หลังอาหารเที่ยงมีเวลาว่างหยางเถาอวี้รื้อลำไผ่ออกมานั่งผ่าและฝานให้เป็เส้นตอกหลายขนาดยายจางเห็นเข้าจึงถาม
“อวี้เอ๋อจะสานตะกร้าหรือ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะท่านยาย ข้าจะสานสุ่ม ข้องและลอบดักปลา1อย่างง่ายๆ เ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ผ่าลำไผ่ไปก็ทำหน้าฝันหวานไป เมื่อวานนี้ตอนหล่นลงไปในลำธารหยางเถาอวี้สังเกตุเห็นว่าในลำธารมีปลามีกุ้งชุกชุมนักแถมตรงชายป่าใกล้ธารน้ำยังมีดงพืชสมุนไพรเขตเมืองร้อนหลายอย่างขึ้นอยู่อาจเป็เพราะที่นี่ยังอยู่ในเขตอบอุ่น เทียบแล้วคงใกล้เคียงกับแถวสิบสองปันนา
“สุ่ม ข้อง ลอบดักปลา? คือสิ่งใดกัน ยายไม่เคยได้ยิน”
“มันคืออุปกรณ์ดักปลาและจับกุ้งได้เ้าค่ะ”
“งั้นหรือ แถบนี้มักใช้เบ็ดตกปลาในลำธารเล็กๆส่วนตามทะเลสาบขนาดใหญ่นิยมใช้แหหรืออวน”
“อุปกรณ์ที่ข้าจะสานเหมาะกับพื้นที่ที่มีน้ำไหลตลอดเวลาเช่นที่ลำธารและเป็ความชอบส่วนตัวของข้าเ้าค่ะข้าใจร้อนจึงไม่ชอบใช้เบ็ด”
“ยายชักอยากเห็นเสียแล้วว่าสุ่ม ข้องและลอบดักปลาหน้าตาเป็อย่างไร มาๆยายช่วยเ้าอีกแรง” ยายจางคุยอย่างกระตือรือล้น
ทั้งสองนั่งผ่าลำไผ่และเหลาเส้นตอกไผ่ตลอดบ่ายวันนั้น ตกเย็นก็ได้สุ่มหนึ่งใบไซดักปลาอย่างง่ายหนึ่งใบ ข้องหนึ่งใบ
“เสร็จแล้วเ้าค่ะท่านยาย พวกเราเอาลอบไปทดลองวางดักปลาทิ้งไว้ในคืนนี้กันเถอะเ้าค่ะ”
“เอาสิๆ” ยายจางตื่นเต้นราวกับเด็กเมื่อเข้าใจวิธีใช้งานและวัตถุประสงค์ของลอบดักปลานางเดินนำหยางเถาอวี้ไปถึงลำธาร หยางเถาอวี้อยากได้บริเวณที่น้ำลึกสักหน่อยยายจางจึงพาเดินทวนน้ำขึ้นไปอีกระยะหนึ่งถึงพบทำเลเหมาะสม
“เอาลอบวางในแนวนอนใกล้กอหญ้าน้ำสวยๆ ตรงนั้นก็เข้าท่าดีนะเ้าคะ หันปากลอบไปทางพื้นที่ที่น้ำไหลเข้าเ้าค่ะท่านยายพรุ่งนี้เช้าเราค่อยกลับมาดูกัน”
“ได้สิอวี้เอ๋อ” เมื่อวางลอบเรียบร้อยจึงพากันถือโอกาสตักน้ำกลับบ้าน
...
