“อะไรนะเขาขอไว้ไม่ให้แจ้งความงั้นเหรอ” ชายหนุ่มพยักหน้า ตอบรับคุณนายอมรผู้เป็แม่จากนั้นก็เล่าให้ คุณนายอมร พราวพรรณพี่สาว ภูษิต น้องชายฟังว่าเขาตามหาภัคธีมาตามที่อยู่ที่ได้จากภูษิตหล่อนได้โทรหาน้องสาวคุยกันสักพักน้องสาวตัดสายทิ้ง
“คาดว่าน้องสาวคงหนีไปแล้วและ พี่สาวตัดสินใจรับผิดชอบหนี้สองล้านบาทแทน” ชาคีลพูดขึ้น
“ตั้งห้าปีเชียวกว่าจะใช้หนี้หมดแม่ไม่ไว้ใจหรอก สัญญาปากเปล่าแบบนั้น เผลอๆ ตอนนี้หาทางหนีไปแล้วมั้ง”
“เขาไม่หนีหรอก”ชายหนุ่มพูดให้แม่สบายใจ
“อะไรจะมั่นใจขนาดนั้นล่ะ”คุณนายอมรยังไม่วางใจ นึกว่าลูกชายจะไปจัดการ แจ้งความให้ตำรวจช่วยออกล่าหาคนหนีแต่นี้ไม่ทำอะไรสักอย่าง...
“พี่สาวภาวินี รับปากแล้วว่าจะใช้หนี้แทน และ เธอจะมาให้เห็นหน้าทุกวันพิสูจน์ว่าจะไม่หนี”
คุณนายอมรส่ายหน้า...หล่อนรู้จักมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงสมัยนี้ดี ใช้ความสวยหลอกลวงผู้ชายให้ตายใจ ...
“แม่ไม่ไว้ใจผู้หญิงสมัยนี้รักสบายหวังหลอกเงินผู้ชาย แล้วภูษิตล่ะ เอายังไง” หล่อนถามลูกชายคนสุดท้องที่เป็ผู้เสียหาย...ภูษิตนั่งบนโซฟาไม่พูดอะไรหมดอาลัยตายอยากยังทำใจไม่ได้
“เลิกคิดถึงผู้หญิงประเภทนี้ได้แล้วนะแม่อยากให้แกลืมนางโจรคนนั้นซะ”
“ผมเริ่มทำใจได้แล้วผมลืมภาวินีได้”
“ก็ดีแล้วภูษิตเห็นว่าไง ในเมื่อเป็เราผู้เสียหาย พรุ่งนี้แม่จะพาไปแจ้งความ”
“ช่างมันเถอะครับผมอโหสิกรรมให้ ขอแค่ไม่มีเหยื่อรายต่อไปโดนภาวินีหลอกอีกก็พอ”หล่อนไม่พอใจในการตัดสินใจของลูกชายเขาไม่ติดใจเอาความอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเลยหรือ?
