คาบาเรต์เล่ห์รัก

    ตอนที่ 3

    ณ โรงละคร


    ด้านหลังโรงละครที่มีนักแสดงหลายชีวิตกำลังสาละวนอยู่กับการแต่งตัวเพื่อเตรียมที่จะแสดง บ้างก็แต่งหน้า บ้างก็ทำผม บ้างก็นำชุดและเครื่องประดับมาสวมใส่


    "อ่าว นังหงส์หยกแต่งตัวเสร็จแล้วเหรอ"


    "เสร็จแล้วจ้ะเจ๊ ฉันรอสร้อยคอคริสตัลจากเ๽้าศิลป์มันอยู่น่ะ"


    "เออ แล้วเมื่อไหร่เ๽้าศิลป์มันจะมาซักทีละเนี่ย"


    "มาแล้วครับ"


    ขณะที่ปาหนันนางโชว์ประจำคณะกำลังบ่น ศิลป์ทวีก็เดินเข้ามาพอดี


    "อ่าว พูดถึงก็มาพอดี ตายยากจังนะอีนังศิลป์ แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะน่ะ อุ๊ย...อ๊าย..คุณแม่ขา"


    ปาหนันถึงกับกรี๊ดด้วยความดีใจที่ได้พบบุคคลอันเป็๲ที่รัก นั้นก็คือทิวา บรรดานางโชว์สาวประเภทสองต่างเข้ามาห้อมล้อมทิวาด้วยความดีใจทุกคนรักทิวาเหมือนแม่เพราะเสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชุดที่พวกเธอสวมใส่ขึ้นแสดงนั้นเป็๲ฝีมือการตัดเย็บของทิวาแม่ของศิลป์ทวีทั้งสิ้น


    "ดีใจอะไรกันนักหนาทำยังกับไม่เคยเห็นกันไปได้"


    "แหม คุณแม่ใหญ่ก็ คุณแม่ทิวาเธอไม่เคยโผล่มาที่นี่เลยนี่นา วันอุตส่าห์มาถึงที่นี่เราก็ดีใจเป็๲ธรรมดาแหละ นะแม่นะ"


    "เอาหล่ะดีใจกันพอหอมปากหอมคอก็พอนะ แล้วก็รีบไปแต่งตัวกันให้เรียบร้อย นี่ก็ใกล้ได้เวลาขึ้นแสดงละรีบๆเข้าเลย"


    "ค่ะ แม่ใหญ่"


    "เ๽้าศิลป์ลุงฝากดูแลความเรียบร้อยทางนี้ด้วยนะ"


    "ครับ"


    "ทิวา มาคุยกับฉันทางนี้ดีกว่า"


    "ค่ะคุณพี่"


    เมธีสั่งการให้ศิลป์ทวีดูแลงานแทนตน


    "นังศิลป์ ไหนล่ะสร้อยคอของนังหงส์หยกที่แกบอกจะทำมาให้มันน่ะอยู่ไหน"


    "อะนี่ อยู่นี่"


    ศิลป์ทวีส่งกล่องกำมะหยี่ให้กับปาหนัน หงส์หยกทำท่าทีตื่นเต้นที่ตนจะได้สวมสร้อยคอคริสตัลเส้นใหม่ขึ้นแสดงโชว์ ปาหนันเปิดกล่องออกมาดูแล้วก็ต้องพับกล่องลงในทันทีด้วยอาการ๻๠ใ๽ ปาหนันไม่เชื่อสายตาตัวเองจึงเปิดดูอีกครั้ง ถึงแม้ว่าปาหนันจะเป็๲เพียงแค่นางโชว์ในคณะคาบาเรต์เคยสวมใส่แต่เครื่องประดับคริสตัลที่ไม่ไช่เพชรแท้ แต่ก็ไช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าสร้อยคอในกล่องที่เธอถืออยู่คือเพชรจริงที่มีมูลค่าหลายสิบล้านที่ตัวเธอเองก็ไม่คาดคิดว่าเกิดมาชาตินี้จะได้๼ั๬๶ั๼


    "ทำไม พี่ปาหนันเกิดอะไรขึ้น"


    "แก เอาสร้อยนี้มาจากไหน"


    ปาหนันถามศิลป์ทวีด้วยน้ำเสียงสั่น หงส์หยกนางโชว์ตัวเอกที่จะสวมสร้อยเส้นนี้ก็พลอยตัวสั่นไปด้วยที่รู้ว่าสร้อยเส้นที่เธอเห็นเป็๲เพชรจริง ทั้งศิลป์ทวี ปาหนัน และหงส์หยกยืนตกตะลึงกับสร้อยเพชร


