"เ้ามาแล้ว"เสียงดังกังวานของหงลี่แว่วมาตามลม หลานหลิงเงยหน้ามองตามเสียงไปเห็นปราณิญญาอันหนาแน่นรูปร่างคล้ายมนุษย์ยืนรอเขาอยู่สองร่าง ณทางออกจากหมู่บ้านไปยังขุนเขา หลานหลิงจึงเดินเข้าไปหา
"ขออภัยที่มาสายพอดีข้ามีเื่บางอย่างต้องจัดการ" หลานหลิงกล่าวขออภัยกวงตงและหงลี่เหลือบมองกลุ่มควันเบาบางที่ลอยขึ้นจากจุดที่เคยเป็บ้านพักของหลานหลิงและหญิงม่ายเมื่อวันก่อนแต่ก็เพียงมองดูเท่านั้น เื่ของผู้คนทางโลกนั้นไม่เกี่ยวอันใดกับผู้บำเพ็ญอย่างพวกเขา
"ในเมื่อมาพร้อมกันแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ"กวงตงกล่าวก่อนจะหันหน้าเดินเข้าไปในป่า
"ผู้าุโกวงวังหมื่นมรรคาต้องบุกป่าฝ่าดงั้แ่เริ่มเดินทางเลยหรือ" หลานหลิงประหลาดใจเขาคิดว่าจากที่นี่ไปยังวังหมื่นมรรคายังต้องเดินทางอีกไกลมากแต่พอเริ่มออกจากหมู่บ้านพวกเขาก็ต้องเข้าป่าในทันทีเลยน่ะหรือ
หงลี่กำลังอ้าปากพูดดูจากความกว้างของรูปปากแล้วกวงตงคาดว่าหงลี่คงกำลังเตรียมจิกกัดอะไรสักอย่างแน่นอนจึงรีบชิงพูดก่อน"ทางนี้มิใช่ทางไปวังหมื่นมรรคาหรอกเพียงแต่พวกข้ายังมีภารกิจที่ต้องจัดการให้เสร็จสิ้นเสียก่อน"
หลานหลิงเลิกคิ้ว"ภูตพยัคฆ์หรือขอรับ"
"ก็ไม่เชิง...พูดถึงเื่ของภูตพยัคฆ์เหตุใดหลายวันมานี้ถึงยังค้นหามันไม่พบก็ไม่ทราบเหมือนกันอาจบางทีเราต้องเข้าป่าไปลึกกว่านี้อาจจะมีร่องรอยของศพที่ถูกสัตว์ป่าลากไปหลงเหลือเอาไว้บ้าง"
"โอ้.."หลานหลิงทำเสียงประหลาดใจ
ทั้งสามพากันเดินลึกเข้าไปกวงตงถามจุดที่หลานหลิงพบเจอกลุ่มคนในคืนเดือนมืดเป็ระยะ ๆ จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดที่เป็ลานโล่งดูแล้วน่าจะถูกถางอย่างจงใจโดยมนุษย์คาดว่าเป็จุดพักจุดหนึ่งของพวกมันหลานหลิงเห็นกองศพที่ถูกเศษใบไม้แห้งปิดเอาไว้จำนวนหนึ่งสภาพศพเริ่มจะเน่าแล้ว
"ตอนนั้นน้องชายหลานบอกว่าเห็นกลุ่มคนขนาดใหญ่ประมาณสี่สิบห้าสิบคนใช่หรือไม่"กวงตงหันมาถาม เมื่อเห็นหลานหลิงพยักหน้าเขาจึงกล่าวต่อ"ป่าแห่งนี้น่าจะเป็จุดรวมตัวของเหยื่อจากหลายทิศทางหากเดินทางผ่านป่าอ้อมเมืองหรูหลิงขึ้นเหนือจะเจอแม่น้ำสายหลักหากลักลอบขึ้นเรือไปได้ก็ไปถึงที่หมายได้สบาย"
กล่าวจบกวงตงหยิบของที่เหมือนเข็มทิศเฟิงสุ่ย [1] และแผ่นยันต์ขึ้นมาใบหนึ่งเขาพึมพำคาถาเสียงเบาวาดยันต์ไปมา ทันใดนั้นก็เกิดไฟสีฟ้าลุกพรึบที่แผ่นยันต์กวงตงไม่รอช้าเปิดช่องตรงใจกลางเข็มทิศออกแล้วยัดแผ่นยันต์ที่กำลังลุกไหม้ลงไปจากนั้นปิดเข็มทิศลงไม่นานเข็มก็เริ่มขยับกวงตงเดินตามไปยังทิศทางที่เข็มทิศบอกในทันที
