บทที่ 3 กาลครั้งหนึ่ง
ห้วงมโนทัศน์ที่ฉายอยู่ตรงหน้า ส่งเสริมให้เมิ่งไป๋เฉียวในร่างของลู่เซียวถงหูตากว้างไกลขึ้น ในเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไป นางก็สมควรที่จะต้องรับรู้เื่ราวเหล่านี้ให้ถ่องแท้ เริ่มต้นจากประวัติของลู่เซียวถงผู้น่าสงสาร
ก่อนได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวสกุลเจียง พื้นฐานครอบครัวของลู่เซียวถงออกไปทางยากจนเสียด้วยซ้ำ แต่โชคดีอย่างหนึ่งที่บิดาของนาง เป็สหายคนสนิทของนายท่านใหญ่สกุลเจียง ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทธรรมดา แต่เป็เพื่อนที่เติบโตมาพร้อมกันั้แ่วัยเด็กจนถึงวัยกลางคน ความสัมพันธ์ของสองฝ่ายล้วนแน่นแฟ้นไม่จืดจาง
สมัยนั้นลู่ต้วนฉีซึ่งเป็บิดาของลู่เซียวถง มีหน้าที่ควบคุมคนงานลงไร่นา เรียกได้ว่าเป็หัวหน้าคนงานที่ตระกูลเจียงไว้เนื้อเชื่อใจเป็อย่างมาก เนื่องจากตระกูลเจียงเป็ตระกูลชาวนา แม้ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็มีที่นามากมายให้ปลูกข้าวในแต่ละปี ที่นามาก ความ้าแรงงานคนก็มากไปด้วย ยังดีที่มีลู่ต้วนฉีเข้ามาช่วยดูแลอีกแรง
หลังเสร็จฤดูเก็บเกี่ยวของปี นายท่านเจียงกับสหายคนสนิทอย่างลู่ต้วนฉี จะเดินทางสู่หัวเมืองใหญ่เพื่อเอาข้าวเปลือกไปเกร็งราคาที่เมืองเ่าั้ เป็อย่างนี้เรื่อยมาทุกปี กระทั่งเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้นกับสองหนุ่ม โจรป่าบุกปล้นระหว่างทาง นายท่านเจียงถูกทำร้ายาเ็สาหัส ไม่เพียงเสียทรัพย์สิน ยังเสียสหายรักไปอีกหนึ่งชีวิต
เพื่อปกป้องเพื่อนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกัน ด้วยสัญชาตญาณลู่ต้วนฉีเอาตัวเองเข้ากำบังคมมีด ลมหายใจสุดท้ายมีโอกาสได้ร้องขอต่อหน้าสหาย หลังตนสิ้นใจตายโปรดอย่าทอดทิ้งลู่เซียวถง ซึ่งเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา ส่วนผู้เป็ภรรยาของตน ก็ฝากฝังให้ดูแลอย่างดีเช่นเดียวกัน
นายท่านเจียงโศกเศร้าเสียใจอย่างถึงที่สุด หลังกลับถึงเรือนเฝ้ารักษาตัวจนกลับมาเดินได้ปกติ เจียงอี้ชิวหรือนายท่านเจียงคนปัจจุบัน เดินทางไปรับลู่เซียวถงกับมารดาของนาง มาอยู่ในจวนสกุลเจียง ให้กลายเป็ครอบครัวเดียวกันโดยไม่คิดเล็กคิดน้อย
ต่อมามารดาของเซียวถงก็มาด่วนจากไปอีกคน ในฐานะภรรยาเอกของบ้าน เถาจิ่งฮวนจึงเปรียบเสมือนแม่บุญธรรมของลู่เซียวถงไปโดยปริยาย แน่นอนว่าเพื่อเอาใจสามี เถาจิ่งฮวนจำเป็ต้องดีกับเซียวถงให้มาก ๆ แต่นั่นมันก็แค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น
