ณ โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวห้องงานเลี้ยง
ห้องจัดเลี้ยง ชั้นที่ 20
ต่อ
หน้าจอ LED ั์ในฮอลล์หรูฉายภาพบรรยากาศงานเลี้ยงที่ดูชื่นมื่นแต่สำหรับเมญ่ามันคือลานปะาที่ซ่อนเร้นภายใต้อาภรณ์อันวิจิตรด้วยตาเปล่าเธอในชุดสูทบอดี้การ์ดหญิงที่แสนอึดอัดยืนอยู่ใต้เงาของบาร์โชว์น้ำตาแทบจะร่วงเมื่อเห็นเมญ่าตัวปลอมสองคนในชุดราตรีหรูหราประดับเพชรระยิบระยับเคียงข้างอเล็กซ์...ชุดที่ควรจะเป็ของเธอ
“มาดาม สังเกตที่คอผู้หญิงคนทางซ้าย”เสียงกระซิบของบาร์โชว์ดึงสติเธอกลับมา เขาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชนกันเพื่อบังร่างเธอให้มิดชิดที่สุด
เมญ่าหรี่ตามองตาม...และนั่นเองที่ทำให้เธอตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปบนเครื่องประดับมุกสีนวลมีอัคคีมรณะสีแดงฉานที่สั่นระริกประหนึ่งเข็มพิษที่พร้อมจะปลิดชีพสั่นไหวอยู่และเมื่อมองไปที่อเล็กซ์ หัวใจเธอแทบจะหยุดเต้นบนอกและลำคอของเขามีจุดแสงมรณะนั้นถึง 3 จุด! ล้วนเป็จุดตายทั้งสิ้น
ก้อนเนื้อในอกมันบีบรัดจนแสบร้อนไปหมดเธออยากจะะโออกไป อยากจะวิ่งเข้าไปกระชากอเล็กซ์ให้หลบลงจากเวทีบ้าๆ นั่นแต่เธอก็ต้องสะดุดเมื่อเห็นว่าแม้แต่บนอกของบาร์โชว์ก็มีอยู่หนึ่งจุด... แต่เธอ...เธอไม่มีเลยสักจุดเดียว
“อย่าขยับครับมาดาม เ้านายเขารู้ตัวนานแล้ว”บาร์โชว์กระซิบเฉียบขาด มือหนาแอบแตะศอกเธอเบาๆเมื่อรู้สึกได้ว่าเธอกำลังสั่นจนควบคุมไม่อยู่
เมญ่าหันไปมองปู่ฟรอสที่ยังคงแจกรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนคุณปู่ใจดีในนิยายทั้งที่บนร่างของเขาก็มีแสงสีแดงอาบไล้อยู่เช่นกันแสดงให้เห็นว่ารอยยิ้มนั้นเป็เพียงหน้ากากที่ฉาบไว้บนความโเี้ของสถานการณ์
“คุณท่านฟรอสก็รู้แล้วครับตอนนี้กำลังสวมบทบาทเป้าล่อท่ามกลางวิถีแห่งความตายอยู่” บาร์โชว์กระซิบเสียงเบา
น้ำตาของเมญ่าเอ่อล้นออกมาจนภาพเบลอไปหมดในความหวาดกลัวสุดขีดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา...โชคดีแค่ไหนที่เธอไม่ดื้อรั้นพาพ่อแม่หรือปู่ปินมาที่นี่ถ้าคนธรรมดาอย่างพวกเขาต้องมาเห็นจุดสีแดงมรณะเล็งอยู่บนร่างกาย พวกเขาจะทำอย่างไรลำคอของเธอแห้งผากราวกับถูกไฟแผดเผาจนพูดไม่ออก
“อย่าขยับออกจากเงาผมเด็ดขาด... ถ้าออกจากเงาผมพวกมันจะเห็นมาดามทันที” บาร์โชว์กำชับเสียงหนัก
‘ใครก็ได้... เอาฉันออกจากตรงนี้ที!’ เมญ่ากรีดร้องอยู่ในใจเงาของบาร์โชว์ตอนนี้เย็นเฉียบประหนึ่งหลุมหลบภัยที่แลกมาด้วยความตายของผู้อื่นเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอเล็กซ์ถึงต้องลบล้างร่องรอยการดำรงอยู่ของเธอให้สูญสิ้นทำไมเขาถึงต้องยอมใช้ผู้หญิงอีกห้าคนมาสวมหน้ากากหนังมนุษย์หน้าตาเหมือนเธอ...เพราะตอนนี้เธอกำลังยืนมอง "ความตาย"ที่กำลังจ้องจะพรากชีวิตคนที่เธอรักไปต่อหน้าต่อตา
