แสงแดดจ้าสะท้อนกระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอนยามบ่าย ผมยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยความประหม่า ก่อนหน้านี้ผมลองรื้อเสื้อผ้ากางเกงในตู้สลัดเปลี่ยนไปมาถึงสามสี่ชุด ชุดแรกเสื้อเชิ้ตลายขวางก็ดูเด็กเกินไป ชุดที่สองสีดำล้วนก็ดูขรึมมืดมนไม่เข้ากับบรรยากาศสดใสของเดตแรก
สุดท้ายผมจึงเลือกเสื้อยืดสีส้มอิฐพาสเทลตัวใหม่พับแขนเสื้อเล็กน้อยจับคู่กับกางเกงสแล็กสีครีมเข้ารูปสะอาดตา ผมพยายามปัดแต่งทรงผมสีนุ่มให้ดูเรียบร้อยมีน้ำหนัก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหลายครั้งเพื่อระงับเสียงหัวใจเต้นตึกตัก วันนี้คือเดตแรกอย่างเป็ทางการของผมกับพี่ธันวา แฟนหมาดๆ ข้างบ้านผู้สิทธิ์ขาดในกายและใจของผมทั้งหมด
ผมคว้าโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินวิ่งก้าวขาเร็วๆ ลงบันไดไม้มาเปิดประตูบ้าน ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นขอบรั้วก็เห็นรถเก๋งคันหรูสีดำขลับของพี่ธันวาจอดรอติดเครื่องยนต์อยู่ริมถนนลาดยาง พี่ธันวาลดกระจกรถลงส่งยิ้มมุมปากต้อนรับ วันนี้พี่เขาแต่งตัวเท่และดูภูมิฐานมากด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มพับแขนเสื้อเผยท่อนแขนแกร่งสีแทนและกล้ามเนื้อสวยงาม ปลดกระดุมบนสองเม็ดโชว์ไหปลาร้าแข็งแกร่งดึงดูดใจสุดๆ สมกับที่เป็นักออกแบบผู้มีรสนิยมล้ำเลิศ
"มาขึ้นรถสิครับข้าวหอม... วันนี้แต่งตัวน่ารักมากเลยครับดวงใจของพี่..."
เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยชมทันทีที่ผมก้าวขาแทรกตัวเข้าไปนั่งฝั่งข้างคนขับ
ภายในรถหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเกรดพรีเมี่ยมเฉพาะตัวของพี่ธันวาผสมกลิ่นเบาะหนังแท้สะอาดตา เสียงเพลงสากลจังหวะแจ๊สเบาหวิวบรรเลงขับประคองบรรยากาศให้โรแมนติกอบอุ่น ระหว่างทางจราจรติดขัดชานเมืองกรุงเทพฯ พี่ธันวาละมือซ้ายจากพวงมาลัยรถยนต์มากุมจับรั้งมือขวาของผมไว้แน่น นิ้วหัวแม่มือหนาลูบไล้หลังมือผมแ่เบา และยามที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดง พี่เขาก็ขยับตัวโน้มลงมากดจูบหลังมือผมเสียงดังจุ๊บอย่างแสนรักแสนหวง
"พะ... พี่ธันวาก็แต่งตัวหล่อมากเหมือนกันครับ... แล้วก็ห้ามแอบจูบมือผมตอนรถติดแบบนี้สิครับคนมองแย่..."
ผมชมตอบอ้อมแอ้มพึมพำเขินอายหน้าร้อนฉ่าววูบแก้มแดงปลั่งกุมสายเข็มขัดนิรภัยแ่า
พี่ธันวาหัวเราะชอบใจในลำคอเบาๆ เอื้อมมือหนาอุ่นจัดมาลูบศีรษะทุยมนของผมอย่างเอ็นดู บีบแก้มป่องเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะหักพวงมาลัยเคลื่อนตัวรถมุ่งตรงเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ
เมื่อเดินทางไปถึงห้าง แสงไฟนีออนสว่างไสวสะท้อนความหรูหราอลังการของตึกโครงสร้างสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้า ข้าวหอมยังคงประหม่าเกาะแขนพี่ธันวาเดิน ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ฝูงคนพลุกพล่าน มือหนาของพี่ธันวากลับโอบรั้งกุมขยับเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดบางของผมไว้แน่น ดึงตัวผมเข้าไปเบียดชิดติดกับสีข้างลำตัวแกร่งบึกบึนของเขาอย่างเเนบสนิท สองตาคมปลาบกวาดมองตาขวางตวัดรังสีดุดันใส่ผู้ชายทุกคนที่เผลอหันหน้ามามองหรือสบตาผมตลอดสองข้างทางเดินช้อปปิ้ง
"พี่ธันวาครับ... โอบแน่นไปแล้วครับ คนมองกันหมดแล้ว..."
ผมกระซิบบอกหน้าแดงพยายามแกะมือหนาออกเบาๆ
"หวงครับข้าวหอม... วันนี้เธอน่ารักเกินไปจนพี่อยากจะอุ้มกอดเธอเดินช้อปปิ้งไม่อยากให้ใครมองทั้งนั้นแหละครับเด็กดี..."