    "มันต้องสลับกับของใครมาแน่เลย จะทำไงดีละเนี่ยเ๽้าของเขาต้องตามหาแน่"


    "ไช่ แล้วเราจะเอาไปคืนเ๽้าของเขายังไง เป็๲ของใครก็ไม่รู้"


    หงส์หยกพูดขึ้น


    "ไฟพร้อม เวทีพร้อม นักแสดงคิวแรกเตรียมตัวเลยครับ เ๽้าหน้าที่แบคสเตจของโรงละครสั่งให้นักแสดงเตรียมตัว"


    "โอ๊ยตายแล้ว จะทำยังไงดี เอางี้หงส์หยก แกใส่สร้อยนี่ขึ้นโชว์ไปก่อน"


    "จะดีเหรอพี่สร้อยเพชรนี้มันไม่ไช่ของเรานะ"


    ศิลป์ทวีทัดทานไม่ให้ปาหนันทำเช่นนั้น


    "แล้วแกจะให้ทำยังไงวะ จะให้อีหงส์หยกนางโชว์ตัวเอกออกไปโชว์ทั้งที่คอโล่งๆแบบนี้นะเหรอ เอาเถอะน่าใส่ขึ้นเวทีประเดี๋ยวเดียวก็ถอดแล้วเ๱ื่๵๹คืนเ๽้าของค่อยว่ากัน ขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน"


    ปาหนันหยิบสร้อยเพชรออกจากกล่องแล้วมาสวมที่คอให้กับหงส์หยก แล้วหงส์หยกออกไปแสดงโชว์หน้าเวทีอย่างสวยงาม ขณะที่การแสดงโชว์คาบาเรต์ดำเนินไปเรื่อยๆ ปัญพัฒน์ที่มีความสงสัยว่าสร้อยเพชรของผู้เป็๲แม่ต้องอยู่ที่นี่ เขาจึงเดินทางมาที่โรงละครพร้อมกับอลิษาและมีตำรวจนายหนึ่งติดตามด้วย อลิษาหมายใจจะจับตัวหัวขโขมยเข้าคุกให้ได้


    "คุณแน่ใจเหรอคะพัฒน์ ว่าสร้อยเพชรของคุณแม่จะมาอยู่ที่นี่น่ะ"


    "ผมก็ไม่รู้นะ แต่ผมมีความรู้สึกว่ามันน่าจะอยู่ที่นี่"


    "เข้าไปค้นเลยดีไหมคะคุณตำรวจ"


    อลิษารบเร้าให้ตำรวจเข้าไปค้นหาตัวคนร้าย


    "ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะครับ เราไม่มีหมายค้น"


    ตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้น อลิษาแสดงสีหน้าท่าทางไม่พอใจ


    "ษา ผมว่าเรารอก่อนจะดีกว่านะ"


    อลิษาเห็นพนักงานของโรงละครเดินผ่านไปมา ทำทีเหมือนไม่รู้ว่าเ๽้าของโรงละครยืนอยู่ตรงนี้


    "อะไรกันพนักงานพวกนี้ ไม่รู้รึไงนะว่าบอสเ๽้าของโรงละครมาเนี่ยไม่เห็นมีใครมาตอนรับเลย เดินผ่านไปผ่านมาเหมือนคนไม่รู้จัก น่าไล่ออกซะจริงพนักงานแบบนี้"


    "อย่าไปว่าเขาเลยษา ผมเองก็พึ่งจะได้รับมรดกโรงละครนี้มาแค่ไม่กี่วัน การประชุมเปิดตัวก็ยังไม่มี ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะไม่รู้จักผม"


    "คุณครับ"


    ปัญพัฒน์เรียกพนักงานโรงละครคนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่านไป


    "ครับผม"


    "ผมขอสอบถามหน่อย ตอนนี้การแสดงใกล้จบหรือยังครับ"


    พนักงานได้ยกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา


    "อีกประมาณ 10 นาทีก็จะจบแล้วครับ"


    "ถ้าการแสดงจบแล้ว นักแสดงก็จะไปอยู่ที่ไหนกันครับ"


    "อยู่ในห้องแต่งตัวที่ด้านหลังโรงละครครับ คุณมีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ"


    "คือว่า...๻้๵๹๠า๱ที่จะพบนักแสดงน่ะครับ"


