เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าปลอดโปร่งเสียงนกร้อง ออกหากินในยามเช้า พวกมันบินอยู่ในสวนศาลาแดงกลางน้ำ ที่จวนของตระกูลหยาง ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในศาลานั้น เขามองออกไปยังสระที่ไม่มีขอบเขตอันไกลแสนไกล ชายหนุ่มถือบางสิ่งที่อยู่ในมือยกขึ้นมามันคือขลุ่ยหยกประจำตัวของเขา เขาค่อยๆ เป่าบรรเลงเพลงจากขลุ่ย เสียงของเพลงที่มาจากขลุ่ยนั้นช่างไพเราะเสนาะหู เพลงที่บ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่ใครสักคนนึง มันช่างมีทั้งความรู้สึกเศร้าและความรู้สึกปิติยินดี ท่วงทำนองของบทเพลงนั้น หากใครได้ฟังแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลินจิตใจราวกับว่าคนที่ฟังเพลงนั้นได้อยู่ในห้วงของความคิดถึง สีหน้าของชายหนุ่มที่บรรเลงเพลงในตอนนี้บ่งบอกถึงความเ็ปของจิตใจปนกับความดีใจเมื่อเขาได้สมปรารถนา เสียงเป่าขลุ่ยนั้นดังไปจนถึงห้องที่ซิ่วอิงนอนอยู่ หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาเธอนั่งอยู่บนเตียงแล้วสังเกตว่าในห้องที่เธอนอนอยู่นั้นไม่มีใครเลยนอกจากเธอ
“เอ๊ะเสียงเพลงที่ไหนกัน เสียงเพลงจากขลุ่ยงั้นหรอ? สมัยนี้แล้วใครมาเป่าขลุ่ยกัน" หญิงสาวนั่งคิดและได้สติอยู่สักครู่ นึกอะไรบางอย่างออก
“จริงสิ ฉันมาอยู่ในยุคก่อน มันก็ต้องมีเสียงขลุ่ยเป็ธรรมดาสินะ ใครเป็คนเป่ากันล่ะ เช้าขนาดนี้มานั่งเป่าขลุ่ยมันรบกวนเวลานอนของคนอื่นเขานะเนี่ย" หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้าต่าง เธอเปิดบานหน้าต่างของห้องออก พยายามฟังว่าต้นเสียงของนั้นมาจากทางทิศไหน หญิงสาวค่อยๆ เดินออกไปตามเสียงขลุ่ย เธอเดินมาถึงศาลาแดงกลางสระน้ำของตระกูลหยาง เห็นชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้เธอแล้วบรรเลงเพลงขลุ่ยอย่างไพเราะเพราะพริ้ง ทำเอาหญิงสาวเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะหนึ่ง
“เขาเป็ใครกันทำไมเสียงขลุ่ยที่เขาเป่า ถึงได้ไพเราะขนาดนี้ล่ะ ทำเอาฉันฟังแล้วใจละลายเลย ” หญิงสาวคิดในใจแต่คนที่เป่าขลุ่ยนั้น รู้สึกเหมือนมีสายตาคนหนึ่งจับจ้องมาทางเขา เสียงบรรเลงขลุ่ยนั้นได้หยุดลง ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนว่ามีใครกำลังมองอยู่ด้านหลัง เขาก็ให้หันกลับมาและคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขานั้นคือซิ่วอิงนั่นเอง หญิงสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงบรรเลงขลุ่ยของชายหนุ่มนั้น เธอกำลังรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มว่าบรรเลงเพลงได้เพราะจับใจและอยากจะเห็นหน้าชายคนที่กำลังเป่าขลุ่ยนั้น แต่เมื่อชายหนุ่มหันมาทางหญิงสาวดวงตาของหญิงสาวก็เบิกกว้างกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
“เอ๊ะนี่ท่าน ?” หญิงสาวสะดุ้งพร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าของชายหนุ่ม
“ท่านเป็คนเป่าขลุ่ยเองหรอ” นางถามบุรุษผู้นั้นทันที
“ใช่ข้าเป็คนเป่า แล้วเหตุใดเ้าจึงออกมาจากห้อง” บุรุษผู้นั้นถามนางด้วยความสงสัย เพราะเมื่อวานนางเพิ่งหมดสติไปจะออกมาเดินเหินอย่างคนปกติไม่ได้
“ก็ข้าไม่เป็อะไร” นางตอบบุรุษผู้นั้น
“อวดเก่ง เมื่อวานยังเป็ลมล้มไปอยู่เลย ตอนนี้เ้าจะมาบอกว่าไม่เป็อะไรอย่างนั้นหรอ” บุรุษผู้นั้นถามด้วยความสงสัย
“ข้าเป็ลมแล้วไง ตอนนี้ข้าหายแล้ว” หญิงสาวก็แสดงท่าทีเฉไฉหันหน้ามองไปยังทิศทางอื่น
“เ้ามีอะไรกับข้า?" บุรุษผู้นั้นถามนางด้วยความสงสัย
“ข้าไม่ได้มีอะไรกับท่าน ข้าแค่ได้ยินเสียงขลุ่ยเลยเดินตามเสียงมาก็เท่านั้น” นางตอบ
“นี่เ้าหลงไหลในเสียงขลุ่ยของข้างั้นเหรอ?” เขาถามนางพร้อมกับยิ้มหัวเราะให้นาง
