ทั้งสองรับประทานอาหารมื้อนี้อย่างอิ่มหนำสำราญ
ร้าน ‘ความทรงจำสุดพิเศษ’ เปลี่ยนเถ้าแก่คนใหม่แล้วจริงๆ แต่ว่ารสชาติอาหารกลับไม่เปลี่ยนไป เพียงแค่อาหารขึ้นชื่อจานพิเศษเ่าั้ถูกปรับแต่งเล็กน้อยให้ใกล้เคียงกับสไตล์ของเถ้าแก่คนก่อนหน้า ชิมปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็รสมือจากคนในครอบครัวเดียวกัน
เยี่ยนหลีถามด้วยความสนใจ จึงได้รู้ว่าเถ้าแก่คนก่อนนั้นสอบเข้า TASA ช้ากว่าพวกเขาเจ็ดปี และได้เป็หน่วยรบพิเศษแล้ว
ซึ่งตอนนี้เถ้าแก่คนปัจจุบันเป็อาของเถ้าแก่คนก่อนที่ดูอายุไม่มาก แต่ว่ามีศักดิ์าุโมากกว่า
ก่อนหน้าเถ้าแก่คนนี้ ยังมีเถ้าแก่คนก่อนซึ่งเป็พี่น้องบ้านเดียวกันกับพวกเขาอยู่ เพียงแต่คนผู้นั้นสอบไม่ผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขายืนหยัดอยู่ได้แค่สามสิบปีก็ถูกคัดออกและจำใจต้องจากไป ตอนนี้เขาทำงานอยู่ในแผนกย่อยของบริษัทโลจิสติกส์ของ TASA เขาวางแผนว่าจะดำเนินตามขั้นตอนอีกครั้ง หลังการฝึกฝนใน่ระยะเวลาสั้นๆ แล้วจะลงสมัครอีกครั้ง
ทว่าเถ้าแก่คนปัจจุบันนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา เขามีรูปลักษณ์สง่างามและจิติญญาสูงส่ง แม้เขาจะสงวนท่าที แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งของเขา ดูแล้วมีโอกาสสูงที่ในอนาคตจะผ่านการทดสอบได้ และในท้ายที่สุดก็จะเป็หน่วยรบพิเศษอย่างแน่นอน
เป็เื่ปกติที่ในหนึ่งครอบครัวจะทยอยกันมาสมัครสอบเข้า TASA ตราบใดที่มีความสามารถ ต่อให้พ่อลูก ปู่ย่า และหลานเข้า TASA พร้อมกันก็ไม่มีใครห้าม เพียงแต่ความเป็ไปได้เช่นนี้มีน้อยมาก แม้คนก่อนหน้าจะเข้า TASA ได้แล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับคนที่เข้ามาในภายหลัง อย่างมากก็ส่งแต้มผลงานกับทรัพย์สินส่วนตัวในโลกไร้ขอบเขตให้เขา เพื่อที่พวกเขาจะได้มีจุดเริ่มต้นสูงกว่าคนอื่นเล็กน้อย แต่ว่าจะไปถึงเส้นชัยได้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนบุคคล ซึ่งผู้อื่นไม่สามารถทำแทนได้
ครอบครัวนี้มีสามคนที่ผ่านการทดสอบที่เข้มงวด สามารถเข้าสู่โลกไร้ขอบเขต ทั้งยังสามารถไต่ขึ้นไปถึงเลเวล์ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จนมาถึงค่ายระดับสูงและบริหารจัดการร้านอาหารให้มีชื่อเสียงโด่งดัง นับว่าน่าทึ่งมากแล้ว
เยี่ยนหลีและตู้เซียวรู้สึกประหลาดใจที่ครอบครัวผู้มีชื่อเสียงด้านการทำอาหารปรากฏยอดฝีมือชั้นสูงที่โดดเด่น
ลูกค้าโต๊ะด้านข้างดูเหมือนว่าจะเป็ลูกค้าประจำของที่นี่ พวกเขาแย้มยิ้มและพูดกับฝ่ายตู้เซียวว่า “แม้ว่าส่วนใหญ่คนในครอบครัวพวกเขาจะเป็เชฟ แต่ไม่ใช่เชฟธรรมดา เชฟหลายคนในครอบครัวพวกเขาสามารถขับยานอวกาศข้ามร้อยล้านปีแสงได้ หรือไม่ก็ควบคุมหุ่นยนต์หุ้มเกราะบุกเข้าไปในสถานที่อันตรายต่างๆ ระหว่างดวงดาวเพื่อรวบรวมวัตถุดิบอาหารพิเศษและหายากได้ พวกเขาแต่ละคนเป็นักสู้ที่เก่งกาจและมักได้สิ่งดีๆ ที่ผู้อื่นไม่ได้รับ ดังนั้นพวกเขาแต่ละคนจึงมีทักษะเฉพาะตัวที่ผู้อื่นไม่สามารถเรียนรู้ได้ วัตถุดิบอาหารที่นี่มีจำกัดจึงกินได้เพียงเท่านี้ หากไปแดนดวงดาราที่ครอบครัวของพวกเขาอยู่ อาหารพวกนั้นอร่อยกว่านี้มาก… ” พูดถึงตรงนี้ วัยรุ่นท่าทางฉลาดและมีความสามารถผู้นั้นก็แทบน้ำลายหก “เกือบครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวแดนดวงดารา พวกเขามาเพื่อลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ”