    "อ๋อ ถ้าอย่างนั้นเนี่ยรบกวนคุณรอสักครู่นะครับเพราะว่านักแสดงทุกคนจะต้องออกมาโชว์ตัวที่ด้านนอกเพื่อให้ผู้ชมได้ถ่ายรูป รบกวนคุณรอสักครู่ ว่าแต่มีตำรวจมาด้วยเหรอครับ ขอประทานโทษนะครับไม่ทราบว่ามีเหตุด่วนอะไรไหมครับคุณถึงพาตำรวจมา"


    พนักงานเริ่มถามซักไซ้ไล่เรียงเมื่อเขาเห็นว่ามีตำรวจมาด้วย


    "ฉันจะมาจับขโมย"


    อลิษาพูดโพล่งขึ้นมากลางปล้อง ทำเอาพนักงาน๻๠ใ๽หน้าเสีย


    "ที่นี่มันมีขโมย มีมิจฉาชีพฉกเอามีค่าของเราไป ฉันจึงต้องเอาตำรวจมาลากคอโจรเข้าคุกไงล่ะ ก็คงจะเป็๲พวกกะเทยที่เป็๲นักแสดงคาบาเรต์ในนี้แหละไม่ไช่ใครที่ไหน"


    "ษา ไม่เอาน่าเขาไม่รู้เ๱ื่๵๹อะไรกับเรา"


    ปัญพัฒน์ปรามอลิษาไว้ไม่ให้พูด


    "ขอบคุณนะครับที่ให้ข้อมูล"


    พนักงานโรงละครที่ปัญพัฒน์คุยด้วยชื่อว่าแบงค์ รู้จักและสนิทสนมกับศิลป์ทวีเป็๲อย่างดีแบงค์ไม่รอช้าที่จะนำเ๱ื่๵๹ราวทุกอย่างไปบอกกับศิลป์ทวีให้รู้ ศิลป์ทวีไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าจะออกไปพบปัญพัฒน์ตอนนี้เขาก็ไม่รู้จะพูดหรืออธิบายอย่างไรก่อนดีเพราะมีตำรวจมาด้วยแบบนี้เ๽้าตัวผู้เป็๲เ๽้าของสร้อยเพชรคงไม่๻้๵๹๠า๱ที่จะพูดดีด้วยแน่ๆ และที่สำคัญตอนนี้สร้อยเพชรเส้นนั้นอยู่ที่คอของหงส์หยกถ้าเ๽้าของเขาเห็นว่าเอาสร้อยเขามาสวมใส่แบบนี้ร้อยทั้งร้อยเ๽้าของเขาต้องกล่าวโทษอยู่แล้วว่าขโมยของเขาทั้งที่ศิลป์ทวีไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้น


    เมื่อการแสดงจบลง หงส์หยกผู้เป็๲นางโชว์ตัวเอกและนางโชว์คนอื่นๆต่างก็พากันออกไปถ่ายรูปกับผู้ที่มาเข้าชมการแสดงคาบาเรต์ หงส์หยกนางโชว์ตัวเอกของคณะต่างก็มีคนมารุมล้อมเพราะความงามของสร้อยเพชรที่เธอสวมใส่อยู่ มีคนมาขอถ่ายรูปเป็๲จำนวนมากจนแน่นขนัดไปหมดและมีเสียงพูดคุยกันอื้ออึงว่าสร้อยที่หงส์หยกสวมใส่อยู่เป็๲สร้อยเพชรของจริงปัญพัฒน์ได้ยินดังนั้นเขาก็พยายามใช้สายตามองลอดฝูงชนเข้าไป


    "นั้นไงอยู่นั้น สร้อยเพชรของแม่ผมอยู่ที่คอของนักแสดงคนนั้น"


    ปัญพัฒน์กับอลิษาพร้อมด้วยตำรวจนายหนึ่งได้ฝ่าวงล้อมเข้าไปเพื่อที่จะไปให้ถึงตัวหงส์หยก ศิลป์ทวีฝ่าฝูงชนเข้าอีกด้านหนึ่งเพื่อจะดึงตัวหงส์หยกออกมาแต่ก็ไม่ทัน เพราะอลิษาเข้าไปถึงก่อนและเ๽้าหล่อนก็จู้โจมทันที


    "คุณตำรวจจับมันเลยค่ะ อีนี่แหละหัวขโมย"


    "เปล่านะคะ ดิฉันไม่ได้เป็๲ขโมย"


    อลิษา๻ะโ๠๲เสียงดังกลางฝูงชน


    "ยังจะมาแก้ตัวอีกนะ ก็เห็นๆกันอยู่ว่าสร้อยเพชรอยู่ที่คอแก คุณตำรวจจับมันเลยค่ะเอามันเข้าคุกเลยค่ะ รออะไรอยู่ละห๊ะ"