“จะปล่อยให้มันลอยนวลอย่างนั้นได้ยังไงภูษิต”
“ผมโพสต์ในเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาร์แกรม ทุกๆ ช่องทางแล้วครับ ว่าให้ระวังผู้หญิงคนนี้”
หลังจากเขานอนซึมมาทั้งวันท่ามกลางความเป็ห่วงของแม่ และ พี่สาว พี่ชาย ทั้งๆ ที่เขายังไม่ลืมผู้หญิงคนนั้นทว่าสิ่งที่หล่อนทำกับเขานั้นมันเลวร้าย สร้างความเ็ปให้เขายิ่งนักภูษิตตัดสินใจ โพสต์รูปภาวินีทุกช่องทางสื่อออนไลน์ จากนั้นก็พยายามลืมผู้หญิงที่ย่ำยีหัวใจของเขา
“งั้นเรารอดูก่อนไหมคะว่าพี่สาวภาวินีจะใช้หนี้ ก้อนแรกให้ตอนไหน” พราวพรรณเสนอผู้เป็แม่
“ก็ได้แม่จะดูว่าพี่สาวของมันจะใช้หนี้ไหม ถ้ามันหนีละก็แม่จะแจ้งความเอง”
คุณนายอมรยังคงหงุดหงิดเสียดายเงินสองล้านบาทนั่น...หล่อนไม่เชื่อใจว่าพี่สาวของภาวินีที่จะรับผิดชอบหนี้เองนั้นจะจริงแค่ไหน...จริงอยู่เงินสองล้านบาทนั้นไม่ใช่ของภูษิต และ ไม่ใช่ของหล่อน แต่เป็เงินของชาคีลที่ภูษิตไปยืมชาคีลมาให้ภาวินี...เงินลูกก็เหมือนเงินแม่หล่อนย่อมเดือดร้อนเป็ธรรมดา
“นังภาวินีนั่นก็ร้ายกาจโยนให้พี่สาว นังพี่สาวของมันก็ตัวแสบบอกจะใช้หนี้ภายในห้าปี แค่รับปากส่งๆ ไปคิดหาทางหนีเรียบร้อย คงจะทำเป็ขบวนการ โยนความรับผิดชอบไปมาเพื่อให้ตัวเองหลุดรอด...” คุณนายอมรเตรียมแผนในหัวไว้ที่จะแจ้งความเอาผิดนางโจรนั่น...หากว่าพี่สาวภาวินีเล่นไม่ซื่อขึ้นมา…
เมื่อตกลงคุยกันเสร็จเป็อันว่าต่างฝ่ายต่างก็ แยกย้ายกันกลับขึ้นห้องของตัวเอง พราวพรรณพี่สาวคนโตเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ภัคธีมาขอร้อง คือ หล่อนจะรับผิดชอบหนี้เงินจำนวนนั้น และจะไม่มีการแจ้งความเกิดขึ้น ภูษิตก็เออออเห็นด้วย ส่วนคุณนายอมรผู้เป็แม่แม้จะไม่เห็นด้วย... ในที่สุดก็ต้องยอมรับตามความเห็นของลูกสาวพราวพรรณพูดทิ้งท้าย
“เราดูท่าทีของพี่สาวภาวินีก่อนว่า เธอจะมาให้เห็นหน้า จะได้มั่นใจว่าไม่หนี”
ชาคีลเดินเข้ามาในห้องนอนชายหนุ่มเปิดคอมพิวเตอร์ ออกมาหมายจะทำงานต่อ ทว่าคุณนายอมรผู้เป็แม่ยังตามเข้ามาหล่อนเข้ามาย้ำให้ลูกชายอีกครั้ง
“อยากให้เงินน้องยืมเงินดีนักก็ต้องไปจัดการตาม เอาคืนมาเองนะ และ แม่จะยอมให้เสียเงินไปสองล้านไปฟรีๆไม่ได้เด็ดขาด” คนเป็แม่พูดเสียงจริงจัง
“ข้อนี้แม่ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกยังไงผมก็ต้องไปไล่เบี้ยกับพี่สาวของเขาก่อน ในเมื่อตามตัวน้องไม่ได้”
“ยังไงก็อย่าใจอ่อนก็แล้วกันเงินไม่ใช่หาได้ง่ายๆ” หล่อนกำชับลูกชาย
“ครับแม่ส่วนภูษิตก็ต้องรับผิดชอบในส่วนที่เขาทำพลาดไป”เงินสองล้านบาทที่เขาให้น้องชายไปนั้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้เรียกร้องคืนแต่ภูษิตควรที่จะได้เรียนรู้ และ จำเป็บทเรียนว่าต่อไปก่อนจะคบผู้หญิงสักคนต้องศึกษาดูใจกันนานๆ
“คีลจะให้ภูษิตรับผิดชอบยังไง”