เมื่อเห็นว่าหลานหลิงมองดูอย่างสนใจหงลี่จึงกล่าวด้วยท่าทีเหมือนผู้รู้"นี่เป็เข็มทิศหยินหยาง สามารถค้นหาพลังด้านลบและสิ่งอัปมงคลได้เป็สิ่งของที่สร้างได้แต่ในแดนเต๋าเท่านั้นเ้าเพิ่งเคยเห็นใช่หรือไม่"
หลานหลิงพยักหน้าหงึกหงักจากนั้นเหมือนนึกอะไรออกจึงถามหงลี่ว่า "แดนเต๋า? ที่นี่มิใช่แดนเต๋าหรือ"หลานหลิงถามด้วยความประหลาดใจสำหรับเขาแล้วเกาะบ้านนอกที่เขาอยู่จะมิใช่แดนเต๋าเขาก็มิได้ประหลาดใจอันใดเพียงแต่เมื่อที่นี่เป็ส่วนหนึ่งของแผ่นดินใต้หล้าอันกว้างใหญ่มีนักพรตผู้บำเพ็ญสามารถพบเห็นได้ทั่วไปไฉนมิได้เรียกว่าแดนเต๋า
หงลี่หันไปมองหากวงตง"อาจารย์อา ดูท่าเด็กนี่มาจากเกาะโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง.."
"ตอนเ้ายังเยาว์เอาแต่วิ่งเล่นอยู่ในวังฯก็ไม่รู้อะไรไม่ต่างจากน้องชายหลานหรอกอย่าทำเป็อวดรู้ไปเลย" กวงตงตัดบทโดยไม่หันมามอง
หงลี่โดนขุดเื่อดีตมาตอกย้ำจนหน้าหงายกลับมาทำเอาแก้มของนางมีสีแดงระเรื่ออยู่บ้างก่อนจะหันมาอธิบายกับหลานหลิงแก้เก้อ "ฟังนะที่ที่เ้าอยู่แห่งนี้คือแคว้นเยว่ เื่แค่นี้เ้าพอจะรู้ใช่หรือไม่"
หลานหลิงพยักหน้าหงึกหงักหงลี่เห็นดังนั้นจึงเล่าต่อ
"แคว้นเยว่ตั้งอยู่ณ ทิศอาคเนย์แห่งใต้หล้าเป็ส่วนหนึ่งของแดนาอันกว้างใหญ่ไพศาล"
"แดนา?เช่นนั้นใต้หล้าแห่งนี้ก็แบ่งเป็แดนเต๋ากับแดนาอย่างนั้นหรือ"
หงลี่ส่ายหน้า"ยังมีแดนพุทธอยู่อีกทางทิศทักษิณ ฮึ! เปรียบเทียบกันแล้วแดนาของเรายังยิ่งใหญ่กว่านัก ต้องใช้แดนเต๋า และแดนพุทธควบรวมกันถึงจะเทียบขนาดของแดนาเราได้"
หลานหลิงผิวปากแสดงความประหลาดใจ
"หึหึมิใช่ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของแดนาคนธรรมดาอาศัยอยู่มิได้หรอกหรือเรียกว่าพื้นที่กว้างใหญ่แต่แหล่งที่อยู่อาศัยมีจำกัดกว่ามาก"กวงตงแย้งขึ้นมา
"อาจารย์อา..."หงลี่กระทืบเท้าไม่พอใจที่ถูกขัด"นั่นเพราะพวกเราให้ความเคารพกับแดนาต่างหากท่านดูพวกแดนเต๋าพวกนั้นสิแม้แต่รากิญญาแห่งป่าก็ขุดขึ้นมาใช้จนหมดพอไม่เหลืออะไรในดินแดนพวกมันแล้ว ทั้งพวกนักพรตเต๋าทั้งชาวพุทธถึงต้องยื่นมือมาหยิบฉวยสิ่งของในดินแดนของเราอย่างไรเล่า"
