บทที่3
บิดาผู้ฟื้นคืน
ตระกูลลู่ภายในเมืองแห่งนี้มีเพียงแค่สองครอบครัวเท่านั้นนางลู่ผู้นี้เป็เหมือนกับญาติผู้พี่ของลู่หยางผู้ล่วงลับแปลว่า่อายุจะอยู่ห่างกันมากพอสมควรก็ตามแต่อย่างไรก็ยังถือว่าเป็คนภายในตระกูลเดียวกัน
นางและครอบครัวของนางวิ่งเข้ามาร้องห่มร้องไห้กับลู่หนิงหนิงกำลังนั่งกอดเข่าร่ำไห้อยู่บริเวณมุมห้องโถง
ท่าทางที่แสร้งแสดงออกมามันทำให้เหล่าแขกที่มาร่วมคำนับศพในครั้งนี้ต่างพากันแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจ ภายในใจของพวกเขารู้อยู่แล้วครอบครัวของนางลู่ผู้ที่เป็ญาติผู้พี่ของลู่หยางเป็ครอบครัวเสเพลที่ไม่ได้ความ
นางลู่เป็คนที่มีจิตใจคับแคบแถมยังเป็คนที่ชอบว่าและด่าทอคนอื่นมีสามีติดสุรามีบุตรชายติดการพนันครอบครัวนี้ยากจนมาั้แ่ไหนแต่ไร
มองเห็นในครั้งนี้พวกมันทำการวิ่งเข้ามาร้องห่มร้องไห้กับเด็กน้อยผู้ที่เป็หลานพวกเขามองเห็นภาพเช่นนั้นก็รู้จุดประสงค์ของพวกมันได้ในทันทีจุดประสงค์ของพวกมันคือการที่พวกมันนั้นอยากจะได้ทรัพย์สมบัติที่ติดตัวของหนิงหนิง
สองสามีภรรยาแซ่ลู่ล่วงลับไปมีสมบัติติดตัวอยู่ไม่ใช่น้อย
เป็เพราะว่ามารดาของลู่หนิงหนิงมีนามว่าเสวี่ยเฟยยังเป็หญิงสาวที่มีความสามารถเลยมีทรัพย์สมบัติติดตัวเป็ที่ดินประมาณสิบหมู่และด้วยจำนวนที่ดินขนาดนั้นมันเลยกลายเป็เหมือนกับแหล่งเงินทุนให้คนตระกูลลู่พวกนี้คิดจะมาปอกลอกจากเด็กน้อย
พวกาุโที่มาคำนับศพถึงกับกล้ำกลืนพวกเขานั้นอยากจะเข้าไปทำการต่อว่าแต่จะทำอย่างไรได้พวกเขายังถือเป็คนนอก
นางลู่เป็หญิงวัยกลางคนใบหน้าไม่ได้มีอะไรโดดเด่นใน่วัยของนางจะปรากฏให้เห็นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าอยู่มิใช่น้อย บนใบหน้าของนางในตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความโศกเศร้าอันจอมปลอมนางทำการยื่นมือของตนเองไปหาหลานสาวที่นั่งกอดเข่าอยู่ด้านหน้ากำลังจะทำการพูดปลอบ
กระนั้นเด็กน้อยหนิงหนิงผู้นี้ไม่เหมือนกับเด็กธรรมดาทั่วไปนางได้รับความฉลาดเฉลียวจากมารดามาอย่างเต็มเปี่ยม
อีกทั้งได้ยินมารดาของตัวเองพูดถึงท่านป้าผู้นี้อยู่บ่อยครั้งว่าเป็คนอย่างไรอีกฝ่ายพยายามจะยื่นมือมาลูบผมของตนเอง นางทำการสะบัดศีรษะของตนเองก็อีกทางนึง
การกระทำเช่นนั้นทำให้นางลู่กำลังนั่งอยู่อับอายใบหน้าของนางแดงก่ำทำการกัดฟันแน่นอยากจะง้างมือตบเด็กผู้นี้สักครั้งแต่ไม่สามารถทำได้
