ตอนที่44 ทักษะคล้ายกับแฮ็กเกอร์ปริศนาจริงๆ
“รออยู่หน้างานก็แล้วกันไม่ต้องมากวนผมล่ะ” จ้าวหลงตอบเดวิดพลางพูดย้ำไม่ให้อีกฝ่ายมาดูแลตนเองที่โรงแรม
อนึ่งจ้าวหลงไม่ต้องการให้คนอื่นนอกจากทีมเสือขาวเห็นสภาพเวลาที่ตนแพ้ท้องแทนภรรยาเขายังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยเรื่องนี้กับบางคนยกเว้นคนที่จะสื่อสารไปถึงฝั่งครอบครัวตระกูลจ้าวและตระกูลหยางได้เท่านั้น
พลันมีเสียงโทรศัพท์เขาดังขึ้นทันทีหลังจากวางสายจากเดวิดแล้วจ้าวหลงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะเบอร์โทรที่เข้ามาใหม่อีกสายเป็นเบอร์ของผู้จัดการอาคารฟิวเจอร์ที่เปิดให้บริษัททั้งหลายเช่าพื้นที่สำนักงานเพื่อประกอบธุรกิจเป็นอาคารทันสมัยสูงที่สุดในเมืองซีอาน โดยสูงถึง 68 ชั้นเขากดรับสายด้วยความแปลกใจ
“มีอะไรหรือผู้จัดการฟ่าน?”
“เจ้านายที่เคารพช่วยผมทีครับทีมโปรแกรมเมอร์ที่นี่ เจอศัตรูเจาะเข้าระบบเครือข่ายของเราทีมโปรแกรมเมอร์ไม่สามารถป้องกันได้เลยครับ”
จ้าวหลงขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเนื่องด้วยทีมโปรแกรมเมอร์ที่เป็นช่างเทคนิคดูแลระบบเครือข่ายของตึกฟิวเจอร์ซีอานนั้นเขาฝึกเองมากับมือเพื่อให้ทำงานด้านนี้แทนซึ่งเขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเจาะระบบเครือข่ายที่ตนออกแบบไว้จึงตอบรับอย่างผ่อนคลายว่า
“ได้ฉันจะให้คนทดสอบฝีมือฝ่ายตรงข้ามดูก่อน”
จากนั้นจ้าวหลงหันหน้าไปสั่งงานหยวนลี่หยางที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักว่า“เสี่ยวหยางตรวจสอบให้ทีว่าเป็นใคร?”
เขาไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดทั้งหมดเพราะหยวนลี่หยางได้ยินเสียงจากปลายสายแน่นอนจึงสั่งงานลูกน้องอย่างสบายใจ
“ตกลงครับ”หยวนลี่หยางพยักหน้ารับภารกิจอย่างเข้าใจ
เมื่อหยวนลี่หยางทำการแฮ็กเข้าไปตรวจสอบศัตรูที่กล้าเจาะระบบเครือข่ายป้องกันตึกฟิวเจอร์ซีอานเขาพบศัตรูที่เจาะเข้าไปแล้วแต่ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรทว่าเมื่อเขาพบกับอีกฝ่ายทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มทำการโจมตีเขาในทันทีเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังรอให้เขาเข้าไปอยู่พอดี
“อ๊ะ! ดูเหมือนมันต้องการประลองกับผมพอดีเลย”หยวนลี่หยางอุทานอย่างแปลกใจ
จากนั้นเขาลงมือพิมพ์คำสั่งตอบโต้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็วซึ่งเขาพบว่าฝ่ายตรงข้ามทำการตอบโต้เขากลับคืนมาอย่างรวดเร็วอีกครั้งเป็นผลให้เขารู้สึกแปลกใจเพราะรูปแบบการโจมตีกึ่งๆ คุ้นเคยเพราะเหมือนกับแฮ็กเกอร์ปริศนาทว่าไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
“เอ๊! เหมือนแฮ็กเกอร์ปริศนาเลยแฮะแต่ก็ไม่เหมือนทีเดียว มีแค่บางส่วนที่การโจมตีเหมือนกัน”
หยวนลี่หยางพูดไปด้วยขณะพิมพ์คำสั่งโจมตีกลับซึ่งเสียงพูดของหยวนลี่หยางได้เรียกความสนใจจากจ้าวหลงที่กำลัง
เดินกลับห้องให้หยุดชะงักพลางถามหยวนลี่หยางกลับคืนอย่างไม่แน่ใจว่า
“นายบอกว่าเหมือนแฮ็กเกอร์ปริศนางั้นหรือ?”