"อืมนี่เป็ครั้งแรกที่เ้าแสดงให้ข้าเห็นว่า อาจารย์เ้าถีบส่งเ้าออกมาจากวังฯเพื่อค้นหาประสบการณ์นั้นไม่เสียเวลาเปล่า" กวงตงชมเชย
"อาจารย์อา..."หงลี่ขยี้เท้าไฉนความพยายามจะทำตัวมีภูมิมีความรู้สั่งสอนหลานหลิงถึงกลายเป็ทำให้ตัวเองอับอายไปได้
"พวกท่านมีแผนที่ของใต้หล้าหรือไม่"หลานหลิงถามแม้แต่ตอนเขารื้อค้นกระท่อมของผู้ใหญ่บ้านทั้งหลังก็แทบไม่เคยเห็นแผนที่เลยบางทีการที่เขาเห็นพื้นที่ทั้งหมดของใต้หล้าแห่งนี้เขาอาจจะเข้าใจหรือเชื่อมโยงโลกใบนี้กับโลกเก่าของเขามาได้บ้าง
แต่เมื่อเขาถามไปหงลี่ก็หันกลับมายิ้มเยาะอย่างโอ้อวดเหมือนเคยเอาเลยสิ รำแพนหางของเ้าออกมา ร่ายรำตามใจอยากเ้าเลย หลานหลิงคิดในใจโดยเปรียบเทียบหงลี่กับนกยูงตัวผู้ชอบโอ้อวดขนของตน
"ฮึข้าเดาว่าเกาะของเ้าคงไม่ใหญ่มากสินะ ถึงมีแผนที่ทั้งหมดในดินแดนที่เ้าอยู่จำไว้ว่าอย่าได้เอ่ยคำถามนี้กับใครหน้าไหนอีกข้าไม่อยากถูกมองว่าเป็ชาวป่าชาวเขาไปกับเ้าด้วย"หงลี่อดสั่งสอนไม่ได้จากนั้นกล่าวต่อว่า "เ้าต้องจำไว้ว่า แผนที่ของแคว้นต่างๆ ถือเป็ข้อมูลลับที่มิอาจเปิดเผยให้คนนอกแคว้นรู้ได้หากใครนำออกไปเผยแพร่ถือว่าเป็ไส้ศึกมีโทษปะา"
"นั่นมิใช่กฎที่บังคับไว้กับชาวบ้านธรรมดามิใช่หรือไม่เกี่ยวอะไรกับผู้ฝึกตนอย่างพวกเรากระมัง" หลานหลิงถาม
"แล้วแผ่นดินที่ตั้งของสำนักเ้าไปตั้งไว้ที่ไหนเล่า?หรือเ้าว่าตั้งไว้บนฟากฟ้าใต้วารีก็ต้องตั้งไว้บนแคว้นใดสักแคว้นมิใช่หรือ ในเมื่อต้องพึ่งพากันก็ต้องมีข้อตกลงมีขอบเขตกันบ้างสิ" หงลี่แย้ง
หลานหลิงส่งเสียงประหลาดใจดูเหมือนผู้บำเพ็ญตนในที่แห่งนี้จะใกล้ชิดกับทางโลกมากกว่าที่คิดไว้"เช่นนั้นแม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรก็มิอาจรู้ถึงพื้นที่ทั้งหมดของใต้หล้าได้งั้นหรือทั้ง ๆ ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้"
ครานี้เป็กวงตงตอบโดยยังคงจ้องมองเข็มทิศอยู่"เหล่าผู้ฝึกตนชั้นสูงย่อมต้องสามารถล่วงรู้เกี่ยวกับเื่ราวของใต้หล้าหากแต่ว่าชนชั้นระดับนั้นไม่้าข้องเกี่ยวกับทางโลกสร้างเคราะห์กรรมหน่วงรั้งการฝึกบำเพ็ญเพียรยิ่งขึ้นไปสูงพวกเขายิ่งระวังตัว เพราะบ่วงกรรมเป็เื่สลับซับซ้อนและส่งผลร้ายแรงถึงมรรคาของพวกเขาได้"
