บทที่ 14 แอกโซโลตล์
ในการออนไลน์ในรอบก่อนหน้าของมีนนอกจากยอดหนี้จำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้นมาแล้ว หญิงสาวคิดว่า ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลยแม้แต่อย่างเดียวนอกจากนั่ง ๆ นอน ๆ อ่านตำราคู่มือฯ พร้อมกับถ่ายโอนพลังเวทให้ไข่ปลาตีนจำนวน 12ใบ อื่น ๆ ล้วนแต่ยังคงเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...
หลังจากกุลีกุจอเร่งจัดการธุระในโลกภายนอกจนเสร็จสิ้นหญิงสาวจึงรีบกลับเข้ามาในเกมอีกครั้ง เพื่อจัดการฟักไข่ ซึ่งได้ครบเวลาตามเงื่อนไขกำหนดไว้เป็ที่เรียบร้อยอีกทั้งมีนยังรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เห็นว่า ไข่พวกนี้ หลังจากฟักออกมาแล้วหน้าตาของพวกมันจะน่ารักขนาดไหน? จนทำให้องอาจและคุณนายอารียาอดแซวพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือของลูกสาวไม่ได้ว่า“ั้แ่มีนเริ่มเล่นเกมนี้ ก็กลายร่างจากหนอนหนังสือกลายเป็เด็กติดเกมไปเสียแล้ว”ซึ่งมีนก็ได้แต่หัวเราะแก้เก้อกลบเกลื่อนไปเล็กน้อย
“ผู้เล่นมนตราได้ถ่ายพลังเวทให้แก่ ไข่ของปลาตีนจำนวน 12 ฟอง เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นมนตรา ้าให้ไข่ของาาปลาตีนจำนวน 12 ฟองฟักออกมาในตอนนี้ หรือไม่?”
เสียงหวาน ๆ จากระบบดังมาอีกครั้งเมื่อมีนนำไข่ทั้งหมดออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่…
“้า”มีนตอบด้วยความตื่นเต้น
“ผู้เล่นมนตรา ได้ฟักไข่ของาาปลาตีน จำนวน 12 ฟอง ด้วยเงื่อนไขสูงสุด ไข่ของาาปลาตีนจำนวน 12 ฟอง ได้รับการวิวัฒนาการย้อนกลับไปเป็เผ่าพันธุ์เดิมก่อนหน้านี้...”
“ผู้เล่นมนตราได้รับสัตว์อสูรโบราณเผ่าพันธุ์ [แอกโซโลตล์*] จำนวน 12 ตัว เป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ กรุณาตรวจสอบข้อมูลด้วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจ ‘คำขอร้องของาาปลาตีน’ ผู้เล่นมนตรา ได้รับ {ได้แผนที่หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง} กรุณาตรวจสอบข้อมูลด้วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจ ‘คำขอร้องของาาปลาตีน’ ผู้เล่นมนตรา ได้รับทักษะ [หายใจใต้น้ำ]กรุณาตรวจสอบข้อมูลด้วยค่ะ”
มีนรู้สึกใไม่น้อยเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่บอกว่า ไข่ของาาปลาตีนที่ถูกฟักออกมาได้กลายเป็สัตว์อสูรโบราณ
และด้วยสาเหตุนี้นี่เองจึงทำหญิงสาวรู้สึกลังเล จนไม่กล้าแม้แต่จะเปิดดูรายละเอียดสัตว์อสูรในพันธสัญญาของตัวเองในทันทีหลังจากที่พวกมันฟักออกมา...
นั่นก็เพราะคำว่า“สัตว์อสูรโบราณ” ในจินตนาการของหญิงสาว ซึ่งได้รับรู้ผ่านทางหนังสือนิทานปรัมปราฯมันก็มักจะมาพร้อมกับหน้าตาอันน่าเกลียดน่ากลัว และมักจะมีบันทึกไว้ว่า “รูปร่างหน้าตาของพวกสัตว์โบราณเหล่านี้มีลักษณะคล้ายสัตว์ประหลาด มีสามแขน หกขา หน้าตาน่าเกลียด และมีิัที่เป็ตะปุ่มตะป่ำ”
แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่ในตัวจึงทำให้หญิงสาวตัดสินใจ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ เปิดดูเ้าสัตว์อสูรพวกนี้ในที่สุด...แม้ว่าจะลังเลอยู่นานกว่า10 นาทีก็ตาม
แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด...
