
ซู่หว่านหนิงจำได้ว่ากลิ่นสุดท้ายที่ได้กลิ่น ไม่ใช่กลิ่นเื
เป็กลิ่นดอกท้อ
เรือนจำหลวงไม่มีดอกท้อ แต่วันนั้นลมพัดมาจากทางทิศตะวันออก
และทางทิศนั้นคือจวนตระกูลเซี่ย ที่นางใช้เวลาแปดปีปลูกต้นท้อไว้เต็มลาน เพราะท่านพี่เคยพูดครั้งหนึ่งตอนอายุสิบเก้าว่าชอบสีของมัน
นางไม่เคยถามเลยว่าเขายังชอบอยู่ไหม
"นายหญิงเซี่ย"
เสียงขุนนางคุมโทษดังขึ้น แห้งเหมือนอ่านบัญชี
"ตามพระราชโองการ ผู้ต้องโทษยักยอกเสบียงทัพ โปรดให้เลือกได้หนึ่งอย่าง"
บนถาดมีสองสิ่ง ผ้าแพรขาวหนึ่งผืน กับสุราหนึ่งจอก
หว่านหนิงมองมันอยู่สองอึดใจ
แปดปีก่อน นางแต่งเข้าตระกูลเซี่ยพร้อมสินเดิมเจ็ดสิบสองหีบ
ตอนนั้นตระกูลเซี่ยเหลือแต่ชื่อ หนี้สินท่วมเรือน คนใช้หนีไปกว่าครึ่ง
นางขายเครื่องประดับของมารดาไปทีละชิ้น เพื่อจ่ายค่าเรียนให้เขา จ่ายค่ายาให้แม่สามี จ่ายค่าไถ่หน้าให้ตระกูลที่ไม่ใช่ของนางแต่กำเนิด
ปีที่สาม เขาได้เป็ขุนนาง
ปีที่ห้า ได้คุมเสบียงทัพ
ปีที่แปด เสบียงหายไปสามหมื่นชั่ง
คืนนั้น นางเป็คนเดินเข้าไปในห้องหนังสือของเขาเอง
"ท่านพี่... ข้าจะรับเอง"
เพราะถ้าเขาตาย ตระกูลเซี่ยก็จบ
เพราะถ้านางตาย ตระกูลเซี่ยยังอยู่
ตอนนั้นเขากอดนางแน่นมาก แน่นจนนางเจ็บซี่โครง แล้วพูดว่าจะหาทางช่วย จะไม่ปล่อยให้นางเป็อะไรไป
หว่านหนิงเชื่อ
นางเชื่อจนถึงเช้าวันที่สิบสอง ที่ได้ยินเสียงคนคุยกันนอกกำแพงเรือนจำ
"ได้ยินว่าท่านเซี่ยจะรับน้องสาวของนายหญิงเป็ภรรยาเอกน่ะ"
"เร็วไปไหม ศพยังไม่เย็นเลย"
"ก็เตรียมการมาั้แ่ปีก่อนแล้วนี่ ข้าเห็นช่างตัดชุดเข้าจวนั้แ่หน้าหนาว"
ั้แ่หน้าหนาว
หว่านหนิงยังจำได้ว่าตอนนั้นนางนั่งอยู่บนพื้นฟาง มือวางบนเข่า แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
ไม่ได้ร้อง ไม่ได้ะโ ไม่ได้ทุบกำแพง
นางแค่นับ
หน้าหนาวปีก่อน คือเดือนที่หว่านอวี๋เข้ามานั่งข้างเตียงนาง แล้วยื่นถ้วยยามาให้เหมือนทุกวัน
น้องสาวที่นางรับมาเลี้ยงั้แ่แปดขวบ
ที่นางสอนหนังสือให้ด้วยตัวเอง
ที่นางยอมอดเพื่อให้มีชุดใหม่ใส่
"ท่านพี่ ดื่มเถอะ ร่างกายท่านพี่อ่อนแอ หมอบอกว่าต้องดื่มทุกวัน"
ทุกวัน... แปดปี
และตลอดแปดปีนั้น หว่านหนิงไม่เคยตั้งครรภ์เลยสักครั้ง
มืออันแห้งกร้านของนางเอื้อมไปหยิบจอกสุรา
ที่แท้ก็ไม่ใช่ว่าข้ามีบุญน้อย
มีคนคอยกันไว้ไม่ให้ข้ามีบุญ
นางยกจอกขึ้น สุราร้อนไหลลงคอเหมือนกลืนถ่านไฟ
ก่อนที่ตาจะมืดลง หว่านหนิงคิดเพียงอย่างเดียว
ถ้าฟ้าให้ข้าเกิดใหม่...
ข้าจะไม่ตายแทนใครอีกแล้ว
✦ ✦ ✦
"คุณหนู! คุณหนูอย่าเพิ่งหลับสิเ้าคะ ชุดจะยับเอา!"
หว่านหนิงลืมตาขึ้น
สิ่งแรกที่เห็นคือสีแดง
แดงจนแสบตา แดงเต็มไปหมด ผ้าคลุมแดง เทียนแดง ผ้าม่านแดง
สิ่งที่สองที่เห็นคือมือของตัวเอง
มือที่ขาว เรียว ไม่มีรอยด้านที่โคนนิ้ว
ไม่มีแผลเป็จากการตัดฟืนหน้าหนาวปีที่สี่
ไม่มีข้อนิ้วบวมจากการซักผ้าในน้ำเย็น
มือของหญิงสาวอายุสิบเจ็ด ที่ยังไม่เคยทำงานหนักสักวันในชีวิต
"คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ"
ชุนถาวโผล่หน้าเข้ามาในกระจก ดวงตากลมโต ริมฝีปากยังอวบอิ่ม
"หน้าซีดเชียว ตื่นเต้นหรือเ้าคะ"
ชุนถาว...