"ที่แท้ก็เป็เช่นนี้"หลานหลิงพยักหน้าเข้าใจที่แท้เหล่าผู้ฝึกตนระดับล่างยังมีบ่วงผูกมัดตนเองกับทางโลกเอาไว้ส่วนผู้ฝึกตนระดับสูงก็มิ้าเกี่ยวข้องกับทางโลกทั้งยังดูเหมือนว่าการกระทำที่ส่งผลต่อผู้อื่นในทางใดทางหนึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อการบำเพ็ญเพียรของตนเองในภายหลังแบบนี้ก็นับว่ายุติธรรมดีเพราะหากมีบ่วงกรรมเหนี่ยวรั้งเช่นนี้ชาวบ้านธรรมดาจึงอยู่อย่างสบายใจขึ้นมาได้บ้าง
"ตอนนี้เข้าใจแล้วหรือไม่แดนเต๋าหรือชื่ออย่างเป็ทางการก็คือ แดนะนิรันดร ส่วนแดนพุทธชื่อเต็มของมันก็คือแดนพุทธสุขาวดี จำไว้ด้วยล่ะ" หงลี่ย้ำ
"แล้วแดนาเล่ามีชื่อเดิมหรือไม่"
"แดนาก็คือแดนามีชื่อเดียวเท่านั้น เป็มาเช่นนี้นับหมื่นปีแล้ว" กวงตงตอบ
หลานหลิงเหลือบมองดูเข็มทิศในมือกวงตงอีกที"ที่บอกว่าเข็มทิศอันนี้สามารถซื้อหาได้ในแดนเต๋าเท่านั้นหมายความว่าแดนเต๋ามีองค์ความรู้สูงมากทีเดียวใช่หรือไม่"
"เ้าเข้าใจถูกแล้วต้องยอมรับว่าแดนเต๋าเป็เ้าขององค์ความรู้หลายอย่างผูกขาดแต่ผู้เดียวบางครั้งการที่พวกเราจะได้ของบางสิ่งมาเล่นเอาลำบากมิใช่น้อยเข็มทิศนี้ก็เช่นกันมิใช่ว่าใครในวังหมื่นมรรคาจะหยิบจับนำมาใช้ได้ต้องเป็ระดับผู้าุโเท่านั้นเ้าดูเอาไว้" หงลี่ย้ำให้หลานหลิงฟัง
เข็มทิศนั่นหลานหลิงเหลือบมองสองสามทีแล้วเมื่อแน่ใจก็มิได้มองมันอีก ที่เขาเห็นแน่นอนว่าย่อมต่างไปจากที่หงลี่เห็นสำหรับหลานหลิงที่มีผ้าปิดตาปิดเอาไว้รูปลักษณ์สีสันนั้นย่อมมิใช่สิ่งที่เขาสนใจ
หลานหลิงสามารถมองเห็นภายในของมันได้ถ้าพูดให้เจาะจงคือเขาเห็นโครงสร้างอักขระที่ใช้ในการทำงานของมันไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดดวงเนตรคู่นี้ของหลานหลิงจะไวต่อสิ่งที่เป็หรือเกี่ยวข้องกับอักขระยันต์เสมอ
ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างสามารถอธิบายได้ด้วยยันต์
หลานหลิงมองเห็นอักขระมากมายที่สลักอยู่ภายในเพื่อให้เข็มทิศเฟิงสุ่ยชิ้นนี้ใช้งานได้แต่สำหรับเขาแล้วอักขระมากมายเป็เพียงองค์ประกอบยิบย่อยที่มากเกินไปจนไม่สำคัญเท่านั้นหัวใจสำคัญของเข็มทิศน่าจะมาจากตัวอักษรสามตัวตรงกลางที่ทำงานประสานกับทิศทั้งแปดเสียมากกว่า
เมื่อหลานหลิงจดจำไว้แล้วก็ไม่สนใจอีก
หืม? หลานหลิงเอะใจเพียงแต่มองข้าก็ '่ชิง' ความลับทางการค้าของผู้อื่นได้อย่างง่ายดายเลยหรือแบบนี้จะขี้โกงไปหรือไม่?
เชิงอรรถ
1. ^คือเข็มทิศฮวงจุ้ยที่ใช้ในลัทธิเต๋าและศาสตร์จีนโบราณเพื่อวัดทิศทางพลังงาน (ชี่) โดยอิงหลักหยิน-หยาง ธาตุทั้งห้า และอี้จิง