ก่อนว่ายเปียวแสร้งชักสีหน้า ทะเล้น เปลี่ยนบรรยากาศที่กระอักกระอ่วนภายในถ้ำ มีแรงกดดัน ลง
“ข้าจะไม่ถาม เ้าไปได้ สมบัติของล้ำค่า วิชาอะไรมาแล้วกัน หลินเอ๋อร์…แต่รู้สึกว่า แสงสีปราณพลังรอบตัวเ้าเปลี่ยนไปมากกว่าแต่ก่อน เลยล่ะ”
“จะว่าอย่างไรดี เหมือนเ้าไม่เหมือนพวกเรา อีกต่อไปแล้ว”
“เ้า! เ้า!” หลินเอ๋อร์ แทบเกือบสะดุ้งตัวโหยง คล้ายความลับของนาง ถูกว่ายเปียว มองเห็น ทะลุปรุโปร่ง พร้อมนางใไม่น้อยที่ถามย้ำว่ายเปียว ขอทาน ที่นางแทบไม่คิดชายตามอง
“เ้าหนูขอทาน เ้าบอกเ้ามองเห็นแสงปราณพลังในร่างข้างั้นหรือ?”
ว่ายเปียว ทำท่าใ ที่เห็นอีกฝ่าย คลานเข้ามาใกล้ จ้องตาเขม็งแล้ว “อ่า เอ่อ ทุกคนก็มองเห็นแสงปราณพลัง ที่ปรากฏอยู่ทั่วอากาศ เหมือนกัน ไม่ใช่หรอกหรือ?”
“เ้าโง่ มันจะเป็แบบนั้นไปได้อย่างไรเล่า ปราณพลังสีสัน ต่างๆ ตามสภาพอากาศ แม้แต่ข้าหรือคนปกติทั่วไป ก็ไม่เห็นมันหรอกนะ” พร้อมมือหลินเอ๋อร์ เย็นเฉียบ จับหมับไปที่หัวว่ายเปียวแน่น
ซึ่งปราณพลัง และพลังงาน ต่างๆ มีอยู่ทั่วอากาศ พวกเขารับรู้ได้เพียงจิตภาพ สร้างมันขึ้นมาในหัวเท่านั้น หากไม่เกิดสภาวะควบรวม หนาแน่น เข้มข้นของพลัง พวกเขาไม่มีทางมองเห็นแสงสีสัน ปราณพลังอย่างชัดเจนได้
ขณะพุ่งจ้องตา เข้าไปภายในดวงตาของว่ายเปียว หลินเอ๋อร์จะทำหน้าคิด ‘หรือว่าเ้าขอทาน จะมีดวงตา มองเห็นแสงสรรพสิ่ง ในตำนานกัน’
ว่ายเปียว ที่เหมือนจะถูกหลินเอ๋อร์ เผยดวงตาม่วงคู่คม เข้าสิงร่างอยู่แล้ว
เขาแสร้งเฉไฉ กระแอมไอเล็กๆ “หากเ้าถูกใจข้า ก็เป็เื่แล้วไง…หลินเอ๋อร์”
“พอดีข้าไม่ใช่คนใจง่ายแบบนั้นเสียด้วยซิ สาวที่ข้าเลือกตอนนี้ มีมากมาย หากเ้า้ามาเป็ภรรยา ก็ต้องไปรอต่อแถว ด้านหลังแล้วล่ะ”
หลินเอ๋อร์ เปล่งแสงในตาม่วงตรวจดู ยังต้องพ่นวาจา สบถร้ายกาจขึ้นมา “ถุยๆ ใช่ที่ไหน เ้าอย่ามาสำคัญตนเองผิดไป เ้าขอทาน งั่ง”
ที่เลิกมองว่ายเปียว ถลึงตา มีอายสังหาร ขึ้นมา เล็กๆ แล้ว
ว่ายเปียว ลอบส่ายหัว ที่เห็นหลินเอ๋อร์ มีความเคอะเขิน ปนความดุร้าย เขาจะรู้คนธรรมดา ไม่มีทางเห็นแสงปราณพลังนั้นได้ ข้อนี้ ทำให้เขาใไม่น้อย
ครั้นเอ่ยถึงตอน ปู้หาญซาน อัดเขา แล้วดวงตา ถูกปลุกตื่นขึ้นมา “คงจะเป็ตอนนั้น…ข้าถูก เ้าหมาตัวใหญ่อัด โจมตีข้าสะบักสะบอม บางทีปราณพลังของข้า…คงคลั่งค้างอยู่ที่เส้นประสาทดวงตา เสียหาย กระมัง? ถึงได้กลายสภาพเช่นนี้”
หลินเอ๋อร์ ได้ยินคำพูด ลอยๆ นางแทบหมดคำจะพูด ประหนึ่งว่ายเปียว อยากให้นางไปลองโดนอัดดูบ้าง สักทีสองที ก็อาจได้ผลที่น่าพึงพอใจ “เ้านี่ ช่างประหลาดคน เสียจริง ชิ!”
