เพื่อนบ้านผมมันร้าย

    ตอนที่ 21 การเดตแรกที่แสนหวง

    แสงแดดจ้าสะท้อนกระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอนยามบ่าย ผมยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยความประหม่า ก่อนหน้านี้ผมลองรื้อเสื้อผ้ากางเกงในตู้สลัดเปลี่ยนไปมาถึงสามสี่ชุด ชุดแรกเสื้อเชิ้ตลายขวางก็ดูเด็กเกินไป ชุดที่สองสีดำล้วนก็ดูขรึมมืดมนไม่เข้ากับบรรยากาศสดใสของเดตแรก


     สุดท้ายผมจึงเลือกเสื้อยืดสีส้มอิฐพาสเทลตัวใหม่พับแขนเสื้อเล็กน้อยจับคู่กับกางเกงสแล็กสีครีมเข้ารูปสะอาดตา ผมพยายามปัดแต่งทรงผมสีนุ่มให้ดูเรียบร้อยมีน้ำหนัก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหลายครั้งเพื่อระงับเสียงหัวใจเต้นตึกตัก วันนี้คือเดตแรกอย่างเป็๲ทางการของผมกับพี่ธันวา แฟนหมาดๆ ข้างบ้านผู้๦๱๵๤๦๱๵๹สิทธิ์ขาดในกายและใจของผมทั้งหมด


    ผมคว้าโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินวิ่งก้าวขาเร็วๆ ลงบันไดไม้มาเปิดประตูบ้าน ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นขอบรั้วก็เห็นรถเก๋งคันหรูสีดำขลับของพี่ธันวาจอดรอติดเครื่องยนต์อยู่ริมถนนลาดยาง พี่ธันวาลดกระจกรถลงส่งยิ้มมุมปากต้อนรับ วันนี้พี่เขาแต่งตัวเท่และดูภูมิฐานมากด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มพับแขนเสื้อเผยท่อนแขนแกร่งสีแทนและกล้ามเนื้อสวยงาม ปลดกระดุมบนสองเม็ดโชว์ไหปลาร้าแข็งแกร่งดึงดูดใจสุดๆ สมกับที่เป็๲นักออกแบบผู้มีรสนิยมล้ำเลิศ


    "มาขึ้นรถสิครับข้าวหอม... วันนี้แต่งตัวน่ารักมากเลยครับดวงใจของพี่..." 


    เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยชมทันทีที่ผมก้าวขาแทรกตัวเข้าไปนั่งฝั่งข้างคนขับ


    ภายในรถหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเกรดพรีเมี่ยมเฉพาะตัวของพี่ธันวาผสมกลิ่นเบาะหนังแท้สะอาดตา เสียงเพลงสากลจังหวะแจ๊สเบาหวิวบรรเลงขับประคองบรรยากาศให้โรแมนติกอบอุ่น ระหว่างทางจราจรติดขัดชานเมืองกรุงเทพฯ พี่ธันวาละมือซ้ายจากพวงมาลัยรถยนต์มากุมจับรั้งมือขวาของผมไว้แน่น นิ้วหัวแม่มือหนาลูบไล้หลังมือผมแ๶่๥เบา และยามที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดง พี่เขาก็ขยับตัวโน้มลงมากดจูบหลังมือผมเสียงดังจุ๊บอย่างแสนรักแสนหวง


    "พะ... พี่ธันวาก็แต่งตัวหล่อมากเหมือนกันครับ... แล้วก็ห้ามแอบจูบมือผมตอนรถติดแบบนี้สิครับคนมองแย่..." 


