ฟางเซียนเออร์ที่ออกมาจากห้อง มองดูพวกเ้าหน้าที่และหัวหน้าหมู่บ้านที่ทะยอยจากไปกันหมดแล้ว นางก็เดินเข้าไปหาท่านแม่ของนางแล้ว “ท่านแม่พรุ่งนี้พวกเราเข้าไปที่อำเภอกันไหมเ้าคะ ข้าไม่สบายใจเลยจริงๆ ถึงพวกเราจะแยกออกมาแล้วก็จริง แต่เราควรจะไปทำเื่เอาชื่อออกจากทะเบียบ้านแล้ว ย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่ที่ทางการนะเ้าคะ” นางบอกกับมารดาของนาง
ฟางเหมยลี คิดตามที่บุตรสาวของนางบอก พวกเขาต้องทำเื่นี้ให้ชัดเจน ในอนาคตจะได้ไม่เกิดเื่วุ่นวายขึ้นในภายหลัง “ข้าเข้าใจแล้ว พรุ่งนี้จะเข้าเมืองไปกับเ้า” นางบอกบุตรสาวตัวน้อยของนาง นางจะสร้างตระกูลของนางขึ้นมาใหม่ เพื่อให้บุตรสาวและบุตรชายที่กำลังจะเกิดมาของนางนั้นได้อยู่อย่างสุขสบาย
ฟางเซียนเออร์ผงกหัว “เ้าค่ะท่านแม่” นางดีใจที่ท่านแม่ของนางนั้นเข้าใจอะไรได้ง่ายไม่จำเป็ต้องให้นางโน้มน้าวให้มากความ “เช่นนั้นข้าจะขึ้นไปฝึกวิชาอยู่บนเขาสักพักนะเ้าคะใกล้ๆ ยามเซินข้าจะกลับมาเ้าคะ” ฟางเซียนเออร์บอกกับมารดาของนาง ฟางเหมยลีพยักหน้า และเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปเย็บผ้าต่อในบ้าน
ฟางเซียนเออร์ เดินออกมามองดูพวกนายช่างที่กำลังทำงานกันสักพัก นางเดินออกประตูหลังบ้าน ตรงไปยังโขดหินใหญ่ที่อยู่ข้างลำธาร วันนี้นางต้องรวบรวมลมปราณให้ได้มากเท่าที่นางจะทำได้ หลังจากที่มาถึงแล้วนางก็นั่งลงยังที่ประจำของนางแล้วเริ่มจัดการกับลมปราณของนางทันที
เมือเวลาผ่านไปประมาณ 3 ก้านธูป (หรือ 3 ชั่วโมง) บรรยากาศรอบๆ ตัวของฟางเซียนเออร์ก็เริ่มสั่นะเื ตอนนี้นางมีลมปราณ 20 ปีแล้ว นับว่าเป็ขั้นพื้นฐานของผู้ฝึกยุทธ์ ฟางเซียนเออร์ค่อยๆ ลืมตาของนางขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วโครจรลมปราณของนางให้วิ่งไปทั่วร่างกาย ไม่มีจุดไหนที่ลมปราณของนางวิ่งไปไม่ถึง นับว่ายอดเยี่ยมจริงๆ
นางช่างโชคดีนักที่ร่างนี้เหมาะสำหรับการฝึกยุทธ์ยิ่งนัก บวกกับประสบการณ์ที่ผ่านมาของนางนั้น นางจะก้าวข้ามผ่านมันไปอย่างรวดเร็วกว่าพวกเขามาก นับว่าเป็เื่ที่น่ายินดี เมื่ออากาศรอบๆ ที่สั่นะเืหยุดลง นางก็เดินทางกลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านนางก็เห็นพวกนายช่างเตรียมตัวที่จะกลับกันแล้ว
“นาย่หวังมู่โปรดรอเดี๋ยวเ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์รีบหยุดพวกนายช่าง แล้วรีบเข้าไปในห้องเพื่อนำเงินค่าจ้างทั้ง 2 วันมาให้กับพวกเขา “นี่เ้าค่ะ ค่าจ่างทั้งสองวันของพวกท่าน” ฟางเซียนเออร์ส่งเงินจำนวน 100 อีแปะให้กับนางช่างหวังมู่ “ข้าจะจ่ายค่าจ้างของพวกท่านให้ทุกวันตอนเย็น” นางบอกกับพวกเขา