พอถึงวัยออกเรือน เถาจิ่งฮวนรีบติดต่อแม่สื่อแม่ชัก ให้หาชายในหมู่บ้านมาสอดด้ายสนเข็ม แล้วแต่งลู่เซียวถงออกไป แค่นี้ก็จะเขี่ยลู่เซียวถงออกไปจากบ้านสกุลเจียงได้แล้ว หลังจากที่พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่สำเร็จ หากใช้วิธีนี้เป็ข้ออ้าง นอกจากจะดูเป็แม่เลี้ยงผู้แสนดี สามีก็จะชมเชยว่าตนทำหน้าที่ภรรยาได้ดีอีกด้วย แบบนี้ไม่เท่ากับว่า เถาจิ่งฮวนมีแต่ได้ไม่มีเสียหรอกหรือ
แต่แล้วฝันเฟื่องของเถาจิ่งฮวนก็ต้องล่มสลายไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเจียงอี้ชิวผู้เป็สามีและเป็นายท่านใหญ่ในบ้าน ออกปากว่าจะให้ลู่เซียวถงแต่งกับบุตรชายคนโตอย่างเจียงิอวี่ แล้วแบบนี้เถาจิ่งฮวนจะออกคอคัดค้านอะไรได้ สามีว่าอย่างไรนางก็ต้องว่าไปตามนั้น
ส่วนเจียงิอวี่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร แล้วงานแต่งงานของทั้งคู่ก็เกิดขึ้นกะทันหันราวสายฟ้าฟาด นับั้แ่วันเข้าหอที่ไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน เวลาก็ล่วงเลยมาหนึ่งปีเต็ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลังกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จเจียงิอวี่ก็อ้างว่ารับแขกและต้องดื่มเป็เพื่อนญาติผู้ใหญ่จนเมามาย
สุดท้ายก็เดินเซไปฟุบหลับที่ห้องหนังสือ ปล่อยให้ภรรยารอเก้อจนรุ่งสาง นับั้แ่นั้นเป็ต้นมาความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยา ก็ห่างเหินไปโดยปริยาย เดิมทีลู่เซียวถงก็เป็คนพูดน้อย ไม่ค่อยกล้าออกความเห็นอะไรมากนัก ในบ้านสกุลเจียงนางแทบไม่มีบทบาทอะไร หลังถูกละเลยจากผู้เป็สามี นางก็แทบกลายเป็สตรีใบ้
ขณะเดียวกันเจียงิอวี่ ก็ไม่มีเวลามาสังเกตพฤติกรรมของภรรยาสาวมากนัก ทั้งเช้า กลางวัน เย็น ต่างหมกตัวอยู่ในห้องตำราไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ประหนึ่งถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นักโทษ พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเจียงิอวี่้าเข้าสอบจอหงวน
เดิมทีเจียงอี้ชิวผู้เป็นายใหญ่ของบ้านไม่เห็นด้วยที่บุตรชายคนโต จะปลีกตัวออกไปสอบขุนนาง เหตุไฉนไม่สานต่ออาชีพชาวนาของตระกูล ต่อให้ขึ้นชื่อว่าเป็ตระกูลชาวนา แต่ก็ไม่ใช่ชาวนาที่หาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ สกุลเจียงค้าขายทั้งข้าวสารและข้าวเปลือก เรียกได้ว่ามีอันจะกินและพอมีหน้ามีตาอยู่พอสมควร คนในหมู่บ้านไหนเลยจะกล้าดูแคลน
แม้ว่าสกุลเจียงจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่ แต่ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ถือได้ว่าบ้านสกุลเจียงอยู่ในลำดับฐานะปานกลาง ไม่ร่ำรวยและไม่ยากจน ดังนั้นนายท่านใหญ่จึงไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของบุตรชาย ว่าทำไมต้องทะเยอทะยานให้ตัวเองเหนื่อยขนาดนั้น