“ใช่ครับเจ้านายเหมือนบางส่วน ไม่เหมือนทั้งหมด” หยวนลี่หยางตอบอย่างมั่นใจ
พลันมีเสียงโทรศัพท์ของจ้าวหลงดังขึ้นอีกครั้งทำให้เขาถอนหายใจเสียงดังก่อนกดรับด้วยความแปลกใจว่า
“ครับคุณลุงมีอะไรหรือครับ?”
“เสี่ยวหลงช่วยจัดการให้ทีโปรแกรมเมอร์ที่นี่ต้านไม่อยู่แล้ว มีศัตรูเจาะฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจ”
จ้าวหลงไม่ทันได้ตอบกลับเพราะปลายสายวางไปแล้วเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาเขารู้สึกประหลาดใจมากที่จู่ๆ มีแฮ็กเกอร์โจมตีตึกฟิวเจอร์ซีอานของเขาพร้อมกับที่มีแฮ็กเกอร์นิรนามเจาะฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจทำให้เขาตัดสินใจปะทะกับอีกฝ่ายแทนเพราะหยวนลี่หยางกำลังติดพันอยู่กับแฮ็กเกอร์อีกคน
“วันนี้เป็นวันอะไร?ทำไมถึงมีแฮ็กเกอร์เจาะระบบพร้อมกันทีเดียวสองแห่ง?”
จ้าวหลงพึมพำอย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ผิดปกติเหล่านี้เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุด่วนเข้ามาพร้อมกันในเวลาเดียวกันถึงสองแห่ง
อย่างไรก็ตามต้ากังและต้ากุ้ยเลือกทดสอบฝีมือตนเองเพื่อฝึกปรือให้เก่งกาจเพื่อเสนอขายโปรแกรมป้องกันระบบเครือข่ายให้กับองค์กรของรัฐและเอกชนโดยพวกเขาเลือกตึกฟิวเจอร์ซีอานที่บริษัทเช่าพื้นที่อยู่กับกรมตำรวจเนื่องด้วยสองพี่น้องแซ่ต้ารับรู้มาว่าเจ้าของตึกร่ำรวยมหาศาลรวมทั้งกรมตำรวจที่มีงบบำรุงรักษาด้านนี้อยู่มากทั้งคู่จึงเลือกเป้าหมายลูกค้ารายแรกเป็นสององค์กรดังกล่าว
ด้านจ้าวหลงที่เปิดแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์คำสั่งโจมตีศัตรูที่กล้าเจาะระบบฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจเขาหรี่ตามองรูปแบบการโจมตีของศัตรูด้วยความแปลกใจพลางพึมพำว่า
“เอ! ทักษะคล้ายกับแฮ็กเกอร์ปริศนาจริงๆแต่ไม่เหมือนทีเดียว หรือว่าแฮ็กเกอร์ปริศนาจะมีทีมงานมากกว่าหนึ่งถ้างั้นประลองกับฉันสักตั้งเป็นไง?”