ครั้นหลินเอ๋อร์ ขยี้หัว ว่ายเปียวเล่นเหมือนลิงหยอกไก่
หญิงสาวในวัย16-17ปี ย่อมโตเร็วกว่าบุรุษเพศอย่างว่ายเปียวตอนนี้ ที่อายุยังไม่ถึง16ปี อย่างแน่นอน
ว่ายเปียว รีบปัดมือนางออก อย่างเร็ว “ข้าจะถือว่าเป็คำชม ของเ้าแล้วกัน หลินเอ๋อร์”
“เอาล่ะ เรามาเข้าเื่สำคัญกันดีกว่า ข้าจะพาเ้าออกไปจากสำนักมารบูรพาเอง”
“เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?” เมื่อว่ายเปียวมองจากสภาพของ หลินเอ๋อร์ตอนนี้ หากรอให้รักษาตัว ครบสมบูรณ์ คงน่าจะถูกค้นหา จนเจอที่นี่แน่
หลินเอ๋อร์ เผยดวงตาคู่คม แทบอยากขอบคุณ ว่ายเปียว ขึ้นมาแล้วที่ทำตาใสปิ๊ง ทอประกาย “เ้าเอาจริงหรือ เ้าขอทานตัวเหม็น?”
“ข้าก็เอาจริงนะซิ! แล้วอีกอย่าง ช่วยพูดกับคนช่วยชีวิต ผู้มีพระคุณ ให้มันดีหน่อย”
ที่ว่ายเปียว หรี่ดวงตากดดันนางบ้าง เขาก็กล่าวต่อ “หลักๆ ข้าก็ทำเพื่อตัวข้าเองด้วย จะให้ใครมาเห็นที่ฝึกฝน ของข้าได้อย่างไรเล่า”
เ้าเต่าอยู่ในถ้ำ มันยังผงกศีรษะ งึกๆ รัวๆ อย่างเห็นด้วย ที่กำลังเร่งสะสมปิดขั้นพลัง
หลินเอ๋อร์ อยากตบหน้าว่ายเปียว สักฉาด จริงๆ กับความกวนโอย ของอีกฝ่าย จู่ๆ กล่าวเสียงจริงจังที่สุดเป็ครั้งแรกออกมา “ว่ายเปียว ขอเพียงเ้า พาข้าไปสุดทางเขตหมอกพิษของสำนักมารบูรพาได้ ข้าจะถือว่า ติดหนี้ น้ำใจเ้าครั้งใหญ่เชียว”
“อืมๆ” ว่ายเปียว ครั้นขอเวลาเตรียมตัว… เขาก็ย้อนกลับไปรับภารกิจโรงครัว ไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกต
แล้วพาหลินเอ๋อร์ แบกขี่ ขึ้นหลัง ลัดเลาะ มุมป่ามืดยามค่ำคืน ท้ายสำนัก ไปด้วยความทุลักทุเล ที่เด็กหญิงสาวบ่นอุบ เื่ว่ายเปียว จับโดนบั้นท้ายกลมนาง
“เ้าจับตรงไหนกัน หา! อย่าจับมั่วซั่วสิ!”