“ก็ให้เขามาเป็RMช่วย โจวที่โรงแรม” ชายหนุ่มพูดขึ้นเพราะ้าให้น้องชายมาทำงานในโรงแรมheaven parkเป็รองผู้จัดการทั่วไปResidentManagersหรือRMเขาวางแผนเพื่อต่อไปจะให้น้องชายไปเป็GMของheaven parkสาขาใหม่ คุณนายอมร ทำหน้าคิดหนักเพราะรู้อยู่แล้วว่าภูษิตไม่ชอบงานโรงแรม
“ภูษิตคงไม่ชอบหรอก”
“งั้นก็ให้เขาทำสิ่งที่เขาชอบเถอะครับแม่แม่ก็รู้นี่ว่าภูษิตชอบงาน กราฟฟิกดีไซน์มากขนาดไหน” คุณนายอมรทำหน้าตำหนิลูกชาย
“ก็เล่นเอาแต่ตามใจน้องอย่างนี้น้องมันถึงถูกหลอกไงล่ะ”
“เปล่าครับผมแค่ให้ความช่วยเหลือ เถอะน่าแม่อย่าคิดมาก ภูษิตยังเด็ก ปล่อยเขาไปก่อนรอเขาอยากเขาก็กลับมาเอง”
คุณนายอมรทำหน้าไม่พอใจแต่แล้วก็ต้องปล่อยเลยตามเลย ก่อน ดิเรกสาร สามีของหล่อน จะเสียชีวิตได้สร้างธุรกิจไว้มากมาย หล่อนและลูกๆ อยู่อย่างสุขสบายคนในชุมชนต่างก็พากันยกย่องเรียกหล่อนว่า คุณนายเพราะหล่อนมีน้ำใจชอบแบ่งปันสิ่งของให้แก่คนในชุมชน แต่หากหล่อนไม่ชอบขี้หน้าใครแล้วล่ะก็ คนนั้นจะรู้สึกถึงความใจร้ายความขี้เหนียวของคุณนายอมรได้เหมือนกัน
เมื่อ ดิเรกสารเสียชีวิตลงเพราะโรคหัวใจ กิจการที่ร่วมกับสามีสร้างขึ้น กิจการซักอบรีด และสปาที่หล่อนบริหารเอง ทั้งยังมี รายได้จากการให้เช่าบ้านเรือนทรงไทยโบราณ และ บ้านในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ใช้เป็สถานที่ถ่ายละคร ภาพยนตร์และ กิจการโรงแรมที่สามีสร้างขึ้นไว้
เมื่อลูกๆ โตขึ้นหล่อนพยายามสรรหาธุรกิจให้ลูกแต่ละคน เงินที่สามีทิ้งไว้หล่อนยังไม่แบ่งให้ลูกๆหมดเพราะกลัวลูกเอามาผลาญจนเกลี้ยง! แต่ใคร้าทำอะไรหล่อนก็จะสนับสนุนพราวพรรณนั้นถนัดงานบ้านเื่ความสะอาด เมื่อพราวพรรณออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันจึงมาสานต่อจากกิจการ ซักอบรีด คุณนายอมรจึงยกกิจการซักอบรีดและกิจการสปาให้ลูกสาวคนโตบริหาร
ส่วนชาคีลเมื่อเรียนจบเข้าดำเนิน กิจการโรงแรมที่อดิเรกสร้างไว้heaven parkหลังจากที่เขาเข้าบริหารก็ทำกำไรให้บริษัทได้ต่อเนื่องมาตลอดหล่อนจึงเบาใจปล่อยมือให้ลูกชายคนโตดูแลแทน
คุณนายอมรได้โอนหุ้นของกิจการโรงแรมส่วนหนึ่งให้ลูกๆ ทั้งสาม ให้พราวพรรณ ภูษิต และ ชาคีลเนื่องจากพราวพรรณมีงานที่รับผิดชอบมากพอแล้ว หล่อนจึงปล่อยให้ชาคีลดูแลโรงแรมไป
‘แม่ไม่อยากให้ทะเลาะกันเื่เงินใครทำงานก็รับค่าแรงกับเงินปันผลของหุ้น ใครไม่ทำก็รับแค่เงินปันผลจากหุ้นไป’
'ทรัพย์สินจากกองมรดกที่เหลือแม่จะเขียนพินัยกรรมไว้ต่างหาก' คุณนายอมรเกริ่นให้ลูกของหล่อนเข้าใจ
ั้แ่ที่พราวพรรณมีลูกน้อยก็ทำธุรกิจกิจการซักอบรีด และ สปาของคุณนายอมร แรกๆลูกค้าของหล่อนเป็คนระแวกบ้านใกล้เรือนเคียง ต่อมา ชาคีลจึงขอให้หล่อนรับผ้าปูที่นอนของโรงแรม และ เสื้อผ้าจากแขกไปซักรีด ธุรกิจของหล่อนแยกตัวออกมาเน้นซักอบรีดและสปาเป็หลัก!