เมื่อรูปร่างลักษณะของพวกมันทั้งหมดผิดไปจากสัตว์ประหลาดในจินตนาการของตัวเองอยู่มากโข เพราะเ้าแอกโซโลตล์ทั้ง 12ตัวนี้ ลักษณะของพวกมันก็ยังคล้ายปลาตีนที่ตนเคยเห็นอยู่ดีเพียงแต่...สิ่งที่จะต่าง...ก็คงจะมีแค่ขนาดลำตัวเท่านั้น
เพราะเ้าแอกโซโลตล์ที่อยู่ตรงหน้าของหญิงสาวในเวลานี้พวกมันคือ “ปลาตีนตัวเขื่อง” ซึ่งมีขนาดลำตัวกว่า 1 ฟุตครึ่ง และมาพร้อมกับส่วนหางที่ยาวถึง1 ฟุต พวกมันมีเท้าทั้งหมด 4 ข้าง โดยเท้าคู่หลังใหญ่กว่าเท้าคู่หน้าอย่างเห็นได้ชัดตรงส่วนหัวบริเวณที่ติดกับลำตัวจะมีรยางค์ยื่นออกมาเป็เส้น ๆ ซึ่งแต่ละเส้นจะมีขนขนาดเล็กปกคลุมอยู่จึงทำให้มันดูลักษณะเหมือนกับมีพู่ประดับอยู่บนแผงคอจำนวน 3 คู่ โดยเ้าแอกโซโลตล์ทั้ง12 นี้ พวกมันยืนด้วย 2 ขาหันหน้ามามองหญิงสาวด้วยดวงตาที่ใสแป๋ว และทำท่าทางเหมือนกับลูกหมาหิวนมซึ่งมีนเห็นแล้วก็อดขำในความ “น่ารักน่าเอ็นดู” ของพวกมันไม่ได้
แม้หญิงสาวจะแค่เพียงมองดูพวกมันอย่างคร่าวๆ ก็พอจะแยกออกทันทีว่า ตัวไหนเพศผู้ ตัวไหนเพศเมีย โดยเพศผู้จะมีลำตัวสีฟ้ามีตาสีแดงเหมือนาาปลาตีนส่วนตัวเมียจะมีลำตัวสีชมพูและมีตาสีดำ เหมือนกับผู้เป็แม่ของพวกมันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ผ่านไปหลายอึดใจ...หญิงสาวจึงค่อยเปิดอ่านข้อมูลรายละเอียดของสัตว์อสูรตัวจ้อยเหล่านี้เพื่อดูว่า จะต้องจัดการอย่างไรกับพวกมันต่อไป พร้อมกับมีข้อความของระบบดังขึ้นมาในทันที
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตรากรุณาตั้งชื่อสัตว์อสูรในพันธสัญญาด้วยค่ะ”
มีนนั่งนิ่งใช้ความคิดอยู่นานเพราะไม่รู้จะตั้งชื่อพวกมันว่าอย่างไรดี จึงจะทำให้พวกมันมีชื่อที่ดูดีมีระดับพร้อม ๆ กับทำให้ตัวเองจดจำพวกมันได้ง่าย...ในเวลาเดียวกัน “เอ...จะตั้งชื่อตามนางสิบสองก็กลัวอีปลาตีนตัวผู้จะกลายเป็ตุ๊ดจะตั้งชื่อตามลำดับเลขก็ดูเหมือนจะง่ายไป จะตั้งตามตัวอักษรก็กระไรอยู่...”