    ผมชมตอบอ้อมแอ้มพึมพำเขินอายหน้าร้อนฉ่าววูบแก้มแดงปลั่งกุมสายเข็มขัดนิรภัยแ๲่๲๮๲า


    พี่ธันวาหัวเราะชอบใจในลำคอเบาๆ เอื้อมมือหนาอุ่นจัดมาลูบศีรษะทุยมนของผมอย่างเอ็นดู บีบแก้มป่องเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะหักพวงมาลัยเคลื่อนตัวรถมุ่งตรงเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ


    เมื่อเดินทางไปถึงห้าง แสงไฟนีออนสว่างไสวสะท้อนความหรูหราอลังการของตึกโครงสร้างสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้า ข้าวหอมยังคงประหม่าเกาะแขนพี่ธันวาเดิน ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ฝูงคนพลุกพล่าน มือหนาของพี่ธันวากลับโอบรั้งกุมขยับเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดบางของผมไว้แน่น ดึงตัวผมเข้าไปเบียดชิดติดกับสีข้างลำตัวแกร่งบึกบึนของเขาอย่างเเนบสนิท สองตาคมปลาบกวาดมองตาขวางตวัดรังสีดุดันใส่ผู้ชายทุกคนที่เผลอหันหน้ามามองหรือสบตาผมตลอดสองข้างทางเดินช้อปปิ้ง


    "พี่ธันวาครับ... โอบแน่นไปแล้วครับ คนมองกันหมดแล้ว..." 


    ผมกระซิบบอกหน้าแดงพยายามแกะมือหนาออกเบาๆ


    "หวงครับข้าวหอม... วันนี้เธอน่ารักเกินไปจนพี่อยากจะอุ้มกอดเธอเดินช้อปปิ้งไม่อยากให้ใครมองทั้งนั้นแหละครับเด็กดี..." 


    เสียงทุ้มแหบพร่าสั่งสอนเผด็จการแสนหวานข้างหูจนผมใจสั่นไปหมด


    พี่ธันวาพาก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าดีไซเนอร์แบรนด์ดังระดับโลก เขาทำหน้าที่เลือกหาเสื้อผ้ากางเกงให้ผมอย่างตื่นตัว จับเสื้อสเวตเตอร์ถักสีครีมหนานุ่ม เสื้อแจ็กเก็ตสูทสีน้ำเงินเข้ม และเสื้อยืดพาสเทลมาทาบตัวผมพัลวัน 


    พนักงานต้อนรับในร้านมองมาด้วยความเอ็นดูยามผมก้าวเท้าเดินเข้าห้องลองเสื้อผ้า เมื่อผมก้าวเท้าออกมาพร้อมเสื้อสูทเบลเซอร์สีกรมท่าที่พอดีตัวและมีรอยตัดเย็บประณีตสีกระดุมเรียบหรู กลิ่นเนื้อผ้าแบรนด์เนมใหม่สไตล์หนุ่มสังคมทันสมัย


    พี่ธันวาลุกขึ้นยืนจากโซฟาของร้าน ก้าวเดินตรงมาหาผม ค่อยๆ เอื้อมมือหนาจัดปกคอเสื้อสูทให้เรียบตรง ๼ั๬๶ั๼อุ่นจากปลายนิ้วเฉียดฉิวผิวคอจนผมสั่นสะท้าน


    "ข้าวหอมใส่ชุดไหนก็สวยน่ารักน่ามองไปหมดเลยครับ... พี่จะเหมาซื้อเสื้อผ้าชุดลองทั้งหมดนี้ให้เธอนะครับคนดี..."


    "แต่มันแพงมากเลยนะครับพี่ธันวา... สิ้นเปลืองเงินแย่เลยครับ..." ผมท้วงติงอ้อมแอ้มแก้มแดง


    "เงินทองสะสมที่พี่หามาทุกบาททุกสตางค์จากการทำงาน ก็เพื่อเอามาตามใจแฟนตัวแสบคนเดียวของพี่นี่แหละครับเด็กดี..." 


