“ซาลาเปา ซาลาเปา...ซาลาเปาร้อน ๆ !”
“หมั่นโถว หมั่นโถว ….หมั่นโถวลูกโต ๆ”
“…..”
เสียงจอแจของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าในตลาดดังจนได้ยินมาถึงหูของหนิงเยี่ยน เธอลูบท้องพร้อมมองไปที่ซาลาเปาและหมั่นโถว สุดท้ายเธอจึงพาเ้าหนูน้อยไปที่ร้านขายเกี๊ยวน้ำ
“เกี๊ยวน้ำสองชาม เอาไส้เนื้อ”
หนิงเยี่ยนตรงไปสั่งอาหาร พอสั่งจบเถ้าแก่เ้าของร้านก็ขานตอบ
“ได้!”
หนิงเยี่ยนปลีกตัวออกมาและตรงไปยังร้านซาลาเปา เธอซื้อซาลาเปา 2 ลูก แล้วกลับไปที่ร้านเกี๊ยวน้ำ เอาซาลาเปาให้เ้าหนู 1 ลูก แล้วเริ่มมองดูไปรอบ ๆ ตลาด มีพ่อค้าที่หาบเชือกป่านมาขาย ส่วนตรงมุมนั้นมีคนขายน้ำตาลปั้นแล้วยังมีคนรับจ้างลับมีด เสียงดังจ้อกแจ้กจอแจ ช่างเป็ยุคสมัยที่วุ่นวายเสียจริง
เมื่อเกี๊ยวน้ำมาวางที่โต๊ะ เนื่องจากนิสัยที่ติดมาจากภพชาติที่แล้วทำให้หนิงเยี่ยนกินมันหมดอย่างรวดเร็ว แค่สองสามคำก็กินเกี๊ยวเสียจนเกลี้ยงชาม
เ้าหนูน้อยหนิงโหย่วหยูเพิ่งกินไปได้สองคำ พอเหลือบไปเห็นชามเกี๊ยวที่ว่างเปล่าของแม่ ก่อนจะขมวดคิ้วจนหน้าผากย่น ครู่หนึ่งก็ดันชามเกี๊ยวของตนเองส่งไปให้แม่
“แม่ กินสิ”
“…..”
นี่จะให้เธอแย่งเด็กกินหรือไงกัน ? หนิงเยี่ยนส่ายหัว ดันชามเกี๊ยวคืนให้เ้าหนูน้อย
“เ้ากินเถอะ กินน้อยจะไม่สูงเอานะ!”
พอโดนแม่จี้จุด เ้าหนูน้อยก็มองแม่อย่างเคือง ๆ พร้อมกับก้มหน้าก้มตากินเกี๊ยวน้ำชามใหญ่ด้วยความน้อยใจ
เมื่อเทียบกับเด็กในรุ่นเดียวกันก็มีเื่ส่วนสูงนี่ล่ะ ที่ทำให้เ้าหนูหนิงโหย่วหยูรู้สึกขมขื่นเป็อย่างยิ่ง เ้าหนูน้อยเริ่มกินอย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อว่าเกี๊ยวน้ำชามโตและซาลาเปาจะหมดเกลี้ยง
หนิงเยี่ยน มองไปยังเ้าหนูน้อยที่ตีพุงเพราะความอิ่ม เธอก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรดี อิ่มจนพุงกางขนาดนี้ยังจะเดินไหวไหมนะ ?
หนิงเยี่ยนอุ้มเ้าหนูพุงกางใส่ลงในตะกร้าสะพายหลัง แล้วเดินไปยังร้านขายของชำ
“แม่ นี่เป็ร้านลุงสอง!”
เ้าหนูน้อยที่อยู่ในตะกร้าสะพายหลังดึงแขนเสื้อแม่แล้วชี้ไปที่หน้าร้านขายของชำ
หนิงเยี่ยนมองไปยังที่ที่เ้าหนูน้อยชี้ให้ดู ร้านขายของชำของ “หนิงจี้” หน้าร้านสะอาดสะอ้าน ใบไม้แม้แต่ใบเดียวก็ไม่มี ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวายหน้าร้านคือ “เสี่ยวเหลียงชื่อ” ภรรยาของลูกพี่ลูกน้องเธอ
“ไสหัวไป ไสหัวไป อินังขอทานไม่รู้หัวนอนปลายเท้า เ้าห้ามเข้ามาที่นี่นะ!”