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองกินน้ำซุปเนื้อกระต่ายที่เหลือจากเมื่อวานก่อนจะรีบออกเดินทางไปยังจุดวางลอบดักปลา
“ท่านยายๆ มีปลาตัวใหญ่ๆ ตั้งหลายตัวแน่ะเ้าค่ะ ปลาเล็กกับกุ้งติดมาด้วยตัวเบ้อเริ่มเลย เสียดายถ้ามีเหยื่อล่อคงได้เยอะกว่านี้”หยางเถาอวี้ตื่นเต้นกับผลงานครั้งแรกในการเลียนแบบไอ้จ่อย
“ไอ้หยา ตัวใหญ่จริงๆ แต่กุ้งที่อวี้เอ๋อว่านี่กินอย่างไรหรือชาวบ้านรังเกียจรูปร่างหน้าตาเหมือนแมลงของมัน ปกติจึงไม่นิยมจับกินกัน” ยายจางอุทานเสียงดังเมื่อเห็นปลาตัวขนาดเท่าลำแขนติดอยู่ในลอบถึงสี่ตัวปลาเล็กปลาน้อยสามตัว รวมกับสัตว์ประหลาด เอ้ย กุ้งติดมาอีกหนึ่งตัว
“กุ้งกินได้หลายแบบเ้าค่ะ ย่างก็ได้ ต้มก็หวานเด้ง ผัดก็หอม ว่าแต่ท่านยายเ้าคะข้าไม่ชอบจับปลา ข้ายกหน้าที่ต่อจากนี้ให้ท่านยายนะเ้าคะ แหะๆๆ”หยางเถาอวี้ไม่ชอบขั้นตอนทรมานสัตว์ แต่ครั้นระลึกถึงรสชาติของพวกมันก็อดปากไม่อยู่
“ได้สิอวี้เอ๋อ ยายไม่กลัว” ยายจางกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“ท่านยายจับใส่ข้องนี่เลยเ้าค่ะ มันเก็บรักษาง่ายกว่าใส่ตะกร้าไม่ต้องกลัวมันดิ้นหนี ส่วนกุ้งจับตรงหลังของมันนะเ้าคะ”อวี้เอ๋อให้ความร่วมมืออย่างดี ถือข้องไว้ด้วยสองมือเพื่อรับแรงดิ้นของปลา
“ช่างคิดจริงๆ” ยายจางชมเปาะ
“ท่านยายเหนื่อยหรือไม่เ้าคะ”
“เพิ่งมาได้ประเดี๋ยวเดียว ยังไม่ได้ลงแรงอันใดเลย จะเหนื่อยได้อย่างไรเล่า”
“ท่านยาย งั้นอวี้เอ๋ออยากถาม ท่านยายรู้จักกอหญ้าน้ำสวยๆ ตรงจุดที่เว้าเป็วงเข้าหาฝั่งใกล้ๆกับที่เราวางลอบไหมเ้าคะ”เหตุที่หยางเถาอวี้อยากถามก่อนเพื่อความแน่ใจก็เพราะสงสัยว่าทำไมไม่มีใครเก็บกระจับไปกินกันบ้างมันขึ้นอยู่เต็มแอ่งน้ำที่เว้าเข้าหาแผ่นดินจนมีสภาพคล้ายบ่อโคลนเล็กๆ บ่อหนึ่งแทบจะตัดขาดจากลำธาร บริเวณนั้นมีหญ้าน้ำอีกหลายประเภทขึ้นอยู่โดยรอบแต่วันนี้ที่หยางเถาอวี้หมายตาคือหลิงเจี่ยวหรือกระจับนั่นเอง
“มันคือหลิงเจี่ยวไม่ใช่เหรอนั่น ยายรู้จัก ...อย่าบอกนะว่ามันก็กินได้ด้วย” ยายจางเอะใจ หยางเถาอวี้รู้จักสิ่งที่กินเป็อาหารได้หลายอย่างเป็เพราะมาจากต่างเมืองหรือไม่ จึงมีความรู้แตกต่างจากชาวบ้านแถบนี้
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าแอบสงสัยอยู่เชียวว่ามันขึ้นงามเสียขนาดนั้นรอดพ้นปากคนมาได้อย่างไร อาจเพราะผลของมันจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนจึงไม่ได้สังเกตุเห็นใช่หรือไม่เ้าค่ะ”หยางเถาอวี้เอ่ยถาม