มีนนิ่งคิดอยู่นานแต่กลับไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อยจนมีเสียงหนึ่งแทรกดังขึ้นมาอย่างรำคาญว่า “เ้าก็ตั้งชื่อพวกมัน ตามชื่อของจักรราศีสิ...มันจะไปยากอะไร”
“สวัสดีเ้าค่ะท่านอาจารย์” มีนกล่าวทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพ
“เ้าเข้ามาถึงที่นี่ตั้งนานแล้วข้าก็คิดว่า คงจะฝึกฝนทักษะไปถึงไหนต่อไหนแล้ว...ที่แท้ ก็มัวแต่มาทำอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้อยู่หรอกรึ?!” อเล็กซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย
“ขอโทษเ้าค่ะท่านอาจารย์ แต่หนู...”
ก่อนที่หญิงสาวจะได้กล่าวอะไรไปมากกว่านี้ผู้เป็อาจารย์จึงรีบตัดบท ก่อนจะแนะนำให้หญิงสาวตั้งชื่อเ้าปลาตีนน้อยทั้ง 12ให้เรียบร้อย “ช่างเถอะ เ้าก็ตั้ง ๆ ให้มันเสร็จ ๆ ก็แล้วกัน เพราะอีกเดี๋ยว...ข้าจะเริ่มทดสอบความรู้เกี่ยวกับการผสานเวทที่เ้าได้ศึกษา...”
หลังจากตอบรับคำผู้เป็อาจารย์แล้วมีนจึงเปิดข้อมูลสัตว์อสูรทั้ง 12 ออกมาอีกครั้ง ก่อนจะตั้งชื่อพวกมันทั้งหมดตามที่อเล็กซ์ได้แนะนำได้แก่ เอรีส ทอรัส เจมีส แคนเซอร์ ลีโอ เวอร์โก้ ไลบร้าสกอล์ ซาจิส แคปปี้ อควา และปีเชส เพียงแต่...มีนดัดแปลงคำเรียกชื่อของพวกมันเสียใหม่ให้เหลือแค่ชื่อละสองพยางค์เท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกหาพวกมันมากขึ้น
เสียงจากระบบเด้งดังขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากหญิงสาวยืนยันการตั้งชื่อให้แก่เ้าปลาตีนน้อยทั้งหมด
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราได้ทำการตั้งชื่อให้แก่สัตว์อสูรในพันธสัญญาเรียบร้อยแล้ว สัตว์อสูรของผู้เล่นฯ จะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้โดยอาศัยค่าประสบการณ์จากท่านตัวละ 5 เปอร์เซ็นต์ (ขั้นต่ำ) ซึ่งท่านสามารถตั้งค่าการจัดแบ่งค่าประสบการณ์ให้แก่สัตว์อสูรของท่านได้กรุณาตรวจสอบข้อมูลค่ะ”
“ห๊ะ?! การเลี้ยงสัตว์อสูรพวกนี้ นอกจากต้องเสียเงินค่าอาหารแล้ว พวกมันยังมาเบียดเบียนค่าประสบการณ์จากหนูอีกหรือเ้าคะ?”มีนถามอเล็กซ์ หลังจากที่ระบบแจ้งเื่การแบ่งค่าประสบการณ์กับสัตว์เลี้ยง
“หึหึ...”อเล็กซ์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำอย่างผู้ที่ผ่านโลกมานาน“ข้าคิดว่า การที่เ้ามีปลาตีนน้อยพวกนี้อยู่ด้วย จะเป็ประโยชน์แก่ตัวเ้าเสียมากกว่าส่วนค่าประสบการณ์เล็กน้อยที่เสียไป เ้าไม่ต้องไปกังวลกับมันให้มากนักหรอก...เ้าลองดูความสามารถของพวกมันสิ”
ชื่อ:เอรีส ระดับ:1
