โจวซื่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความโกรธ“ซานหยาง เรื่องของเจ้าแต่ตนเองกลับไม่รีบร้อน นี่เป็นการถอนพิษให้เจ้าเจ้าเอาใจใส่หน่อยได้หรือไม่!”
“อ้อข้าจะเอาใจใส่” จ้าวซานหยางยิ้มตาหยีไปทางภรรยาหนึ่งที จากนั้นก็หยุดทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
โจวซื่อโกรธยิ่งนักนางเอ่ยกับหวังเฮ่า “เจ้าไปเอายาถอนพิษที่ภรรยาเจ้าทํามาให้อาจารย์ของเจ้ากิน”
หวังเฮ่ารับปากหนึ่งเสียงหลังจากทราบที่เก็บยาจากหลี่ชิงชิงแล้ว ก็รีบกลับไปที่หมู่บ้านหวังทันที
ทางด้านจ้าวซานหยางเขาเอ่ยถามด้วยท่าทางนิ่งสงบ “หลี่ซื่อ เมื่อข้าถอนพิษแล้วสามารถดื่มสุราได้ใช่หรือไม่?”
โจวซื่อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกชี้ไปที่จ้าวซานหยางแล้วเอ่ยกับหลี่ชิงชิงว่า “เจ้าฟังที่เขาพูดสิ!”
หลี่ชิงชิงตอบด้วยรอยยิ้มว่า“หลังจากขับพิษหมดเจ็ดวันถึงจะดื่มได้เจ้าค่ะ”
เป็นเพราะจ้าวซานหยางใจกว้างดังนั้นการเผชิญหน้ากับการสูญเสียโอกาสในการสอบเคอจวี่ในปีนั้นแล้ว จึงยังมีสภาพจิตใจที่ดีและสามารถรักษาจิตใจที่ชอบช่วยเหลือผู้คนไว้ได้
จ้าวซานหยางเอ่ยถามต่อว่า“ผมของข้าจะหนาขึ้นหรือไม่?”
“หากบํารุงร่างกายให้ดียังมีโอกาสเจ้าค่ะ”
“บางครั้งข้าก็หูอื้อนี่เป็นเพราะในร่างกายยังมีพิษอยู่หรือ?”
“ท่านอาจารย์สาเหตุที่ทำให้หูอื้อมีหลายสาเหตุ เมื่อครู่ข้าจับชีพจรให้ท่าน คิดว่ามากกว่าครึ่งเกิดจากพิษเช่นท่านกินของที่ทำให้เกิดการแพ้ก็อาจจะทำให้หูอื้อได้ของที่ก่อให้เกิดการแพ้ก็คืออาหารประเภทเห็ด ปลาลิ่น จำพวกนี้เจ้าค่ะ”
“ใช่ เจ้าเอ่ยได้ถูกต้องยิ่งข้าชอบกินเห็ด ปลาลิ่น สิบครั้งหลังจากกินมีหลายครั้งที่หูอื้อ” จ้าวซานหยางเข้าใจขึ้นมาทันที
โจวซื่อฟังหลี่ชิงชิงพูดอย่างมีเหตุมีผลซึ่งหมายความว่าหลี่ชิงชิงสามารถถอนพิษของจ้าวซานหยางได้ นางจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า“ทักษะทางการแพทย์ของเจ้าเหนือชั้นถึงเพียงนี้พวกข้าอยู่ในหมู่บ้านฮวาโกวกลับไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“ข้าเคยได้ยิน”จ้าวซานหยางไม่ใช่ซิ่วไฉที่วันๆ อยู่แต่ในบ้าน เขาชอบเดินไปพูดคุยกับชาวบ้าน และยังชอบปีนเขาเพื่อออกกําลังกายอีกด้วย
ยามนี้พี่น้องทั้งสี่ของตระกูลจ้าวเริ่มสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาทว่ามีเพียงจ้าวหมิงจื้อผู้อายุน้อยที่สุดเท่านั้นที่เอ่ยปากถาม “ท่านพ่อท่านได้ยินอะไรมาบ้างขอรับ?”