ชุนถาวที่ตายในปีที่หก เพราะรับตีแทนนางสามสิบไม้
หว่านหนิงมองหน้าเด็กสาวคนนั้นนิ่ง
นางไม่ได้ร้องออกมา ไม่ได้ลุกไปกอด ไม่ได้ทำอะไรที่คนเพิ่งฟื้นจากความตายควรทำ
นางแค่ค่อยๆ วางมือลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง
ทีละนิ้ว
จนแน่ใจว่ามันไม่สั่น
"วันนี้วันที่เท่าไร"
"อ้าว คุณหนูลืมได้ยังไงเ้าคะ"
ชุนถาวหัวเราะ
"วันสิบหก เดือนสาม วันแต่งงานของคุณหนูกับคุณชายรองตระกูลเซี่ยไงเ้าคะ อีกชั่วยามเดียวขบวนก็จะมาถึงแล้ว"
วันสิบหก เดือนสาม
ปีที่ยี่สิบสองแห่งรัชศกเจิ้งเหอ
หว่านหนิงหลับตาลง
แปดปี... สามหมื่นชั่ง... เจ็ดสิบสองหีบ... ต้นท้อทั้งลาน... ชุนถาวสามสิบไม้... ถ้วยยาสองพันกว่าถ้วย
ทั้งหมดนั้นยังไม่เกิดขึ้น
ยังไม่เกิดขึ้นสักอย่าง
นางหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่ชุดวิวาห์จะยอมให้ แล้วปล่อยออกมาช้าๆ
พอลืมตาอีกครั้ง ในกระจกคือหญิงสาวหน้าตาอ่อนหวาน คิ้วเรียว ตาคม ปากบางที่กำลังโค้งขึ้นทีละน้อย
เป็สีหน้าที่ซู่หว่านหนิงคนเดิมไม่เคยทำ
"ชุนถาว"
"เ้าค่ะ"
"หีบสินเดิมเจ็ดสิบสองใบ เ้าไปบอกคนขนของว่า ให้แยกใบที่มีตราดอกบัวออกมาสิบสองใบ"
ชุนถาวงงจนตาเบิกกว้าง
"แยกออกมาทำไมเ้าคะ ท่านหญิงสั่งให้ขนไปพร้อมกันหมด..."
"แยกไว้ที่จวนซู่"
หว่านหนิงพูดโดยไม่ได้ขึ้นเสียงเลยสักนิด
"แล้วบอกว่าเป็คำสั่งข้า ถ้าใครถาม ให้ตอบว่าเป็ของที่มารดาข้าฝากไว้ให้หลาน"
"แต่คุณหนูยังไม่มีลูกเลยนี่เ้าคะ"
"ถูกแล้ว"
หว่านหนิงยกมุมปากขึ้นข้างเดียว
"ข้ายังไม่มี"
ชุนถาวยังไม่ทันเข้าใจ ก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น
"ท่านพี่... หว่านอวี๋เองเ้าค่ะ"
เสียงนั้น
เสียงใสๆ อ่อนโยน ที่หว่านหนิงเคยฟังทุกวันเป็เวลาแปดปี
ที่เคยเรียกนางว่าท่านพี่นับหมื่นครั้ง
มือของนางที่วางบนโต๊ะเกร็งขึ้นชั่วขณะ แล้วคลายออก
"เข้ามาสิ"
ประตูเปิดออก
หญิงสาวอายุสิบห้าในชุดสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามา หน้าตาสะสวย ดวงตาเปียกชื้นเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลา
ในมือถือถาดไม้
บนถาดมีถ้วยกระเบื้องใบเล็ก ควันบางๆ ลอยขึ้นมา
กลิ่นยาโชยมาถึงจมูกหว่านหนิง
กลิ่นเดิม
กลิ่นที่ข้าดมทุกเช้าเป็เวลาแปดปี
"ท่านพี่"
หว่านอวี๋วางถาดลง ดวงตาแดงก่ำ
"วันนี้ท่านพี่จะไปแล้ว น้องเตรียมยาบำรุงมาให้ ท่านพี่ร่างกายอ่อนแอ หมอสั่งไว้ว่าต้องดื่มทุกวัน อย่าลืมนะเ้าคะ น้องจะส่งไปที่จวนเซี่ยทุกเดือนเลย"
ไม่มีเสียงอะไรในห้องอยู่พักหนึ่ง
เทียนแดงเล่มหนึ่งปะทุ
หว่านหนิงมองถ้วยยาใบนั้น
มองอยู่นานพอที่หว่านอวี๋จะขยับตัวอย่างไม่สบายใจ
แล้วนางก็เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา
ถ้วยยังร้อน ร้อนพอดี
ร้อนเท่ากับที่เคยเป็ทุกเช้าตลอดแปดปี ที่มีคนคอยชงมาให้ในเวลาเดียวกันเป๊ะ ไม่เคยขาดสักวัน
เ้าใส่ใจข้าขนาดนี้...
ข้าน่าจะรู้ตั้งนานแล้ว
ไม่มีใครใส่ใจใครได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจ
หว่านหนิงยกถ้วยขึ้นถึงระดับริมฝีปาก
หว่านอวี๋มองตาม ไม่กะพริบ
แล้วหว่านหนิงก็หยุด
นางลดถ้วยลง หันมามองน้องสาวที่นางเลี้ยงมากับมือเก้าปี แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมาในสองชาติรวมกัน
"น้องหญิง"
"เ้าคะ ท่านพี่"
"วันนี้เป็วันดีของข้า"
หว่านหนิงยื่นถ้วยกลับไป มือนิ่งสนิท
"เ้าดื่มแทนข้าสักถ้วยได้ไหม"