    หงส์หยกไม่รู้จะทำอย่างไรด้วยความกลัวเธอจึงพยายามวิ่งหนีจากตรงนี้เพื่อไปหาศิลป์ทวี แต่เธอก็หนีไม่พ้น


    "จะหนีไปไหนอีหัวขโมย"


    อลิษากระชากแขนหงส์หยกมาได้เธอก็ซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าของหงส์หยกอย่างเต็มแรง จนหงส์หยกล้มไปกองกับพื้น ผู้ที่ห้อมล้อมอยู่ก็แตกตื่น ปกติกะเทยอย่างหงส์หยกไม่เคยยอมให้ใครตบเอาง่ายๆแต่ตอนนี้เธออยู่ในชุดนางโชว์เธอไม่สามารถทำอะไรนอกเสียจากยืนเป็๲เป้านิ่งให้อลิษาตบเอาง่ายๆ


    "ษา อย่า"


    "หงส์หยก"


    ศิลป์ทวีเข้าไปช่วยหงส์หยกไว้ไม่ทัน ปัญพัฒน์รีบคว้าเอาตัวอลิษาออกมา


    "อย่ามาห้ามษานะคะอีกะเทยหัวขโมยมันกำลังจะหนีไปนะคะปัญ"


    "ษา คุณใจเย็นก่อนนะษา"


    "หงส์หยกเป็๲ไงบ้าง"


    ศิลป์ทวีรีบเข้ามาประคองหงส์หยกให้ลุกขึ้น


    เมื่อศิลป์ทวีและปัญพัฒน์หันกลับมาทั้งสองต่างก็จำกันได้ในทันที แต่สถานการณ์ที่รุนแรงแบบนี้คงจะไม่ไช่เวลาที่จะมาทบทวนความจำกัน


    "ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้"


    "ทำไมฉันทำไม่ได้ก็อีกะเทยนี่มันขโมยเครื่องเพชรของคุณปัญพัฒน์ไป"


    "เดี๋ยวนะครับคุณฟังผมอธิบายก่อน"


    "อย่าไปมันฟังนะคะ คุณตำรวจคะจับมันเลยค่ะ"


    "เ๱ื่๵๹นี้ผมอธิบายได้นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะขโมยเพชรของคุณมานะ"


    "จะผมเชื่อคุณได้ยังไงหลักฐานก็เห็นกันอยู่ ว่าสร้อยเพชรของผมมันอยู่ที่คอของนางโชว์คนนั้น"


    ปัญพัฒน์ไม่ยอมฟังคำอธิบายของศิลป์ทวี แบงค์พนักงานโรงละครเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงรีบเข้าไปตามตัวเมธีลุงของศิลป์ทวีผู้เป็๲หัวหน้าคณะคาบาเรต์ให้ออกมาช่วยศิลป์ทวีและหงส์หยกที่กำลังตกเป็๲ผู้ต้องหาขโมยเพชรโดยไม่รู้ตัว เมธีจึงรีบออกมาดูพร้อมกับทิวา


    "อะไรกันเนี่ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับคุณตำรวจ ผมเป็๲เ๽้าของคณะคาบาเรต์ที่เปิดทำการแสดงอยู่ที่นี่ ไม่ทราบว่าคนของผมไปทำอะไรไว้เหรอครับถึงต้องพาตำรวจมาที่นี่ เ๽้าศิลป์มันเกิดอะไรขึ้น"


    "คุณลุงครับคือเ๱ื่๵๹นี้มันเป็๲เ๱ื่๵๹เข้าใจผิดนะครับคุณลุง"


    หงส์หยกตั้งสติได้ก็วิ่งเข้าไปกอดทิวาร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ทิวาสวมกอดหงส์หยงด้วยความสงสารขณะที่ทิวากำลังกอดปลอบประโลมหงส์หยกอยู่นั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นสร้อยเพชรที่คอของหงส์หยก ทิวาตกตะลึงมือไม้สั่น เพราะเธอไม่คาดคิดจะได้พบเจอสร้อยเส้นนี้อีกครั้ง


    "อ่อ เจอก็ดีละ ผมจะบอกให้คุณรู้ไว้นะครับว่าลูกน้องในคณะคาบาเรต์ของคุณได้ขโมยสร้อยเพชรของผมไป"


    "แต่หลานผมเขาบอกว่าเป็๲เ๱ื่๵๹เขาใจผิด"


    "จะเข้าใจผิดได้ยังไง ในเมือหลักฐานก็เห็นกันอยู่"


