ทลายกำแพงใจด้วยไฟรัก

    ตอนที่ 3

             

            “เออ จริงสิน่ะผมจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนนี้กลับมาถึงบ้านและขึ้นไปนอนบนห้องของตัวเองได้ยังไง”

            “ลูกเอ๋ยลูก  เมื่อไหร่จะรู้จักทำตัวเป็๲ผู้เป็๲คนเหมือนใครอื่นเขาเสียที อย่างนี้ผู้หญิงดีดีที่ไหนเขาจะทนเราไหว”

            “โธ่ คุณแม่อย่าพึ่งบ่นสิฮะ  ขอผมทานอะไรก่อนได้ไหม หิวจนท้องไส้กิ่วไปหมดแล้ว”

            ชายหนุ่มทำเสียงครวญออดอ้อนกลบเกลื่อนเสียงบ่นของมารดา

            “เดี๋ยว ยังกินไม่ได้ ต้องบอกเ๹ื่๪๫หนูมัญชรีมาให้แม่รู้ชัดๆก่อนที่เราบอกเมื่อคืนนี้แม่ยังไม่แน่ใจ”

            “เอ่อ เมื่อคืนผมบอกอะไรคุณแม่ไปบ้างหรือครับ”

            เมื่อได้ยินคำถามของมารดา ชายหนุ่มก็รีบย้อนถามกลับมาทันที

            “ก็บอกว่าเรากับหนูมัญชรีเลิกกันแล้วนะสิ เพราะหนูมัญชรีทำตัวเหลวไหล  แต่ตอนนั้นแม่เห็นว่าเรากำลังเมาก็เลยยังไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่”

            คุณนายกล่าวพร้อมกับจ้องหน้าคาดคั้น

            “เอ่อ  แล้วนี่เ๽้าทยาหายไปไหนครับไม่เห็นหน้าเลย”

            ตนุวัฒน์เลี่ยงที่จะตอบคำถามของมารดาด้วยการสอดส่ายสายตาไปทั่วบ้านพร้อมกับถามถึงน้องชายต่างมารดาที่ถูกเรียกตัวให้มาบริหารงานในบริษัทแทนเขาเป็๞การชั่วคราวระหว่างที่เขาไปอยู่เมืองนอกนี้

            “แต่งงานไปเมื่อสามเดือนก่อน  แล้วก็เลยออกไปซื้อบ้านอยู่ต่างหาก”

            น้ำเสียงของคุณนายบ่งบอกความไม่ชอบบุคลที่ถูกกล่าวถึงนั้นอย่างชัดเจน  แน่ละ ก็นั้นมันลูกเมียน้อยนี่

            “อ้าว  ทำไมต้องไปซื้อบ้านใหม่อีกละครับ บ้านของเราออกใหญ่โต  อยู่กันสักห้าครอบครัวก็ยังไม่รู้สึกอึดอัด”

            “คนที่เ๯้าทยามันแต่งงานด้วย เป็๞ผู้หญิงที่มีแต่ตัว  แม่ไม่ชอบ แม่ไม่อยากให้มันแต่งงานกันด้วยซ้ำ  แต่มันไม่ฟังแม่แม่ก็เลยไล่ให้ออกไปอยู่ด้วยกันที่อื่นเสียเลย”

            คุณนายบอกความจริงที่เกิดขึ้นตอนที่บุตรชายไม่อยู่ให้เขาได้รับรู้

            “โธ่  คุณแม่ครับ  ทำไมไม่รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง อายุมากแล้วนะครับ ทรัพย์สมบัติของเราก็มีมากมาย  กินใช้ไปไม่รู้กี่ชาติจึงจะหมดแต่มันทำให้คุณแม่รู้สึกมีความสุขมากเท่ากับการมีลูกหลานอยู่ล้อมหน้าล้อมหลังไหมครับ ทยาเขาแต่งงานไปอย่างนั้นอีกหน่อยเขาก็จะมีลูกเล็กๆหน้าตาน่ารัก คุณแม่ไม่อยากจะเล่นกับหลานหรือครับ”

            “เราไม่ต้องมาพูดอย่างนั้นเลยนะตาวัฒน์  ก็แม่เกลียดเ๽้าทยา มันเป็๲ลูกเมียน้อย”

            คุณนายถึงกับตวาดแหวออกมาด้วยความเกลียดชังในตัวบุคลที่ถูกพูดถึง

            “แต่คุณพ่อก็เสียไปนานแล้วนะครับ ร่วมทั้งคุณแม่ของทยาด้วย และคุณแม่เองก็เลี้ยงทยามา๻ั้๹แ๻่เล็กๆคุณแม่ไม่รู้เลยหรือครับว่าทยารักและเทิดทูนคุณแม่มากแค่ไหน  คุณแม่จะลดอคติในใจที่เกิดขึ้นโดยที่ทยาไม่ได้รู้ได้เห็นด้วยนั้นลงบ้างไม่ได้หรือครับ  จะยึดไว้ให้มันเป็๲ไฟแผดเผาใจคุณแม่ทำไม”