“ก็เ้าตัวโครตหนัก…แล้วมันใช่เวลามาบ่นใส่กันตอนนี้ไหมนี่” ขณะว่ายเปียวได้ยินเสียงฝีเท้าสัตว์อสูร ดังแว่ว ไล่ตามพวกเขา เข้ามาไม่ห่าง
ส่วนนี้หลินเอ๋อร์ เห็นความกังวลว่ายเปียว นางอดไม่ได้ ต้องแผ่แรงกดดันสายเื ไม่ธรรมดาของนางออกมา
ซึ่งมันจะทำให้สัตว์อสูร ภายในป่าท้ายสำนัก เข้าใกล้พวกเขา เผยความหวาดกลัว กันไม่น้อย ขณะพวกมันหลายตัวแยกเขี้ยว คำรามดุร้าย ขู่ในลำคอดังมาไม่ขาด
ว่ายเปียว เร่งเคลื่อนที่ด้วยพลัง ระดับขั้นขอบเขตที่4 ของขั้นก่อกำเนิด อย่างไม่เก็บออมความเร็ว…ไม่นานก็พาหลินเอ๋อร์ มาถึงสุดทางขอบหมอกพิษ เขตสิ้นสุดสำนัก ได้จริงๆ
ครั้นพวกเขารับรู้ถึงอันตราย จากกลุ่มพิษม่วง ที่แผ่กระจัดกระจาย เกาะกลุ่มกันอย่างหนาแน่น ไม่ใช่ อะไรพวกเขา ฝ่าออกไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
หลินเอ๋อร์ ที่เป่าเสียงนกหวีดกระดูกบางอย่าง เป็สัญญาณ…ขึ้น
นางจะหันมอง ว่ายเปียวอย่างจริงจัง “เ้าขอทาน มากับข้าเถอะ…” ที่หลินเอ๋อร์ ตั้งใจชวนยอมรับ ว่ายเปียว เป็คนน่าคบหา คนหนึ่งเชียว
ว่ายเปียว ส่ายหัวปฏิเสธทันที
เมื่อรู้ว่าทุกคนต่างก็มีเส้นทางเป็ของตน รวมถึงตัวของเขาเองด้วย อย่างไรหลินเอ๋อร์ นางไม่มีทางคุ้มครอง เขาได้ตลอดเวลา
จู่ๆ ว่ายเปียวจะคลี่ยิ้มทอประกาย ที่ลมวสันต์พัดโชย เส้นผมลอยระบำ ของเขาขึ้นมา “ข้าก็มีเส้นทางของข้า เ้าก็มีเส้นทางของเ้า…ส่วนนี้เองเ้าก็คงจะรู้ดีอยู่แก่ใจ หลินเอ๋อร์”
เด็กหญิงได้ยินน้ำเสียงแน่วแน่ ว่ายเปียว ไม่สมเป็คำพูดของขอทานตัวน้อย
โดยเฉพาะเป็รอยยิ้มอบอุ่นที่สุดในตอนท้ายของ คนไม่สลักสำคัญ แต่ไม่รู้ทำไมทำให้หัวใจนางเต้นแรงขึ้นมา อย่างบอกไม่ถูก
วูม! พร้อมทันใดนั้น เมฆหมอกพิษเปิดแหวก
ร่างผู้าุโยืนมือไพล่หลัง ไม่มีระลอกคลื่นพลังใดๆ ปรากฏ แต่กลับทำให้หมอกพิษหวาดกลัว เปิดแหวก เขาจะโค้งคำนับ ออก หาคุณหนูหลินเอ๋อร์ทันที
ด้านหลินเอ๋อร์ มองตาขอทานตรงหน้า ถามย้ำอีกครั้ง
เมื่อนางรู้ว่า หากจากกันคราวนี้ พวกเขาคงไม่มีโอกาส ได้พบเจอกันอีกแล้ว “เ้าแน่ใจแล้วงั้นหรือ ว่ายเปียวที่จะไม่ออกไปจากสำนักแห่งนี้?”
