ในดินแดน อาร์เวเนีย ที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเงินตลอดกาล และต้นไม้โบราณสูงตระหง่านราวกับยามของโลกเก่า เอลิอัน เบรย์ธอร์น อัศวินหนุ่มแห่งตระกูลขุนนางเล็ก ๆ เดินทางผ่านทุ่งหญ้าที่แห้งเหือด ดวงตาสีฟ้าเย็นเยียบของเขาจับจ้องไปยังขอบฟ้าที่มืดมิด เขาสวมเกราะหนังสีน้ำตาลเข้มที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน และดาบยาวที่พาดอยู่ด้านหลังสะท้อนแสงจันทร์จาง ๆ
เอลิอันไม่ได้ออกเดินทางเพื่อชื่อเสียงหรือเกียรติยศเหมือนอัศวินคนอื่น ๆ เขามีเป้าหมายเดียว: หาดาบศักดิ์สิทธิ์
ลูนาเรีย ที่เล่ากันว่าถูกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของป่ามรกต ตำนานกล่าวว่าดาบเล่มนี้มีพลังเพียงพอที่จะขจัด คำสาปเงามืด ซึ่งค่อย ๆ กลืนกินอาร์เวเนีย หมู่บ้านถูกทิ้งร้าง พืชผลเหี่ยวเฉา และผู้คนเริ่มสูญเสียความหวัง ครอบครัวของเอลิอันเองก็พินาศไปในคืนที่เงามืดบุกโจมตี เขาสาบานกับตัวเองว่าจะหยุดมันให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร
ทว่า การเดินทางของเขาไม่ได้ราบรื่น ขณะที่ม้าของเขาก้าวผ่านโคลนตมใกล้ชายป่า เขาสังเกตเห็นเงาราง ๆ เคลื่อนไหวในหมอก "ใครอยู่ตรงนั้น!" เขาะโ มือหนึ่งจับด้ามดาบแน่น แต่สิ่งที่ปรากฎไม่ใช่อสูรกายหรือโจรป่า หากแต่เป็หญิงสาวคนหนึ่ง
เธอมีผมยาวสีขาวราวหิมะที่ปลิวไสวไปกับสายลม ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง เธอสวมชุดคลุมสีเขียวเข้มที่ดูเหมือนกลมกลืนกับใบไม้รอบตัว ในมือของเธอถือคทาไม้ที่แกะสลักด้วยลวดลายโบราณ "เ้าเป็ใคร และมาทำอะไรที่นี่?" เสียงของเธอเ็าแต่แฝงด้วยพลังที่ไม่อาจมองข้าม
"ข้าชื่อเอลิอัน อัศวินแห่งเบรย์ธอร์น ข้ามาตามหาลูนาเรีย" เขาตอบตรงไปตรงมา มองเธอด้วยสายตาที่พยายามประเมินว่าเธอเป็มิตรหรือศัตรู
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ใช่เสียงที่เป็มิตร "ลูนาเรียงั้นหรือ? เ้าคิดว่าตัวเองคู่ควรกับมันหรือ อัศวิน? ดาบนั้นไม่ใช่ของเล่นสำหรับมนุษย์ที่โลภในพลัง" เธอหันหลังเดินจากไป แต่เอลิอันไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดลอย
"รอเดี๋ยว! ถ้าเ้ารู้เื่ลูนาเรีย ข้าขอให้ช่วย ข้า้ามันเพื่อหยุดคำสาปเงามืด" เขาก้าวตามเธอเข้าไปในป่า แม้จะรู้สึกถึงสายตานับไม่ถ้วนจากเงารอบตัวที่จ้องมองเขาอยู่
หญิงสาวหยุดชะงัก หันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย "คำสาปเงามืด? เ้าจะเข้าใจอะไรเกี่ยวกับมัน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "ข้าคือเซเรน่า ผู้พิทักษ์แห่งป่ามรกต และข้าจะไม่ยอมให้คนนอกอย่างเ้ามายุ่งกับสิ่งที่เ้าไม่เข้าใจ"
ก่อนที่เอลิอันจะได้โต้แย้ง พื้นดินใต้เท้าพวกเขาก็สั่นะเื เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังมาจากส่วนลึกของป่า อสูรกายเงามืดตัวหนึ่งปรากฎตัว มันมีร่างกายเป็เงาดำที่บิดเบี้ยว ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องมองทั้งคู่ด้วยความหิวกระหาย เอลิอันชักดาบออกมาทันที ขณะที่เซเรน่ายกคทาขึ้น แสงสีเขียวอ่อน ๆ เริ่มเปล่งประกายจากปลายคทา
"ดูเหมือนเราจะไม่มีเวลาทะเลาะกันแล้ว" เอลิอันพูดพร้อมยิ้มมุมปาก เขากระโจนเข้าหาอสูรกายโดยไม่ลังเล ขณะที่เซเรน่าส่งพลังเวทเป็สายเถาวัลย์พุ่งเข้าโจมตีศัตรู การต่อสู้ครั้งแรกของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางป่าที่เงียบสงัด และนี่คือจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่จะผูกพันพวกเขาไว้ด้วยกัน
