“เออ จริงสิน่ะผมจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนนี้กลับมาถึงบ้านและขึ้นไปนอนบนห้องของตัวเองได้ยังไง”
“ลูกเอ๋ยลูก เมื่อไหร่จะรู้จักทำตัวเป็ผู้เป็คนเหมือนใครอื่นเขาเสียที อย่างนี้ผู้หญิงดีดีที่ไหนเขาจะทนเราไหว”
“โธ่ คุณแม่อย่าพึ่งบ่นสิฮะ ขอผมทานอะไรก่อนได้ไหม หิวจนท้องไส้กิ่วไปหมดแล้ว”
ชายหนุ่มทำเสียงครวญออดอ้อนกลบเกลื่อนเสียงบ่นของมารดา
“เดี๋ยว ยังกินไม่ได้ ต้องบอกเื่หนูมัญชรีมาให้แม่รู้ชัดๆก่อนที่เราบอกเมื่อคืนนี้แม่ยังไม่แน่ใจ”
“เอ่อ เมื่อคืนผมบอกอะไรคุณแม่ไปบ้างหรือครับ”
เมื่อได้ยินคำถามของมารดา ชายหนุ่มก็รีบย้อนถามกลับมาทันที
“ก็บอกว่าเรากับหนูมัญชรีเลิกกันแล้วนะสิ เพราะหนูมัญชรีทำตัวเหลวไหล แต่ตอนนั้นแม่เห็นว่าเรากำลังเมาก็เลยยังไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่”
คุณนายกล่าวพร้อมกับจ้องหน้าคาดคั้น
“เอ่อ แล้วนี่เ้าทยาหายไปไหนครับไม่เห็นหน้าเลย”
ตนุวัฒน์เลี่ยงที่จะตอบคำถามของมารดาด้วยการสอดส่ายสายตาไปทั่วบ้านพร้อมกับถามถึงน้องชายต่างมารดาที่ถูกเรียกตัวให้มาบริหารงานในบริษัทแทนเขาเป็การชั่วคราวระหว่างที่เขาไปอยู่เมืองนอกนี้
“แต่งงานไปเมื่อสามเดือนก่อน แล้วก็เลยออกไปซื้อบ้านอยู่ต่างหาก”
น้ำเสียงของคุณนายบ่งบอกความไม่ชอบบุคลที่ถูกกล่าวถึงนั้นอย่างชัดเจน แน่ละ ก็นั้นมันลูกเมียน้อยนี่
“อ้าว ทำไมต้องไปซื้อบ้านใหม่อีกละครับ บ้านของเราออกใหญ่โต อยู่กันสักห้าครอบครัวก็ยังไม่รู้สึกอึดอัด”
“คนที่เ้าทยามันแต่งงานด้วย เป็ผู้หญิงที่มีแต่ตัว แม่ไม่ชอบ แม่ไม่อยากให้มันแต่งงานกันด้วยซ้ำ แต่มันไม่ฟังแม่แม่ก็เลยไล่ให้ออกไปอยู่ด้วยกันที่อื่นเสียเลย”
คุณนายบอกความจริงที่เกิดขึ้นตอนที่บุตรชายไม่อยู่ให้เขาได้รับรู้
“โธ่ คุณแม่ครับ ทำไมไม่รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง อายุมากแล้วนะครับ ทรัพย์สมบัติของเราก็มีมากมาย กินใช้ไปไม่รู้กี่ชาติจึงจะหมดแต่มันทำให้คุณแม่รู้สึกมีความสุขมากเท่ากับการมีลูกหลานอยู่ล้อมหน้าล้อมหลังไหมครับ ทยาเขาแต่งงานไปอย่างนั้นอีกหน่อยเขาก็จะมีลูกเล็กๆหน้าตาน่ารัก คุณแม่ไม่อยากจะเล่นกับหลานหรือครับ”
“เราไม่ต้องมาพูดอย่างนั้นเลยนะตาวัฒน์ ก็แม่เกลียดเ้าทยา มันเป็ลูกเมียน้อย”
คุณนายถึงกับตวาดแหวออกมาด้วยความเกลียดชังในตัวบุคลที่ถูกพูดถึง
“แต่คุณพ่อก็เสียไปนานแล้วนะครับ ร่วมทั้งคุณแม่ของทยาด้วย และคุณแม่เองก็เลี้ยงทยามาั้แ่เล็กๆคุณแม่ไม่รู้เลยหรือครับว่าทยารักและเทิดทูนคุณแม่มากแค่ไหน คุณแม่จะลดอคติในใจที่เกิดขึ้นโดยที่ทยาไม่ได้รู้ได้เห็นด้วยนั้นลงบ้างไม่ได้หรือครับ จะยึดไว้ให้มันเป็ไฟแผดเผาใจคุณแม่ทำไม”
“เราไม่ต้องมาพูดมากถึงเื่ของคนอื่นหรอกเอาเื่ของตัวเองให้รอดก่อน บอกเื่หนูมัญชรีมาให้แม่รู้ซะดีดี”
“ว๊า ผมหิวจนทนไม่ได้แล้วสิครับ ไปหาอะไรทานในครัวดีกว่า”
