หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 8 วิชาจักสาน

            หลังอาหารเที่ยงมีเวลาว่างหยางเถาอวี้รื้อลำไผ่ออกมานั่งผ่าและฝานให้เป็๲เส้นตอกหลายขนาดยายจางเห็นเข้าจึงถาม

            “อวี้เอ๋อจะสานตะกร้าหรือ”

            “ไม่ใช่เ๽้าค่ะท่านยาย ข้าจะสานสุ่ม ข้องและลอบดักปลา1อย่างง่ายๆ เ๽้าค่ะ”หยางเถาอวี้ผ่าลำไผ่ไปก็ทำหน้าฝันหวานไป เมื่อวานนี้ตอนหล่นลงไปในลำธารหยางเถาอวี้สังเกตุเห็นว่าในลำธารมีปลามีกุ้งชุกชุมนักแถมตรงชายป่าใกล้ธารน้ำยังมีดงพืชสมุนไพรเขตเมืองร้อนหลายอย่างขึ้นอยู่อาจเป็๲เพราะที่นี่ยังอยู่ในเขตอบอุ่น เทียบแล้วคงใกล้เคียงกับแถวสิบสองปันนา

            “สุ่ม ข้อง ลอบดักปลา? คือสิ่งใดกัน ยายไม่เคยได้ยิน”

            “มันคืออุปกรณ์ดักปลาและจับกุ้งได้เ๽้าค่ะ”

            “งั้นหรือ แถบนี้มักใช้เบ็ดตกปลาในลำธารเล็กๆส่วนตามทะเลสาบขนาดใหญ่นิยมใช้แหหรืออวน”

            “อุปกรณ์ที่ข้าจะสานเหมาะกับพื้นที่ที่มีน้ำไหลตลอดเวลาเช่นที่ลำธารและเป็๲ความชอบส่วนตัวของข้าเ๽้าค่ะข้าใจร้อนจึงไม่ชอบใช้เบ็ด”

            “ยายชักอยากเห็นเสียแล้วว่าสุ่ม ข้องและลอบดักปลาหน้าตาเป็๞อย่างไร มาๆยายช่วยเ๯้าอีกแรง” ยายจางคุยอย่างกระตือรือล้น

            ทั้งสองนั่งผ่าลำไผ่และเหลาเส้นตอกไผ่ตลอดบ่ายวันนั้น ตกเย็นก็ได้สุ่มหนึ่งใบไซดักปลาอย่างง่ายหนึ่งใบ ข้องหนึ่งใบ

            “เสร็จแล้วเ๯้าค่ะท่านยาย พวกเราเอาลอบไปทดลองวางดักปลาทิ้งไว้ในคืนนี้กันเถอะเ๯้าค่ะ”

            “เอาสิๆ” ยายจางตื่นเต้นราวกับเด็กเมื่อเข้าใจวิธีใช้งานและวัตถุประสงค์ของลอบดักปลานางเดินนำหยางเถาอวี้ไปถึงลำธาร หยางเถาอวี้อยากได้บริเวณที่น้ำลึกสักหน่อยยายจางจึงพาเดินทวนน้ำขึ้นไปอีกระยะหนึ่งถึงพบทำเลเหมาะสม

            “เอาลอบวางในแนวนอนใกล้กอหญ้าน้ำสวยๆ ตรงนั้นก็เข้าท่าดีนะเ๯้าคะ หันปากลอบไปทางพื้นที่ที่น้ำไหลเข้าเ๯้าค่ะท่านยายพรุ่งนี้เช้าเราค่อยกลับมาดูกัน”

            “ได้สิอวี้เอ๋อ” เมื่อวางลอบเรียบร้อยจึงพากันถือโอกาสตักน้ำกลับบ้าน

            ...

            เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองกินน้ำซุปเนื้อกระต่ายที่เหลือจากเมื่อวานก่อนจะรีบออกเดินทางไปยังจุดวางลอบดักปลา

            “ท่านยายๆ มีปลาตัวใหญ่ๆ ตั้งหลายตัวแน่ะเ๯้าค่ะ ปลาเล็กกับกุ้งติดมาด้วยตัวเบ้อเริ่มเลย เสียดายถ้ามีเหยื่อล่อคงได้เยอะกว่านี้”หยางเถาอวี้ตื่นเต้นกับผลงานครั้งแรกในการเลียนแบบไอ้จ่อย

            “ไอ้หยา ตัวใหญ่จริงๆ แต่กุ้งที่อวี้เอ๋อว่านี่กินอย่างไรหรือชาวบ้านรังเกียจรูปร่างหน้าตาเหมือนแมลงของมัน ปกติจึงไม่นิยมจับกินกัน” ยายจางอุทานเสียงดังเมื่อเห็นปลาตัวขนาดเท่าลำแขนติดอยู่ในลอบถึงสี่ตัวปลาเล็กปลาน้อยสามตัว รวมกับสัตว์ประหลาด เอ้ย กุ้งติดมาอีกหนึ่งตัว

            “กุ้งกินได้หลายแบบเ๯้าค่ะ ย่างก็ได้ ต้มก็หวานเด้ง ผัดก็หอม ว่าแต่ท่านยายเ๯้าคะข้าไม่ชอบจับปลา ข้ายกหน้าที่ต่อจากนี้ให้ท่านยายนะเ๯้าคะ แหะๆๆ”หยางเถาอวี้ไม่ชอบขั้นตอนทรมานสัตว์ แต่ครั้นระลึกถึงรสชาติของพวกมันก็อดปากไม่อยู่

            “ได้สิอวี้เอ๋อ ยายไม่กลัว” ยายจางกล่าวอย่างอารมณ์ดี

            “ท่านยายจับใส่ข้องนี่เลยเ๯้าค่ะ มันเก็บรักษาง่ายกว่าใส่ตะกร้าไม่ต้องกลัวมันดิ้นหนี ส่วนกุ้งจับตรงหลังของมันนะเ๯้าคะ”อวี้เอ๋อให้ความร่วมมืออย่างดี ถือข้องไว้ด้วยสองมือเพื่อรับแรงดิ้นของปลา

            “ช่างคิดจริงๆ” ยายจางชมเปาะ

            “ท่านยายเหนื่อยหรือไม่เ๯้าคะ”

            “เพิ่งมาได้ประเดี๋ยวเดียว ยังไม่ได้ลงแรงอันใดเลย จะเหนื่อยได้อย่างไรเล่า”

            “ท่านยาย งั้นอวี้เอ๋ออยากถาม ท่านยายรู้จักกอหญ้าน้ำสวยๆ ตรงจุดที่เว้าเป็๞วงเข้าหาฝั่งใกล้ๆกับที่เราวางลอบไหมเ๯้าคะ”เหตุที่หยางเถาอวี้อยากถามก่อนเพื่อความแน่ใจก็เพราะสงสัยว่าทำไมไม่มีใครเก็บกระจับไปกินกันบ้างมันขึ้นอยู่เต็มแอ่งน้ำที่เว้าเข้าหาแผ่นดินจนมีสภาพคล้ายบ่อโคลนเล็กๆ บ่อหนึ่งแทบจะตัดขาดจากลำธาร บริเวณนั้นมีหญ้าน้ำอีกหลายประเภทขึ้นอยู่โดยรอบแต่วันนี้ที่หยางเถาอวี้หมายตาคือหลิงเจี่ยวหรือกระจับนั่นเอง

            “มันคือหลิงเจี่ยวไม่ใช่เหรอนั่น ยายรู้จัก ...อย่าบอกนะว่ามันก็กินได้ด้วย” ยายจางเอะใจ หยางเถาอวี้รู้จักสิ่งที่กินเป็๲อาหารได้หลายอย่างเป็๲เพราะมาจากต่างเมืองหรือไม่ จึงมีความรู้แตกต่างจากชาวบ้านแถบนี้

            “ใช่แล้วเ๯้าค่ะ ข้าแอบสงสัยอยู่เชียวว่ามันขึ้นงามเสียขนาดนั้นรอดพ้นปากคนมาได้อย่างไร อาจเพราะผลของมันจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนจึงไม่ได้สังเกตุเห็นใช่หรือไม่เ๯้าค่ะ”หยางเถาอวี้เอ่ยถาม

            “ผลอยู่ใต้น้ำหรอกหรือ เป็๲เช่นนี้นี่เองชาวบ้านเห็นมันเป็๲แค่วัชพืชน้ำหาประโยชน์อันใดไม่ได้นอกจากชื่นชมความสวยน่ารักของดอกใบ”

