ตอนที่ 10
คุณพ่ออวี่
เมื่อพาเด็กๆ กลับถึงบ้าน ฉันก็รีบเข้าครัวต้มน้ำ เพื่อให้เด็กๆ อาบน้ำกัน วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ไม่มีอารมณ์ทำอาหารเย็น จึงเอา ขาหมูหมั่นโถว เกี๊ยวน้ำหมูสับ จากมิติ มาให้พวกเขาทานกัน ฉันเพียงหุงข้าวเพิ่มนิดหน่อย ส่วนที่พวกเขาจะสงสัย ว่าอาหารมาได้อย่างไร ฉันไม่สนใจแล้ว ขอพักสักวัน
เมื่อน้ำร้อนได้ที่ก็เรียกเด็กๆ มาอาบน้ำ แต่งตัวรอกินข้าวเย็นกัน ส่วนน้องชายก็ตื่นขึ้นมาพอดี ฉันเข้าไปจับตัวน้องชาย ว่ายังมีไข้อยู่หรือเปล่า สรุปตัวไม่ร้อนแล้ว หายไข้ ฉันจึงให้คู่แฝด ยกเก้าอี้ไปวางที่อาบน้ำ แล้วให้น้องชายถอดเสื้อผ้า ยกเว้นกางเกงในขาสั้น น้องชายหน้าแดง อายม้วน ส่วนคู่แฝด หัวเราะ คิกคัก
“พี่ครับ เดี๋ยวผมเช็ดทำความสะอาดเองครับ"
“ไม่ได้ นายจะเช็ดอย่างไร มีมือข้างเดียว หมอบอกว่ายังถูกน้ำไม่ได้ ฉันช่วยอาบให้นายเอง”
“แต่ผมอายครับ ผมโตแล้วนะครับ”
“จะอายทำไม ฉันเห็นของนาย มานับไม่ถ้วน นายก็เคยเห็นของฉัน”
“พี่ครับ นั้นเมื่อพวกเราเป็เด็กเล็กๆ นะครับ จะเทียบกับตอนนี้ได้ไง”
“ฉันแค่ เช็ดตัวนาย ส่วนที่อยู่ในกางเกง ฉันไม่ยุ่งเกี่ยว เดี๋ยวให้เ้าแฝดมาช่วยส่วนนั้น”
เมื่อพูดจบ ฉันให้เค้าก้มหัว ฉันสระผมให้เค้า ท่อนบนก็ใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่น เช็ดแรงๆ ทั่วใบหน้าและลำตัว ส่วนท่อนล่างก็ใช้น้ำราด ฟอกสบู่ เมื่อเสร็จแล้วก็เรียกให้แฝดพี่มาช่วยถอดกางเกงและช่วยทำความสะอาด นุ่งผ้าขนหนู ส่วนกางเกงที่เปียกก็ให้ไปไว้ใน กะละมัง พอเสร็จเรียบร้อย ผมเช็ดจนแห้งดีแล้ว ฉันก็เอาเสื้อผ้าเก่าของ กู้ซานไห่ ที่ทิ้งไว้ที่บ้าน ให้น้องชายสวมใส่
หลังจากนั้นก็เรียกให้ทุกคนมากินข้าวกัน บรรยายกาศบนโต๊ะอาหารเป็ไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนพอใจมาก กินข้าวเสร็จฉันก็เก็บถ้วยชามไปล้าง ให้เด็กๆ ดื่มนมคนละแก้ว ฉันก็ไปอาบน้ำ เมื่อฟ้าเริ่มมืด ก็เรียกเด็กให้ไปล้างหน้า แปรงฟัน เตรียมตัวนอน
ตอนนี้ฉันเลยมีเวลาว่าง มานั่งคิดทบทวน ว่าฉันอยู่ปี ค.ศ.อะไร ตอนนี้ฉันอายุ 19 ปี น่าจะอยู่ปี ค.ศ.1974 ยังอยู่ใน่การปฏิวัติวัฒนธรรม ระบอบกวาดล้างคนเห็นต่าง ทำลายของเก่าสร้างของใหม่ หมู่บ้านตงเหอ ที่ฉันอาศัยอยู่เป็หมู่บ้านชนบท ที่ยากจนข้นแค้น อาชีพส่วนใหญ่เป็ชาวนา รักลูกชายมากกว่าลูกผู้หญิง
แต่หมู่บ้านตงเหอ มีที่ตั้งที่ดี หลังติดเขา มีลำธารไหลผ่าน ผู้คนยังพอหาของป่ามาประทังชีวิตได้ ถ้าอาศัยระบบคอมมูนอย่างเดียวคงอดตาย เพราะทุกคนต้องทำนารวม ผลิตผลต้องส่งเข้ากองกลาง ผลิตผลบางส่วนที่เหลือจากกองกลาง จะแบ่งตามแต้มการทำงานของครอบครัวนั้น ไก่เลี้ยงได้บ้านละ 2 ตัว หมูเลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว แต่เวลาฆ่า ต้องนำมากองกลาง จัดแบ่งขายในราคาถูก
พรุ่งนี้ ฉันมีงานคือ ทำความสะอาดบ้านก่อน ตอนนี้อยู่ใน่ต้นฤดูใบไม้ร่วง อากาศจะค่อยๆ หนาว ฉันต้องรื้อ เครื่องนอนมาตากลม และซักผ้าห่ม เสื้อผ้า กวาดถูบ้านให้สะอาดต้อนรับฤดูหนาวที่จะมาเยือน ต้องสอนให้เด็กๆ รักษาสุขอนามัย ป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วย