หนิงเยี่ยนเพียงแค่มองเธอ ก็ถูกเด็กขายของในร้านถือไม้กวาดออกมาไล่
หนิงเยี่ยนก้มมองเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ ถึงแม้จะมีรอยปะชุนอยู่มากมาย แต่ก็ซักสะอาด ไม่ได้เหมือนขอทานเสียหน่อย เมื่อมองกลับไปที่เหลียงชื่อ เธอยังคงปิดเปลือกตาอยู่บนเก้าอี้หวาย ทำท่าทางราวกับว่าเธอกำลังหลับอยู่ แต่ขนตาที่กระดิกเป็ครั้งคราวของเธอได้พิสูจน์แล้วว่าเธอแสร้งทำเป็หลับ
เฮ้อ...ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวของเ้าของร่างนี้จะแย่เอามาก ๆ ขนาดยังเดินไปไม่ถึงหน้าร้าน ยังถูกไล่ตะเพิดออกมา
แต่หนิงเยี่ยนก็ไม่ได้คิดโกรธเคือง เธอหมุนตัวเดินไปที่ร้านของชำที่อยู่ตรงหน้าแทน และเจอเข้ากับเหม่ยโอวเด็กขายของที่ฉลาดเฉลียว แม้จะเห็นหนิงเยี่ยนสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ แต่ก็เข้ามาต้อนรับและแนะนำสินค้าให้หนิงเยี่ยนเป็อย่างดี
สักพักใหญ่ ตะกร้าสะพายหลังของหนิงเยี่ยนก็เต็มแน่นไปหมด ทั้งช้อนเงินคันเล็ก เสื้อผ้าสองชุด ข้าวสาร เกลือ น้ำมัน เครื่องปรุงและอีกหลายอย่าง
เด็กขายของเดินออกมาส่งหนิงเยี่ยนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับปากจะฉีกถึงหู
เมื่อออกจากร้านขายของชำเธอก็เดินดูในเมืองอีกรอบ พอเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วเธอจึงตัดสินใจตรงกลับบ้าน
อากาศในเดือนมิถุนายน เดินไปทางไหนก็ร้อนอบอ้าว บนถนนแทบไม่มีผู้คนอยู่ เ้าเป๋หยางเอ้อร์ที่ถูกมัดไว้กับหินโม่ก็ถูกแก้มัดแล้ว
หนิงเยี่ยน กลับถึงบ้านอย่างสวัสดิภาพ เธอหยุดยืนที่หน้าประตู มองเห็นสภาพรั้วบ้านที่พัง เพียงเดินเข้าบ้านไปไม่กี่ก้าว ก็พบว่าไก่ที่เก็บไว้ในครัวหายไปเสียแล้ว กระต่ายในสุ่มไก่ก็หายไปด้วยเช่นกัน
“ดะ...โดนขโมยแล้ว !”
เ้าหนูน้อยวิ่งไปที่สุ่มไก่ เจอแค่สุ่มไก่ที่ว่างเปล่า น้ำตาก็ไหลออกมา
“ไม่ได้โดนขโมยหรอก”
บ้านหลังนั้นเอาไปแน่ เกิดมาไม่เคยเจอใครหน้าด้านขนาดนี้
เธอวางตะกร้าสะพายหลังลง แล้วเดินตรงไปยังบ้านตระกูลหนิง พอถึงหน้าประตูก็ได้กลิ่นหอมเนื้อโชยออกมา
เธอผลักประตูไม้เข้าไป ยังไปไม่ทันถึงห้องครัว เสียงร้องด้วยความใก็ดังขึ้น
“แม่! อินังหนิงเยี่ยนมาแล้ว”
หนิงเยี่ยนกลอกตา ในลานบ้านมีสาวน้อยสวมกระโปรงสีแดงยืนอยู่ เธอคือ “หนิงหว่าน” ลูกสาวคนเล็กที่ยังไม่ได้แต่งงานของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ
หนิงหว่านเป็ลูกหลงของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ ทำให้ทุกคนในบ้านรักเธอเป็พิเศษ
หนิงหว่านมองใบหน้าที่เธอจงเกลียดจงชังของหนิงเยี่ยน พลางเอ่ย
“เ้ามาที่นี่ทำไม !รีบไสหัวออกไป อีนังตัวซวย อย่าเอาเสนียดมาใส่บ้านข้า”
“ทำไมกล้าพูดเช่นนี้ ข้ามาที่นี่เพื่อมาหากระต่ายของข้า ไม่อยากเชื่อว่าบ้านตระกูลหนิงที่มีทั้งการศึกษาและไร่นา จะขโมยทั้งกระต่ายและไก่ของคนอื่น !”
“ขโมยอะไรกัน !ทำไมพูดออกมาได้ แม่ข้าอยากกินเนื้อ เอาไก่มาจากบ้านเ้าสักตัวจะเป็อะไรไป ให้เ้าได้มาลืมตาดูโลก เลี้ยงดูเ้ามานานหลายปี กะอีแค่เนื้อ ให้กันไม่ได้เลยหรือไง? ได้ยินมาว่าเมื่อวานเ้าก็ตีแม่ข้า ข้าล่ะอยากเปิดศาลบรรพชนตัดสินโทษ เอาเ้าไปถ่วงน้ำให้ตายเสียจริง”
“ศาลบรรพชนเป็บ้านเ้าหรือไงกัน คิดจะเปิดก็เปิด”
ถ้าเป็เ้าของร่างคนเก่าได้ยินเื่ศาลบรรพชนคงจะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
แต่หนิงเยี่ยนไม่กลัว !กล่าวหาคนอื่นก็เอาหลักฐานมาสิ บนตัวยายแก่ใจร้ายแม้แต่รอยฟกช้ำดำเขียวก็ไม่มี ยิ่งไปกว่านั้นเ้าของร่างเดิมใช่คนที่กล้ามีปากเสียง หรือทำร้ายคนอื่นถึงขนาดที่กล้าลงมือตียายแก่ต้าหลี่ชื่องั้นเหรอ ?ต่อให้พูดไปคนในหมู่บ้านก็คงไม่เชื่อ !