ตู้เซียวอดหัวเราะไม่ได้ “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง”
ในฐานะนักกินตัวยง เยี่ยนหลีเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดี จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อย่างนั้นพวกเราก็นับว่าโชคดีที่ได้ทานอาหารรสเลิศที่ปรุงด้วยรสมือของเชฟผู้เก่งกาจและห้าวหาญเช่นนี้”
ลูกค้าสองสามคนในร้านหัวเราะขึ้นพร้อมกัน เถ้าแก่ในคราบเชฟปรากฏตัวออกมา และพูดคุยกับลูกค้าประจำไม่กี่ประโยค จากนั้นก็ทักทายลูกค้าใหม่แล้วกลับเข้าไปจัดการงานในครัวต่อ
เมื่อพวกเขาทานอาหารเสร็จก็เรียกหุ่นยนต์บริกรมารูดบัตรจ่ายเงิน ก่อนจะเดินออกจากร้าน
ไม่มีใครถามถึงตัวตนของพวกเขา พวกเขาก็ไม่ถามตัวตนของผู้อื่นเช่นกัน เมื่อได้พบกันโดยบังเอิญก็สามารถพูดคุยกันได้โดยไม่จำเป็ต้องก้าวก่ายความเป็ส่วนตัวแม้จะมาจากคนละฟากฟ้า จากนั้นก็บอกลากันในตอนนี้ และส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้เจอกันอีกเลย
ประตูไม้ประณีตและวิจิตรถูกผลักออก ทั้งสองเดินออกจากร้านอาการก็ได้ยินเสียงดังซ่าซ่า
“ฝนตกแล้ว” ตู้เซียวเงยหน้ามองบนฟ้า
กิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่หน้าประตูบดบังเม็ดฝนที่ตกลงมา ละอองน้ำที่มีกลิ่นฝุ่นละอองและดอกไม้ฟุ้งกระจาย ชวนให้รู้สึก ‘เศร้าโศกราวกับดอกสาลี่ขาวกลางหิมะ แลเห็นชีวิตที่ซับซ้อนสว่างชัดแจ้งยิ่งขึ้น’
ท้องฟ้าที่นี่มืดครึ้ม ฝนที่ตกก็ไม่ได้ส่องแสงวิบวับ แถมยังอึมครึม มันช่างไม่โรแมนติกเอาเสียเลย คนธรรมดาจะต้องรู้สึกไม่อภิรมย์เป็อย่างยิ่งแน่นอน แต่ว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็ยอดฝีมือชั้นสูงเลเวล์ และตราบใดที่ยังยืนยันว่าฝนชนิดนี้ไม่เป็อันตรายต่อร่างกาย พวกเขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก
เยี่ยนหลีหยิบร่มสีดำคันหนึ่งออกมาจากมิติส่วนตัว กางออกเหนือศีรษะ ร่มสไตล์โบราณขนาดใหญ่สามารถกันละอองฝน ไม่ทำให้พวกเขาทั้งสองเปียก
ตู้เซียวเข้าใกล้เขาอย่างเป็ธรรมชาติ และเดินไปอีกฟากของเมืองพร้อมกับเขา
บนถนนมีผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบเป็ครั้งคราว พวกเขาทุกคนเป็หนุ่มสาวที่ฉลาด สามารถผ่านห้าด่าน สังหารหกแม่ทัพ ผ่านการทดสอบต่างๆ นานา และเป็คนที่โดดเด่นท่ามกลางผู้สมัครจำนวนมาก พวกเขามายังดาวโลกและก้าวเข้าสู่โลกไร้ขอบเขต ยอดฝีมือชั้นสูงเหล่านี้เป็บุตรแห่ง์ที่น่าภาคภูมิใจของแดนดวงดาราที่พวกเขาอยู่ ความสามารถล้ำเลิศ พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักั้แ่เล็ก ฝึกวิชาร่ำเรียนเขียนอ่าน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดซูบผอมเป็ไม้เสียบผีหรืออ้วนฉุเป็หมู ซึ่งดูไปแล้วเพลินตาเป็อย่างมาก แม้ตรากตรำต่อสู้มาสามสิบปี สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้รับในสิ่งที่้า ทว่าประสบการณ์ที่นี่ทำให้พวกเขาพัฒนาขึ้นมาก ภายภาคหน้าต้องมีอนาคตที่สดใสแน่นอน