ขณะนางมองไปภายในป่าท้ายสำนัก คล้ายกำลังมีบางอย่างเคลื่อนที่ มาด้วยความรวดเร็ว
ว่ายเปียว ยิ้มหน้าทะเล้นกวนๆ ขึ้นมา “ไม่ต้องห่วง ผู้าุโเ่าั้ ไม่สนใจผู้น้อย ต้อยต่ำอย่างข้าหรอก หากเ้าคิดถึงข้าเมื่อใดก็มอง ลมวสันต์ที่พัดโชยเอาแล้วกัน”
ซึ่งคำพูดนั้น มันจะทำให้ผู้าุโ มารับหลินเอ๋อร์ เกิดความไม่พอใจ ที่ลอบมองว่ายเปียว เล็กๆ
หลินเอ๋อร์ มองจดจำขอทานผิวสองสีทนแดดทนลม ได้ขึ้นใจ
นางจะเอา แผ่นหยกเคลื่อนย้าย หยดเืบริสุทธิ์ ของนางลงไป ขับเคลื่อน
ปึง!
ที่ผู้าุโ พยายามจะห้ามปราม “คุณหนู…” แต่เหมือนว่า จะไม่สามารถ ขวางความตั้งใจ ของหลินเอ๋อร์ได้แล้ว
ซึ่งหยดเืบริสุทธิ์ สัตว์อสูรมีไม่ถึง5หยด ในร่างพวกเขา ไม่ต่างอะไรจากการ สูญเสียอายุขัย ออกไป ให้ขอทาน เมื่อนางกล่าวอธิบาย
“นี่เป็แผ่นป้ายหยก เคลื่อนย้ายทางไกล จะช่วยให้เ้าพ้นวิกฤต3ครั้ง แต่ต้องระวังพื้นที่นั้น จะต้องไม่ถูกกางเขตแดนปิดกั้น”
ว่ายเปียว มองแผ่นป้ายหยกเคลื่อนย้าย ลอยมาอยู่ในฝ่ามือ ยังรู้ถึงความวิเศษหายากไม่ธรรมดาของมัน…ที่มองส่งหลินเอ๋อร์ จากไป ก่อนหมอกพิษจะปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว
วูม!
เขาพลาง ดมกลิ่นเื จิ้งจอกาของหลินเอ๋อร์ จะบ่น พร้อมส่ายหัวน้อยๆ “ชิ คิดว่าข้าไม่รู้หรือไง หลินเอ๋อร์ เ้ามีสายเืสัตว์อสูร เข้มข้นเชียว แต่ก็เอาเถอะ…”
ขณะด้านหลินเอ๋อร์ กลายเป็ลูกแก้วแสง จากไปพร้อมผู้าุโ
ชายคนนั้นจะกล่าวขึ้นมา “คุณหนูแบบนี้จะดีแน่หรือ ที่มอบหยดเืบริสุทธิ์ พร้อมมอบแผ่นป้ายหยกเคลื่อนย้าย ไปให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้”
ซึ่งที่เขากังวลคือ หยดเืบริสุทธิ์ที่นาง้า ให้ช่วยขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้าย สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ทำลายร่างหลัก ของนางให้าเ็หนัก
หลินเอ๋อร์ ขมวดคิ้วไม่ค่อยพอใจคำพูดอีกฝ่าย “ข้ารู้เื่ที่ท่านกังวล แต่ไม่ต้องห่วงเขาเป็สหายของข้า…เราจะกลับดินแดนโลกมายา”
พร้อมลูกแก้วแสงลอยลับขอบฟ้า ไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครรู้ตัวตนของหลินเอ๋อร์ หายจากไปจากสำนักมารบูรพาั้แ่เมื่อใด…