“ข้าไม่ได้หลงไหลในเสียงขลุ่ยของท่าน”
“งั้นเมื่อกี้ทำไมเ้าถึงตกตะลึงตอนที่เห็นข้าเป่าขลุ่ยล่ะ”
“ข้า…ข้าไม่นึกว่าคนอย่างท่านจะสามารถเป่าขลุ่ยได้” นางพูดพร้อมกับยิ้มเยาะใส่เขา
“เ้าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงซิ่วอิง” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเดินเข้าหาหญิงสาวทันที
“นี่ท่านจะทำอะไรน่ะ" ซิ่วอิงรีบเดินถอยหลังเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาหาเธอ เธอก้าวถอยหลังด้วยความรวดเร็ว แต่แล้วหญิงสาวกับสะดุดขาตัวเองแล้วตกลงไปในสระน้ำ
ตูม!! เสียงของหญิงสาวตกน้ำทำให้ชายหนุ่มที่เดินเข้าหาซิ่วอิงนั้นถึงกับใ แต่เขาก็คิดว่าคนอย่างซิ่วอิงนั้นปากคอเราะร้ายขนาดนี้ คงจะไม่เป็อะไรกับอีแค่ตกลงไปในน้ำ
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!” เสียงของหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือ แต่ชายที่อยู่ตรงนั้นกลับไม่รู้สึกว่าหญิงสาวขอความช่วยเหลือจริงๆ
“ดี ตกน้ำอย่างนั้นซะได้ยิ่งดี เ้าคิดหรอว่าการแสดงของเ้าจะทำให้ข้าหลงกลเ้า ข้าไม่มีวันช่วยเ้าหรอกซิ่วอิง ข้าอยากจะรู้นักว่าเ้าจะเล่นละครตบตาข้าได้นานอีกแค่ไหน” ชายหนุ่มยืนกอดอกมองยิ้มเยาะหญิงสาวที่เอามือตะเกียกตะกายน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือ เขาคิดว่าหญิงสาวคงหยอกแกล้งเขาตามนิสัย
“หยางเฟยหลง ช่วยข้าด้วย ข้าว่ายน้ำไม่เป็” หญิงสาวยังคงร้องขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่ม เธอตะเกียกตะกายแล้วเอามือตีน้ำเพื่อพยุงตัวเองให้ลอยขึ้น แต่เพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็จึงไม่สามารถประคองตัวเองให้ลอยบนผิวน้ำได้ หญิงสาวค่อยๆจมลงไปอย่างช้าๆ เธอเริ่มหายใจไม่ออก ในที่สุดเธอก็จมลงไปในน้ำทันที เฟยหลง คิดว่าหญิงสาวคงจะหยอกแกล้งเขาอยู่ จึงไม่ได้สนใจอะไร แต่ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าการกลั่นแกล้งของหญิงสาวมันนานเกินไป ซิ่วอิงจมลงไปในน้ำแล้วยังไม่ยอมโผล่ขึ้นมาชายหนุ่มนึกเอะใจ
“หรือว่านางจะว่ายน้ำไม่เป็จริงๆ?” ชายหนุ่มพูดด้วยหน้าตาคิ้วขมวด เขารีบะโลงน้ำไปเพื่อช่วยหญิงสาวทันที ชายหนุ่มดำลงไปในน้ำที่เย็นแสนเย็น สายตาพยายามมองหาหญิงสาวที่อยู่ในน้ำ ชายหนุ่มโผล่ขึ้นมาจากน้ำครั้งแรกและมองหาหญิงสาวโดยรอบ
“ลู่ซิ่วอิง เ้าอยู่ไหน?” ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวพร้อมกับดำลงน้ำอีกครั้ง ความรู้สึกของชายหนุ่มรู้สึกผิด เพราะคิดว่าหญิงสาวคงล้อเล่นกับเขา ชายหนุ่มพยายามว่ายน้ำดำลงไปให้ลึกยิ่งกว่าเก่าเพื่อหาหญิงสาวให้พบ สายตาของเขาเห็นชายผ้าของหญิงสาวลอยขึ้นมา ชายหนุ่มคิดว่าหญิงสาวนั้นคงจะจมไปลึกกว่านี้เขารีบดำลงไปให้ลึกกว่า เดิมสุดท้ายเขาก็เจอหญิงสาวที่จมน้ำอยู่ ชายหนุ่มรีบคว้าตัวหญิงสาวขึ้นมาทันทีและรีบพาเธอขึ้นจากน้ำ เขาพาหญิงสาวคนนั้นขึ้นมาแล้ว เขาพาหญิงสาวขึ้นมานอนอยู่ตรงสะพาน ชายหนุ่มมองดูที่หน้าหญิงสาวอีกครั้ง เอามือตบหน้าหญิงสาวเบาๆเพื่อให้เธอได้สติ
“ลู่ซิ่วอิง เ้าฟื้นสิ ลู่ซิ่งอิง” ชายหนุ่มพยายามเรียกชื่อหญิงสาว แต่หญิงสาวก็ไม่ตื่น เขาตัดสินใจที่จะทำการช่วยชีวิตหญิงสาว ชายหนุ่มกำลังก้มจูบปากหญิงสาวเพื่อทำการผายปอดให้นาง ในขณะที่เขากำลังก้มหน้าเข้าหาเธอปากของเขากำลังประกบปากของหญิงสาว ทันใดนั้นซิ่วอิงก็ได้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับสำลักน้ำออกมาจากปาก หญิงสาวมองหน้าคนที่อยู่ตรงหน้า เธอมีอาการใด้วยสัญชาตญาณของเธอแล้ว เธอไม่รีรอที่จะถามชายหนุ่ม หญิงสาวรีบผลักชายคนนั้นออกจากตัวเธอทันที
“นี่เ้า!! หยางเฟยหลง เ้ากำลังจะทำอะไรข้า” ซิ่วอิงรีบลุกขึ้นทันทีหลังจากที่ได้สติ