เป็เพราะว่านางยัง้าที่จะใช้ประโยชน์จากเด็กผู้นี้อยู่ที่ดินที่เป็ทรัพย์สมบัติที่มารดาทิ้งเอาไว้ให้จำนวนสิบหมู่มันถือว่าเป็ทรัพย์สินที่มีค่า
สำหรับนางในตอนนี้ที่ดินนั้นจะมาช่วยปลดหนี้การพนันที่บุตรชายของตนเองก่อเอาไว้ได้และเพราะแบบนั้นมันเลยทำให้นางต้องทำการกัดฟันแน่นแล้วก็แสดงรอยยิ้มออกมาตอบรับการกระทำของเด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้า
หลังจากที่กัดฟันแน่นบนใบหน้าแดงก่ำนางทำการพูดออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มอันจอมปลอม“ ต่อจากนี้เ้าต้องไปอยู่กับป้า ”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงหนิงที่เด็ดเดี่ยวและฉลาดเฉลียวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเหล่าผู้ที่มาคำนับศพภายในงานต่างพากันตื่นตระหนกใการทำการนั่งอยู่ด้วยท่าทางเช่นนั้นมานานหลายวัน
ผู้คนมาเกลี้ยกล่อมมากเท่าไรนางก็ไม่ยอมขยับในครั้งนี้เมื่อพูดถึงเื่นี้นางกับลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนิงหนิงร้องไห้จนตอนนี้นางไม่มีน้ำตาจะไหลออกมาจากดวงตาแล้วดวงตากลมโตทั้งสองข้างบริเวณขอบตาแดงกล่ำใบหน้าอันน่ารักน่าเอ็นดูที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเด็ดเดียวขึ้นมาอย่างทันควันพลางกลับชี้หน้าตรงไปที่าุโพี่เป็ญาติผู้พี่ของท่านพ่อแล้วกล่าว “ไม่จำเป็ข้าอยู่คนเดียวได้!!! ”
การที่หนิงหนิงมาพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดเช่นนี้มันไม่ใช่ว่านางนั้นเป็คนที่ไม่รู้จักความาุโแต่ในทางกลับกันนางกลับคิดถึงคำพูดของท่านแม่ของนางต่างหาก
นางยังจำได้ดีที่ท่านแม่ของนางเคยบอกเอาไว้ว่าไม่ว่าอย่างไรก็อย่าฝากความหวังไว้ที่ท่านป้าลู่เด็ดขาด
แม่ของนางเคยบอกว่าถ้าวันหนึ่งท่านแม่ไม่อยู่แล้วจะฝากคนสักคนเอาไว้ต้องไม่ใช่คนครอบครัวนี้
นางยังจำคำพูดของท่านแม่ได้อย่างขึ้นใจเลยกล้าแสดงท่าทางที่เด็ดเดี่ยวเช่นนี้
ลู่หยางกำลังนอนนิ่งอยู่ภายในโลงศพเขาที่ยังไม่สามารถขยับร่างกายได้แต่หูนั้นได้ยินทุกอย่างชัดเจน
หลังจากที่ทำการฟังผู้าุโสองคนก่อนหน้านี้สนทนากันและก็ฟังบทสนทนาของเด็กน้อยที่อยู่ด้านนอกมันทำให้เขานั้นพอจะปะติดปะต่อเื่ราวที่เกิดขึ้นได้