เสียงทุ้มแหบพร่าสั่งสอนเผด็จการแสนหวานข้างหูจนผมใจสั่นไปหมด
พี่ธันวาพาก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าดีไซเนอร์แบรนด์ดังระดับโลก เขาทำหน้าที่เลือกหาเสื้อผ้ากางเกงให้ผมอย่างตื่นตัว จับเสื้อสเวตเตอร์ถักสีครีมหนานุ่ม เสื้อแจ็กเก็ตสูทสีน้ำเงินเข้ม และเสื้อยืดพาสเทลมาทาบตัวผมพัลวัน
พนักงานต้อนรับในร้านมองมาด้วยความเอ็นดูยามผมก้าวเท้าเดินเข้าห้องลองเสื้อผ้า เมื่อผมก้าวเท้าออกมาพร้อมเสื้อสูทเบลเซอร์สีกรมท่าที่พอดีตัวและมีรอยตัดเย็บประณีตสีกระดุมเรียบหรู กลิ่นเนื้อผ้าแบรนด์เนมใหม่สไตล์หนุ่มสังคมทันสมัย
พี่ธันวาลุกขึ้นยืนจากโซฟาของร้าน ก้าวเดินตรงมาหาผม ค่อยๆ เอื้อมมือหนาจัดปกคอเสื้อสูทให้เรียบตรง ััอุ่นจากปลายนิ้วเฉียดฉิวผิวคอจนผมสั่นสะท้าน
"ข้าวหอมใส่ชุดไหนก็สวยน่ารักน่ามองไปหมดเลยครับ... พี่จะเหมาซื้อเสื้อผ้าชุดลองทั้งหมดนี้ให้เธอนะครับคนดี..."
"แต่มันแพงมากเลยนะครับพี่ธันวา... สิ้นเปลืองเงินแย่เลยครับ..." ผมท้วงติงอ้อมแอ้มแก้มแดง
"เงินทองสะสมที่พี่หามาทุกบาททุกสตางค์จากการทำงาน ก็เพื่อเอามาตามใจแฟนตัวแสบคนเดียวของพี่นี่แหละครับเด็กดี..."
พี่ธันวาตอบยิ้มอบอุ่นเอานิ้วเคาะจมูกผมเบาๆ พนักงานขายที่ยืนอยู่เเถวๆนั้น เบิกตากว้างยิ้มแย้มยินดีรีบนำบัตรเครดิตของพี่เขาไปรูดทันทีโดยไม่ฟังคำทัดทานของผมเลย
ขณะที่เราเดินเลี้ยวผ่านหน้าร้านแบรนด์เนมแฟชั่น บังเอิญสายตาสบเข้ากับเงาร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทกลุ่มคณะ…
"มุก!"
มุกชะงักเท้าหันมาเจอก่อนจะเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองแขนแกร่งของพี่ธันวาที่ยังคงกอดรัดรึงเอวผมไว้เหนียวแน่น
"อุ๊ย! ข้าวหอม! พี่ธันวา!"
มุกก้าวเท้าวิ่งเข้ามาหาแววตาล้อเลียนระยิบระยับ
"แหม... วันนี้เดตแรกกันเหรอคะเนี่ย หวานน้ำตาลเชื่อมท่วมห้างเลยนะคะพี่ธันวา โอบเอวข้าวหอมแน่นขนาดนั้นน่ะ แทบจะอุ้มกอดข้าวหอมเดินช้อปปิ้งแล้วมั้งคะนั่น! หวงเวอร์วังอลังการมากค่ะ!"
ผมหน้าแดงแจ๋ลนลานแก้ตัวพัลวัน
"มะ... มุก! พูดบ้าอะไรเนี่ย เขินหมดแล้วนะ!"
"ก็น้องซุ่มซ่ามครับมุก... ถ้าไม่จับประคองไว้ดีๆ เดี๋ยวเดินตกบันไดเลื่อนหรือชนหกล้มกระแทกคนอื่นพังเสียหายขึ้นมา พี่ี้เีชดใช้ค่าเสียหายครับ..."
พี่ธันวาเอ่ยตอบหน้านิ่งเสียงเรียบเฉยชา สองมาตรฐานรักษามาดเย็นดุดันกับมุกผิดกับเวลาคุยกับผมลิบลับ
มุกหัวเราะคิกคักชอบใจหันมาขยิบตาให้ผม
"จ้าๆ ซุ่มซ่ามค้า เชื่อก็บ้าแล้วพี่ธันวา มุกไม่กวนเวลาเดตคู่รักหรอกค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะข้าวหอม บ๊ายบาย"
มุกโบกมือลาพูดยั่วให้เขินซ้ำก่อนเดินหนี
หลังจากมุกไป พี่ธันวาพาก้าวขาเข้าสู่ร้านอาหารสเต็กสุดหรูริมกระจกใสชั้นบนสุด เราสั่งอาหารสเต็กเนื้อชั้นเลิศและน้ำผลไม้ ทันทีที่อาหารมาเสิร์ฟ พี่ธันวาคว้ามีดและส้อมของผมไปตักหั่นตัดสเต็กเนื้อเป็ชิ้นเล็กๆ พอดีคำอย่างประณีต ก่อนจะหยิบส้อมจิ้มเนื้อส่งมาจ่อริมฝีปากบางของผม
"อ้ามครับข้าวหอม... แฟนพี่ทานเยอะๆ นะครับ..."