    พี่ธันวาตอบยิ้มอบอุ่นเอานิ้วเคาะจมูกผมเบาๆ พนักงานขายที่ยืนอยู่เเถวๆนั้น เบิกตากว้างยิ้มแย้มยินดีรีบนำบัตรเครดิตของพี่เขาไปรูดทันทีโดยไม่ฟังคำทัดทานของผมเลย


    ขณะที่เราเดินเลี้ยวผ่านหน้าร้านแบรนด์เนมแฟชั่น บังเอิญสายตาสบเข้ากับเงาร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทกลุ่มคณะ…

     

    "มุก!" 


    มุกชะงักเท้าหันมาเจอก่อนจะเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองแขนแกร่งของพี่ธันวาที่ยังคงกอดรัดรึงเอวผมไว้เหนียวแน่น


    "อุ๊ย! ข้าวหอม! พี่ธันวา!" 


    มุกก้าวเท้าวิ่งเข้ามาหาแววตาล้อเลียนระยิบระยับ 


    "แหม... วันนี้เดตแรกกันเหรอคะเนี่ย หวานน้ำตาลเชื่อมท่วมห้างเลยนะคะพี่ธันวา โอบเอวข้าวหอมแน่นขนาดนั้นน่ะ แทบจะอุ้มกอดข้าวหอมเดินช้อปปิ้งแล้วมั้งคะนั่น! หวงเวอร์วังอลังการมากค่ะ!"


    ผมหน้าแดงแจ๋ลนลานแก้ตัวพัลวัน 


    "มะ... มุก! พูดบ้าอะไรเนี่ย เขินหมดแล้วนะ!"


    "ก็น้องซุ่มซ่ามครับมุก... ถ้าไม่จับประคองไว้ดีๆ เดี๋ยวเดินตกบันไดเลื่อนหรือชนหกล้มกระแทกคนอื่นพังเสียหายขึ้นมา พี่๳ี้เ๠ี๾๽ชดใช้ค่าเสียหายครับ..." 


    พี่ธันวาเอ่ยตอบหน้านิ่งเสียงเรียบเฉยชา สองมาตรฐานรักษามาดเย็นดุดันกับมุกผิดกับเวลาคุยกับผมลิบลับ


    มุกหัวเราะคิกคักชอบใจหันมาขยิบตาให้ผม 


    "จ้าๆ ซุ่มซ่ามค้า เชื่อก็บ้าแล้วพี่ธันวา มุกไม่กวนเวลาเดตคู่รักหรอกค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะข้าวหอม บ๊ายบาย" 


    มุกโบกมือลาพูดยั่วให้เขินซ้ำก่อนเดินหนี


    หลังจากมุกไป พี่ธันวาพาก้าวขาเข้าสู่ร้านอาหารสเต็กสุดหรูริมกระจกใสชั้นบนสุด เราสั่งอาหารสเต็กเนื้อชั้นเลิศและน้ำผลไม้ ทันทีที่อาหารมาเสิร์ฟ พี่ธันวาคว้ามีดและส้อมของผมไปตักหั่นตัดสเต็กเนื้อเป็๲ชิ้นเล็กๆ พอดีคำอย่างประณีต ก่อนจะหยิบส้อมจิ้มเนื้อส่งมาจ่อริมฝีปากบางของผม


    "อ้ามครับข้าวหอม... แฟนพี่ทานเยอะๆ นะครับ..." 


    สายตาคมปลาบอ่อนละมุนจับจ้องมองแก้มแดงฉ่าของผม


    ผมเผยอปากกินเนื้อเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอร่อยและยอมจำนน พี่ธันวายิ้มละมุนเอื้อมกระดาษทิชชู่มาซับคราบซอสตรงมุมปากผมอย่างอ่อนโยนที่สุด


    "สุดสัปดาห์วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ พี่อยากพาข้าวหอมไปเที่ยวพักผ่อนนอกสถานที่บ้างครับ... พี่วางแผนทริปพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลส่วนตัวชานเมืองชลบุรีของพี่ มันเงียบสงบ ลมชื่นใจมาก พี่เคยไปนั่งเขียนดีไซน์โครงสร้างงานวาดเงียบๆ คนเดียวที่นั่น... แต่คราวนี้ พี่อยากพาแฟนตัวดื้อของพี่ไปซบตักกอด เดินย่ำหาดทรายขาวและนอนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งด้วยกันสองต่อสองครับดีไหมครับคนดี..." 