ระดับชั้น: าา เผ่าพันธุ์: แอกโซโลตล์
ค่าสถานะ:
- ค่าสถานะหลัก
HP= 100 MP = 100
ATT = 10 DEF= 10
M.DEF = 10
ทักษะ: [ผสานร่าง] [ขั้นต้น 1/100]
-รวมร่างกับแอกโซโลตล์อื่น เพื่อเพิ่มค่าสถานะเป็ 2 เท่า จำนวน 1 ครั้ง ใช้พลังเวท100 หน่วย/ครั้ง (ทักษะเรียกใช้) ระยะเวลาคงสภาพของทักษะ 5 นาที ระยะเวลาคูลดาวน์60 นาที
ทักษะ: [พุ่งชน] [ขั้นต้น 1/100]
-ใช้ร่างกายพุ่งชนศัตรูตรงหน้าเป็เส้นตรงด้วยความเร็ว ระยะทาง 2 เมตร พลังโจมตี1.5 เท่า คูลดาวน์ 30 วินาที (ทักษะเรียกใช้)
ทักษะ: [ลำแสงแอกโซโลตล์] [ขั้นต้น1/100]
-ยิงลำแสงแอกโซโลตล์ออกไปเป็เส้นตรง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร ระยะทาง 10เมตร พลังโจมตี 3 เท่า คูลดาวน์ 30 นาที (ทักษะเรียกใช้)
เมื่อมีนได้เห็นทักษะของเ้าปลาตีนตัวเขื่องเหล่านี้เข้ามีนถึงกับทึ่งในความโกงของทักษะที่ได้เห็น แม้ว่าพวกมันจะมีเพียง 3 ทักษะให้เรียกใช้งานแต่ทักษะทั้ง 3 กลับเป็ทักษะที่เน้นการต่อสู้แทบทั้งสิ้น “โห...โกงอ่ะ ทำไมทักษะของเ้าปลาตีนน้อยพวกนี้ถึงได้ดูโกงขนาดนี้เ้าคะ?”
“หึหึ...ก็เพราะทักษะที่พวกมันนี่แหละจึงทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกมันต้องหลบหนีการตามล่าอย่างหัวซุกหัวซุน จนต้องกลายมาเป็สัตว์อสูรชั้นต่ำอย่างที่เ้าเห็นนั่นยังไงล่ะแม้ว่าทักษะเหล่านี้จะเป็ทักษะอันทรงพลังที่มีอำนาจการทำลายล้างสูงแต่ก็มีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างที่ทำให้พวกมันไม่สามารถสู้กับสัตว์อสูรอื่นในระยะยาวได้เ้าคิดว่าเป็เพราะอะไรกันล่ะ?” อเล็กซ์อธิบายพร้อมกับถามหญิงสาวไปในเวลาเดียวกัน
“หนูคิดว่า น่าจะเป็ระยะคูลดาวน์เ้าค่ะ”มีนตอบ หลังจากได้อ่านรายละเอียดของทักษะอย่างถี่ถ้วนอีกรอบหนึ่ง
“เก่งมากเ้าเริ่มเข้าใจการทำงานและเงื่อนไขของการใช้งานทักษะฯ มากขึ้นแล้วนี่...”
“ใช่มันเป็อย่างที่เ้าตอบมานั่นแหละ เ้าปลาตีนพวกนี้ แม้มันจะมีทักษะที่สุดโกง ซึ่งสามารถเพิ่มค่าสถานะของพวกมันได้เป็แสนเป็ล้านหน่วยก็ตามในการต่อสู้...หากศัตรูของพวกมันสามารถประวิงเวลาเอาไว้ได้ จนกว่าระยะเวลาการคงสภาพของทักษะหมดลงความพ่ายแพ้ก็จะตกเป็ของเ้าปลาตีนน้อยเหล่านี้ในที่สุด...”
“ถ้าอย่างนั้น...ตอนที่หนูได้เ้าพวกนี้มาเหตุใดท่านอาจารย์ถึงบอกว่า พวกมันมีประโยชน์กับหนูล่ะ เ้าคะ?”มีนถามด้วยความสงสัย
“เื่ทักษะฯความอ่อนด้อย และนิสัยส่วนตัวของพวกมัน...ก็ปล่อยให้เป็เื่ของพวกมันสิแต่เ้าเป็นายของพวกมัน เ้าสามารถสั่งการพวกมันได้อยู่แล้ว...”