แสงจันทร์สีเงินสาดส่องผ่านรอยแยกของใบไม้หนาที่ยื่นออกมาจากต้นไม้โบราณในป่ามรกต กลิ่นดินชื้นและมอสเปียกปนกับกลิ่นคาวเืจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ขณะที่เอลิอันยืนหอบหายใจ ดาบในมือของเขาสะบัดหยดน้ำสีดำเหนียวข้นจากร่างของอสูรกายเงามืดที่เพิ่งล้มลง รอบตัวเขาคือพื้นดินที่แตกร้าวจากแรงปะทะ หญ้าสีเขียวเข้มถูกเหยียบย่ำจนเละเป็โคลน
เซเรน่ายืนอยู่ไม่ไกล คทาในมือของเธอยังคงเรืองแสงสีเขียวอ่อน ๆ สายเถาวัลย์ที่เธอเรียกขึ้นมาจากพื้นดินค่อย ๆ ม้วนตัวกลับลงไปใต้ผิวดินราวกับมีชีวิต เธอหายใจถี่เล็กน้อย ใบหน้าสวยงามที่เคยเ็าของเธอตอนนี้มีเหงื่อเกาะอยู่บาง ๆ "เ้าไม่เลวเลย...สำหรับอัศวิน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีแววดูถูก แต่สายตาของเธอเผยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ข้าก็เคยฝึกฝนมาบ้าง" เอลิอันตอบกลับพร้อมยิ้มมุมปาก เขาเก็บดาบเข้าฝักแล้วหันไปมองซากของอสูรกายที่ค่อย ๆ ละลายกลายเป็ควันดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า "แต่พลังของเ้า...มันไม่เหมือนเวทมนตร์ที่ข้าเคยเห็น มันเหมือนกับป่าแห่งนี้เชื่อฟังเ้า"
เซเรน่าไม่ตอบ เธอเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ที่มีรากโผล่พ้นพื้นดินราวกับงูั์ เธอวางมือลงบนเปลือกไม้หยาบกร้านที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวเข้ม แสงจากคทาของเธอไหลผ่านฝ่ามือเข้าไปในต้นไม้ ราวกับเธอกำลังสื่อสารกับมัน "ป่าแห่งนี้คือบ้านของข้า" เธอพูดโดยไม่หันมามอง "และมันไม่ต้อนรับคนนอกอย่างเ้า"
เอลิอันขมวดคิ้ว เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอ แต่ระวังไม่ให้เข้าไปในระยะที่อาจทำให้เธอรู้สึกถูกคุกคาม "ถ้าข้าเป็ภัยจริง ๆ เ้าคงไม่ช่วยข้าสู้เมื่อครู่ ข้าคิดว่าเราเริ่มต้นกันใหม่ได้ เซเรน่า ข้า้าความช่วยเหลือจากเ้าเพื่อหาลูนาเรีย"
เธอหันมามองเขาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "เ้าไม่รู้หรอกว่าลูนาเรียคืออะไร มันไม่ใช่แค่อาวุธ แต่มันคือ..." เธอหยุดพูดกะทันหัน ราวกับตระหนักว่าตัวเองเผลอพูดมากเกินไป เธอหันหลังแล้วเดินลึกเข้าไปในป่า "ตามข้ามา ถ้าจะตายก็ตายเสียที่นี่"
เอลิอันลังเลเพียงครู่เดียวก่อนจะควบม้าตามเธอไป ท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยหมอกเริ่มมืดลง แสงจันทร์ค่อย ๆ ถูกบดบังด้วยกิ่งไม้หนาที่ยื่นออกมาปกคลุมเส้นทาง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังซ่า ๆ ปนกับเสียงนกฮูกที่ร้องไกล ๆ ทำให้บรรยากาศในป่ารู้สึกทั้งลึกลับและกดดัน เขาสังเกตเห็นดอกไม้สีม่วงเข้มที่เรืองแสงจาง ๆ เกาะอยู่ตามโคนต้นไม้ และบางครั้งก็เห็น เงาราง ๆ เคลื่อนไหวในพุ่มไม้ แต่เมื่อมองชัด ๆ กลับไม่พบอะไร
หลังจากเดินทางได้ครู่หนึ่ง เซเรน่าพาเขามาถึงลานกว้างกลางป่า พื้นที่นี้แตกต่างจากส่วนอื่น ๆ ของป่ามรกต ตรงกลางลานมีบ่อน้ำขนาดเล็กที่น้ำใสราวกับกระจกสะท้อนแสงจันทร์ รอบ ๆ บ่อน้ำเต็มไปด้วยหินสีขาวที่เรียงตัวเป็วงกลมอย่างเป็ระเบียบราวกับถูกจัดวางโดยฝีมืุ์ ต้นไม้รอบลานสูงตระหง่านจนเกือบปิดท้องฟ้า แต่แสงจันทร์ยังคงส่องลงมาถึงพื้นได้อย่างน่าประหลาด