จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 60 เส้นเอ็นมือคล้ายจะถูกคนตัดขาด

            ฉีตงหยวนก้มศีรษะอยู่จึงมองไม่เห็นสายตาเย็นชาของเหยียนอู๋อวี้ ทว่าจวินอู๋เสียกลับเห็นมันชัดเจน เขากับฉีตงหยวนเคยมีมิตรภาพต่อกัน ปีนั้นเพราะความสัมพันธ์ของอวิ๋นอู่เหยียน ทั้งสองจึงสนิทสนมกัน ฉีตงหยวนเป็นคนนำข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาอวิ๋นมาบอกเขา ต่อมาพวกเขาสองคนค่อยๆ กลายเป็นคนแปลกหน้า แม้พบกันในวังก็ทำเป็นไม่รู้จักกัน แค่เพียงพยักหน้าให้กันเท่านั้น 

            “คุณหนู เจอตัวท่านเสียที” ป้าโฉ่ววิ่งเข้ามาจากประตูทางเข้า ตอนแรกนางเฝ้าอยู่อีกประตูหนึ่งและไม่เห็นฉีตงหยวนเข้ามา นางจึงเข้ามาเตือนไม่ทัน ต่อมาเมื่อได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขาด้านใน นางจึงจงใจมาช้าเล็กน้อยและแสร้งทำทีเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน 

            เหยียนอู๋อวี้ถูกเสียงป้าโฉ่วปลุกให้ตื่น สีหน้านางกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง นางทำท่าทางยื่นมือคล้ายประคองฉีตงหยวนพลางกล่าว “ข้าเข้าวังมาได้ไม่นานจึงหลงทาง เดิมทีคิดจะรบกวนให้องค์ชายจวินช่วยชี้ทาง ในเมื่อท่านแม่ทัพมาแล้ว สะดวกนำทางให้ข้าได้หรือไม่?” 

            ฉีตงหยวนไหนจะเลยจะไม่ตอบตกลง เขากล่าวลาจวินอู๋เสียแล้วพาเหยียนอู๋อวี้จากไป  

            ตลอดทางเหยียนอู๋อวี้นิ่งเงียบมองแผ่นหลังของเขา นางขมวดคิ้วเล็กน้อย สุดท้ายสายตานางพลันหยุดอยู่บนมือเขา  

            ใช่แล้ว เมื่อครู่ตั้งแต่เขาเข้ามา นางก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เพียงแต่นางหาสาเหตุไม่พบ ขณะนี้เมื่อเห็นท่าทางการถือกระบี่ของเขา ในที่สุดก็นึกออกว่าตรงใดที่ผิดปกติ 

            เขาถือกระบี่ด้วยมือขวา ทว่าเมื่อก่อนเขาถือด้วยมือซ้าย 

            เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? 

            ในใจเหยียนอู๋อวี้เกิดความสงสัย นางอ้าปากพูดโดยมิได้ตั้งใจ “หัวหน้าฉี? แล้วแม่ทัพฉีผู้นั้นเล่า?”  

            ฉีตงหยวนตะลึงงันครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ทูลฉายเหริน นั่นเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้กระหม่อมแยกมาดูแลกองทหารรักษาพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

            เหยียนอู๋อวี้กล่าวอีกครั้ง “ตอนข้าอยู่ในห้องเคยได้ยินชื่อเสียงของท่านแม่ทัพว่าตัดศีรษะโจรชั่วมานับไม่ถ้วน ยามนี้เมื่อได้เจอก็รู้สึกประหลาดใจจริงๆ” 

            ภายในดวงตาของฉีตงหยวนเศร้าหมองเล็กน้อย บนใบหน้าไร้ซึ่งสีหน้าอื่นใด เขาเพียงแค่เผยสีหน้าซาบซึ้งตามปกติ กล่าวขอบคุณพระสนมหนึ่งประโยคแล้วไม่เอ่ยอันใดอีก 

            เหยียนอู๋อวี้กล่าวแย้มยิ้ม “กลับกัน ควรเป็นข้าที่ขอบคุณท่าน หากไม่ใช่เพราะวีรบุรุษอย่างใต้เท้าฉีปกป้องแคว้นเซวียน ข้าคงไม่มีโอกาสมายืนพูดจาฉะฉานอยู่ที่นี่ และเป็นเป้ารังแกของแคว้นอื่นนานแล้ว ยามนี้แม่ทัพฉีบรรลุผลสำเร็จแล้วถอนตัวออกมาบัญชาการกองทหารรักษาพระองค์ ปกป้องวังต้องห้าม ข้ายิ่งสบายใจ”  

            ฉีตงหยวนรู้สึกว่านางพูดจาฉอเลาะไปเรื่อย ทว่าอย่างไรแล้วนางก็เป็นนายหญิง จำใจต้องอดทน และไม่คาดคิดเลยว่าเหยียนฉายเหรินผู้นี้จะยิ่งพูดเลยเถิด นางชี้ไปที่หินใหญ่ก้อนหนึ่งพลางกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาบ่อยๆ ว่าใต้เท้าฉีห้าวหาญไร้เทียมทาน ยามนี้ช่วยเปิดหูเปิดตาให้ข้าดูพลังของท่านสักหน่อยได้หรือไม่?” 