            หยางเถาอวี้เดินลุยน้ำเข้าไปดึงไหลต้นกระจับขึ้นมาเหง้าหนึ่งเผยให้เห็นผลกระจับสีม่วงสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้ใบรอบต้น “นี่อย่างไรเ๯้าคะ”

            “แหม อย่างนี้เรียกว่าใกล้เกลือกินด่างใช่หรือไม่” ยายจางอุทานตนและพวกชาวบ้านไม่เคยสังเกตุเห็นมาก่อนจริงๆแต่ถึงจะเคยเห็นก็อาจไม่ทันเอะใจว่ามันกินได้

            “ฮี่ๆๆ วันนี้เรามีลาภปากอีกแล้วเ๯้าค่ะท่านยายเด็ดเฉพาะผลสีดำเท่านั้นนะเ๯้าคะ มันคือผลที่สุกเต็มที่แล้วเ๯้าค่ะ”

            “ข้าเข้าใจแล้ว อวี้เอ๋อ เ๽้ามาได้แค่สองวัน แต่ทำให้ยายได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมายทีเดียว”ยายจางเอ่ยชม

            “ประสบการณ์ของแต่ละคนย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเองใช่หรือไม่เ๯้าคะท่านยายข้าเองก็อยากเรียนรู้วิธีเตรียมอาหารสดอย่างกระต่ายหรือปลา แต่ข้าแพ้ทางจริงๆเ๯้าค่ะ โฮะๆๆ”

            “เ๽้านี่ หัวเราะท่าทางประหลาดเสียจริง แต่ก็น่ารักน่าชังยิ่ง”ยายจางขำท่ายกมือกรีดนิ้วขึ้นปิดปากหัวเราะเริงร่าของหยางเถาอวี้นัก

            จากนั้นสองยายหลานจึงพากันก้มๆ เงยๆ เก็บกระจับอย่างเพลินเพลินรู้ตัวอีกทีก็เมื่อยหลังเสียแทบยืดตัวไม่ขึ้น แต่ครั้นหันไปเห็นผลกระจับมากมายเกือบเต็มตะกร้าสองคนพลันยิ้มแย้มลืมความเมื่อยล้าเป็๞ปลิดทิ้ง

            “ท่านยายเหนื่อยหรือยังเ๽้าคะ ท่านนั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อนดีหรือไม่ข้าจะเดินไปเก็บสมุนไพรตรงแนวโค้งชายป่านู้นอีกนิดหน่อยแค่นี้ก็จะได้เครื่องประกอบอาหารครบตามสมควรแล้วเ๽้าค่ะ”

            “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ”ยายจางส่งสายตามองตามหยางเถาอวี้ที่กำลังเดินขี้นฝั่งไปยังชายป่า สงสัยในใจนางจะเก็บต้นอะไรมาอีก

            มันก็คือดงตะไคร้นั่นเอง หยางเถาอวี้เห็นมา๻ั้๹แ๻่เมื่อวานแล้วนางเอามีดผ่าฟืนเซาะตัดตรงส่วนโคนขึ้นมากำมือหนึ่งวันนี้นางตั้งใจอยากจะเผาปลายัดไส้ตะไคร้ เมื่อวานช๊อปปิ้งป่า วันนี้ได้ช๊อปปิ้งลำธารชีวิตแบบนี้สุขใจเสียจริง

            (เ๯้านายอย่าซนเพลินจนลืมคิดหาวิธีกลับดาวทวิภาคนะขอรับ –ทีเจวันชักเป็๞ห่วง)

            เมื่อกลับถึงบ้าน ยายจางกุลีกุจอเอาปลาไปเทใส่ลงอ่างน้ำใบใหญ่ปลาตั้งหลายตัวคงกินไม่หมดในวันเดียว เลี้ยงมันไว้กินสดๆ ย่อมดีกว่า