“หากเ้าสามารถฝึกฝนเ้าพวกนี้จนชำนาญฯและสามารถสั่งการพวกมันได้อย่างใจนึกแล้วล่ะก็...การต่อสู้ของเ้าก็เหมือนปิดประตูแพ้ไปแล้วครึ่งหนึ่งเลยเชียวล่ะ”อเล็กซ์กล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะตัดบทและเปลี่ยนเป็ถามอีกฝ่ายว่า “พักเื่ปลาตีนของเ้าเอาไว้ก่อนคราวนี้...ข้าจะขอทดสอบเกี่ยวกับการบ้านที่ข้าฝากไว้ตอนก่อนหน้านี้สักหน่อย...เ้าพร้อมหรือไม่?”
“พร้อมแล้วเ้าค่ะท่านอาจารย์”
“ก่อนอื่นตอนนี้ทักษะเวทมนตร์ของเ้าไปถึงขั้นไหนแล้ว?” อเล็กซ์เกริ่นถามหญิงสาว
มีนไล่ดูทักษะเวทมนตร์ของตัวเองอีกครั้งก่อนจะสรุปตอบความแก่อีกฝ่าย “ตอนนี้ทักษะพูดกับอ่านภาษาเทพ หนูถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้วเ้าค่ะทักษะการเขียนเพิ่งอยู่ในขั้นต้น ทักษะััแห่งเวทมนตร์อยู่ในขั้นสูงทักษะเขี้ยวธรณีขั้นกลาง ส่วนทักษะบอลธาตุเป็ขั้นสูงทั้งหมดแล้วเ้าค่ะ”
“ดีมากถ้าอย่างนั้นข้าขอทดสอบเ้าหน่อยแล้วกัน ข้าจะถามเ้า...แต่เ้าไม่ต้องตอบให้เ้าร่ายเวทบทนั้นให้ข้าดู โดยมีเป้าหมายเป็หุ่นฟางตัวนั้นเหมือนเดิม...เข้าใจนะ”อเล็กซ์บอกเงื่อนไขในการทดสอบแก่หญิงสาว ซึ่งมีนก็ได้แต่ผงกศีรษะรับคำแต่โดยดี
“เริ่มเลยแล้วกันถ้าเ้าใช้เวทธาตุลม 10 หน่วย กับ เวทธาตุดิน 10 หน่วย ผลคืออะไร?” อเล็กซ์เริ่มบททดสอบข้อแรกอย่างรวดเร็ว
“ในนามของข้ามนตราขอใช้พลังเวท 10 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งวายุ และใช้พลังเวท 10 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งพสุธามาเป็พลังทำลายล้างให้แก่ข้า ด้วยพายุทรายอันเกรี้ยวกราด พร้อมจะฉีกกระชากสังขารของเหล่าศัตรูแห่งข้าให้พินาศเป็วงกว้างในรัศมี1 เมตร พายุทะเลทราย!!”มีนเอื้อนเอ่ยบทเวทออกมาอย่างรวดเร็ว
วู้มๆ ๆ >>60
“ดีมาก” อเล็กซ์ออกปากชม
จากนั้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็เด้งดังขึ้นมาในหัวของมีนอีกครั้ง
“ผู้เล่นมนตราเรียนรู้ทักษะ [ผสานเวท] [ขั้นต้น 1/100] กรุณาตรวจสอบข้อมูลค่ะ”
ทักษะ: [ผสานเวท] [ขั้นต้น 1/100]
-ผสานพลังเวทมนตร์ 2 ชนิด (ทักษะเรียกใช้) เพื่อเพิ่มพลังโจมตี 1.2-2 เท่า ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับของเวทมนตร์ที่นำมาผสานใช้พลังเวทมนตร์ 150 หน่วย คูลดาวน์ 10 นาที
เงื่อนไข
-นักเวท
- [ผนึกเวท] ขั้นต้น
- [ััแห่งเวทมนตร์] ขั้นกลาง
เมื่ออเล็กซ์เห็นมีนอ่านรายละเอียดของทักษะที่ได้รับมาแล้วเสร็จจึงเริ่มทำการทดสอบอีกครั้ง “เอาล่ะมาต่อกันเถอะ แล้ว ธาตุลม กับ ธาตุไฟ ล่ะ?”