แต่พอเห็นความพยายามที่มีอย่างเสมอต้นเสมอปลายของบุตรชาย เจียงอี้ชิวก็ไม่กล้าอ้าปากค้านอีก จึงเจียดเงินก้อนหนึ่งให้บุตรชายคนโต แล้วส่งไปเรียนที่สำนักศึกษาชื่อดังในเมืองหลวง รอสอบจอหงวน่กลางปี สอบเสร็จก็ค่อยกลับมาเยี่ยมครอบครัว รอฟังผลสอบไปพร้อม ๆ กัน หากว่าทำไม่สำเร็จก็จงหวนกลับมาสานต่ออาชีพชาวนาของตระกูล
ส่วนคุณชายรองตระกูลเจียง หรือเจียงชุนเฉิงคือบุตรของนายท่านใหญ่กับภรรยารอง มารดาของชุนเฉิงตายั้แ่เขายังเล็ก น่าสงสารที่นางตายด้วยโรคประจำตัวั้แ่ยังสาวยังแส้ เจียงชุนเฉิงจึงกลายมาเป็บุตรบุญธรรมของเถาจิ่งฮวนอีกคน
แต่ด้วยไม่มีความนับถือใด ๆ ต่อนายหญิงใหญ่ของบ้าน เจียงชุนเฉิงจึงเรียกเถาจิ่งฮวนว่าท่านน้ามากกว่าที่จะเรียกนางว่าแม่ ถึงอย่างนั้นครั้งเป็เด็ก เจียงิอวี่ก็เอาแต่บอกว่าเกลียดเจียงชุนเฉิงที่แย่งความรักของท่านพ่อและท่านแม่ไปจากตน
ประโยคหนึ่งที่ทำให้เจียงชุนเฉิงน้อยปวดใจและจำแม่นจนถึงทุกวันนี้ คือเจียงิอวี่ที่ยังไม่รู้ความ กล่าวต่อหน้าว่า 'ทำไมมารดาของเ้าต้องตายด้วยล่ะ หากมารดาของเ้าไม่ด่วนจากไป เ้าก็จะไม่ใช่บุตรชายบุญธรรมของท่านแม่ เ้าก็จะไม่แย่งความรักจากบิดาของข้าไป เพราะเ้าไม่มีมารดาเหมือนคนอื่น บิดาจึงสนใจเ้ามากกว่าข้า!'
ใช่แล้ว! ตอนยังเด็กเจียงิอวี่อารมณ์ร้ายและขี้อิจฉา เพราะถูกมารดาเลี้ยงดูสั่งสอนมาแบบผิด ๆ แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี เถาจิ่งฮวนก็ให้กำเนิดบุตรสาวคนเล็กของบ้าน นั่นคือเจียงลั่วเอ๋อร์ ความที่ลั่วเอ๋อร์เป็เด็กผู้หญิง นางจึงได้รับความรักจากทุกคนในบ้าน ใครก็อยากเอาใจนาง โดยเฉพาะเถาจิ่งฮวนกับนายท่านใหญ่
หลังมีน้องสาวเป็ของตัวเอง เจียงิอวี่จึงค้นพบในภายหลังว่า แท้จริงแล้วการไม่ถูกสนใจก็รู้สึกโศกเศร้าและน่าน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้เอง เจียงิอวี่สำนึกผิดที่ตนเคยต่อว่าชุนเฉิง ั้แ่นั้นเป็ต้นมาิอวี่ก็เลิกเหน็บแนมบุตรชายอีกคนของบิดา แต่ิอวี่เป็คนปากอย่างใจอย่าง และรักหน้าตาเป็ที่สุด จึงไม่ใคร่เอ่ยปากขอโทษ ได้แต่ทำเนียนตีมึนทุกครั้งไป
อย่างนั้นถือว่าวันนี้สองพี่น้องที่อายุห่างกันเพียงหนึ่งปีปะทะคารมกันครั้งแรก หลังจากต่างฝ่ายต่างอยู่มานาน แล้วที่น่าแปลกไปกว่านั้น มิใช่ว่าเจียงิอวี่เว้นระยะห่างกับเซียวถงมาตลอดมิใช่หรือ แล้วตอนนี้นึกอยากเล่นเป็พระเอกในละครน้ำเน่าหรืออย่างไร ถึงได้เผยอหน้าทำหึงหวง ทั้งที่ตลอดมาไม่เคยแสดงออกว่ามีใจปฏิพัทธ์ต่อเซียวถงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
.