จ้าวหลงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อสังเกตให้ดีแล้วพบว่ารูปแบบการโจมตีแค่คล้ายแฮ็กเกอร์ปริศนาที่เขาเคยพ่ายแพ้ทว่าไม่ใช่แฮ็กเกอร์ผู้เก่งกาจคนนั้นอย่างแน่นอนจึงเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถกู้คืนความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้เขาพิมพ์คำสั่งรัวเร็วเพื่อตอบโต้อีกฝ่ายในทันที
ปรากฏว่าทั้งจ้าวหลงและต้ากุ้ยต่างมีความเร็วไม่แตกต่างกันทว่ารูปแบบคำสั่งอันซับซ้อนที่ต้ากุ้ยเรียนรู้มาจากณิชานั้นลึกซึ้งกว่าช่วยให้เขาต่อสู้กับจ้าวหลงได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำเกินไปกลายเป็นว่าคู่ของจ้าวหลงกับต้ากุ้ยต่อสู้กันนานเกือบสองชั่วโมง
จนกระทั่งฝ่ายต้ากุ้ยถอนตัวกลับไปเพราะกลัวว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทจะเสียหายโดยก่อนจากไปเขาทิ้งท้ายด้วยการขายสินค้าว่า
“ขอบคุณที่ประลองฝีมือกับฉันพวกเราแค่ต้องการขายโปรแกรมป้องกันที่เหนือกว่าของกรมตำรวจหากสนใจจะเข้ามาทักทายใหม่ในวันพรุ่งนี้เวลาเดิม ลาก่อน”
“เอ๊! ต้องการขายสินค้างั้นหรือ? แต่ฝีมือไม่เลวแฮะถ้าดึงมาเป็นทีมงานด้วยคงดีไม่น้อย”
จ้าวหลงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่อีกฝ่ายถอนตัวกลับไปก่อนที่จะรู้ผลแพ้ชนะถึงแม้ว่าเขาจะเหนือกว่าอีกฝ่ายราวหนึ่งหรือสองส่วนก็ตามเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายมีความประสงค์ต้องการขายสินค้าทำให้เขารู้สึกสนใจอีกฝ่ายอย่างแท้จริง เนื่องด้วยตลอดเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมานั้นเขาพบว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้คิดที่จะขโมยไฟล์หรือสร้างความเสียหายให้กับฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจ
ด้านหยวนลี่หยางที่มีฝีมือใกล้เคียงกับต้ากังก็พบข้อความคล้ายคลึงกับที่จ้าวหลงเจอนั่นคือ
“ขอบคุณที่เสียสละเวลาประลองฝีมือกับฉันพวกเราไม่ได้คิดจะทำลายระบบของพวกคุณแต่พวกเรามีระบบป้องกันที่เหนือกว่าพร้อมเสนอขายให้หากสนใจพรุ่งนี้จะเข้ามาทักทายใหม่เวลาเดิม ลาก่อน ขอให้มีความสุขในคืนนี้”
“เฮ้ย! จะหายไปแบบนี้ไม่ได้นะ ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะเลยพรุ่งนี้งั้นหรือ? จะรอแล้วกัน”
หยวนลี่หยางอุทานด้วยความแปลกใจเขากำลังขับเคี่ยวกับอีกฝ่ายอย่างตั้งใจและคิดว่าสามารถเอาชนะได้แน่หากมีเวลามากกว่านี้ทว่าเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะชิ่งหนีไปก่อนโดยทิ้งท้ายเป็นการขายสินค้าซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
หยวนลี่หยางเหลือบมองเห็นจ้าวหลงเดินออกมาจากห้องส่วนตัวจึงสอบถามด้วยความอยากรู้ว่า
“เจ้านายตามพวกมันได้ไหมครับ? ผมตามรอยไม่ได้เลย”
“เกือบตามไม่ได้เหมือนกันทักษะคล้ายกับแฮ็กเกอร์ปริศนาจริงๆ แต่ได้ร่องรอยมาอยู่ อยากรู้ไหมว่าที่ไหน?”