“ในนามของข้ามนตราขอใช้พลังเวท 10 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งวายุ และใช้พลังเวท 10 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งอัคคีมาเป็พลังทำลายล้างให้แก่ข้า ด้วยพายุเพลิงอันร้อนแรง โหมไหม้ร่างกายของเหล่าศัตรูแห่งข้าให้พินาศเป็วงกว้างในรัศมี1 เมตร ทอนาโดเพลิง!!”บทร่ายเวทถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของหญิงสาวอีกครั้ง
ฟู้ม ๆ ๆ >>70
“ดีมาก”
“แล้วธาตุแห่งความมืดกับธาตุไฟล่ะ?”เสียงจากอเล็กซ์ดังขึ้น
“ในนามของข้ามนตราขอใช้พลังเวท 10 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งอัคคีและใช้พลังเวท 10 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งความมืดมาเป็พลังทำลายล้างให้แก่ข้า ด้วยเพลิงอันมืดมิดจากนรก โหมไหม้กัดกร่อนสังขารของเหล่าศัตรูแห่งข้าให้พินาศเป็วงกว้างในรัศมี1 เมตร เพลิงทมิฬ!!”
ตู้ม!>> 40 >> 5 >> 5 >> 5 >> 5
“ดีมาก” อเล็กซ์กล่าวชมเชยอีกครั้งก่อนจะถามต่อ “แล้ว ธาตุน้ำกับธาตุไฟล่ะ?”
“ในนามของข้ามนตราขอใช้พลังเวท 10 หน่วย/วินาที อัญเชิญพลังเทพแห่งอัคคี และใช้พลังเวท 10หน่วย/วินาที อัญเชิญพลังเทพแห่งวารี มาเป็พลังให้แก่ข้า ในการปิดบังซ่อนเร้นอำพรางการมองเห็นของศัตรูด้วยม่านหมอกอันหนาทึบ เป็วงกว้างในรัศมี 50 เมตรรอบกายข้า เป็เวลา 5 วินาทีหมอกอำพราง!!”มีนเค้นหาบทร่ายในสมองของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมาแสดงให้ผู้เป็อาจารย์ได้เห็น
ฟู่!!เกิดหมอกจาง ๆ ขึ้นรอบ ๆ ตัวของหญิงสาว เป็เวลานานถึง 5 วินาทีก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป
“ดีมาก ๆ”อเล็กซ์บอก
“แล้วธาตุน้ำกับสายฟ้าล่ะ” อเล็กซ์ถาม
“............”
เปรี๊ยะๆ ๆ ๆ >>50 >> 1 >> 3 >> 5 >> 1 >>1
.......
.......
.......
เนิ่นนานผ่านไปนับชั่วโมงที่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ได้ทำการทดสอบวัดความรู้ของนักเวทมือใหม่เพื่อประมวลความรู้ความเข้าใจของหญิงสาวในศาสตร์แห่งการผสานเวทมนตร์
“ข้าเชื่อแล้วว่าเ้าสามารถร่ายเวทผสานได้เป็อย่างดีแล้ว แต่สิ่งที่ข้าอยากให้เ้าพึงระวังเอาไว้ก็คือ‘การจัดเรียงลำดับธาตุ’ ของเวทมนตร์ในแต่ละบทฯการใช้ธาตุชนิดเดียวกันแต่จัดเรียงลำดับก่อนหลังในบทร่ายที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจะแสดงผลไม่เหมือนกันการใช้เวทมนตร์มีทั้งการโจมตี การป้องกัน และการฟื้นฟู เ้าควรจะศึกษาให้ ‘เข้าใจ’ อย่างถ่องแท้ และ ‘หมั่นฝึกฝน’ การใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้เวลาเรียกใช้งานบทร่ายในสถานการณ์ที่แตกต่าง...จะได้ไม่สับสนเพราะท้ายที่สุด...สิ่งที่สำคัญจริง ๆ ของการร่ายเวทมนตร์ก็คือ การดึงพลังจากแก่นพลังเวทมนตร์มาใช้ให้เกิดเป็ผลลัพธ์อันจะเป็ประโยชน์ต่อผู้ร่ายให้ได้อย่างมี ‘ประสิทธิภาพ’ และเกิดความ ‘คุ้มค่า’อย่างสูงสุด...มันก็แค่นั้น” อเล็กซ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเข้าใจและความชำนาญในศาสตร์แห่งเวทมนตร์แก่ผู้เป็ลูกศิษย์