“พวกเขาเคยบอกว่าครอบครัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากตําบลชิงอวี๋ มีหมอเทวดาหญิงที่สามารถช่วยชีวิตคนตายได้”จ้าวซานหยางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วเอ่ยต่อ “ยังบอกว่าหมอเทวดาคนนั้นเป่าปากให้ศพที่จมน้ำศพก็ลืมตาขึ้นมามีชีวิตต่อ”
หลี่ชิงชิงอดหัวเราะไม่ได้“นี่ไม่ใช่ข้า นี่คือปีศาจแล้วเจ้าค่ะ”
นางจําได้แล้ว ก่อนหน้านี้นางเคยช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่จมน้ำด้วยวิธีผายปอดหมู่บ้านหวังอยู่ห่างจากหมู่บ้านฮวาโกวไม่ถึงสิบลี้ เรื่องราวก็ถูกเล่าลือออกไปเช่นนี้แล้ว
ทุกคนต่างหัวเราะเสียงดังยังกล่าวว่าปีศาจไม่ช่วยคน เพราะมีแต่จะกินคน
“สิ่งที่พวกเขาพูดนั้นดูลึกลับยิ่งข้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความจริง” จนถึงตอนนี้จ้าวซานหยางก็ยังไม่ได้เชื่ออย่างหมดใจว่าหลี่ชิงชิงมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมเขาคิดว่าหลี่ชิงชิงน่าจะมีตำรายาถอนพิษงูพิษแมลงจากบ้านเดิมเท่านั้น
บุตรชายคนโตจ้าวฉางคงกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโตเสียงจึงแหบเล็กน้อย เขากล่าวขึ้นว่า “ท่านแม่ ข้าจะไปล้างเห็ดที่จะกินวันนี้ที่เหลือตากแห้งเอาไว้กินตอนฤดูหนาว”
บุตรชายคนรองจ้าวตงเซิงกําลังจะไปช่วยทําอาหารในห้องครัวหลี่ชิงชิงให้เขาไปพัก ทำเอาเด็กหนุ่มตะโกนด้วยความดีใจว่า “ขอบคุณพี่สะใภ้ขอรับ!”
ในขณะที่หวังเฮ่ากลับไปเอายาโจวซื่อและหลี่ชิงชิงก็เข้าไปทําอาหารต่อ
อาหารของตระกูลจ้าวดีมาตลอด
ช่วงหลายวันมานี้มีแขกมาเยี่ยมที่บ้านตลอดทั้งหมู ไข่ไก่ ยังมีขาแกะอีกหนึ่งขา
“เนื้อแกะในเมืองเซียงของพวกเรามีกลิ่นสาบค่อนข้างแรงข้าทำเนื้อแกะไม่อร่อย เจ้าทำเนื้อแกะอร่อยหรือไม่?” หลังจากโจวซื่อพูดจบก็รู้สึกว่าไม่ควรถามหลี่ชิงชิง
ราคาเนื้อแกะแพงกว่าเนื้อไก่และยิ่งแพงกว่าเนื้อหมูมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านกระทั่งเนื้อหมูยังกินไม่ได้จะกินเนื้อแกะได้อย่างไร
ผู้ใดจะรู้ว่าหลี่ชิงชิงจะตอบพร้อมรอยยิ้ม“อาจารย์หญิง หากที่บ้านท่านมีเตาย่าง ข้าสามารถทําเนื้อแกะย่างได้เจ้าค่ะ”
“ที่บ้านไม่มีเตาย่าง”โจวซื่อนึกถึงตอนที่จ้าวซานหยางไปชุมนุมกับเหล่านักกวีพ่อครัวของนายอำเภอย่างเนื้อกวางด้วยเตาย่าง บ้านคนทั่วไปที่ใดจะมีเตาย่างกัน
หลี่ชิงชิงเอ่ยถาม“แล้วมีสุราหรือไม่เจ้าคะ?สุราสามารถกําจัดกลิ่นสาบของเนื้อแกะได้บางส่วน ขาแกะอบขิงน้ำแกงกระดูกแกะ ใส่กระเทียม ผักชีเล็กน้อย กลิ่นสาบก็จะน้อยลงเจ้าค่ะ”
“สุรามีเป็นสุราเหลือง” โจวซื่อคิดบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยว่า “อาจารย์ของเจ้ากินสุราไม่ได้แต่เขาชอบกินเนื้อแกะ ชอบกินมากกว่าปลาเสียอีก”
“อาจารย์หญิงละเอียดรอบคอบจริงๆเป็นเรื่องดีต่อท่านอาจารย์ เช่นนั้นก็ไม่ใส่สุรา แล้วมีฮวาเจียวหรือไม่เจ้าคะ?”
“มี ที่บ้านมีฮวาเจียวเยอะมาก”โจวซื่อเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “เอ๋ฮวาเจียวไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาโรคไข้ซางหานหรอกหรือ?”