วินาทีแห่งจังหวะนรกมาถึงพร้อมกับร่างของปู่ฟรอสที่ขยับกายเหวี่ยงโต๊ะขึ้นบังรัศมีสายตาไร้ซึ่งเสียงกัมปนาทกึกก้องดังเช่นเหตุการณ์หน้าโรงแรมที่เมญ่าเคยประสบทว่ารอบกายกลับพินาศย่อยยับด้วยมัจจุราชที่มองไม่เห็น—วิถีะุสไนเปอร์อันรวดเร็วและแม่นยำฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งจนแหลกลาญ
เหล่าสตรีทั้งห้าที่ปู่ฟรอสคัดสรรมานั้นมิใช่ปุถุชนทั่วไปทุกย่างก้าวของพวกเธอคือการลื่นไหลหลบเร้นวิถีสังหารได้อย่างปาฏิหาริย์ผิดกับเมญ่าที่ยืนแข็งทื่อเป็เป้านิ่งจนบาร์โชว์ต้องสอดมือเข้ากระชากคอเสื้อเธอจากเื้ัแรงดึงมหาศาลแทบจะพรากลมหายใจและรั้งลำคอจนเจ็บแปลบแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้เธอรอดพ้นจากห่าะุที่สาดซัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เมญ่ากรีดร้องอย่างไร้เสียงในมโนสำนึกอื้ออึ้งจนโลกทั้งใบดับสนิทเธอทำได้เพียงยกมือขึ้นอุดหูเพื่อปฏิเสธความจริงก่อนจะถูกลูกถีบของบาร์โชว์ซัดเข้ากลางลำตัวจนล้มคว่ำเพราะมัจจุราชที่ไร้สุ้มเสียงเพิ่งถากพ้นผิวพรรณไปเพียงเส้นผมกั้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดร่ำร้องระงมในทรวง เมญ่าซุกตัวอยู่หลังเสาร่างกายสั่นเทิ้มจนไม่อาจรับรู้ภาพตรงหน้ากระทั่งแสงไฟในห้องโถงถูกดับวูบลงด้วยคมะุจากคนของซานเดียร์ที่ยิงทำลายหลอดไฟเพื่อชิงความได้เปรียบในความมืด
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกัมปนาทที่นัดแนะกันมาอย่างดีดังสนั่นหวั่นไหวเมญ่าทรุดตัวลงคุดคู้จนบาร์โชว์ต้องกระชากคอเสื้อเธอขึ้นมาอีกครั้งให้ร่างของเธอซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงาทมิฬของเขา เมื่อแสงสว่างลาลับแสงเลเซอร์จากลำกล้องสไนเปอร์กลับยิ่งเด่นชัดและน่าหวาดหวั่น ทว่าสติของเมญ่ากลับขาดผึ่งไปแล้วความกลัวที่สั่งสมมาถึงจุดะเิจนการรับรู้ทุกอย่างพร่าเลือน
ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงะุแหวกอากาศผ่านกล้องอินฟราเรดทันใดนั้น เนตรอัคคีแห่งมรณะค่อยๆ ดับวูบลงสู่อธรรกาลจนสิ้น
บาร์โชว์ยังคงกำคอเสื้อเมญ่าไว้แน่นประหนึ่งเป็โล่พยุงอย่างน้อยในจังหวะวิกฤต เขาก็พร้อมจะเหวี่ยงมาดามซานเดียร์ผู้นี้ให้พ้นจากห่วงมรณะ
เมื่อความเงียบสงัดเข้าครอบงำจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหอบกระชั้นและจังหวะหัวใจที่รัวเป็กลองศึกเสียงทุ้มเข้มของปู่ฟรอสก็ตวาดขึ้นทำลายความเงียบ “เร็ว! เอาไฟมาทางนี้! บาร์โชว์ มานี่ด่วน!”