            ฉีตงหยวนขมวดคิ้วแน่นและพลันรู้สึกอับอาย เขาแอบสบถด่าซ่งอี้เฉินอยู่ในใจ หลายปีมานี้สตรีที่ถูกเลือกเข้าวังหลวงล้วนเป็นพวกไม่ได้เรื่อง นึกไม่ถึงว่าจะมีคนไร้สมองเช่นนี้ด้วย ไม่มีผู้ใดเหมือนศิษย์พี่หญิงในยามนั้นเลย...… 

            เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เขาจึงยับยั้งความคิดทันทีและเผชิญกับแววตาของเหยียนอู๋อวี้ จากนั้นจึงเดินไปที่หินใหญ่ก้อนนั้น นางเป็นนายหญิง เขามิอาจขัดคำสั่งได้ 

            เขายกสองมือขึ้นครู่หนึ่ง มือข้างซ้ายไม่เป็นดั่งใจหวังพลันตกลง เขาตกตะลึงยังไม่ทันได้สติ จากนั้นก็จึงนึกขึ้นได้ว่ามือซ้ายของตนเองใช้การไม่ได้แล้ว 

            นางกำนัลด้านข้างถือผ้ามาช่วยเช็ดมือให้เขา เหยียนอู๋อวี้ที่อยู่ด้านหลังปรบมือพลางกล่าวอย่างมีความสุข “ใต้เท้าฉีห้าวหาญไร้เทียมทานจริงดังคาด ข้าจะให้ฝ่าบาทชมเชยและตกรางวัลแก่ท่าน!” 

            เขาขอบคุณอย่างไม่เต็มใจนัก รีบส่งนางกลับตำหนักเฟิ่งชัย จากนั้นจึงจากไปทันที 

            เหยียนอู๋อวี้มองแผ่นหลังของเขาพลางเอ่ยถามเสียงเข้ม “เห็นอันใดบ้าง?” 

            ป้าโฉ่วตอบกลับเสียงเบา “เมื่อครู่บ่าวถือโอกาสจับชีพจรยามเช็ดมือให้เขา พบว่า…” 

            “พบอันใด?” 

            ป้าโฉ่วคล้ายจะทนไม่ไหว ทว่ายังคงกล่าวว่า “เส้นเอ็นมือซ้ายของเขาขาดแล้ว ยกของหนักไม่ได้เลยเพคะ” 

            เหยียนอู๋อวี้พลันหมุนกายกลับมามองนางอย่างตกใจ “เจ้าว่าอย่างไรนะ?” 

            “เส้นเอ็นมือของใต้เท้าฉีคล้ายจะถูกคนตัดขาดแล้วเพคะ” ป้าโฉ่วเอ่ยเสียงเบาอีกรอบ เมื่อเห็นสีหน้านางค่อยๆ ซีดขาว ป้าโฉ่วจึงรีบประคองนางพลางเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล “คุณหนู ท่านเป็นอันใดหรือไม่ ไม่สบายตรงไหนเพคะ?” 

            “เจ้าลิงน้อยใช้มือซ้ายตั้งแต่เริ่มเรียนกระบี่ บิดาข้าปรับปรุงวิชากระบี่ตระกูลอวิ๋นให้เหมาะกับมือซ้ายของเขาโดยเฉพาะ ทว่ายามนี้...…มือซ้ายเขา...…” 

            เมื่อครู่ยามที่พบกับฉีตงหยวนครั้งแรก นางเพียงแค่รู้สึกโกรธในใจ แม้การที่คนคนหนึ่งสามารถหลบหนีจากภัยพิบัติใหญ่ครั้งนั้นของตระกูลอวิ๋นได้เป็นเรื่องที่ดี ทว่าหลายปีมานี้ฉีตงหยวนมีชีวิตไหลไปตามน้ำ นางรู้สึกไม่พอใจ ไหนเลยจะทำตัวดีกับเขาได้  

            ไม่คาดคิดเลยว่ามือซ้ายของเขาจะใช้การไม่ได้แล้ว 

            เหยียนอู๋อวี้แอบรู้สึกสำนึกผิด นางไม่ควรตัดสินเขาทั้งที่ยังไม่ได้สืบหาความจริง วันนี้ได้ยินข้อมูลมากเช่นนี้ นางจึงสงบสติอารมณ์ไม่ได้เลย  

            นางทั้งหวังให้ฉีตงหยวนได้ดี ทั้งกังวลว่าเขาจะลืมความตั้งใจแรกเริ่มไปแล้ว และไม่อยากให้เขาพัวพันกับความขัดแย้งนี้ ทว่าเมื่ออยู่ในเมืองนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่เกี่ยวข้อง? 