คนที่ตายอยู่ไม่ใช่มีเพียงแค่เขาแต่มีภรรยาของเขาด้วยแล้วตอนนี้บุตรสาวก็กำลังอยู่ด้านนอกคนเดียว
การที่เป็หน่วยรบพิเศษการรวบรวมข้อมูลมันถือว่าเป็สิ่งสำคัญแบบนั้นก็เลยจับใจความสำคัญและเริ่มปฏิบัติต่อเื่ราวที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทำให้รู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้คร่าวๆเป็อย่างไร
ไม่แน่ใจก็บังเกิดความตัดพ้ออยู่ไม่น้อยเทพแห่งความตายบอกว่าจะมอบครอบครัวให้กับเขาแต่ในตอนนี้ภรรยานั้นตายไปแล้วเหลือแต่เพียงบุตรสาวที่นั่งร้องไห้และกำลังโดนคนรังแกอยู่ด้านนอก
ภายในใจรู้สึกเ็ปขึ้นมาทันทีเขากำลังจินตนาการใบหน้าของบุตรสาวที่กำลังแสดงท่าทางเด็ดเดี่ยวอยู่ด้านนอกลู่หยางทำการกัดฟันและพยายามออกแรงอย่างเต็มแรงเพื่อขยับร่างกาย
ในขณะเดียวกันบริเวณด้านนอกเมื่อได้ยินเด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าทำการกล่าวออกมาด้วยวาจาแข็งกร้าวนางลู่ทำการยื่นมือของตนเองคว้าจับแขนของหนิงหนิงเอาไว้
นางเริ่มแสดงท่าทางที่เหมือนกับนางมารร้ายออกมาใบหน้าเสแสร้งตอนแรกที่ทำการสร้างขึ้นได้จางหายไปอย่างทันควัน
ทำการคว้าจับแขนของหนิงหนิงนางทำการออกแรงบีบอย่างรุนแรงคนทำให้หนิงหนิงส่งเสียงร้องออกมา“ โอ๊ย!!! ”
นางลู่ทำการกัดฟันแน่นและก็พูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ เป็เด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่… ”
คนที่อยู่บริเวณรอบๆมองเห็นนางโดนรังแกเช่นนั้นพวกเขาเริ่มรวมตัวกันและก็จะทำการเข้าไปช่วยหนิงหนิงผู้อาภัพ
แต่คนพวกนั้นยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าไปเลยมีบางอย่างเกิดขึ้นเสียงบางอย่างกระแทกที่โรงศพด้านหน้าจนเกิดกลายเป็เสียงดังตึง!!!
มันทำให้ดวงตาของผู้คนมากมายที่มาคำนับศพทำการหันไปมองอย่างรวดเร็วเขาทำการหันไปมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยเป็ตาเดียว
ภายในใจนั้นบังเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างทันควันในยุคสมัยนี้เื่ผีสางเทวดายังเป็ที่เชื่อถือ ิญญาร้ายเองก็เช่นเดียวกัน
แต่ก็มีบางคนที่พยายามคิดในแง่ดีว่าบางทีมันอาจจะเป็แมวที่วิ่งผ่าน
แต่เมื่อคิดเช่นนั้นมันก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเพราะว่าเสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้งตึง!!!