            หยางเถาอวี้เริ่มตั้งเตาเพื่อย่างกุ้งให้สุกกำลังพอดีจากนั้นชวนยายจางทำปลาเผาเกลือสอดไส้ตะไคร้หนึ่งตัว ส่วนกระจับนั้นเป็๞พืชนางจึงลงมือล้างและต้มกระจับส่วนหนึ่งเอง เมื่อสุกก็นำมาทุบแกะเปลือกออกเผยให้เห็นเนื้อกระจับสีขาวนวลน่ากิน จากนั้นจึงนำเนื้อกระจับขาวๆ มาต้มกินแทนโจ๊กทำอาหารทีไรก็คิดถึงสารพัดเครื่องปรุงทุกที เอาเถอะ กินแต่รสเค็มรสจืดไปก่อน

            เมื่อเนื้อกุ้งเผาสุกได้ที่กลิ่นหอมอันเป็๲เอกลักษณ์ของมันก็โชยขึ้นมาทันทีหยางเถาอวี้แกะหัวกุ้งและเปลือกกุ้งออก ฉีกเนื้อกุ้งส่งให้ยายจางชิม

            “อร่อยยิ่งนัก เนื้อกรุบๆ หอมกลิ่นเผารู้อย่างนี้ก็จับกินกันเสียนานแล้ว” ยายจางเอ่ยปากทันทีที่ได้ชิมเนื้อกุ้ง

            “ใช่ไหมล่ะเ๽้าคะท่านยายแล้วท่านจะต้องบ่นว่ากุ้งหนึ่งตัวนี้ช่างน้อยนัก ฮี่ๆ” หยางเถาอวี้ยกเนื้อกุ้งทั้งตัวให้ยายจางได้ลิ้มลอง

            “ท่านยายลองชิมโจ๊กกระจับดูสิเ๯้าคะอันที่จริงเมื่อต้มสุกแกะเปลือกออกก็กินได้เลยนะเ๯้าคะ แต่ข้าอยากมีน้ำแกงซดกินกับปลาย่างเ๯้าค่ะ”

            “เ๽้าช่างเข้าใจคิดนัก เนื้อปลานี่ก็หอมกลิ่นตะไคร้ยิ่งยายเพิ่งรู้นี่แหละว่าหญ้ารกๆ ริมทางที่บางบ้านปลูกไว้ไล่ยุง เมื่อเอามาประกอบอาหารจะชูรสให้หอมอร่อยเยี่ยงนี้ถ้าอวี้เอ๋ออยู่กับยายนานสักหน่อย ยายต้องอ้วนเป็๲หมูแน่เชียว”ยายจางคิดอย่างนี้จริงๆสองวันมานี้นางรู้สึกว่าตนมีความอยากอาหารมากขึ้นจนแก้มที่ซูบตอบจากความตรอมใจเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นสภาพจิตใจก็ดีขึ้นไม่น้อย

            “ตราบใดที่ท่านยายไม่ไล่อวี้เอ๋อ อวี้เอ๋อก็ไม่จากไปไหนหรอกเ๯้าค่ะ”หยางเถาอวี้ตอบตามความสัจจริง นางจะไปไหนได้เล่าตอนนี้แต่ผู้ฟังกลับคิดว่าเด็กน้อยแค่ปลอบใจนางอีกไม่นานเมื่อทางบ้านได้ข่าวคราวย่อมต้องออกมาตามหานาง

            “ท่านยายเ๽้าคะ เรามีอาหารตุนไว้ไม่น้อยวันพรุ่งคงสามารถพักผ่อนสักวัน ไม่ต้องออกไปหาอาหารใช่หรือไม่เ๽้าคะ”หยางเถาอวี้เริ่มเรียบเคียง

            “จ้ะ หากเ๯้าเหนื่อยก็พักผ่อนเถิดแต่ยายคิดว่ายายจะขึ้นเขาไปหาของป่ามาตุนไว้เผื่อจะพอมีของป่าเหลือให้นำไปขายได้บ้าง หน้าหนาวกำลังจะมาเยือน ปีนี้ยายยังกักตุนอาหารไม่ได้มากเท่าที่ควร”

            “เช่นนั้นข้าขออยู่เฝ้าบ้านสักวันนะเ๽้าคะ”

            “ตามใจเ๯้าเถิด” สองยายหลานกินข้าวต่อไป ต่างฝ่ายต่างมีแผนการของตน

     

     

     ..........

     

    ที่มา1 https://www.isangate.com/new/32-art-culture/knowledge/461-tools-4-fish.html