แสงไฟฉายขนาดพกพาสาดส่องกระทบพื้นเผยให้เห็นคราบเืสีข้นและร่างที่ไร้ิญญาทอดกายระเกะระกะแต่เมญ่าในยามนี้กลับกลายเป็เพียงเปลือกนอกที่ไร้จิติญญากลิ่นดินปืนที่ฉุนกึกปนเปกับกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียนเธอขยับกายตามแรงฉุดดึงของบาร์โชว์ไปอย่างหุ่นเชิด จนกระทั่งหยุดลงตรงหน้าปู่ฟรอส
โลกของเมญ่าพลันหมุนคว้างราวกับแรงโน้มถ่วงมลายหายไปร่างของเธอทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อนที่เย็นเยียบภาพบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นั่งกึ่งยืนโชกไปด้วยเืสดๆ ตรงหน้า... มิใช่ใครอื่นแต่คืออเล็กซ์ สามีในนามของเธอเอง
เมญ่าหน้ามืดมิดลมหายใจสะดุดกึกราวกับอากาศธาตุจงใจวิ่งหนีไปจากปอด
“มึงเป็อะไร! ลุกขึ้น!”อเล็กซ์เค้นเสียงพูดลอดไรฟันอย่างยากลำบาก
เมญ่าพยายามไขว่คว้าหาออกซิเจนแต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าทัศนียภาพเบื้องหน้าพลันหดแคบและสลายลงสู่ความพร่าเลือนและพร่าเลือนไปทุกทีเสียงสุดท้ายที่แว่วเข้าสู่โสตประสาทคือเสียงะโสั่งการที่สั่นพร่าของชายคนนั้นก่อนที่จิตสำนึกของเธอจะดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งเธอรู้สึกถึงหยดเือุ่นๆ ของเขาที่กระเซ็นมาโดนผิวแก้ม...เป็สิ่งสุดท้ายที่ตอกย้ำว่านี่คือความจริง ไม่ใช่นิยาย
ห้องนอนเมญ่าคฤหาสน์ซานเดียร์
เมญ่าสะดุ้งสุดตัวดวงตาเบิกโพล่งท่ามกลางความเงียบของห้องนอนความรู้สึกแรกที่กระทบััคือััเย็นเยียบจากผืนผ้าชุบน้ำที่ป้านากำลังบรรจงเช็ดตามร่างกายที่บอบช้ำแต่ในวินาทีที่สติกลับคืนมา ภาพสุดท้ายที่ฝังแน่นอยู่ในมโนสำนึก ภาพชายร่างสูงใหญ่ที่อาบไปด้วยเืสดๆก็จู่โจมมโนสำนึกประหนึ่งอัสนีบาตที่ฟาดลงกลางใจเธอทันที
“เ้านายป้าอยู่ไหน!” เมญ่าโพล่งออกมาเสียงที่เปล่งผ่านลำคอที่อักเสบนั้นทั้งแหบแห้งและสั่นพร่า “เขาอยู่ไหน!” เธอพยายามจะดันตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างบ้าคลั่งความร้อนรนแผดเผาอยู่ในอกจนลืมความเ็ป
“มาดามอย่าเพิ่งค่ะ! อย่าเพิ่งลุกนะคะ!” ป้านารีบร้องห้ามพัลวันพยายามกดไหล่บางไว้ตามคำสั่งเด็ดขาดที่อเล็กซ์ทิ้งไว้ก่อนจะเข้าห้องฉุกเฉินแต่เมญ่าในยามนี้ไม่รับฟังสิ่งใด
เธอสะบัดตัวจากการเกาะกุมมองดูสภาพตัวเองที่สวมเพียงชุดนอนเรียบง่ายซึ่งป้านาคงเปลี่ยนให้ตอนที่เธอสลบไปเมญ่าไม่สนแม้กระทั่งเสียงอ้อนวอนของหญิงรับใช้ผู้ซื่อสัตย์เธอถลาตัวลงจากเตียงหมายจะมุ่งหน้าไปหาคนที่ติดค้างอยู่ในหัวใจ
ตุ๊บ!!!