ดูเหมือนว่าคราวนี้ตนุวัฒน์จะหาทางเลี่ยงการตอบคำถามของมารดาได้สำเร็จ เขาลุกขึ้นเดินหนีไปโน้นแล้วท่ามกลางสายตาที่มองตามไปอย่างขัดใจของมารดา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
อมลสิรินั่งมองลูกน้อยที่พึ่งจะลืมตาขึ้นมาดูโลกได้เพียงไม่นานนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังะเืใจไม่หาย ก่อนนั้น ตอนที่ได้รู้ว่าเขามาถือกำเนิดขึ้นในครรภ์ของเธอแรกๆเธอเคยคิดถึงกับจะทำลายชีวิตของเขาเพียงเพราะเขาเกิดมาโดยไม่มีพ่อ ไม่ใช่สิ เธอคงใช้คำผิดไป เพราะคนไม่มีพ่อที่ไหนจะถือกำเนิดขึ้นมาได้ ต้องเรียกว่ามีพ่อแต่พ่อไม่มีความรับผิดชอบมากพอที่จะสมเป็พ่อของคนได้ต่างหาก
ผู้ชายคนนั้น เขาทิ้งเธอไปทั้งๆที่รู้ว่าเธอกำลังจะมีลูกกับเขา ผู้ชายไร้หัวใจ หรือเป็ความผิดของเธอเองที่ใจง่ายยอมมีอะไรกับเขาก่อนที่จะแต่งงานก็ไม่รู้
ตอนนั้นไม่ใช่คิดทำลายแค่ลูก แต่เธอคิดฆ่าตัวตายเลยด้วยซ้ำเพียงเพราะเสียใจในเื่ราวครั้งนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอถึงได้รู้ว่าตอนนั้นตัวเองคิดผิด คงเพราะความรักที่มีต่อทารกน้อยคนนี้อย่างท่วมท้นนั้นเองจึงทำให้เธอพาชีวิตผ่าน่เวลาที่เลวร้ายนั้นมาได้
ทุกวันนี้เธออยากมีชีวิตอยู่ เพื่อที่จะได้ดูแลและเฝ้าดูการเจริญเติบโตของทารกน้อยผู้นี้ อยากเห็นและอยากรับรู้ทุกความเป็ไปของเขา ญาติสาวผู้น้องของเธอซึ่งมีชีวิตเติบโตมาพร้อมๆกับเธอั้แ่เด็ก และพึ่งจะแต่งงานไปได้ไม่นานนี้ ได้บอกจะขอเอาลูกของเธอไปเลี้ยงดูเสียเอง เพื่อที่จะให้แกเติบโตขึ้นมาโดยรับรู้ว่าตัวเองมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมทั้งพ่อและแม่ แต่เธอก็ปฏิเสธ เพราะอยากจะดูแลเขาด้วยตัวของเธอเอง และทุกวันนี้แม้เธอจะรู้สึกมีความสุขที่ได้ดูแลเขา แต่ก็ยังรู้สึกเ็ปทุกครั้งเมื่อได้เห็นเค้าหน้าที่เหมือนพ่อผู้ให้กำเนิดราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันนี้
หญิงสาวรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่มักจะไหลออกมาทุกครั้งยามเผลอไผลเมื่อเห็นร่างเล็กๆที่นอนสงบนิ่งมาร่วมสองชั่วโมงแล้วเริ่มดิ้นยุกยิกเธอขยับเข้าไปช้อนเอาร่างนั้นขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอกด้วยความรักความทะนุถนอมสุดหัวใจและเมื่อเห็นดวงตาคู่ที่ใสแจ๋วปานลูกแก้วนั้นมองมาอย่างออดอ้อน เธอก็จัดแจงเปิดนมจากอกให้แกได้ดื่มกิน
เสียงประตูห้องถูกเคาะขึ้นเบาๆหญิงสาวเผลอเบี่ยงกายหลบอย่างรู้สึกอายต่อสายตาของผู้ที่จะเข้ามา ตามประสาหญิงวัยสาวที่พึ่งจะได้เป็แม่คนไม่นาน แต่ก็ไม่กล้าผลักไสลูกน้อยออกไปจากอกแต่อย่างใดประตูห้องถูกเปิดแล้วร่างท้วมของหญิงชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“มีอะไรหรือคะป้าวรรณ”
หญิงสาวหันไปถามแม่บ้านที่อยู่กับตนมากว่ายี่สิบปีเมื่อเห็นแกเข้ามานั่งลงใกล้ๆ