นายช่างหวังมู่รับเงินไปถือไว้ในมือของเขาแล้วลองนับดู จำนวนเงินนั้นตรงตามที่ได้ตกลงกันไปก่อนหน้านี้ “ข้าเข้าใจแล้วถ้าเ้ามีอะไรให้พวกข้าทำเพิ่มเติมก็บอกได้ไม่ต้องเกรงใจ พวกข้าจะทำอย่างเต็มที่ เ้าไม่ต้องกังวล”นาย่หวังมู่ยิ้มแย้มด้วยความยินดี ยิ่งมีงานมากก็ยิ่งจะมีเงินเข้ามามากขึ้น พวกเขาจึงไม่เคยกลัวงานลำบากแม้แต่น้อย
“ข้าทำคอกกระต่ายและเล้าไก่ของเ้าเสร็จแล้ว ถ้าเ้ามีเวลาก็ไปตรวจสอบดูได้” หวังเจียวบอกกับฟางเซียนเออร์
“เ้าค่ะ ข้าจะไปดู”นางยืนส่งพวกนายช่างออกจากประตูบ้านของนางเรียบร้อยแล้ว จึงปิดประตูลงกลอนอย่างแ่าแล้วกลับเข้าไปในบ้าน ฟางเหมยลีกำลังเตรียมกับข้าวเย็นอยู่ภายในครัว “ท่านแม่วันนี้ท่านทำอะไรให้ข้ากินหรือเ้าคะ” นางถามท่านแม่ของนาง
“แม่ทำหมูตุ๋นพะโล้ให้เ้าไว้กินกับหมั่นโถวร้อนๆ” ฟางเหมยลีตอบบุตรสาวของนาง แต่ก็ยังไม่หยุดมือของนาง ฟางเซียนเออร์มองท่านแม่ของนางที่น้ำหนักรวม 120 กิโล แล้วส่ายหัวไปมา หลังจากที่ท่านแม่ของนางคลอดแล้วนางคงต้องหาทางให้ท่านแม่ของนางลดน้ำหนักลงซะแล้ว ไม่อย่างนั้นเกรงว่าจะมีโรคอื่นๆ ตามมาที่หลัง
รอไม่นานอาหารก็ทั้งหมดก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ หมูพะโล้ตุ๋นร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวนลอยไปในอากาศ ส่งผลให้ท้องไส้ของนางเริ่มปั่นป่วนไปมาด้วยความหิว “ท่านแม่หอมมากจริงๆ ท่านมีฝีมือในการทำอาหารยิ่งนัก”นางชมมารดาของนาง
“อย่ามัวแต่ชมข้าเลยรีบกินเถอะ เดี๋ยวจะไม่อร่อยกินตอนร้อนๆ นี่แหละ”ฟางเหมยลีมองบุตรสาวของนางแล้วส่ายหัวไปมาด้วยความจนใจ ลูกสาวของนางนั้นนับวันยิ่งตะกละมากขึ้น “เ้าค่ะ ๆ นี่ข้ากำลังกินเลยเ้าค่ะ ฮูยๆๆ ร้อนๆ ฟู่ๆ” ฟางเซียนเออร์ รีบเป่าปากด้วยความร้อน “นั่นไงๆ เ้าเด็กคนนี้ ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นหมูพะโล้ก็ไม่หนีเ้าไปไหนหรอก”ฟางเหมยลีรีบรินน้ำให้กับลูกสาวของนาง
นางรับน้ำที่มารดารินให้ก่อนจะดื่มมันลงไปอย่างรวดเร็ว “ข้าก็แค่หิวมากจนเกินไป ท่านแม่” นางบอกด้วยความรู้สึกอายนิดๆ จะไม่ให้นางหิวได้อย่างไรการฝึกวิชายุทธ์นั้นสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก วันนี้นางฝึกอยู่ 1 ชั่วยามครึ่งเลยทีเดียว จะไม่ให้นางหิวได้อย่างไร
หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วนางก็นำกระต่ายที่นางจับไว้ไปปล่อยไว้ในคอก นางมองดูคอกกระต่ายที่อยู่ตรงหน้า พี่หวังเจียวฝีมือไม่เลยเลยที่เดียว สามารถทำได้ตามแบบที่นาง้า จากนั้นนางก็ไปดูเล้าไก่ต่อ เล้าไก่นี้สามารถเลยไก่ได้ถึง 100 ตัวเลยที่เดียว แต่นางคงเลี้ยงแค่ 10 ตัวก่อน เพราะยังไงเลี้ยงไก่ก็ต้องมีอาหารไก่ ยิ่งตอนนี้พวกนางไม่มีธัญพืชเลยแม้แต่น้อยรอหมดหน้าหนาวนางค่อยเริ่มเพราะปลูก
หลังจากนั้นนางจึงเดินออกจากประตูหลังบ้านไป แล้วนำมีดที่นำติดตัวมาตัดหญ้าที่ขึ้นอยู่ด้านหลังของบ้าน เมื่อได้หญ้ามากพอสมควรแล้วนางก็เอาใส่ตะกร้าแล้วจึงกลับเข้าไปในบ้านตรงไปยังคอกกระต่าย นางเทหญ้าทั้งหมดที่ตัดมาเข้าไปในคอกกระต่าย เพื่อให้พวกมันกินและใช้เป็ที่นอน เพื่อให้พวกมันอบอุ่นด้วย
หลังจากพวกนางเข้านอนแล้ว นางก็ตื่นขึ้นมายามเหม่า ของเช้าอีกวันเพื่อเตรียมตัวเข้าไปในเมือง ท่านแม่ของนางก็เตรียมตัวเสร็จแล้วเช่นกัน ทั้งสองจึงต้องไปที่บ้านของ ลุงซีเหม่า พวกนางเคาะประตู สักพักคนที่อยู่ด้านในก็ออกมา “ท่านลุงพวกข้าเอง พอดีพวกเราอยากจะเข้าไปในเมือง ค่าจ้างเหมือนเดิมเ้าค่ะ ท่านลุงรอรับพวกเรากลับด้วยเ้าค่ะ” นางบอกกับท่านลุง “ได้ซิๆ พวกเ้ารอสักครู่ข้าจะไปเอาเกวียนที่หลังบ้าน” ซีเหม่ายิ้มด้วยความยินดี่นี้เขามีรายได้ดีเลยทีเดียว
เมื่อขึ้นเกวียวเรียบร้อยแล้วพวกนางก็ออกเดินทางไปยังอำเภอหนาน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วยามพวกเขาก็มาถึงอำเภอเมืองหนานกันแล้ว “ท่านลุงท่านช่วยพาข้ากับท่านแม่ไปที่ ที่ว่าการอำเภอหน่อยเ้าค่ะ”
“ได้ๆ ”จากนั้นจึงบังคับเกวียนเพื่อมุ้งหน้าไปที่ว่าการอำเภอ “ถึงแล้วๆ” ท่านลุงบอกกับพวกนาง ฟางเซียนเออร์และท่านแม่ของนางลงจากเกวียน “ท่านลุงรอพวกข้าสักครู่นะเ้าคะ” นางบอกท่านลุงจากนั้นจึงพาท่านแม่ของนางเข้าไปในที่ว่าการ
“พวกเ้ามาทำอะไรกัน” ทหารยามที่อยู่หน้าที่ว่าการถามพวกนาง 2 แม่ลูก “ข้ากับลูกสาวข้าจะมาขอย้ายทะเบียนบ้านออกแล้วย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่เ้าค่ะ” ทหารยามพยักหน้า “ให้พวกนางเข้าไปได้” หลังจากนั้นจึงมีเ้าหน้าที่พานางทั้งสองคนแม่ลูกเข้าไปด้านใน “พวกเ้ารอนายอำเภอสักครู่” เ้าหน้าที่บอกนาง
หลังจากนั้นไม่นานนายอำเภอก็ออกมาเขาเดินมานั่งลงที่โต๊ะทำงาน “จะย้ายออกจากตระกลูไหนกัน” นายอำเภอถามพวกนางสองคนแม่ลูก “ข้าฟางเหมยลีและบุตรสาวจะย้ายชื่อออกจากตระกลูชุนเ้าค่ะ” เมื่อนายอำเภอได้ยินดังนั้นมือที่จับพู่กันที่กำลังจะเขียนลงไปบนกระดาษก็หยุดชะงักลงแล้วเงยหน้ามองพวกนาง 2 แม่ลูกอย่างชัดๆ
ตระกลูชุนนั่นมันตระกลูบัณฑิตไม่ใช่หรือ ตระกลูที่บุตรสาวของอนุภรรยาของเขาแต่งเข้าไปเมื่อ 2 ปีก่อน
“อย่าลืมกดติดตามและกดหัวใจให้ไรต์ด้วยนะคะ”