“สำหรับข้าฮวาเจียวเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งเจ้าค่ะ”
เพื่อให้จ้าวซานหยางได้กินเนื้อแกะที่ไม่มีกลิ่นสาบรุนแรงโจวซื่อจึงนํายาทั้งหมดที่เตรียมไว้ในบ้านออกมาให้หลี่ชิงชิงเลือก
“ฮวาเจียวใบกระวาน โป๊ยกั้ก ไม่เลวเลย มีสิ่งเหล่านี้เนื้อแกะยิ่งอร่อยเจ้าค่ะ”หลี่ชิงชิงหยิบเครื่องเทศแต่ละชนิดออกมาอย่างละเล็กละน้อย แล้วให้โจวซื่อนำไปเก็บจากนั้นก็ขอขิงและผักชี
โจวซื่อให้บุตรชายคนเล็กไปเอาขิงและผักชีที่บ้านญาติในหมู่บ้านเดียวกันแล้วตนก็มาปอกกระเทียมไว้ครึ่งชาม
อาหารจานหลักของมื้อกลางวันวันนี้คือเนื้อแกะอบขิงปลาเฉาฮื้อราดพริกสับดอง หมูสับนึ่งแป้ง อาหารจานรองคือผักบุ้งผัดกระเทียมผัดถั่วฝักยาว ไข่ผัดพริกสับดอง เนื้อผัดเห็ด อาหารรองท้องคือยำแตงกวาเห็ดหูหนูถั่วลิสงทอด น้ำแกงเป็นน้ำแกงกระดูกแกะ อาหารหลักย่อมเป็นข้าวสวย
นี่ก็คืออาหารเก้าอย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างครบถ้วนสมบูรณ์พอดี
หลี่ชิงชิงเป็นคนทำอาหารโจวซื่อคอยเป็นลูกมือให้นาง
อาหารจานหลักสามอย่างล้วนเป็นสิ่งที่โจวซื่อไม่เคยกินมาก่อนนางยืนอยู่ด้านข้างดูหลี่ชิงชิงทําอาหารที่ดูน่าอร่อยไปหมดในทุกๆ ด้านอย่างเป็นเรียบร้อยพลางเอ่ยในใจว่า หวังเฮ่าช่างมีวาสนาจริงๆได้แต่งงานกับหลี่ซื่อที่มีความสามารถและฉลาดเช่นนี้ หากบุตรชายข้ามีวาสนาดีๆ เช่นนี้คงเป็นการดี
สตรีสองคนใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็ทําอาหารหอมกรุ่นออกมาเต็มโต๊ะใหญ่
อาหารเสร็จพอดีกับที่หวังเฮ่าเดินเข้าประตูมาเขาวิ่งเหยาะๆ มาตลอดทาง ความเร็วยังไม่ช้า ถือเสียว่าออกกําลังกาย
“หวังเฮ่าเจ้าวิ่งกลับไปกลับมาทำไม ข้าไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น” จ้าวซานหยางกินยาผงตบไปที่ปากสองที ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ขมจริงๆ”
โจวซื่อเอ่ยอย่างโมโห“ไร้สาระ ยาดีย่อมขมปาก”
หลี่ชิงชิงกําชับว่า“ยาถอนพิษต้องกินติดต่อกันสามวัน อีกสามวันให้หลัง ข้าจะตรวจซ้ำให้ท่านเจ้าค่ะ”
“ตกลง” จ้าวซานหยางตอบอย่างไม่ใส่ใจเหลือบมองไปที่อาหารบนโต๊ะ อาหารน่าอร่อยมากมายเพียงนี้ดูดีกว่าอาหารที่จวนท่านนายอําเภอทำต้อนรับแขกเสียอีก รสชาติเองก็น่าจะดีกว่าโดยเฉพาะปลาราดพริกแดงๆ ยังมีเนื้อขาแกะติดมัน น่าอร่อยเหลือเกิน เขาเอ่ยถามว่า “ยามนี้ข้าสามารถกินข้าวได้หรือยังไม่?”
หลี่ชิงชิงยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ย่อมได้เจ้าค่ะ”
เด็กหญิงสองคนปรบมืออย่างมีความสุขพลางเอ่ย“ว้าว จะได้กินของอร่อยแล้ว”
หลี่ชิงชิงใส่หงหลัวปัวในขาแกะอบขิงเพราะเหตุนี้สีสันของอาหารจึงน่าดึงดูดยิ่ง และมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น แต่เพราะไม่ได้ใส่สุราจึงมีกลิ่นสาบเล็กน้อยแม้แต่พี่น้องทั้งสี่ของตระกูลจ้าวที่ไม่กินเนื้อแกะก็ยังกินไปหลายตะเกียบแล้วนับประสาอะไรกับจ้าวซานหยางที่ชอบกินเนื้อแกะเป็นอย่างยิ่งเขาแทบจะกินอาหารจานนี้คนเดียว
ปลาเฉาฮื้อราดพริกสับดองมีรสชาติอร่อยที่สุดในอาหารทั้งหมดปลาเฉาฮื้อหกถึงเจ็ดจินที่นำมาทำเป็นอาหารถูกกินจนหมดเกลี้ยง แม้แต่น้ำแกงยังถูกพี่น้องทั้งสี่ของตระกูลจ้าวคลุกกินกับข้าว