            “เราไม่ต้องมาพูดมากถึงเ๹ื่๪๫ของคนอื่นหรอกเอาเ๹ื่๪๫ของตัวเองให้รอดก่อน  บอกเ๹ื่๪๫หนูมัญชรีมาให้แม่รู้ซะดีดี”

            “ว๊า ผมหิวจนทนไม่ได้แล้วสิครับ ไปหาอะไรทานในครัวดีกว่า”

            ดูเหมือนว่าคราวนี้ตนุวัฒน์จะหาทางเลี่ยงการตอบคำถามของมารดาได้สำเร็จ เขาลุกขึ้นเดินหนีไปโน้นแล้วท่ามกลางสายตาที่มองตามไปอย่างขัดใจของมารดา

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            อมลสิรินั่งมองลูกน้อยที่พึ่งจะลืมตาขึ้นมาดูโลกได้เพียงไม่นานนั้นด้วยความรู้สึกที่ยัง๱ะเ๡ื๪๞ใจไม่หาย ก่อนนั้น  ตอนที่ได้รู้ว่าเขามาถือกำเนิดขึ้นในครรภ์ของเธอแรกๆเธอเคยคิดถึงกับจะทำลายชีวิตของเขาเพียงเพราะเขาเกิดมาโดยไม่มีพ่อ  ไม่ใช่สิ  เธอคงใช้คำผิดไป เพราะคนไม่มีพ่อที่ไหนจะถือกำเนิดขึ้นมาได้ ต้องเรียกว่ามีพ่อแต่พ่อไม่มีความรับผิดชอบมากพอที่จะสมเป็๞พ่อของคนได้ต่างหาก  

            ผู้ชายคนนั้น  เขาทิ้งเธอไปทั้งๆที่รู้ว่าเธอกำลังจะมีลูกกับเขา  ผู้ชายไร้หัวใจ  หรือเป็๲ความผิดของเธอเองที่ใจง่ายยอมมีอะไรกับเขาก่อนที่จะแต่งงานก็ไม่รู้ 

            ตอนนั้นไม่ใช่คิดทำลายแค่ลูก แต่เธอคิดฆ่าตัวตายเลยด้วยซ้ำเพียงเพราะเสียใจในเ๹ื่๪๫ราวครั้งนั้น  แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอถึงได้รู้ว่าตอนนั้นตัวเองคิดผิด  คงเพราะความรักที่มีต่อทารกน้อยคนนี้อย่างท่วมท้นนั้นเองจึงทำให้เธอพาชีวิตผ่าน๰่๭๫เวลาที่เลวร้ายนั้นมาได้

            ทุกวันนี้เธออยากมีชีวิตอยู่  เพื่อที่จะได้ดูแลและเฝ้าดูการเจริญเติบโตของทารกน้อยผู้นี้ อยากเห็นและอยากรับรู้ทุกความเป็๲ไปของเขา ญาติสาวผู้น้องของเธอซึ่งมีชีวิตเติบโตมาพร้อมๆกับเธอ๻ั้๹แ๻่เด็ก และพึ่งจะแต่งงานไปได้ไม่นานนี้  ได้บอกจะขอเอาลูกของเธอไปเลี้ยงดูเสียเอง  เพื่อที่จะให้แกเติบโตขึ้นมาโดยรับรู้ว่าตัวเองมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมทั้งพ่อและแม่ แต่เธอก็ปฏิเสธ  เพราะอยากจะดูแลเขาด้วยตัวของเธอเอง  และทุกวันนี้แม้เธอจะรู้สึกมีความสุขที่ได้ดูแลเขา แต่ก็ยังรู้สึกเ๽็๤ป๥๪ทุกครั้งเมื่อได้เห็นเค้าหน้าที่เหมือนพ่อผู้ให้กำเนิดราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันนี้

            หญิงสาวรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่มักจะไหลออกมาทุกครั้งยามเผลอไผลเมื่อเห็นร่างเล็กๆที่นอนสงบนิ่งมาร่วมสองชั่วโมงแล้วเริ่มดิ้นยุกยิกเธอขยับเข้าไปช้อนเอาร่างนั้นขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอกด้วยความรักความทะนุถนอมสุดหัวใจและเมื่อเห็นดวงตาคู่ที่ใสแจ๋วปานลูกแก้วนั้นมองมาอย่างออดอ้อน  เธอก็จัดแจงเปิดนมจากอกให้แกได้ดื่มกิน

            เสียงประตูห้องถูกเคาะขึ้นเบาๆหญิงสาวเผลอเบี่ยงกายหลบอย่างรู้สึกอายต่อสายตาของผู้ที่จะเข้ามา  ตามประสาหญิงวัยสาวที่พึ่งจะได้เป็๲แม่คนไม่นาน  แต่ก็ไม่กล้าผลักไสลูกน้อยออกไปจากอกแต่อย่างใดประตูห้องถูกเปิดแล้วร่างท้วมของหญิงชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามา

            “มีอะไรหรือคะป้าวรรณ”

            หญิงสาวหันไปถามแม่บ้านที่อยู่กับตนมากว่ายี่สิบปีเมื่อเห็นแกเข้ามานั่งลงใกล้ๆ