    พี่ธันวาเปรยอธิบายแววตาพราวระยับหวานเชื่อม


    "จริง... จริงเหรอครับพี่ธันวา ผมอยากไปทะเลมากเลยครับ ขอบคุณพี่ธันวาที่สุดเลยครับ" 


    ผมดีใจยิ้มกว้างกางแขนสั่นกอดแขนหนาของพี่เขาแน่นลืมเขิน


    เดตแรกวันนี้ช่างวาบหวาม หอมหวาน และเปี่ยมล้นไปด้วยอ้อมกอดแสนหวงของพี่ข้างบ้านคนร้ายกาจคนนี้จนผมรักหมดใจไปหมดแล้วล่ะครับ


    ---


    ยัยตัวแสบแก้มแดงป่องเคี้ยวเนื้อสเต็กแก้มตุ้ยๆ อยู่ตรงหน้าช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนผมแทบควบคุมความหึงหวงไม่ให้ประทุออกมาไม่ได้ตลอดทริปช้อปปิ้งยามบ่าย 


    วันนี้ข้าวหอมแต่งตัวน่ารักมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาคนรอบข้างมากเกินไปจนผมเกิดอารมณ์หวงก้างอย่างบ้าคลั่ง ทุกสายตาของผู้ชายที่จับจ้องมองสะโพกกลมมนหรือ๰่๥๹ขาเรียวบางของน้อง ทำให้ผมอยากดึงข้าวหอมกลับไปกักขังในห้องนอนใหญ่สีเทาเข้มชานเมืองของผมใจจะขาด


    แต่น้องกำลังยิ้มแย้มมีความสุขกับเดตแรก ผมจำต้องคีบลุคสถาปนิกมาดขรึมเย็นดุดันกับคนแปลกหน้าภายนอก แต่หันมาประคบประหงมดูแลป้อนอาหารและกระดาษทิชชู่ซับปากน้องอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายหยาบกระด้างคนหนึ่งจะทำได้


    "ข้าวหอมครับ... ทานเสร็จแล้วเราไปซื้อชุดแต่งตัวเพิ่มกันดีกว่าครับ... พี่อยากซื้อเสื้อผ้าตัวหนาๆ ใหญ่ๆ คลุมมิดชิดให้เราใส่เยอะๆ ครับ..."


    ผมแกล้งเปรยกระซิบดุขรึมข้างแก้มใส


    "โถ่... พี่ธันวาบ้า อากาศประเทศไทยร้อนขนาดนี้จะให้ผมใส่เสื้อกันหนาวหนาเตอะเดินเรียนเหรอครับ หวงเกินไปแล้วครับคนบ้า..." 


    น้องบ่นพึมพำปากยื่นฟ้องแก้มแดงแจ๋น่าฟัดที่สุด


    "ก็แฟนพี่น่ารักมีเสน่ห์ล้นเหลือดึงดูดใจขนาดนี้... ไม่ให้พี่เกิดอารมณ์หึงหวงกวนใจได้ยังไงกันครับเด็กดี... พี่อยากเก็บเธอไว้ดูคนเดียวในบ้านด้วยซ้ำ..." 


    ผมตอบกลับน้ำเสียงทุ้มหวานพร่าสั่นเครือลึกซึ้ง โอบกระชับมือหนารัดเอวบางของน้องดึงเข้ามากอดกุมแนบชิดติดแผงอกต่อหน้าต่อตาพนักงานต้อนรับในร้านอาหารและฝูงคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นที่พากันจ้องมองส่งสายตาอิจฉาตาร้อนกับคู่รักแสนหวานของเราสองคนเลย