            ในเมื่อยามนี้นางเลือกเดินเข้ามาแล้วคงหลีกเลี่ยงผู้คนและเรื่องราวในวันวานไม่ได้อย่างแน่นอน จวินอู๋เสียเอย ฉีตงหยวนเอย บางทีอาจจะมีคนที่นางคุ้นเคยอีกมาก  

            ......

            เหยียนอู๋อวี้ใช้เวลาหลายวันกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ โชคดีที่มีอู๋เจี๋ยอวี๋คอยรังควานนาง ส่วนซ่งอี้เฉินหลายวันมานี้ไม่ได้ปรากฏตัว แม้นางจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่ายามนี้นางไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องของซ่งอี้เฉิน  

            ยามที่คำเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงร้อยบุปผาขององค์หญิงใหญ่ส่งมาถึงตำหนักเฟิ่งชัย เหยียนอู๋อวี้กำลังนั่งอยู่ใต้ชั้นวางดอกหล่าปาในเรือน นางกำนัลหลายสิบคนเดินเรียงแถวมาเบื้องหน้า บางคนเฉลียวฉลาด บางคนขลาดกลัว บางคนกระวนกระวาย บางคนสงบนิ่ง 

            โจวหลู่ชิงผู้ดูแลกรมกิจการภายในวังหลวงแย้มยิ้มอย่างพอเหมาะพอควร ไม่ประจบสอพลอและไม่ได้เย่อหยิ่ง ประหนึ่งสายลมฤดูใบไม้ผลิกระทบผิวหน้า ชวนให้รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก 

            เขาดูแลอยู่ในกรมกิจการภายในวังหลวงมาเกือบยี่สิบปี เห็นความรุ่งโรจน์และร่วงโรยจนชินชาและได้ฝึกฝนจนมีเนตรอัคคีทองคำ[1]แล้ว นายหญิงน้อยตรงหน้าผู้นี้ เขาก็ใช้เวลาไม่นานเช่นกัน รู้ว่านางเป็นบุตรสาวเจ้าเมือง เมื่อได้รับความโปรดปรานก็แยกเหนือใต้ตะวันออกตะวันตกไม่เป็น ทว่าความโปรดปรานกลับยังไม่จางหายไป ด้วยความที่นางชอบแยกเขี้ยวยิงฟัน ราวกับว่าจะไปล่วงเกินแทบทุกคนทั้งหกตำหนัก 

            คนเช่นนี้เดินไปได้ไม่ไกล ทว่าโชคของนางก็ไม่เลวจริงๆ นางเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้แทบทุกครั้ง หนำซ้ำยังได้เลื่อนตำแหน่งติดๆ กันเป็นขั้นสามจนได้นั่งอยู่บนตำแหน่งฉายเหริน ต้องรู้ว่าซูเฟยกับฮ่องเต้ในปีนั้นรักใคร่กันมาก และต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะได้นั่งตำแหน่งซูเฟย น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งอีกเลย 

            ตามธรรมเนียมเดิม ทางกรมกิจการภายในวังจะเป็นคนส่งนางกำนัลให้นางสนมตำหนักหลังโดยตรง เมื่อไปถึงตำแหน่งพระสนมจึงจะมีโอกาสเอ่ยปากขอพระราชทานจากฮ่องเต้ นางสามารถเลือกได้หนึ่งถึงสองคน ถือเป็นกรณีพิเศษ  

            ซึ่งกรณีพิเศษคือการแสดงความโปรดปราน ดังนั้นเวลานี้นายหญิงผู้นี้ยังต้องปรนนิบัติรับใช้ให้ดีๆ ไม่แน่บางทีอนาคตอาจเดินไปได้ไกลกว่านี้ ทว่าจากการคาดการณ์ของเขา มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถไปถึงตำแหน่งเจาอี๋ ซูเฟยกับเต๋อเฟยไม่มีทางยอมให้ผู้ใดมีศักดิ์เทียบเท่าตนเองอย่างเด็ดขาด 

            เมื่อคิดเช่นนี้ รอยยิ้มของโจวหลู่ชิงจึงดูสนิทสนมมากเป็นเท่าตัว เขากล่าวอย่างนอบน้อม “ทูลฉายเหริน นี่คือนางกำนัลที่เพิ่งได้รับการอบรมเป็นอย่างดี แต่ละคนฉลาดหลักแหลมนัก” 

            เหยียนอู๋อวี้ไม่รีบร้อนเลือก นางหยิบช้อนเงินค่อยๆ คนโจ๊กรังนกนางแอ่นที่เพิ่งส่งมา นิ้วเรียวยาวจับช้อนเงินยิ่งขับให้ผิวพรรณดูเกลี้ยงเกลา  

            นางมิได้ตอบกลับโจวหลู่ชิง เพียงแค่หยุดสายตาอยู่บนชั้นวางดอกหล่าปา ใบไม้เขียวชอุ่มพลิ้วไหว ส่งเสียงซ่าซ่า ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต 


    เชิงอรรถ 

    [1] เนตรอัคคีทองคำ เปรียบเปรยถึงสายตาเฉียบคมแม่นยำ


    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730