงซุ่นแอบหาเวลาว่างจากงานที่กำลังยุ่งอยู่มาลองชิมบะหมี่ผัดหน่อไม้ดองที่สวีเถาเถาทำ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้ด้วยความชื่นชม
"เถาเถา ซอสนี่ทำจากหน่อไม้ดองที่เธอดองไว้ก่อนหน้านี้เหรอ? รสชาติดีจริง ๆ นะ เปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ กินกับข้าวแล้วอร่อยมากเลย น่าเสียดายที่ไม่มีหมั่นโถว ถ้ามีหมั่นโถว ฉันจิ้มกับน้ำซอสนี่ ฉันกินได้สามลูกเลยนะ!"
อาหนิวกินอย่างเอร็ดอร่อย แม้ว่าเดือนที่ผ่านมานี้เธอจะตกหลุมรักในฝีมือการทำอาหารของสวีเถาเถาจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่ทุกครั้งที่สวีเถาเถาลงมือทำอาหารอะไรสักอย่าง เธอก็ยังคงรู้สึกทึ่งได้อีก
มันก็เป็นแค่บะหมี่ผัดหน่อไม้ดองธรรมดา ๆ แต่พอสวีเถาเถาทำออกมากลับอร่อยกว่าที่คนอื่นทำ!