หนิงหว่านเบิกตากว้าง ทำไมเธอคิดไม่ถึงนะ หนิงเยี่ยนที่แต่ก่อนไม่กล้าปริปากพูดอะไร แต่ตอนนี้กลับกล้าต่อปากต่อคำกับเธอ กล้ามาหยามศักดิ์ศรีเธอ หนิงหว่านจึงอ้าปากด่า
“อีผู้หญิงสารเลว ปีนั้นทำไมแกไม่จมน้ำตาย ๆ ไปซะ”
หนิงเยี่ยนยิ้มเย็น ๆ ทำไมเธอถึงไม่จมน้ำตายน่ะเหรอ? เพราะฮ่องเต้องค์ใหม่ครองราชย์ล่ะมั้ง จึงพระราชทานอภัยโทษให้ เธอจึงถูกผู้คุมศาลไต่สวนปล่อยตัวออกมา
เ้าของร่างเดิมไม่เพียงแต่เสียความบริสุทธิ์ แต่ยังทนมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ แถมยังอาศัยอยู่กับบ้านตระกูลหนิง และไม่มีความสัมพันธ์ดี ๆ แม้แต่น้อย
ปีนั้นที่เกิดเื่ คนต้นคิดคนแรกที่เอาหนิงเยี่ยนใส่ชะลอมหมูถ่วงน้ำก็คือ ยายแก่ต้าหลี่ชื่อ แต่พอรอดมาได้ บ้านตระกูลหนิงกลับไม่อยากให้เธออาศัยอยู่ร่วมบ้าน จึงขับไล่เธอออกไป
ในหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากหญิงหม้ายตระกูลเฉินก็มีหนิงเยี่ยนอีกคนที่อาศัยอยู่คนเดียว ถ้าอยู่คนเดียวก็หมายความว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับบ้านตระกูลหนิง !
แต่คนบ้านตระกูลหนิงกลับไปฉกของจากบ้านเธอไม่เว้นแต่ละวัน ช่างหน้าไม่อาย เ้าของร่างคนเดิมคงทนได้ แต่หนิงเยี่ยนคนใหม่ย่อมไม่อยู่เฉย !
“เอากระต่ายของข้าคืนมา !ไม่เช่นนั้น......”
หนิงเยี่ยน คว้ากุมไปที่ข้อมือของหนิงหว่าน แล้วค่อย ๆ ออกแรงบิด
“โอะ.....โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ยยยยย”
หนิงหว่านส่งเสียงร้องโอดโอยราวกับหมูโดนเชือด
พอได้ยินเสียงของหนิงหว่านร้องออกมาอย่างน่าเวทนา ยายแก่ต้าหลี่ชื่อก็รีบออกมาจากห้อง มองไปยังหนิงหว่านที่ร้องอย่างโหยหวนจึงยื่นมือไปทุบร่างของหนิงเยี่ยน
“ทำอะไรของเ้า !ทำอะไร? จะฆ่ากันหรือยังไง อินังตัวดีนี่มันจะฆ่าคนแล้ว ลูกข้า หนิงหว่านลูกข้า!”
“อินังตัวดีปล่อยเดี๋ยวนี้นะ นางเป็น้าของเ้านะ เ้ากล้าลงไม้ลงมือกับผู้าุโอย่างงั้นหรือ เ้าคนอกตัญญู นี่ข้าเบ่งอิสารเลวแบบเ้าออกมาได้ยังไงกัน !”
สวีชื่อที่กำลังยุ่งกับงานในครัวต้องรีบวิ่งออกมา มองเห็นหน้าขาวซีดอันน่าเวทนาของหนิงหว่าน ก็รู้ได้ถึงพละกำลังที่ฟ้าประทานให้หนิงเยี่ยน ตัวสั่นขนาดนั้นคงเจ็บเจียนตาย
หนิงเยี่ยน คลายมือออก แล้วถามอย่างช้า ๆ
“ท่านแม่ ท่านย่า พูดอะไรกัน ข้าจะฆ่าใครได้ ข้าก็แค่จูงมือท่านน้าเท่านั้น”
หนิงเยี่ยนว่าพลางยกมือของหนิงหว่านขึ้น
“ดูสิมือท่านน้าทั้งขาวทั้งเนียนนุ่ม ไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย”
......................