คราวนี้เขามั่นใจได้ในทันทีเสียงที่มันดังขึ้นมามันก็เสียงบางอย่างที่กระแทกภายในโลงศพและดังออกมาจากบริเวณด้านใน
ขนทั่วทั้งร่างกายลุกพองนางลู่ที่กำลังจับหนิงหนิงมองเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นถึงกับขนหัวตั้งมือที่ทำการจับเด็กน้อยอยู่ทำการปล่อยออกอย่างรวดเร็ว
หนิงหนิงแววตากลมโตราวกับลูกแก้วมองตรงไปที่โรงศพที่เกิดเสียงขึ้นมันเป็โรงศพของผู้เป็บิดา
ด้วยความคิดของผู้ที่เป็เด็กนางจึงบังเกิดความคิดขึ้นมาว่าท่านพ่อของตนเองนั้นยังไม่ตาย“ ท่านพ่อ… ”
ดวงตากลมราวกับลูกแก้วเป็ประกายไปด้วยความหวังนางทำการสาวเท้าตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วเข้าไปที่โรงศพของผู้เป็บิดา
ผู้คนที่มาคำนับศพต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นการกระทำของเสี่ยวหนิง
หนิงหนิงวิ่งตรงเข้าไปนางยื่นมือขึ้นไปััที่โรงศพที่เกิดเสียงหลังจากนั้นก็ออกแรงดัน
“ เสี่ยวหนิงเ้าทำอันใดเดี๋ยวโลงศพก็ร่วงลงมา!!!” าุโชราท่านหนึ่งที่มาคำนับศพทำการพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก
แต่กระนั้นหนิงหนิงต่างก็ยังไม่หยุดความพยายามใช้แรงอันน้อยนิดของตนเองผลักดันจนโลงศพนั้นเขยื้อนเล็กน้อย
เมื่อมันทำการขยับเขยื้อนเล็กน้อยทำให้สมดุลที่ตั้งอยู่บนแท่นนั้นเสียสมดุลโลงศพสีดำบริเวณด้านหน้าพลิกคว่ำลงมาจนเกิดกลายเป็เสียง โครม!!!
ผู้คนมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่วุ่นวายต่างพากันตื่นตระหนกใโรงสีดำพลิกคว่ำลงมาในขณะเดียวกันฝาโลงก็เปิดออกร่างของศพที่อยู่ด้านในกลิ่งไปบริเวณด้านหลังเล็กน้อย
ศพนี้ตายมาหลายวันแล้วคงจะไม่น่าดูนักเขามองเห็นเช่นนั้นก็พากันมองหน้ากันไปมาคิดหรือว่าจะเอาอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดมือที่ขาวซีดยื่นขึ้นมาจากบริเวณด้านหลังโรงศพคว้าจับเข้าที่โลงศพ
ผู้คนมองเห็นเช่นนั้นดวงตาเต็มไปด้วยความตะลึงลานคราวนี้พวกเขานั้นเห็นเช่นเดียวกันขนทั่วทั้งร่างกายลุกเป็เกลียวบางคนถึงกับไม่สามารถอยู่ได้รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
หนิงหนิงมองเห็นเช่นนั้นดวงตาเปล่งประกายนางทำการออกแรงจนแขนแทบจะหลุดเพื่อผลักดันโลงศพให้ร่วงลงมา
ลู่หยางกำลังนอนอยู่ที่พื้นทำการส่งเสียง“ อ๊า… ”
ร่างกายของเขายังไม่สามารถขยับได้ได้แต่ทำการเปิดปากแล้วส่งเสียงให้ผู้คนนั้นได้ยิน
หนิงหนิงในตอนนี้ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังส่งเสียงร้องออกมาอย่างสุดเสียง“ ท่านพ่อ!!! ”
การทำการวิ่งตรงไปอย่างรวดเร็วชะโงกดูบริเวณด้านหลังโรงศพพบเจอว่าบิดาของตนเองนั้นยังมีชีวิตภายในใจนั้นวันเกิดทั้งความปิติยินดีและก็บังเกิดทั้งความตื้นตันใจ
ผู้คนที่ขวัญอ่อนแล้ววิ่งออกไปก็คงจะไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ผู้คนที่ยังอยู่นั้นรีบพุ่งเข้าไปช่วยลู่หยางอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าพวกเขานั้นต้องยินดีอยู่แล้วใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความดีใจที่เห็นว่าชะตากรรมของเด็กน้อยผู้นี้ยังไม่อาภัพเสียทีเดียว์นั้นโปรดเมตตามอบบิดาของนางกลับคืนมา
แต่ครอบครัวของญาติผู้พี่ของลู่หยางไม่ยินดีเลยสักนิดพวกมันทำการจ้องมองด้วยความโกรธการที่คนพวกนี้ฟื้นขึ้นมาก็แสดงว่าที่ดินที่พวกมันควรจะได้ก็ต้องสูญหายไป
จบบท