“ผลอยู่ใต้น้ำหรอกหรือ เป็เช่นนี้นี่เองชาวบ้านเห็นมันเป็แค่วัชพืชน้ำหาประโยชน์อันใดไม่ได้นอกจากชื่นชมความสวยน่ารักของดอกใบ”
หยางเถาอวี้เดินลุยน้ำเข้าไปดึงไหลต้นกระจับขึ้นมาเหง้าหนึ่งเผยให้เห็นผลกระจับสีม่วงสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้ใบรอบต้น “นี่อย่างไรเ้าคะ”
“แหม อย่างนี้เรียกว่าใกล้เกลือกินด่างใช่หรือไม่” ยายจางอุทานตนและพวกชาวบ้านไม่เคยสังเกตุเห็นมาก่อนจริงๆแต่ถึงจะเคยเห็นก็อาจไม่ทันเอะใจว่ามันกินได้
“ฮี่ๆๆ วันนี้เรามีลาภปากอีกแล้วเ้าค่ะท่านยายเด็ดเฉพาะผลสีดำเท่านั้นนะเ้าคะ มันคือผลที่สุกเต็มที่แล้วเ้าค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว อวี้เอ๋อ เ้ามาได้แค่สองวัน แต่ทำให้ยายได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมายทีเดียว”ยายจางเอ่ยชม
“ประสบการณ์ของแต่ละคนย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเองใช่หรือไม่เ้าคะท่านยายข้าเองก็อยากเรียนรู้วิธีเตรียมอาหารสดอย่างกระต่ายหรือปลา แต่ข้าแพ้ทางจริงๆเ้าค่ะ โฮะๆๆ”
“เ้านี่ หัวเราะท่าทางประหลาดเสียจริง แต่ก็น่ารักน่าชังยิ่ง”ยายจางขำท่ายกมือกรีดนิ้วขึ้นปิดปากหัวเราะเริงร่าของหยางเถาอวี้นัก
จากนั้นสองยายหลานจึงพากันก้มๆ เงยๆ เก็บกระจับอย่างเพลินเพลินรู้ตัวอีกทีก็เมื่อยหลังเสียแทบยืดตัวไม่ขึ้น แต่ครั้นหันไปเห็นผลกระจับมากมายเกือบเต็มตะกร้าสองคนพลันยิ้มแย้มลืมความเมื่อยล้าเป็ปลิดทิ้ง
“ท่านยายเหนื่อยหรือยังเ้าคะ ท่านนั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อนดีหรือไม่ข้าจะเดินไปเก็บสมุนไพรตรงแนวโค้งชายป่านู้นอีกนิดหน่อยแค่นี้ก็จะได้เครื่องประกอบอาหารครบตามสมควรแล้วเ้าค่ะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ”ยายจางส่งสายตามองตามหยางเถาอวี้ที่กำลังเดินขี้นฝั่งไปยังชายป่า สงสัยในใจนางจะเก็บต้นอะไรมาอีก
มันก็คือดงตะไคร้นั่นเอง หยางเถาอวี้เห็นมาั้แ่เมื่อวานแล้วนางเอามีดผ่าฟืนเซาะตัดตรงส่วนโคนขึ้นมากำมือหนึ่งวันนี้นางตั้งใจอยากจะเผาปลายัดไส้ตะไคร้ เมื่อวานช๊อปปิ้งป่า วันนี้ได้ช๊อปปิ้งลำธารชีวิตแบบนี้สุขใจเสียจริง
(เ้านายอย่าซนเพลินจนลืมคิดหาวิธีกลับดาวทวิภาคนะขอรับ –ทีเจวันชักเป็ห่วง)
เมื่อกลับถึงบ้าน ยายจางกุลีกุจอเอาปลาไปเทใส่ลงอ่างน้ำใบใหญ่ปลาตั้งหลายตัวคงกินไม่หมดในวันเดียว เลี้ยงมันไว้กินสดๆ ย่อมดีกว่า
