ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่หลังจากที่ณภัทรเดินทางจากไปได้หลายชั่วโมง แม้สายฝนภายนอกจะเริ่มซาเม็ดลงเหลือเพียงละอองบางเบาที่พัดผ่านยอดไม้ แต่ความเหน็บหนาวและว่างเปล่ากลับเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของ ไพริณ มากขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในห้องนอนแขกชั้นบนที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยโทนสีครีมและเทาอ่อน เตียงนอนขนาดคิงไซส์หนานุ่มที่ควรจะมอบความอบอุ่นและหลับสบายกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก ไพริณนอนพลิกตัวไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตากลมโตคู่สวยเฝ้าจับจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอน เธอพยายามกดส่งข้อความหาณภัทรเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อถามไถ่ว่าเขาเคลียร์เอกสารสุดท้ายที่ออฟฟิศเสร็จหรือยัง และเตือนให้เดินทางปลอดภัย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสัญลักษณ์การอ่านที่ไม่มีการตอบกลับใด ๆ หรือบางทีเขาอาจจะยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินจนไม่มีเวลาแม้แต่จะพิมพ์คำว่า 'ฝันดี' ส่งมาให้เธอ
"แต่งงานกันมาหนึ่งปี... แต่กลับเหมือนต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตลอดเวลาเลยนะไพริณ" หญิงสาวรำพึงกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความน้อยใจ
เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงระดับอกพลางซุกใบหน้าลงกับหมอนนุ่ม กลิ่นอายของบ้านหลังใหม่ที่เธอไม่คุ้นเคยทำให้เธอกลัว ความเงียบสงัดของค่ำคืนนี้ยาวนานและน่าอึดอัดเกินกว่าจะทนไหว จิตใจที่ฟุ้งซ่านพลันหวนนึกถึงััอันอบอุ่นจากฝ่ามือหนาของ ณพล ที่ประคองแก้มของเธอไว้และเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนก่อนหน้านี้ ััที่หนักแน่น ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความรู้สึกปกป้องอย่างที่เธอโหยหามานานจากสามี
ยิ่งคิด แก้มเนียนของเธอกลับยิ่งร้อนผ่าว ความรู้สึกสับสนปะปนกับความรู้สึกผิดเริ่มจู่โจมจิตใจ เธอพยายามสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดต้องห้ามเ่าั้ออกไป แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเธอกลับซาบซ่านและปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาดเมื่อจินตนาการถึงดวงตาคมปลาบของพี่สามีที่จ้องมองมาคล้ายกับจะแผดเผาตัวเธอให้ละลาย
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืนกว่า ความกระหายน้ำและความอึดอัดทำให้ไพริณตัดสินใจลุกจากเตียงนอน เธอหยิบเสื้อคลุมผ้าซาตินสีฟ้าอ่อนเนื้อบางเบาขึ้นมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีเดียวกัน เนื้อผ้าที่ลื่นและบางเบาแนบสนิทไปกับเรือนร่างสะคราญ เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่วสะโพกผายและทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างชัดเจน
ไพริณเปิดประตูห้องนอนออกไปอย่างแ่เบา ทางเดินชั้นบนมืดสนิทมีเพียงไฟนำทางดวงเล็ก ๆ ที่ขอบกำแพงเท่านั้น เธอค่อย ๆ ก้าวเดินลงบันไดเวียนไม้สักมายังชั้นล่าง ตั้งใจจะไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำเย็นดื่มแก้กระหาย ทว่าเมื่อเดินผ่านมาถึงหน้าห้องทำงานของณพล เธอกลับสังเกตเห็นแสงไฟสีส้มอบอุ่นส่องสว่างรอดผ่านประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าที่เปิดอ้าไว้เล็กน้อย
หญิงสาวชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อรู้ว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่ยังไม่นอนในเวลานี้
เธอค่อย ๆ ชะโงกหน้าผ่านช่องว่างของประตูเข้าไปดู ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ลมหายใจของไพริณสะดุดกึก
ณพลกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับงานออกแบบพิมพ์เขียวบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ภายในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ ชายหนุ่มไม่ได้สวมเสื้อ มีเพียงกางเกงลำลองขายาวสีเทาเข้มเนื้อนุ่มที่เกาะอยู่ตรงสะโพกสอบอย่างหลวม ๆ เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างปูดโปนด้วยมัดกล้ามเนื้อไหล่และหลังที่สวยงามตามธรรมชาติ ลำคอแกร่ง ลำแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเืนูนเด่นแสดงถึงความแข็งแรงของบุรุษเพศ และแผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวเป็ลอนสวยสะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัว
เขากำลังก้มลงจดจ่อกับการลากเส้นดินสออย่างมีสมาธิ หยาดเหงื่อบาง ๆ เกาะพราวตามขมับและลำคอแกร่งทำให้เขาดูเซ็กซี่เย้ายวนใจอย่างไร้ที่ติ ไพริณยืนมองภาพนั้นราวกับถูกสะกดจิต เธอไม่สามารถละสายตาจากเรือนร่างกำยำของพี่สามีได้เลย ความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันช่างขัดกับภาพลักษณ์สถาปนิกมาดขรึมในยามปกติสิ้นดี
ทันใดนั้น ณพลก็ขยับตัวราวกับััได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่ เขาละสายตาจากกระดาษร่างแบบ หันหน้ามามองทางประตูทันที
"ไพริณ..." ณพลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
ไพริณสะดุ้งเล็กน้อย หน้าร้อนวาบราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำความผิด "เอ่อ... ขอโทษค่ะพี่พล ไพริณไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาทำงานนะคะ" เธอรีบเอ่ยบอกพลางเอามือรวบสาบเสื้อคลุมผ้าซาตินเข้าหากันด้วยความขัดเขิน แต่การทำเช่นนั้นกลับยิ่งเน้นให้เห็นร่องอกอิ่มที่ลึกและเบียดแน่นชวนมองยิ่งขึ้น
ณพลวางดินสอลงในทันที สายตาคมเข้มกวาดมองเรือนร่างแสนสวยของน้องสะใภ้ในชุดนอนวาบหวามั้แ่หัวจรดเท้า แสงไฟสลัวช่างเป็ใจในการเน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของเธออย่างชัดเจน ผิวขาวดุจน้ำนมล้อกับแสงไฟจนดูเปล่งปลั่งและเต่งตึง ลำคอระหงยาวสวยและไหปลาร้าที่ดูบอบบางดึงดูดสายตาของเขาให้มองต่ำลงไปยังทรวงอกคู่งามที่กระเพื่อมไหวเบา ๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
"ไม่รบกวนเลยครับ พี่กำลังจะพักพอดี" ณพลพูดพลางหยัดตัวลุกขึ้นยืน ความสูงใหญ่และสง่างามของเขาสร้างความกดดันที่แสนเย้ายวนใจให้กับไพริณทันทีเมื่อเขาเดินก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ "ทำไมยังไม่นอนล่ะครับ ดึกมากแล้วนะ หรือว่า... นอนไม่หลับ?"
"ค่ะ..." ไพริณตอบเสียงแ่ ก้มหน้าหลบสายตาคมกล้าที่จ้องมองมา "ไพริณนอนไม่ค่อยหลับค่ะ แปลกที่... แล้วก็ รู้สึกคอแห้งเลยกะจะลงมาหาน้ำดื่มค่ะ"
"งั้นรอเดี๋ยวครับ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้" ณพลก้าวเดินเลยร่างบางไปในห้องครัวที่อยู่ถัดไป ไพริณลอบผ่อนลมหายใจยาวพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจตัวเองที่แทบจะหลุดออกมาจากอกยามที่กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ปนกลิ่นเหงื่อจาง ๆ แบบผู้ชายจากตัวเขาพัดผ่านร่างเธอไป
ไม่นาน ณพลก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำใสที่มีหยาดน้ำเกาะพราวแช่เย็นเจี๊ยบ เขายื่นส่งให้เธอ
"ขอบคุณค่ะ" ไพริณเอื้อมมือไปรับแก้วน้ำ ทว่าในจังหวะนั้น ปลายนิ้วเรียวของเธอพลันััโดนหลังมือหนาและข้อนิ้วแข็งแรงของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ กระแสความร้อนสายหนึ่งแล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของทั้งสองคนทันที ไพริณชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคมเข้มของณพลในระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ
ณพลไม่ยอมปล่อยมือจากการจับแก้วน้ำในทันที เขายังคงจับมันไว้พร้อมกับนิ้วของเธอ ััที่เย็นเยียบจากแก้วน้ำขัดแย้งกับความอุ่นร้อนจากผิวกายของทั้งคู่ช่างสร้างความตื่นเต้นทวีคูณ
"หนาวเหรอครับ? ตัวเธอสั่น ๆ นะ" ณพลเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนปนความหยอกเย้า สายตาของเขามองต่ำลงมาที่ทรวงอกอิ่มของเธอ ซึ่งยอดปทุมถันสีหวานชูชันขึ้นมาเด่นชัดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาเนื่องจากอุณหภูมิห้องทำงานที่เย็นจัดและอารมณ์ตื่นเต้นที่พุ่งสูงขึ้น