ดูเหมือนลูกๆ ของหล่อนก็ไม่ได้มีปัญหาเื่ทรัพย์สิน ตามที่หล่อนเกรงว่าพี่น้องไม่รักกันหากมีเื่เงินทองมาเกี่ยวข้อง
ส่วนภูษิตก็เลือกงานที่ตัวเองถนัดแม้เขาจะมีหุ้นส่วนจากที่กิจการโรงแรมที่แม่โอนให้ส่วนหนึ่งแต่คุณนายอมรก็ไม่ยอมปล่อยเขาง่ายๆ หล่อนเคี่ยวเข็ญลูกชายคนเล็กเป็พิเศษในเื่การใช้เงินภูษิตชอบงานกราฟฟิกดีไซน์ไม่ได้สนใจคำของคุณนายอมรที่บอกว่าจะเปิดheaven parkอีกสาขาให้ภูษิตมาบริหาร
เพราะหล่อนมีที่ดินเรียบร้อยแต่ก็ต้องพับโครงการไว้ก่อนเพราะภูษิตไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่คุณนายเสนอ!
อาณาบริเวณโรงแรมheavenparkแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ และสวนร่มรื่น โรงแรมที่ดัดแปลงมาจากโรงสีเก่าของพ่อ สมัยที่ดิเรกสารยังหนุ่มได้สร้างขึ้นใน่แรก กั้นได้เพียงหกห้อง และได้จ้างสถาปนิกมาออกแบบ ภายในห้อง เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานศิลปะที่โดดเด่นในยุครัตนโกสินทร์ผสมผสานกับไทยสมัยใหม่ ...
จากโรงแรมขนาดเล็กค่าเช่าต่อห้องต่อคืน เป็ราคาที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่ายheavenpark ตั้งอยู่ในทำเลดีสร้างกำไรเป็เื่ไม่ยากเกินไป... จากนั้นการขยายกิจการก็เกิดขึ้นเขาทยอยสร้างตึก อีกสองตึก ด้านทิศตะวันออก และ ตะวันตก วางตำแหน่งให้กลมกลืนกับต้นไม้ แมกไม้ ในสวน ภายในบริเวณโรงแรม จนกลายเป็ โรงแรมheavenpark
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในโรงแรมจากนั้นก็ตรงดิ่งเข้าไปนั่งในห้องประธาน เลขาของเขาเดินมาเคาะประตูเรียก
“ผู้รับเหมาขอพบ่บ่ายค่ะคุณคีล” เขาพยักหน้ารับปาก จากนั้นก็โทรศัพท์หาโจวเื่ที่จะเจอกัน่บ่ายเมื่อโจวรับสาย เขาก็คุยงานกับเพื่อนสักพัก ก่อนวางสาย ชายหนุ่มรู้สึกปลายเสียงนั้นดูเศร้าไปถนัด...
อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขาโจวเป็เพื่อนสมัยเรียนเมืองนอกด้วยกัน เมื่อกลับมาเมืองไทยปรากฏว่า กิจการครอบครัวของโจวกำลังตกต่ำแต่เนื่องจากโจวมีประสบการณ์ด้านงานโรงแรมมาก่อนชายหนุ่มจึงจ้างโจวมาเป็ผู้จัดการทั่วไป มาช่วยเขาบริหาร ...นับว่าโจวเป็หัวเรือได้ช่วยพาธุรกิจของเขา รุดหน้ามาได้ไกล จากการบริการที่อบอุ่นห้องพักสะอาด ทำเลที่ดี จนเป็ที่ติดใจของบรรดาแขกที่เข้าพัก...
. “มะนาวเห็นคุณโจวเดี๋ยวนี้ดูท่าทีแปลกๆ” มะนาว พูดขึ้น
เห็นโจวผู้ที่เป็ทั้งเพื่อนและGMของเขา
“ขอบใจมากนะมะนาว มีอะไรอีกไหม”
“ตอนนี้ยังไม่มีนะแขกที่มาพักก็แฮปปี้กับราคาห้องพัก และ อาหารของเรามากค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มรับ
เมื่อเข้ามานั่งในห้อง ระหว่างเวลาที่รอผู้รับเหมาจะเข้ามาคุยงานกับโจว่บ่ายก็อดคิดถึงเื่ที่ภูษิตพ่อน้องชายตัวดีได้ทิ้งเื่ไว้ไม่ได้
‘น่าพี่คีล ช่วยผมนะครับ พี่ก็รู้ผมเพิ่งหมดตัวไปกับการเล่นหุ้น’ ภูษิตกำลังอ้อนวอนพี่ชายเพื่อขอยืมเงินไปหมั้นสาว
‘เธอเป็ใครแกคบกันนานพอแล้วเหรอ’
‘ผมมั่นใจคนนี้แหล่ะคือคนที่ผมรอมานาน’ ภูษิตเคยเกริ่นให้คุณนายอมรฟัง แต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่รับรู้และ เปิดทางให้ เขาสู่ขอหญิงสาวที่กำลังคบหากันได้ไม่นาน แม่บอกลูกชายคนเล็กว่า
‘ดูใจกันไปก่อนไหมลูกคบกันไม่ถึงสามเดือนกะจะแต่งแล้ว’ คุณนายอมรพยายามเตือน เพิ่งคบกันได้สามเดือนฝ่ายนั้นกะจะเรียกสองล้านบาท หน้าตายังไม่เคยเห็น...
‘หมั้นก่อนครับแม่’ภูษิตแย้งขึ้นมา
แน่นอนคุณนายอมรไม่เห็นด้วยเมื่อเข้าทางแม่ไม่สำเร็จ เขาจึงลองถามพราวพรรณพี่สาวคนโตพราวพรรณนั้นมีความเห็นอะไรมากไม่ได้ เรียกได้ว่าไม่ได้คล้อยตามหรือปฏิเสธพราวพรรณมีอดีตที่บอบช้ำมาจากที่ผู้ชายที่หล่อนรักหนีจากไปขณะที่หล่อนกำลังตั้งท้อง หล่อนจึงถอยออกมาไม่อย่างเอาตัวยุ่งกับเื่รักๆ ใคร่ๆของน้องชาย...แค่ดูแลลูกสาวคนเดียวก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว...เมื่อขอความช่วยเหลือจากแม่และ พี่สาวไม่ได้ เขาจึงตรงมาที่พี่ชาย