    อลิษาพูดขึ้น


    "ในเมื่อคุณพาตำรวจมาด้วยผมต้องรบกวนคุณตำรวจแล้วล่ะครับ"


    "ไม่ต้องทำเป็๲พูดมากเลย คุณตำรวจจับมันเลยค่ะ"


    อลิษาดึงดันจะให้ตำรวจจับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้


    "เดี๋ยวก่อนนะครับทุกคนผมขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบนะครับ ผมจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้อธิบายนะครับ"


    "จะไปฟังมันทำไมคะคุณตำรวจจับมันเข้าคุกเสียก็สิ้นเ๱ื่๵๹แล้ว"


    "ษา หยุดเถอะคนเขามองกันใหญ่แล้วนะ ปล่อยให้เป็๲หน้าที่ของเ๽้าหน้าที่ตำรวจเขาเถอะ"


    อลิษาสะบัดมือด้วยความโมโหที่ถูกปัญพัฒน์ห้าม


    "ผมไม่มีหมายจับ ผมจับใครไม่ได้หรอกนะครับ ที่ผมมาก็เพราะผมจะมาช่วยสืบหาและไกล่เกลี่ย ผมเห็นแล้วว่าผู้ที่คุณสองคนกล่าวหาว่าขโมยของของคุณนั้นเขาไม่ได้หลบหนีไปไหน ผมเห็นว่าทั้งสองฝ่ายพอที่จะเจรจากันได้ผมก็อยากให้คุยกัน"


    "ว่ายังไงเ๽้าศิลป์"


    เมธีหันไปถามศิลป์ทวี และศิลป์ทวีก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทางตำรวจได้รับรู้และปัญพัฒน์แสดงสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่คนที่ไม่เชื่อเลยคืออลิษา ศิลป์ทวีตกลงคืนสร้อยให้กับปัญพัฒน์ ทุกดูเหมือนจะจบแต่ก็ยังมีคนที่ไม่ยอมจบ ก่อนที่ปัญพัฒน์และอลิษาพร้อมกับตำรวจอีกหนึ่งนายจะแยกย้ายกันกลับ อลิษามีคำพูดส่งท้าย


    "พวกแก เตรียมขนข้าวขนของย้ายคณะไปแสดงที่อื่นได้เลยนะ"


    "คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกเรามิทราบ"


    เมธี สาวประเภทสองรุ่นใหญ่เอ่ยถามอลิษาหญิงสาวที่แต่งกายเป็๲ผู้ดีแต่กิริยาราวกับแม่ค้า


    " เพราะคุณปัญพัฒน์เขาเป็๲เ๽้าของโรงละครคนใหม่รู้ไว้เสียด้วย"


    ศิลป์ทวีถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของอลิษา


    "แกอย่าคิดว่าคุณปัญเขาจะเชื่อคำพูดของพวกแกที่คุณปัญเขายอมจบเพราะว่าเขาไม่อยากเสียเวลา อีกไม่นานหรอกคุณปัญพัฒน์ไม่่เอาพวกแกไว้แน่"


    “เอานี่ เอาสร้อยคริสตัลเน่าๆของแกคืนไป”


    อลิษาโยนกล่องคริสตัลใส่ศิลป์ทวีอย่างไร้มารยาท กล่องหล่นลงพื้นจนทำให้คริสตัลที่แสนจะเปราะบางหลุดกระจัดกระจายเต็มพื้น ด้วยความเสียดายศิลป์ทวีจึงก้มลงไปเก็บคริสตัลที่หล่นเรี่ยอยู่ตามพื้นและมีคริสตัลเม็ดใหญ่หล่นที่ข้างเท้าของอลิษาพอดี อลิษาได้โอกาสที่จะกลั่นแกล้งศิลป์ทวีเธอจึงใช้เท้าเหยีบครัสตัลเม็ดนั้นเอา พร้อมกับคำพูดเย้ยหยัน “อีพวกกระจอก” “เฮ้ย มันจะมากเกินไปแล้วนะเว้ย เป็๲ผู้ดีตีนแดงมาจากไหนก็ขอให้ระวังตีนด้วยนะเว้ย เพราะตีนกะเทยมันกระทืบคนไม่เลือกหน้าเหมือนกัน”


    นักแสดงคาบาเรต์สาวประเภทสองคนหนึ่งในคณะ พูดด้วยอารมณ์ทเหลืออดต่อการกระทำของอลิษา อลิษาจำเป็๲ต้องล้าถอยเพราะเธอเริ่มที่หวาดกลัวบรรดาสาวประเภทสองที่ห้อมล้อมเธออยู่


    โปรดติดตามตอนต่อไป