บ้านหลังนี้เป็บ้านดิน มี 3 ห้อง ห้องนอน 2 ห้องทั้ง 2 ห้องมีเตียงเตา และอีกห้องเป็ห้องเล็กๆ ใช้สำหรับเก็บของ ส่วนห้องครัวกว้างขวาง มีตู้เก็บอาหารแห้งและนอกห้องครัวยังมีห้องใต้ดินไว้เก็บอาหารหน้าหนาว นับว่าบ้านหลังนี้ ค่อนข้างดีเลยทีเดียว
ตอนนี้ฉันให้น้องชายนอนกับคู่แฝด ลูกสาวนอนกับฉัน เมื่อวางแผนสำหรับพรุ่งนี้แล้ว ก็ล้มตัวลงนอนกอดลูกสาวหลับไป
ตื่นนอนตอนเช้า อากาศสดใส มีลมหนาวพัดผ่านเบาๆ ทำให้สดชื่น จิตใจเบิกบาน ฉันเข้าครัวเตรียมอาหารเช้า วันนี้ฉันต้มข้าวต้มกุ้ย มี ไข่ผัดมะเขือเทศ ยำผักกาดดอง ทอดถั่วลิสงคลุกเกลือ ทำแค่นี้ก็พอกินแล้ว
สักพักได้ยินเสียงเคาะประตูบ้าน น้องชายที่เพิ่งตื่นนอน ได้เดินไปเปิดประตู น้องชายยืน อึ้ง ใ และประหลาดใจ เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตู คือ คุณพ่ออวี๋ เมื่อ พ่ออวี๋เดินเข้ามาในบ้าน จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียง เศร้า เสียใจ
“เฮ่าเยว่ พ่อขอโทษ วันนั้นที่พ่อตีลูกจนแขนหัก พ่อเสียใจมาก พ่อเป็คนไม่เอาไหน อ่อนแอ กลัวเมีย แม้รู้ว่าหลายปีมานี้ พวกลูกๆ อยู่ด้วยความลำบาก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ พ่อเป็คนเลวในสายตาของลูก พ่อดีใจที่วันนั้น พี่สาวของลูกรับลูกมาอยู่ด้วย พ่อจึงจำใจเอ่ยปากไล่ ลูกออกจากบ้านพ่อเป็การดี จะได้มีอนาคตที่ดี ได้เรียน มีชีวิตที่มีความสุข
วันนี้ พ่อเอาเงินที่หลายปีนี้ที่พ่อเก็บซ่อน สะสม เอาไว้ให้ลูก มาให้ ขอให้ลูกโชคดี มีอนาคตที่ดี และขอให้ลูกสองคน รักกัน ช่วยเหลือกัน ดูแลใจใส่ซึ่งกันและกัน ลูกไม่ต้องกลับไปหาพ่อ และอย่าบอกใครเื่เงินนี้ ให้คิดว่าพ่อคนนี้ได้ตายจากไปแล้ว”
พ่ออวี๋พูดจบ ใบหน้ามีน้ำตาซึม แล้วยื่นถุงเงินให้ เฮ่าเยว่ พร้อมหันหลังจะเดินจากไป เฮ่าเยว่ โผเข้ากอดพ่อทางด้านหลัง
“ขอบคุณครับพ่อ ผมรักพ่อครับ”
“หนูก็รักพ่อนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ”
เราสองคน ร้องไห้เสียงเบาๆ หลังจากที่ พ่ออวี๋เดินจากไป ฉันเพิ่งรู้ว่าพ่ออวี๋ ก็รักพวกเราสองพี่น้อง แต่พ่อเป็คนอ่อนแอ ไร้ความสามารถ ไม่สามารถปกป้องพวกเราได้ วันที่ไล่น้องชาย พ่อคงปวดใจไม่แพ้กัน เพื่อให้ลูกชายหลุดพ้น จำต้องไล่ เป็จังหวะที่ฉันขอน้องชายมาดูแลพอดี พ่อถึงไม่ปฏิเสธ
หลังจากน้ำตาแห้งแล้ว น้องชายได้เทถุงเงินที่พ่อให้ ในนั้นมีเงินจำนวนมากจนตะลึง นับได้ 124 หยวน ฉันจึงให้น้องชายเก็บไว้ให้ดี เงินจำนวนนี้ไว้สำหรับดำรงชีพและเรียนหนังสือ
“ถ้าพี่จำเป็ต้องใช้เงิน พี่มาเอาเงินนี้ไปใช้ นะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ได้ ฉันไม่เกรงใจอยู่แล้ว ถ้าพี่มีความจำเป็เมื่อไร พี่จะบอกนายแน่นอน”
หลังจากนั้น ฉันก็ไปปลุก ลูกๆ ให้มากินข้าวเช้า เมื่อทุกคนกินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย ฉันจึงบอกให้ทุกคนช่วยทำความสะอาดบ้านกัน
ฉันจึงรื้อที่นอนไปตาก และนำผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม เสื้อผ้าไปซัก และให้เด็กๆ มาช่วยเอาผ้าชุบน้ำ ถูบ้านให้สะอาดทุกซอกทุกมุม และจุดกำยาน รมบ้านไล่กลิ่นอับ บ้านจะได้หอมๆ หลังจากนั้นก็จะนำที่นอนหลังใหม่ ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ของใหม่ในมิติออกมา โดยทำทีไปเปิดตู้ในห้องนอนและหยิบออกมา ลูกๆ แปลกใจ และดีใจกันยกใหญ่