สายตาคมปลาบอ่อนละมุนจับจ้องมองแก้มแดงฉ่าของผม
ผมเผยอปากกินเนื้อเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอร่อยและยอมจำนน พี่ธันวายิ้มละมุนเอื้อมกระดาษทิชชู่มาซับคราบซอสตรงมุมปากผมอย่างอ่อนโยนที่สุด
"สุดสัปดาห์วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ พี่อยากพาข้าวหอมไปเที่ยวพักผ่อนนอกสถานที่บ้างครับ... พี่วางแผนทริปพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลส่วนตัวชานเมืองชลบุรีของพี่ มันเงียบสงบ ลมชื่นใจมาก พี่เคยไปนั่งเขียนดีไซน์โครงสร้างงานวาดเงียบๆ คนเดียวที่นั่น... แต่คราวนี้ พี่อยากพาแฟนตัวดื้อของพี่ไปซบตักกอด เดินย่ำหาดทรายขาวและนอนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งด้วยกันสองต่อสองครับดีไหมครับคนดี..."
พี่ธันวาเปรยอธิบายแววตาพราวระยับหวานเชื่อม
"จริง... จริงเหรอครับพี่ธันวา ผมอยากไปทะเลมากเลยครับ ขอบคุณพี่ธันวาที่สุดเลยครับ"
ผมดีใจยิ้มกว้างกางแขนสั่นกอดแขนหนาของพี่เขาแน่นลืมเขิน
เดตแรกวันนี้ช่างวาบหวาม หอมหวาน และเปี่ยมล้นไปด้วยอ้อมกอดแสนหวงของพี่ข้างบ้านคนร้ายกาจคนนี้จนผมรักหมดใจไปหมดแล้วล่ะครับ
---
ยัยตัวแสบแก้มแดงป่องเคี้ยวเนื้อสเต็กแก้มตุ้ยๆ อยู่ตรงหน้าช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนผมแทบควบคุมความหึงหวงไม่ให้ประทุออกมาไม่ได้ตลอดทริปช้อปปิ้งยามบ่าย
วันนี้ข้าวหอมแต่งตัวน่ารักมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาคนรอบข้างมากเกินไปจนผมเกิดอารมณ์หวงก้างอย่างบ้าคลั่ง ทุกสายตาของผู้ชายที่จับจ้องมองสะโพกกลมมนหรือ่ขาเรียวบางของน้อง ทำให้ผมอยากดึงข้าวหอมกลับไปกักขังในห้องนอนใหญ่สีเทาเข้มชานเมืองของผมใจจะขาด
แต่น้องกำลังยิ้มแย้มมีความสุขกับเดตแรก ผมจำต้องคีบลุคสถาปนิกมาดขรึมเย็นดุดันกับคนแปลกหน้าภายนอก แต่หันมาประคบประหงมดูแลป้อนอาหารและกระดาษทิชชู่ซับปากน้องอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายหยาบกระด้างคนหนึ่งจะทำได้
"ข้าวหอมครับ... ทานเสร็จแล้วเราไปซื้อชุดแต่งตัวเพิ่มกันดีกว่าครับ... พี่อยากซื้อเสื้อผ้าตัวหนาๆ ใหญ่ๆ คลุมมิดชิดให้เราใส่เยอะๆ ครับ..."
ผมแกล้งเปรยกระซิบดุขรึมข้างแก้มใส
"โถ่... พี่ธันวาบ้า อากาศประเทศไทยร้อนขนาดนี้จะให้ผมใส่เสื้อกันหนาวหนาเตอะเดินเรียนเหรอครับ หวงเกินไปแล้วครับคนบ้า..."
น้องบ่นพึมพำปากยื่นฟ้องแก้มแดงแจ๋น่าฟัดที่สุด
"ก็แฟนพี่น่ารักมีเสน่ห์ล้นเหลือดึงดูดใจขนาดนี้... ไม่ให้พี่เกิดอารมณ์หึงหวงกวนใจได้ยังไงกันครับเด็กดี... พี่อยากเก็บเธอไว้ดูคนเดียวในบ้านด้วยซ้ำ..."
ผมตอบกลับน้ำเสียงทุ้มหวานพร่าสั่นเครือลึกซึ้ง โอบกระชับมือหนารัดเอวบางของน้องดึงเข้ามากอดกุมแนบชิดติดแผงอกต่อหน้าต่อตาพนักงานต้อนรับในร้านอาหารและฝูงคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นที่พากันจ้องมองส่งสายตาอิจฉาตาร้อนกับคู่รักแสนหวานของเราสองคนเลย