‘เมื่อแกอยากมีเมียฉันก็จะจัดให้’ ชาคีลพูดขึ้นเมื่อเขามาขอความช่วยเหลือ
ภูษิตดีใจจนแทบเนื้อเต้นเพราะเงินที่ได้จากงานประจำ หมดไปกับการเล่นหุ้น แต่ก็มีพี่ชายมาช่วยไว้
‘กลัวว่าแต่งเสร็จอยู่กันไม่ถึงเดือนเลิกกันน่ะสิ’พราวพรรณเริ่มไม่ค่อยเชื่อใจ ส่วนชาคีลก็เห็นด้วย...ทว่าในที่สุดชาคีลก็เดินไปหาน้องชายพร้อมกับเงินสด จำนวนสองล้านบาทในถุงสีน้ำตาล…
‘ขอบคุณมากพี่คีล’ ภูษิตรับเงินมาจากนั้น ก็กอดชายหนุ่มด้วยความดีใจ
‘แต่ถ้านายโดนหลอกขึ้นมาละก็…’
‘ไม่โดนหรอกน่าพี่ภาเธอเป็ผู้หญิงที่ดี’
‘เมื่อนายพูดแบบนั้นฉันก็เบาใจ’
เมื่อภาวินีรับเงินจากภูษิตไปหล่อนบอกว่าขอเวลา หลังจากย่าออกจากโรงพยาบาลแล้ว อีกหนึ่งอาทิตย์จะมาจัดงานหมั้นพร้อมครอบครัว เมื่อถึงเวลาภูษิตติดต่อหล่อนไม่ได้ ภาวินีไม่ติดต่อกลับมาทว่าหล่อนได้ส่งข้อความมาให้เขา บอกว่าเงินสองล้านบาท หล่อนให้พี่สาวไว้เพื่อเป็ค่ารักษาย่า...และ ถึงเวลางานหมั้นก็ไม่เกิดขึ้น... คุณนายอมรร้อนใจรู้แล้ว่าลูกชายตัวเองถูกหลอก หล่อนโวยวายไม่ยอมหยุด
‘เป็ไงล่ะสนับสนุนให้น้องมีเมีย ดีนัก ไม่รู้แหล่ะ ทั้งตาษิต และ ตาคีลก็ต้องจัดการหาทางจับนางโจรเอาเงินคืนมา’
หล่อนมองลูกชายทั้งสองไม่พอใจโดยเฉพาะชาคีลที่สนับสนุนเงินค่าสินสอดน้องชาย
‘แม่ไม่เห็นด้วยที่ภูษิตคบหาผู้หญิงคนนั้นไหนจะรีบเกินเหตุ’ คุณนายอมร พราวพรรณ และ ชาคีล ไม่เคยเห็นหน้าภาวินีมาก่อนนอกจากภาพถ่ายที่ภูษิตเอามาให้ดู หล่อนจึงคัดค้านหัวชนฝา ไม่ให้ลูกชายจัดงานหมั้น
‘คีลรับผิดชอบเื่นี้ไปละกันถ้าปล่อยเื่ไปแบบนี้ มีหวังแม่อาละวาดบ้านแตกแน่’
พราวพรรณเดินมาบอกชายหนุ่มให้จัดการแจ้งความตามหามิจฉาชีพ เอาเงินคืนมา คุณนายอมรยื่นคำขาดให้ชาคีลเป็ผู้รับผิดชอบเื่นี้ เพราะดูสภาพแล้วภูษิตก็ยังทำใจไม่ได้...ยิ่งดูภูษิตหมดสภาพ นอนซมคอตกมาหลายวัน...
เมื่อทนฟังเสียงบ่นของคุณนายอมรไม่ได้หนำซ้ำพี่สาวก็มาขอร้องเขารีบจัดการอะไรบางอย่างเพื่อเห็นแก่แม่…
‘เงินสองล้านสำหรับคีลอาจจะเสียไปได้แต่แม่คงไม่ยอม รู้อยู่ว่าแม่เขี้ยวเื่เงินขนาดไหน รีบๆ ไปจัดการเสียที’
พราวพรรณยังพูดต่อจนชายหนุ่มต้องเข้ามารับผิดชอบเื่นี้แทนภูษิต…