ร่างทั้งรุดฮวบลงสู่พื้นศิลาอย่างไร้ซึ่งอาภรณ์แห่งความเข้มแข็งขาที่เคยพยุงตัวกลับไร้เรี่ยวแรงและสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้มันสั่นสะท้านจากความหวาดกลัวที่ตกค้างและอาการช็อกที่ยังไม่จางหายเมญ่ากัดฟันกรอด ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเกาะขอบเตียงพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบาก
เธอกวาดสายตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนไปทางป้านา “พาฉันไปหาเขา”
“มาดามคะ... คือเ้านายสั่งไว้...” ป้านาพยายามอธิบายแต่ก็ไร้ผล
“พาฉันไปหาเขา!” เมญ่าย้ำคำเดิม เสียงของเธอเรียบเฉยทว่าหนักแน่นจนน่ากลัว เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็อะไรไม่รู้ว่าความรู้สึกพลุ่งพล่านนี้คือความโกรธ ความกลัว หรือความห่วงใยกันแน่แต่ภาพเืที่ท่วมตัวอเล็กซ์มันบีบคั้นจนเธอหายใจไม่ออกอีกครั้งความรู้สึกเหมือนมวลอากาศรอบกายพลันเหือดแห้งประหนึ่งถูกสูบหายไปในความว่างเปล่าเริ่มกลับมาจู่โจมจนหน้ามืด
แต่ครั้งนี้เมญ่าไม่ยอมดับวูบไปง่ายๆเธอเม้มปากแน่น หลับตาลงแล้วพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อบังคับไม่ให้สติของตนขาดผึ่งไปก่อนที่จะได้เห็นหน้า 'สามีในนาม' คนนั้นด้วยตาตัวเอง
เมญ่าฝืนร่างกายเกาะเกี่ยวอากาศที่เบาบางรอบตัวบังคับลมหายใจให้ไหลเข้าปอดอย่างทุลักทุเล “พาฉันไปหาเขา” เธอประกาศกร้าวอีกรอบแววตาที่เคยมืดมนดวงนั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยกระแสแห่งอำนาจที่เริ่มหยั่งรากลึกลงในมโนสำนึกในจริตของมาดามซานเดียร์โดยไม่รู้ตัวมือเล็กกำผ้าปูเตียงไว้จนขาวซีดฝืนเหยียดขาที่สั่นเทิ้มจนยืดตรงพยุงร่างยืนได้ด้วยตัวเองในที่สุด
ป้านามองภาพนั้นด้วยความทึ่งแกมหวาดหวั่นกลิ่นอายความดื้อรั้นที่ถอดแบบมาจากเ้าของคฤหาสน์ไม่มีผิดเพี้ยนทำให้นางทำได้เพียงลอบกลืนน้ำลายลงสู่ลำคอที่ตีบตันแล้วรีบเดินเข้าไปรองรับวงแขนของเมญ่าเพื่อพยุงไปยังส่วนการแพทย์ที่อยู่อีกปีกหนึ่งของคฤหาสน์
เมญ่าทิ้งน้ำหนักตัวที่สั่นสะท้านลงบนแขนของป้านาชุดนอนผ้าไหมเนื้อละเอียดที่อเล็กซ์เคยเลือกซื้อให้บัดนี้มันกลับรู้สึกหนักอึ้งและรัดรึงใจยิ่งกว่าชุดสูทที่ถูกพันธนาการเมื่อหัวค่ำเสียอีก
มโนทัศน์ภายในพลันปั่นป่วนประหนึ่งพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำราวกับพายุ...หากเขาตาย เธอก็คืออิสระ กรงขังทองคำแห่งนี้จะพังทลายลงและเธอก็จะได้กลับไปเป็เมญ่าคนเดิม... แต่ทำไม? ทำไมส่วนลึกในใจกลับร่ำร้องแต่เพียงว่าขอให้เขาปลอดภัยขอเพียงเห็นแผ่นอกแกร่งนั่นขยับขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจก็พอ