ไพริณหน้าร้อนฉ่าจนแทบไหม้ เธอรู้ดีว่าสายตาของพี่สามีกำลังจับจ้องอยู่ที่ใด แต่ร่างกายเ้ากรรมกลับไม่รักดี มันยิ่งตอบสนองต่อสายตาคู่นั้นด้วยการสั่นสะท้านเบา ๆ
"เอ่อ... นิยมนอนในห้องแอร์เย็นเกินไปมั้งคะ" เธอพยายามหาข้ออ้างเสียงตะกุกตะกัก
ณพลหยักยิ้มมุมปาก ยอมปล่อยมือจากแก้วน้ำเพื่อให้เธอได้ดื่มน้ำดับกระหาย ไพริณยกน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบครึ่งแก้ว น้ำเย็นจัดช่วยลดทอนความร้อนรุ่มในลำคอลงได้บ้าง แต่ไม่อาจลดทอนความร้อนรุ่มในกายที่กำลังคุกรุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ได้เลย
"ห้องนอนแขกมันกว้างไปใช่ไหมครับ หรือเกรงใจเื่อะไรหรือเปล่า บอกพี่ได้นะ" ณพลถามพลางขยับก้าวเดินเข้ามาใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง จนแผ่นอกกว้างที่เปลือยเปล่าแทบจะัักับปลายจมูกของไพริณ กลิ่นอายความเป็ชายที่รุนแรงและอบอุ่นโชยปะทะใบหน้าหวานของเธอจนหัวใจเต้นโครมคราม
"เปล่าค่ะ... ห้องนอนดีมากเลยค่ะพี่พล สวยและสบายมาก แต่ว่า..." ไพริณเม้มปากแน่นก่อนจะสารภาพเสียงอ่อย "ไพริณขี้เหงาค่ะ... ปกติถ้าอยู่คนเดียวจะนอนไม่ค่อยหลับ ยิ่งณภัทรต้องเดินทางไปต่างประเทศตั้งสามปี... ไพริณรู้สึกเหมือนตัวเองโดนทิ้งยังไงไม่รู้ค่ะ"
หยาดน้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นคลอดวงตาคู่สวยอีกครั้ง ความอ่อนแอและว้าเหว่ที่เธอเก็บกดไว้พรั่งพรูออกมาต่อหน้าชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งคนนี้
ณพลมองดวงหน้าหวานที่คลอน้ำตาด้วยความรู้สึกปกป้องและปรารถนาที่ยากจะหักห้าม คำพูดของน้องชายดังก้องในหัวของเขาอีกครั้ง—'ดูแลไพริณแทนผมด้วยนะพี่... แบบไม่ต้องเกรงใจผมเลย'
ณพลเอื้อมมือหนาขึ้นมาประคองพวงแก้มเนียนของไพริณอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาที่หางตาให้เธอเบา ๆ ััอุ่นร้อนจากมือของเขาทำเอาไพริณสะดุ้งตัวโยนด้วยความซาบซ่าน ลมหายใจอุ่นร้อนของณพลเป่ารดผิวแก้มและหน้าผากมนของเธอจนเธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มเตลิดไปไกล
"ไพริณไม่ได้โดนทิ้งหรอกครับ..." ณพลกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริก "ถ้าเหงา... หรือถ้านอนไม่หลับกลางดึกอีก จะลงมาหาพี่ที่ห้องทำงานนี้ หรือจะเคาะประตูห้องนอนพี่ก็ได้นะ พี่พร้อมจะ... 'ดูแล' เธอตลอดเวลา"
คำว่า 'ดูแล' ที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยน้ำหนักและความหมายที่แสนจะลึกซึ้งและเย้ายวนเกินกว่าคำว่าพี่สามีกับน้องสะใภ้จะพึงมีต่อกัน นิ้วหนาขยับลูบไล้จากแก้มเนียนต่ำลงมาตามลำคอระหงอย่างแ่เบาจนผิวเนื้อของไพริณขนลุกซู่ด้วยความสยิวกาย
ไพริณรู้สึกสับสนวุ่นวายในหัวใจ เธอรู้ว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ััและคำอบอุ่นของณพลกลับเป็ดั่งน้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่แห้งแล้งของเธอมานาน
"ขอบคุณค่ะ... พี่พล" ไพริณกระซิบตอบเสียงสั่นพร่า ดวงตาสวยช้อนขึ้นมองริมฝีปากหยักได้รูปของเขาอย่างเผลอตัว ราวกับกำลังรอคอยบทเรียนที่แสนหวาน
ณพลโน้มใบหน้าต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชิดกัน ความร้อนแรงจากลมหายใจเป่ารดกันและกัน ทว่าณพลกลับยับยั้งชั่งใจไว้ได้ในวินาทีสุดท้าย เขาจูบลงบนหน้าผากมนของเธออย่างอ่อนโยนแต่ทว่าหนักแน่นและเนิ่นนานกว่าที่ณภัทรเคยทำ
"ขึ้นไปนอนเถอะครับไพริณ ดื่มน้ำเสร็จแล้วจะได้หลับสบาย" ณพลเอ่ยกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ
"ค่ะ... ฝันดีนะคะพี่พล" ไพริณเอ่ยเสียงแ่พลางดึงตัวเองกลับมาด้วยความเสียดายลึก ๆ ในใจ เธอหมุนตัวเดินกลับขึ้นบันไดไป ทิ้งให้เสื้อคลุมผ้าซาตินพลิ้วไหวไปตามการย่างก้าวที่แสนเย้ายวน
ณพลยืนมองตามร่างบางที่ค่อย ๆ หายลับไปบนชั้นสอง ดวงตาคมเข้มฉายแววปรารถนาอย่างเปิดเผย ลำคอแกร่งขยับกลืนน้ำลายเบา ๆ ััความนุ่มนวลจากผิวกายสาวและกลิ่นหอมกรุ่นของเธอยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้วมือหนา
เขารู้ดีว่าความอดทนของเขากำลังถูกทดสอบอย่างหนัก... และค่ำคืนแรกที่แสนว่างเปล่าของไพริณนี้ คงเป็จุดเริ่มต้นของค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้แน่นอน