.
“เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ?”
เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยอยู่ไม่ไกลตัว แล้วก็มีเสียงชายวัยกลางคนอีกฝั่งหนึ่งตอบรับอย่างรอบรู้ว่า
"ลู่เซียวถงพักผ่อนน้อย ร่างกายก็อ่อนเพลียเพราะไม่ได้กินอาหารที่มีประโยชน์ ดูเหมือนว่าตอนนี้จับไข้อ่อน ๆ อีกด้วย อย่างนั้นก็ไม่แปลกที่นางจะหมดสติไป ให้นอนพักผ่อนอีกหน่อย แล้วต้มยาตามนี้ให้ดื่ม อีกวันสองวันก็น่าจะหายดี"
ลู่เซียวถงลืมตาช้า ๆ มองเห็นชายเ้าของเสียง ก็เดาได้ในทันทีว่านายท่านใหญ่เจียงเดินทางจากต่างเมือง กลับถึงบ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากท่านหมอ ก็มีชุนเฉิงกับิอวี่ที่นั่งติดขอบเตียงคอยยืดคอมุงดูอาการเจ็บป่วยของนาง ราวกับผีสางมาขอส่วนบุญ
“ถงถงฟื้นแล้ว คุณชายรองก็เลิกทำหน้าตาพิรี้พิไรห่วงใยภรรยาคนอื่นอย่างเกินความจำเป็ได้แล้วกระมัง ได้ยินว่าหัวไหล่ของคุณชายรองชุนเฉิงของพวกเราเพิ่งได้รับาเ็ ไหน ๆ ท่านหมอก็อยู่ที่นี่ทั้งคน อย่างนั้นก็รบกวนท่านหมอด้วย”
เจียงิอวี่ขับไล่ไสส่งเจียงชุนเฉิงอย่างมีชั้นเชิง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าแผลเล็กแค่นั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร ยิ่งไม่จำเป็ต้องทำแผล แต่ในเมื่อชุนเฉิงชอบให้ท่าภรรยาคนอื่น พยายามเกี้ยวพานเซียวถงอย่างหน้าไม่อาย ทำสำออยบีบให้นางทำแผลให้ หากอยากทำแผลมากนัก ก็ไปให้ท่านหมอตรวจอาการและทำแผลเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
*****
*พระเอกฉันดูปากแซ่บอยู่นะเนี่ย เหน็บแนมเก่งจ้าพ่อ*
นิยายเื่ : ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า
มุมแนะนำนิยาย
1.กลยุทธ์ความร่ำรวย ของแม่หม้ายลูกหนึ่ง
2.เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
3.บันทึกการเดินทางไกล ของเ้าก้อนแป้ง (มีหนังสือเสียงแล้ว)
4.พลิกชะตาภรรยาพรานป่า กับระบบรับรู้อัจฉริยะ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
5.ข้านี่แหละมารดาเลี้ยงผู้โจษจัน (มีหนังสือเสียงแล้ว)
6.ข้ามมิติมาเป็สตรีชาวไร่ ข้าจะร่ำรวยให้ได้ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
7.ทะลุมิติไปเป็บิดาตัวร้าย (มีหนังสือเสียงแล้ว)
8.เกิดใหม่เป็มารดาของเ้าวายร้าย พร้อมระบบร้านสารพัดนึก (มีหนังสือเสียงแล้ว)
9.เมื่อท่านราชเลขาธิการ กลายเป็บิดาของหลินเซียว 1 (มีหนังสือเสียงแล้ว)
10.ย้อนเวลามามีครอบครัวอบอุ่น เพื่อเ้าสองวายร้าย
11.โม่เตี๋ยวหาใช่บุตรสาวของทรราช
12.ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา