ณ หมู่บ้านนาริตะ เวลา 07:40 นาฬิกา
08/10/xx
"เฮ้อ..."
"นี่...เป็อะไรไป? เห็นถอนหายใจตั้งนานแล้วนะ (-_-) "
"อืม...เมื่อคืนฝันร้ายนิดหน่อยนะ" ผมพูดขณะนึกถึงฝันเมื่อคืนอย่างสงสัยพลางเดินไปโรงเรียนกับโทคิยะเช่นเคย มันเป็ความฝันเลวร้ายที่สุดที่ผมไม่อยากนึกถึงเลยแต่ก็ไม่สามารถสลัดออกจากหัวได้ มันรู้สึกสมจริงมากจนคิดว่าเขาตายแล้วจริงๆแต่โทคิยะตอนนี้ก็ไม่ได้เป็อะไร นี่เรา...เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า สงสัยต้องหาเวลาไปพักผ่อนบ้างแล้วแหละ
"นายฝันร้ายเหรอ! ฝันว่าไรอะ?"
"เกี่ยวกับนายนั่นแหละ"
"ฮะ!? นี่นายฝันถึงฉันด้วยเหรอ?! คิดอะไรอยู่ปะเนี่ย~"
"จะบ้าเหรอ! ฝันร้ายนะมันจะคิดอะไรได้ (-*-) " เ้าโทคิยะเล่นไม่ดูเวลาเล๊ย ถ้าเกิดฝันนั่นเป็ลางบอกเหตุอะไรสักอย่างคงไม่ตลกแบบนี้แน่นอน อย่าให้ถึงคราวนั้นเลยนะ
"ล้อเล่นๆ ไม่อยากให้นายทำหน้าอมทุกข์นี่นา"
"ขอบใจ ฉันไม่เป็ไรแล้วละ ยังไงมันก็แค่ฝันเนอะ" ผมพยายามคิดเข้าข้างตัวเองขณะเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของโทคิยะอย่างรู้สึกกังวล มันก็แค่ฝัน อย่าคิดอะไรมากกว่านั้น มันไม่มีอะไรจริงๆหรอก ความคิดชวนน่าอึดอัดกลับตีกันจนเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา อา...ไม่เอาสิ เลิกกังวลเกินเหตุได้แล้ว มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย
"รีบไปเหอะเดี๋ยวสายนะ!" โทคิยะะโเสียงดังก่อนจับแขนผมวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันเข้าเรียนตามเวลา เพราะไม่อยากนำเื่ความฝันนั้นมาใส่ใจผมจึงพยายามสลัดความคิดพวกนั้นและออกแรงวิ่งอย่างไวเพื่อระบายความอัดอั้นออกมา จนสามารถนำหน้าโทคิยะไปถึงหน้าประตูโรงเรียนโดยที่เ้าตัวทำหน้าเป็ตูดอีกตามเคย
"แอ่ก...แอ่ก...ขี้โกง"
"หืม?" แต่แล้วจู่ๆก็รู้สึกตะหงิดใจกับคำพูดของเขาขึ้นมาทันที ในฝันตอนนั้นพวกเราก็วิ่งมาที่โรงเรียนแบบนี้เหมือนกันและประโยคที่เขาพูดก็ประโยคเดิมเช่นกัน หรือแค่บังเอิญ?
"คาเสะเป็อะไรไป? รีบขึ้นห้องเหอะ"
"อืม รู้แล้ว" ไม่เอาน่า อย่าเอาฝันนั้นมาคิดอีกนะ เอามันออกจากหัวไปซะ!
"นายวิ่งไวชะมัด ทำไมไม่ลงแข่งกีฬาสีละ?"
"ฉันไม่ชอบแข่งนะสิ นายไม่เห็นคาบพละหรือไง พวกห้องBมองฉันใหญ่เลย" ห้องของพวกเราคือห้องC เป็ห้องที่ไม่ได้เด่นอะไรเมื่อเทียบกับห้องAและB นั้นทำให้เวลามีใครสักคนเด่นขึ้นมาก็มักจะโดนเขม็งจากห้องอื่นเสมอ ผมที่ไม่ชอบมีเื่กับใครเลยขออยู่เงียบๆดีกว่า
"เหอะ นายขี้กลัวชะมัด ถ้าเป็ฉันละก็จะโชว์ให้เด่นจนพวกนั้นหน้าเสียไปเลย~"
"ก็นั่นมันนายนี่นา (-*-) " โทคิยะเป็คนกล้าแสดงออก แต่เขาไม่เด่นอะไรสักอย่างทำให้เวลาโชว์ไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่ ถึงจะน่าสงสารแต่เขาก็พยายามเต็มที่นะ
"คิดว่าอาจารย์มายัง?"
"น่าจะมาแล้วแหละ" พวกเรามาหยุดอยู่หน้าห้องเรียนในทันทีโดยที่โทคิยะเป็คนเปิดประตูส่วนผมเดินตามเข้าไปติดๆทำให้ทุกคนในห้องรวมถึงอาจารย์ไอดะหันมามองเป็สายตาเดียวกัน
"คาเสะ โทคิยะ พวกเธอเกือบสายนะ (^^) "
"ขอโทษครับ/...." ผมหยุดฝีเท้าฉับพลันขณะค่อยๆหันไปมองหน้าอาจารย์ไอดะหลังได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมา ทำไมอาจารย์พูดเหมือนในฝันเลยละ มันไม่ควรเป็แบบนี้สิ อะไรกันไม่เข้าใจเลย
"คาเสะมีอะไรหรือเปล่า?" อาจารย์ไอดะเห็นผมยังไม่นั่งสักทีจึงถามออกมา แต่เพราะไม่กล้าเล่าเื่ความฝันให้ฟังจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะตอบกลับไป
"ไม่มีอะไรครับ" ผมเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองก่อนจะหันไปมองโทคิยะที่กำลังมองมาทางผมเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา เมื่อเขาเห็นผมหันมาพอดีจึงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆพลางกระซิบให้ได้ยินสองคน
"คาเสะ พรุ่งนี้ว่างมั้ย?"
"จะชวนเล่นเกมงั้นเหรอ?"
"เฮ้ย! รู้ได้ไงเนี่ย ใช่ๆไปมั้ยๆ (^^) "
"อะแฮ่ม! (- -) "
" (0x0) " โทคิยะเงียบปากทันทีหลังเห็นอาจารย์มองค้อนพร้อมทำเสียงดุใส่หลังจากที่เขาเผลอพูดเสียงดังออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งเพื่อนๆของผม อาจารย์ ครอบครัวล้วนปกติทุกอย่างยกเว้นผม สิ่งที่เจอมันเหมือนในฝันจริงๆจนไม่กล้าคิดไปไกลมากกว่านี้ ถึงคำพูดจะดูเปลี่ยนไปแต่ทุกอย่างคล้ายในฝันเลย
"เฮ้อ...อะไรกันเนี่ย" ผมยีหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจขณะตั้งใจฟังอาจารย์ไอดะสอนไปด้วย ต้องรอดูต่อไปว่าเหตุการณ์มันจะเหมือนอีกหรือเปล่า และถ้าเหมือนอีกละก็...ต้องไม่ใช่เื่บังเอิญแน่ๆ
.
.
ณ โรงอาหารใต้ตึกเรียน เวลา 12:21 นาฬิกา
"เฮ้อ~ทำไมวันนี้ไม่มีเบอร์เกอร์นะ (T.T) " โทคิยะเดินไหล่ตกกลับมาพร้อมข้าวปั้นสองก้อนในมือ ผมรับมาอย่างเงียบๆก่อนจะเลื่อนกล่องนมเปรี้ยวให้เขาตรงหน้าแทน
"ถ้ามาเร็วไวนี้น่าจะซื้อทันนะ อาจารย์นะอาจารย์ใช้งานหนักไปแล้ว!" โทคิยะบ่นอุบอิบพร้อมกินข้าวปั้นไปด้วยความเอร็ดอร่อย ใช่ เขาโดนอาจารย์ยกหนังสือคนเดียวไปไว้ที่ห้องพักครู
เหมือนในฝัน
"โทคิยะ คือว่า--"
"ไง (^^) "
"อ่าว! พี่ริว /...." ขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากพูดเื่ความฝันเมื่อวานให้โทคิยะฟังแต่ดันมีคนอื่นมาขัดจังหวะซะก่อน ผมจึงหันไปมองใบหน้าพี่ริวจิตาปริบๆหลังได้ยินเสียงเขาทักจากด้านหลัง แม้แต่คำพูดและท่าทางของพี่ริวจิก็เหมือนในฝัน นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญแล้ว
"คาเสะ ไม่เห็นทักทายพี่เลย"
"อะ! ขอโทษครับ พอดีผมคิดอะไรนิดหน่อย"
"คิดมากระวังแก่เอานะ (^^) " พี่ริวจิใช้นิ้วจิ้มหน้าผากของผมเบาๆอย่างหยอกล้อ มือของเขาเย็นเจี๊ยบทำให้สะดุ้งเล็กน้อยตอนที่โดนัั แสดงว่าเมื่อกี้เขาถือของเย็นๆอยู่แน่เลย
"พี่ไปซื้อน้ำมาเหรอครับ?"
"รู้ได้ไงเนี่ย! พี่อุตส่าห์แอบไว้แล้วนะ" เขาหยิบขวดน้ำที่เหน็บข้างตัวออกมาโชว์ให้เห็น ผมจึงได้แต่มองมันนิ่งๆพร้อมคิดบางอย่างในหัวไปด้วย ถึงบางอย่างจะมีจุดเปลี่ยนบ้างแต่ทุกเหตุการณ์คล้ายในฝันหมดเลย หรือจริงๆแล้วเรากำลังฝันอยู่? หืม...มันจะเป็แบบนั้นได้ไง
"ซื้อให้ใครอะ? แฟนเหรอ~"
"อาจารย์ต่างหาก"
"โถ่...นึกว่ามีแฟนแล้ว ถ้าผมรู้ว่าพี่มีแฟนผมจะไปบอกแม่พี่!"
"ฉันโสด ไม่มีใครอยู่แล้ว" พวกเขาคุยกันอย่างสนิทสนมซึ่งผมควรเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยแต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ทำแบบนั้น ผมมองพวกเขานิ่งๆพลางเหลือบมองพี่ริวจิอย่างเป็กังวล ถ้าจำไม่ผิดครั้งต่อไปเขาต้องถามเกี่ยวกับขนมแน่ๆ
"คาเสะ ขนมโมจิที่ให้ไปอร่อยมั้ย?"
"อะ อร่อยครับ" นี่ไง! เขาพูดเหมือนในฝันเป๊ะ ฝันนั้นคืออะไรกันแน่ ทำไมมันเหมือนกันขนาดนี้
"งั้นเหรอ ไว้วันหลังจะเอาไปฝากอีกนะ"
"เชอะ! ฝากแต่บ้านคาเสะไม่เห็น--"
"ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ"
"ได้สิ / รีบไปรีบมานะ" พวกเขาหันมามองด้วยความสงสัยหลังเห็นผมลุกขึ้นพรวดพราดเดินไปทางห้องน้ำอย่างฉุนเฉียว ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ตอนนี้ผมกำลังฝันซ้อนฝันหรือเปล่า? ทำไมมันถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้ละ
ซ่า~~
คาเสะเปิดก๊อกน้ำอย่างแรงเพื่อล้างหน้าล้างตาเผื่อจะตื่นจากความฝัน ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกพร้อมตบผิวหน้าเบาๆเพื่อเรียกสติ
"อา..เจ็บชะมัด"
ความเ็ปจากข้างแก้มทำให้เขาตื่นตัวขณะคิดทบทวนความทรงจำของตัวเอง เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือเื่จริงไม่ใช่ฝันแต่...เื่ในฝันคือเื่จริงหรือเปล่า...
"คาเสะ"
"หึ่ย! พี่ริวจิ ใหมดเลย" ผมสะดุ้งเล็กน้อยหลังได้ยินเสียงพี่ริวจิเรียกจากด้านหลัง เขาเข้ามายืนด้านหลังของผมพร้อมมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พี่ริวจิมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลย
"เห็นโทคิยะบอกนายฝันร้าย เป็อะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ยังไงฝันก็เป็แค่ฝันจริงมั้ย?"
"อืม แต่หน้านายดูกังวลอยู่เลยนะ"
"ผมไม่เป็อะไรจริงๆครับ ขอบคุณนะครับที่เป็ห่วง (^^) " ผมฉีกยิ้มบางๆให้พี่ริวจิอย่างอ่อนโยนหลังถูกถามเื่ความฝันเมื่อคืน ขืนเล่าตอนนี้คงโดนหาว่าบ้าแน่ๆ ก่อนอื่นต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าฝันนั้นคืออะไรแล้วค่อยปรึกษากับใครสักคนเพื่อจัดการเื่นี้ให้เสร็จ ดังนั้นต้องหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนรู้จักด้วยเพื่อไม่ให้พวกเขากังวลเกินไป
"นายโอเคก็ดีแล้ว (^^) "
"แหะๆ แล้วพี่ไม่เอาน้ำไปให้อาจารย์เหรอครับ?"
"อะ! ลืมสนิทเลย งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ" พี่ริวจิเดินออกจากห้องน้ำไปทันทีหลังนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เอาน้ำไปให้อาจารย์ ผมเลยรีบเช็ดหน้าให้เรียบร้อยและเดินไปหาโทคิยะที่นั่งกินข้าวปั้นอย่างเบื่อหน่ายจึงอดขำไม่ได้กับท่าทางของเขา
"หน้าเบื่อโลกมากเลยนะ (^^) "
"ช้าชะมัด ฉันเหงาจะตายอยู่แล้ว (-3-) "
"อย่าบ่นให้มาก รีบกินเหอะ" ผมรีบกินข้าวปั้นอย่างไวก่อนจะเดินขึ้นห้องเรียนอีกครั้งขณะคิดถึงความฝันเมื่อตอนนั้นวนเวียนอยู่ในหัว อยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆจัง อยากรู้ว่ามันจะเหมือนกันอีกไหม แล้วถ้าเหมือน...จะเอายังไงต่อดี
.
.
หลังเลิกเรียน เวลา 16:02 นาฬิกา
"นี่...ไม่รีบกลับบ้านไปหน่อยเหรอ?" โทคิยะบ่นอุบอิบหลังโดนผมลากออกจากโรงเรียนอย่างรวดเร็วโดยเมินเฉยต่อคำชวนไปเล่นเกม ก็ไม่ได้อยากจะลากออกมาหรอกแต่อยากรู้ว่ามันจะเหมือนในฝันหรือเปล่าแค่นั้นเอง
"อยากรีบกลับบ้านนะ ไม่ดีเหรอ?"
"แต่ฉันอยากเล่นเกมก่อนนี่นา"
"เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เล่นแล้วนี่"
"เล่นกับเพื่อนในห้องมันสนุกกว่าเยอะเลยนะ แล้วก็นายนะเวลา..." ผมไม่ได้ฟังที่โทคิยะพูดเลยสักนิดเพราะในใจตอนนี้อยากรู้แทบแย่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ไม่เหมือนในฝันเลยนะ
"แล้วเจอกันนะ" เมื่อมาถึงบ้านของผมโทคิยะเลยโบกมือลาก่อนจะเดินหายไปตามทางเดิน ผมจึงรีบเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดก่อนจะลงมาหาแม่ที่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่พร้อมพูดออกมา
"แม่ มีของให้โทคิยะหรือเปล่า?"
"เออแม่ลืมสนิทเลย แม่ซื้อเค้กมาให้เอาไปฝากเขาหน่อยสิลูก"
"ได้ครับ" ผมรับมันมาอย่างเงียบๆพร้อมเดินไปใส่รองเท้าและออกจากบ้านไปอย่างไม่โต้แย้ง ระหว่างทางก็เจอเด็กๆที่กำลังเดินกลับบ้านเช่นเคยและจังหวะนั้นเอง...
"เดี๋ยวผมไปเอามาให้ครับ!" ก็ได้ยินเสียงะโของโทคิยะดังมาแต่ไกล ก่อนจะเดินออกจากบ้านมาก็เห็นผมเดินมาพอดี
"อ่าว! คาเสะมีอะไรเหรอ?"
"เอ่อ...แม่เอาเค้กมาฝากนะ" ผมชูกล่องเค้กให้คาเสะดูทำให้เขามองมันอย่างสนใจก่อนจะฉีกยิ้มออกมา
"โอ้ว!!เค้กเหรอ น่ากินจัง~ (^0^) "
"งั้นเอาไปกินเลยสิ"
"รอก่อน เดี๋ยวฉันเอาของให้พ่อแปบนึง" เขาเดินย้อนเข้าไปในตึกที่เห็นในฝัน ความมืดจากภายในอาคารทำให้ผมใจคอไม่ดีจึงเดินตามเขาไปด้วยความเป็กังวล
"ไม่เข้าไปก่อนละ?"
"ฉันจะรอนายด้วย เกิดพ่อนายกินหมดก่อนทำไงละ"
"จริงด้วย! งั้นรอแปบนึงนะ" เขาเข้าไปในตึกร้างนั้นก่อนจะรื้อหาอะไรบ้างอย่างเสียงดังก๊อกแก๊ก ผมพยายามมองรอบๆตัวเพื่อดูว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ ไม่มี ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีใครเข้ามาใกล้ที่นี่นอกจากพวกเรา ที่นี่เงียบมาก เงียบเกินไปจริงๆ
"เจอละ เข้าบ้านกันเถอะ" โทคิยะถือปะแจติดมือมาด้วยอันหนึ่งพร้อมจับมือผมเข้าบ้านมาด้วยกัน พ่อเขาทำงานก่อสร้างส่วนแม่เป็ช่างเย็บผ้า ถึงพวกเขาจะไม่ร่ำรวยแต่ก็เป็ครอบครัวที่อบอุ่นดี ตึกร้างที่อยู่ข้างๆก็เป็ตึกสำหรับเก็บอุปกรณ์ของพ่อโทคิยะ เลยไม่แปลกใจที่เขาจะคุ้นชินกับที่นี่
"ขอบคุณสำหรับเค้กนะจ้ะ ฝากบอกคิดถึงคางุยะด้วยละ"
"ได้ครับคุณน้า"
"เจอกันพรุ่งนี้ที่โรงเรียนนะ~"
"เจอกัน" ผมโบกมือลาพวกเขาพร้อมเดินกลับบ้านอย่างสบายใจหลังพิสูจน์ได้ว่าไม่มีภัยอันตรายเกิดขึ้นกับโทคิยะ อย่างน้อยฝันนั้นก็ไม่ใช่เื่จริงสินะ
ผมคิดแบบนั้นจนกระทั่งวันต่อมา...
.
.
เวลา 06:21 นาฬิกา
09/10/xx
'เมื่อคืนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่หมู่บ้านนาริตะ มีโจรใจโหดบุกขึ้นบ้านของชาวบ้านและได้ลงมือทำร้ายเด็กคนหนึ่งที่กำลังหลับอยู่บนบ้านจนเสียชีวิต เ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็ฝีมือคนนอกหมู่บ้าน...' เสียงวิทยุดังขึ้นมาจากข้างล่างพร้อมเสียงแม่ที่กำลังคุยกับใครบางคน ผมแอบลงไปดูก็พบแม่ของโทคิยะนั่งร้องไห้กับแม่ผมอย่างน่าสงสาร เธอนั่งร้องไห้โดยมีแม่ของผมโอบกอดร่างเปราะบางของเธออย่างเป็ห่วง ผมเบิกตากว้างทันทีก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเหวและ...
กริ๊ง~~~
"..."
ผมตื่นขึ้นมาบนที่นอนของตัวเองอีกครั้ง
.
.
.
Dead 2
.
.
.
ถ้าชอบอย่าลืมกดใจ???? กดเข้าชั้น????และคอมเม้น????ส่งกำลังใจให้ด้วยนะคะ ทุกคอมเม้นของทุกคนเป็แรงผลักดันให้ไรท์มีแรงใจแต่งต่อไป ขอขอบคุณค่ะ ????