ทั้งสองเดินเล่นท่ามกลางสายฝนอย่างไม่เร่งรีบ มองบ้านเรือนที่เปียกชื้น ร้านค้า ต้นไม้ และคนเดินตามถนนท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้ม สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับโลกที่ไม่ได้พบกันนานใบนี้
พวกเขาออกจากที่นี่ไปยังโลกแห่งความเป็จริง ไม่ใช่แค่ห้าสิบปี แต่เป็เวลาที่สะสมกว่าพันปีขณะปฏิบัติภารกิจที่มิติเวลาอื่น ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัวเล็กน้อย หลังจากกลับมาที่นี่ จึงเป็เหตุผลหลักที่แกนสมองอัจฉริยะของโลกไร้ขอบเขตไม่ได้มอบหมายภารกิจให้พวกเขาในทันที
ตู้เซียวรู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างยิ่ง เขาพูดคุยกับเยี่ยนหลีอย่างสบายใจ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่มีหัวข้อและไม่สนตรรกะ คุยกันั้แ่เื่ที่ในโลกแห่งความเป็จริงมีคนถูกคัดออกไปประกอบธุรกิจทำนา จับปลา เพาะพันธุ์พืชหรือสัตว์ ทำเหมือง หรือไม่ก็คุยกันเื่ไปทานอาหารรสเลิศที่แดนดวงดาราตามที่ลูกค้าเมื่อครู่กล่าวถึง และคุยั้แ่ปฏิทินจันทรคติซึ่งยังคงใช้บนโลก สู่ปฏิทินจักรวาลแบบใหม่ที่ใช้กันทั่วดินแดน คุยั้แ่ภาษากลางระหว่างดวงดาวมนุษย์ที่เป็ภาษาจีนและภาษาอังกฤษสมัยใหม่แบบมาตรฐาน จนถึงการฟื้นฟูวัฒนธรรมโบราณ
ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่ ตู้เซียวพลันนึกขึ้นได้ “แต่ก่อนฉันไม่ได้สังเกต ไม่กี่วันก่อนฉันจัดระเบียบภารกิจที่ทำอย่างละเอียด และพบว่าตัวเองไม่เคยปฏิบัติภารกิจ่ระหว่างปีค.ศ. 2000 ถึง 6000 เลย หลังจากไล่ดูโพสต์ในกระทู้ของคนอื่น ดูเหมือนว่าไม่เคยมีใครไปมิติเวลาใน่เวลานั้น เวลาสี่พันปีเต็มไม่เกิดอุบัติเหตุสักนิดเลยหรือ? เป็ไปได้ยังไง? ”
เยี่ยนหลีแย้มยิ้มแล้วกล่าวเสียงเบาว่า “ฉันสังเกตได้เมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน และยังเคยตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จึงได้ยินคำพูดประมาณว่า ความจริงแล้วั้แ่ปี 1985 ถึง 6018 เป็่เวลาที่เกี่ยวข้องกับ ‘เทพเ้าผู้เป็ะ’ หลิงจื่อหาน เสมือนเป็ ‘บุตรแห่งโชคชะตา’ และ ‘บุตรแห่งโลก’ ซึ่งในมนุษยชาติยังไม่เคยมีสิ่งใดแข็งแกร่งเหนือเขา เพราะฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดสามารถบุกเข้ามาในมิติเวลานี้ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีทางประวัติศาสตร์ องค์กรที่น่าสะพรึงกลัว หรือนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องผู้มีเจตนาร้ายแอบแฝงเ่าั้ได้พยายามนับพันปี แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จและคว้าน้ำเหลว”
ตู้เซียวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ในดวงตาเผยความใฝ่ฝันอันไร้ขอบเขต “ช่างทรงพลัง… เหลือเชื่อจริงๆ ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเราจะฝึกฝนได้สูงถึงระดับขั้นนั้นหรือเปล่า”
เยี่ยนหลีก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างท่วมท้นเช่นกัน “เขาเป็เป้าหมายและเป็แบบอย่างของทุกคนใน TASA ทุกคนต่างพยายามอย่างหนัก เพื่อท้ายที่สุดจะสามารถก้าวไปสู่ขั้นสูงสุดแบบนั้นได้”
“ใช่แล้ว” ตู้เซียวหันหน้าไปทางอีกคน ดวงตาของเขาเปล่งประกายสวยงามระยิบระยับ