จ้าวหลงถามลูกน้องกลับคืนด้วยน้ำเสียงลึกลับพลางยิ้มมุมปากอย่างสนใจคู่ต่อสู้ลึกลับที่จงใจเข้ามาต่อกรเพื่อขายระบบป้องกัน
“เอ๊! ที่ไหนหรือครับเจ้านาย?”หยวนลี่หยางสอบถามจ้าวหลงกลับคืนด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ชั้น 29ตึกฟิวเจอร์ซีอาน” จ้าวหลงตอบกลับลูกน้องด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
หลีจยงเดินออกมาจากห้องพร้อมกับกล่องบรรจุสร้อยติดตามตัวซึ่งเขาแยกตัวไปทดสอบประสิทธิภาพอุปกรณ์ตั้งแต่จบการประชุมออนไลน์โดยไม่ได้รับรู้เรื่องการประลองฝีมือของเจ้านายกับแฮ็กเกอร์ลึกลับสองคนแต่อย่างใด
“ผมตรวจสอบสร้อยติดตามตัวครบแล้วครับโทรสั่งให้คนมารับของแล้ว อีกสักครู่คงมาถึง”
หลีจยงรายงานหน้าที่ของเขาให้เจ้านายรับทราบพร้อมกับเหลือบมองใบหน้าเจ้านายและเพื่อนด้วยความแปลกใจ
“ดีมากเสี่ยวจยงพรุ่งนี้เขานัดประลองอีกยกใช่ไหม?”
จ้าวหลงพยักหน้ารับรู้งานของหลีจยงก่อนหันหน้าไปถามหยวนลี่หยางอย่างเข้าใจกันเพราะเป็นการประลองเหมือนกัน
“ใช่ครับทางเจ้านายละครับ?” หยวนลี่หยางยอมรับพลางถามกลับคืนเพราะอยากรู้ว่าฝั่งจ้าวหลงเป็นเช่นไรบ้าง
“นัดเจอกันพรุ่งนี้คิดว่าเอาชนะได้อยู่ แต่อีกฝ่ายก็ทักษะไม่ใช่ย่อยทีเดียว สูสีกับชาร์ลมาก”
จ้าวหลงพยักหน้ายอมรับว่าเขามีนัดกับแฮ็กเกอร์ลึกลับพร้อมกับชื่นชมอีกฝ่ายอย่างจริงใจซึ่งอีกฝ่ายเก่งกาจเทียบเคียงได้กับมือวางอันดับสองของโลกที่ชื่อชาร์ล
หลีจยงยืนฟังอยู่นานจนสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวและเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่ได้เขาอุทานด้วยความแปลกใจเพราะน้อยคนนักที่จะสามารถต่อกรในทักษะแฮ็กกับทั้งสองคนได้โดยเฉพาะการที่เจ้านายเปรียบเทียบคู่ต่อสู้เทียบเท่ามือวางอันดับสองของโลกเช่นนี้
“โอ้โฮ! เก่งกาจขนาดเท่ากับชาร์ลเชียวหรือครับ?ใครกันที่กล้าต่อกรกับเจ้านายและเสี่ยวหยางแบบนี้?”
“พรุ่งนี้ก็รู้แล้วหรือจะสอบถามไปที่ฟ่านหวงลู่ก็ได้” จ้าวหลงตอบลูกน้องทั้งสองคนอย่างไม่กังวลใจ
อย่างไรก็ตามจ้าวหลงตรวจสอบคนเช่าพื้นที่ดังกล่าวก่อนออกมาเจอกับลูกน้องแล้วซึ่งเขาพบว่าเป็นชายหนุ่มสองคนชื่อต้ากังกับต้ากุ้ยโดยทั้งคู่เคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในห้างฟิวเจอร์เมืองซีอาน
“ตรวจสอบดูหน่อยว่าพวกเขามีเงินมากมายมาจากไหน? จู่ๆรวยขนาดนี้แสดงว่าต้องมีนายทุนหนุนหลังอยู่แน่ๆ”
จ้าวหลงแสดงความคิดเห็นพร้อมกับสั่งการหยวนลี่หยางให้ตรวจสอบสองพี่น้องแซ่ต้ามากขึ้นเนื่องด้วยประวัติส่วนตัวและการทำงานของทั้งคู่ไม่ได้บ่งบอกว่าจะมีเงินทุนมากพอที่จะเช่าพื้นที่และเปิดบริษัทเช่นนี้ได้
“เข้าใจแล้วครับ”หยวนลี่หยางพยักหน้ารับคำสั่งเจ้านายด้วยความเข้าใจ
“อ้อ! อีกเรื่องลองแฮ็กฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขของที่นี่หน่อยสิหาหญิงไทยที่น่าจะตั้งครรภ์ในช่วงที่......”