หยางเถาอวี้เริ่มตั้งเตาเพื่อย่างกุ้งให้สุกกำลังพอดีจากนั้นชวนยายจางทำปลาเผาเกลือสอดไส้ตะไคร้หนึ่งตัว ส่วนกระจับนั้นเป็พืชนางจึงลงมือล้างและต้มกระจับส่วนหนึ่งเอง เมื่อสุกก็นำมาทุบแกะเปลือกออกเผยให้เห็นเนื้อกระจับสีขาวนวลน่ากิน จากนั้นจึงนำเนื้อกระจับขาวๆ มาต้มกินแทนโจ๊กทำอาหารทีไรก็คิดถึงสารพัดเครื่องปรุงทุกที เอาเถอะ กินแต่รสเค็มรสจืดไปก่อน
เมื่อเนื้อกุ้งเผาสุกได้ที่กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของมันก็โชยขึ้นมาทันทีหยางเถาอวี้แกะหัวกุ้งและเปลือกกุ้งออก ฉีกเนื้อกุ้งส่งให้ยายจางชิม
“อร่อยยิ่งนัก เนื้อกรุบๆ หอมกลิ่นเผารู้อย่างนี้ก็จับกินกันเสียนานแล้ว” ยายจางเอ่ยปากทันทีที่ได้ชิมเนื้อกุ้ง
“ใช่ไหมล่ะเ้าคะท่านยายแล้วท่านจะต้องบ่นว่ากุ้งหนึ่งตัวนี้ช่างน้อยนัก ฮี่ๆ” หยางเถาอวี้ยกเนื้อกุ้งทั้งตัวให้ยายจางได้ลิ้มลอง
“ท่านยายลองชิมโจ๊กกระจับดูสิเ้าคะอันที่จริงเมื่อต้มสุกแกะเปลือกออกก็กินได้เลยนะเ้าคะ แต่ข้าอยากมีน้ำแกงซดกินกับปลาย่างเ้าค่ะ”
“เ้าช่างเข้าใจคิดนัก เนื้อปลานี่ก็หอมกลิ่นตะไคร้ยิ่งยายเพิ่งรู้นี่แหละว่าหญ้ารกๆ ริมทางที่บางบ้านปลูกไว้ไล่ยุง เมื่อเอามาประกอบอาหารจะชูรสให้หอมอร่อยเยี่ยงนี้ถ้าอวี้เอ๋ออยู่กับยายนานสักหน่อย ยายต้องอ้วนเป็หมูแน่เชียว”ยายจางคิดอย่างนี้จริงๆสองวันมานี้นางรู้สึกว่าตนมีความอยากอาหารมากขึ้นจนแก้มที่ซูบตอบจากความตรอมใจเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นสภาพจิตใจก็ดีขึ้นไม่น้อย
“ตราบใดที่ท่านยายไม่ไล่อวี้เอ๋อ อวี้เอ๋อก็ไม่จากไปไหนหรอกเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ตอบตามความสัจจริง นางจะไปไหนได้เล่าตอนนี้แต่ผู้ฟังกลับคิดว่าเด็กน้อยแค่ปลอบใจนางอีกไม่นานเมื่อทางบ้านได้ข่าวคราวย่อมต้องออกมาตามหานาง
“ท่านยายเ้าคะ เรามีอาหารตุนไว้ไม่น้อยวันพรุ่งคงสามารถพักผ่อนสักวัน ไม่ต้องออกไปหาอาหารใช่หรือไม่เ้าคะ”หยางเถาอวี้เริ่มเรียบเคียง
“จ้ะ หากเ้าเหนื่อยก็พักผ่อนเถิดแต่ยายคิดว่ายายจะขึ้นเขาไปหาของป่ามาตุนไว้เผื่อจะพอมีของป่าเหลือให้นำไปขายได้บ้าง หน้าหนาวกำลังจะมาเยือน ปีนี้ยายยังกักตุนอาหารไม่ได้มากเท่าที่ควร”
“เช่นนั้นข้าขออยู่เฝ้าบ้านสักวันนะเ้าคะ”
“ตามใจเ้าเถิด” สองยายหลานกินข้าวต่อไป ต่างฝ่ายต่างมีแผนการของตน
..........
ที่มา1 https://www.isangate.com/new/32-art-culture/knowledge/461-tools-4-fish.html