“เ้าค่ะท่านอาจารย์ หนูจะจดจำสิ่งที่ท่านอาจารย์สอนสั่งให้ขึ้นใจเลยเ้าค่ะ” มีนตอบอีกฝ่ายด้วยความเคารพ
“ใน่เวลานี้เ้าก็ลองฝึกร่ายเวทผสานไปก่อน หากทักษะการผสานเวทอยู่ในขั้นสูงแล้วเ้าค่อยมาฝึกการผนึกเวทฯ และทักษะความชำนาญอาวุธแล้วกัน เพราะในบางครั้ง...เ้าก็อาจจะต้องสู้กับศัตรูในระยะประชิดด้วยการที่เ้ามีความชำนาญในทักษะพวกนี้ ก็ย่อมจะเป็การเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของตัวเ้าเอง...เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่?”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ”มีนตอบ
“อ้อ!ข้าเกือบลืมไป เื่ค่าสถานะของเ้า ข้าขอแนะนำให้เ้าเพิ่มไปที่ ‘ค่าปัญญา’ เป็หลัก รองลงมาเป็ ‘ค่าความแข็งแกร่ง’ ‘ค่าความอดทน’ ‘ค่าความแข็งแกร่งทางจิติญญา’ และ ‘ค่าความเร็ว’ ตามลำดับ”
“แต่หากเ้าไม่รู้ว่าจะแบ่งสัดส่วนการเพิ่มค่าสถานะอย่างไรจึงจะเหมาะสม ข้าขอแนะนำว่า ให้เ้าแบ่งแต้มค่าสถานะออกเป็ค่าปัญญา 5 ส่วน ความแข็งแกร่ง 2 ส่วน แล้วอีก 3 ค่าที่เหลือก็อย่างละ 1 ส่วนก็พอ ซึ่งสูตรนี้มันเหมาะสมสำหรับตัวเ้าในเวลานี้มากที่สุดแล้ว ส่วนไอเทมสวมใส่...ก็ให้เน้นตามสัดส่วนค่าสถานะฯตามที่ข้าได้บอกมานั่นแหละ” อเล็กซ์แนะนำการจัดการค่าสถานะให้แก่ศิษย์รักของตนตามแนวทางที่ตัวมันคิดว่า “เหมาะสม” กับหญิงสาวผู้นี้...
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านอาจารย์” มีนตอบพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่าย
“เ้าฝึกต่อไปเถอะข้าขอตัวไปอบรมสั่งสอนเ้าพวกปลาตีนน้อยพวกนี้ก่อน เผื่อวันหน้า...พวกมันจะได้ไม่เป็‘ภาระ’ ให้แก่เ้า” อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาวโดยเน้นคำว่า “ภาระ” เป็พิเศษ
“เ้าค่ะแล้วท่านอาจารย์จะสั่งสอนเด็กพวกนี้ยังไงหรือเ้าคะ?” มีนถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“นั่นมันเื่ของข้า...”อเล็กซ์ตอบแบบห้วน ๆ ก่อนจะจัดการลากเ้าพวกปลาตีนน้อย ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรมของตัวเองออกไปจากห้องฝึกแห่งนี้ด้วยเส้นด้ายเวทมนตร์ พร้อมกับปล่อยให้หญิงสาวยืนงงอยู่พักใหญ่…
…………
* แอกโซโลตล์ (axolotl) เป็สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในอันดับซาลาแมนเดอร์ชนิดหนึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับซาลาแมนเดอร์เสือ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “หมาน้ำ”