จ้าวหลงนึกถึงเรื่องการตามหาแม่ของลูกได้พอดีจึงสั่งการลูกน้องอย่างมีความหวัง
“เอ! อาจได้ไม่หมดนะครับผมพอจะรู้มาว่าข้อมูลด้านสุขภาพของประเทศไทย ไม่ได้เข้าระบบทั้งหมด โดยเฉพาะคลินิกเล็กๆหรือโรงพยาบาลเอกชนที่มีโปรแกรมบันทึกข้อมูลแยกต่างหาก”
หยวนลี่หยวงขมวดคิ้วด้วยความหนักใจพลางตอบเจ้านายตามจริงเนื่องจากเขาเคยศึกษาฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐบางประเทศซึ่งฐานข้อมูลด้านสาธารณสุขของประเทศไทยยังมีข้อจำกัดจากการใช้โปรแกรมหลากหลายในการบันทึกข้อมูลบริการด้านสุขภาพฉะนั้นอาจไม่สามารถเจาะระบบได้ทั้งหมด
“เอาเท่าที่ได้”จ้าวหลงพยักหน้าเข้าใจความแตกต่างของฐานข้อมูลประเทศไทยพอสมควรจึงไม่ได้คาดหวังมาก
ถึงกระนั้นเขาก็หวังที่จะตามหาภรรยาของตนพบในสักวันอย่างน้อยเขาอยากพบเธอก่อนคลอดเพื่อที่เขาจะได้ทำหน้าที่ที่ควรทำรวมทั้งหาทางลดอาการแพ้ท้องของตนซึ่งไม่สามารถพยากรณ์หรือป้องกันล่วงหน้าได้แม้แต่น้อย
……….
ด้านสุพิชชาที่หัวเสียเมื่อได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องซึ่งเธอมอบหมายเขาให้สืบค้นว่าชายหนุ่มปริศนาเป็นใครทว่าคำตอบที่ได้รับจากลูกน้องทำให้เธออารมณ์เสียทันใด
“คุณหนูครับไม่มีภาพของชายหนุ่มคนนั้นในออนไลน์เลย เขาเป็นคนชาติไหนหรือครับ?หากเจาะจงให้แคบลงได้อาจช่วยให้ผมค้นหาง่ายขึ้น”
“เอ๊ะ!ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? อะไรกันสุนทร?เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ทำไม่ได้เชียวหรือ?”สุพิชชาแหวใส่ลูกน้องด้วยความโมโห
“โธ่!คุณหนูครับ ผมไม่สามารถเจาะระบบทั่วโลกได้นะครับมันยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก หากรู้ว่าเป็นคนชาติไหน?ผมอาจจะลองเสี่ยงแฮ็กฐานข้อมูลประชากรของทางการดู แต่นี่มีแต่ภาพนิ่งรูปเดียวข้อมูลอื่นก็ไม่มี มันเป็นงานยากเกินไปครับ”
สุนทรส่งเสียงโอดครวญด้วยความลำบากในงานหินที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้านายสาวถึงแม้ว่าเขาจะเก่งกาจในทักษะการแฮ็กข้อมูลทว่าเรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องยากเกินศักยภาพของเขาไปมาก