เธอกัดฟันฝืนสังขารก้าวขาที่แท้จริงแล้วแทบไม่มีแรงเยื้องกรายข้ามผ่านธรณีประตูอันเป็เส้นแบ่งระหว่างความฝันและความจริงห้องนอนออกไปสู่ทางเดินที่มืดสลัวลมหายใจยังคงติดขัดเป็ห้วงๆร่างกายสั่นระริกจนแทบจะร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นทุกก้าวที่ขยับ แต่เธอก็ไม่หยุด...เมญ่าขยับขาออกไปทีละก้าวอย่างดึงดันเพื่อไปเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่เบื้องหน้า
เงาของเธอที่ทอดยาวไปตามผนังดูเหมือนเงาของราชินีผู้กำลังจะไปทวงคืนดวงใจของตน
ห้องใต้ดินส่วนการแพทย์ห้องผ่าตัด
เมญ่าฝืนพาความวิงเวียนที่โหมกระหน่ำประหนึ่งคลื่นคลั่งในสมองของเธอเดินมาจนถึงหน้าห้องผ่าตัดได้สำเร็จทั่วทั้งทางเดินที่สลัวรางเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเธอที่ดังก้องแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว
เบื้องหน้าปรากฏร่างของบาร์โชว์ในสภาพที่สะบักสะบอมที่ยืนตระหง่านนิ่งงันประหนึ่งรูปสลักไร้ิญญาทว่าตามร่างกายกลับมีรอยฉีกขาดและาแประปรายส่วนปู่ฟรอสมีผ้าพันแผลสีขาวสะอาดตัดกับผิวเข้มที่แขน เขานั่งนิ่งสนิทดวงตาคมปลาบทอดมองเข้าไปในห้องผ่าตัดราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนในนั้น
ปู่ฟรอสเบือนหน้ามามองร่างสั่นเทาที่ดูราวกับลูกนกปีกหักของเมญ่า“มันไม่ตายหรอก... แต่ะุจากสไนเปอร์ มันก็ต้องมีเจ็บบ้างล่ะ”เขากล่าวเสียงเรียบพลางบุ้ยปากไปที่ที่ว่างข้างตัว “มานั่งตรงนี้สิเดี๋ยวหมอก็ออกมา”
เมญ่าพยายามสะบัดตัวออกจากป้านาเพราะลึกๆ ในใจเธออยากพิสูจน์ว่าเธอยังมีกำลังพอจะยืนหยัดเพื่อดูหน้าเขาแต่ทันทีที่ไร้คนพยุง โลกก็พลันพลิกคว่ำเธอเกือบล้มหัวทิ่มพื้นจนต้องรีบคว้าไหล่กว้างของบาร์โชว์ไว้สุดแรงเพื่อเป็ที่ยึดเหนี่ยว
บาร์โชว์ถึงกับกัดฟันกรอดเส้นเืที่ขมับปูดโปนสัญชาตญาณร่ำร้องให้ถอยห่างจากเขตหวงห้ามหนีตามกฎเหล็กของเ้านายที่ห้ามใครแตะต้องผู้หญิงของอเล็กซ์ แต่หากเขาขยับหนีตอนนี้ มาดามคงลงไปกองกับพื้นแน่ๆเขาจึงจำใจนิ่งเป็เสาเหล็กให้เธอยึดพลางนึกในใจด้วยความสยดสยองว่า... ‘ถ้าเ้านายตื่นมาเห็นภาพนี้ เขาจะโดนสั่งตัดแขนทิ้งไหม’
เมญ่าที่เพิ่งรู้ตัวว่าคว้าผิดคนรีบสะบัดมือออกจากไหล่บาร์โชว์ราวกับต้องของร้อนเธอหันไปคว้าแขนป้านาแทนแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างปู่ฟรอสอย่างอ่อนแรง