ชิงฉู่ถูกขังอยู่ในคุกที่มีคนคุมแ่านางจึงรอดพ้นจากการปองร้ายมาได้แต่นางกลับสิ้นหวังลงเรื่อยๆ นายท่านผู้นั้นคงไม่คิดว่านางมีประโยชน์อีกต่อไปยามนี้ไม่แน่ว่าอาจจะให้คนฆ่าบิดาของนางไปแล้ว
จอมยุทธ์หญิงพเนจรเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ผ่านหน้าต่างลูกกรงเล็กๆที่ผนังด้านหนึ่งของคุกความชื้นที่ผ่านผนังทำให้อากาศภายในห้องขังทำเอามือเท้าเย็น นางมีอาการไข้หวัดอ่อนๆมาสองสามวัน ตกกลางดึกยังไอจนเจ็บหน้าอกยังดีที่นางมีรูปโฉมงดงามพอที่ทหารเฝ้าคุกให้ความเมตตาเมื่อร้องขอน้ำชาอุ่นๆก็ได้รับบ้าง อาหารในคุกมีเพียงข้าวต้มเปล่ากับผัดผักเย็นชืดพอได้ประทังชีวิตหากอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ถึงเดือนนางอาจจะป่วยตายไปเสียก่อน
“ท่านพ่อพระคุณของท่านเอาไว้ข้าตามกตัญญูชาติหน้าเถิด”
เสียงฝีเท้าเบาผิดปกติดังขึ้นที่บันไดทางลงมาคุกใต้ดินนางเงี่ยหูฟังแล้วก็รู้ว่าคนผู้นี้มีวรยุทธ์สูง หญิงสาวจึงรีบแกล้งล้มตัวลงนอนไม่นานนักชายในชุดทหารยามผู้นั้นก็หยุดเท้าที่หน้าห้องขังของนาง
กริ๊ก!
กุญแจหน้าห้องขังถูกไขออกคนผู้นั้นเดินเข้ามาจนถึงหน้าเตียงที่นางนอนอยู่
“ชิงฉู่เ้าลุกเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้าข้าจะพาออกไปจากที่นี่” คนผู้นั้นโยนห่อเสื้อผ้าลงข้างตัวนางจอมยุทธ์สาวรีบลุกขึ้น
“เป็ท่าน....”เมื่อนางลืมตาขึ้นอดจะตื่นตะลึงมิได้
“อย่าเพิ่งพูดรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดประเดี๋ยวจะถึง่ผลัดเวรยามแล้ว”
“เ้าหันหลังสิ”นางสั่ง ผู้บุกรุกคุกหลวงจึงหันหลังกลับไปปล่อยให้นางเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นทั้งสองก็ตามกันออกไปทางอุทยานใหญ่ชายหนุ่มพานางลัดเลาะไปจนถึงประตูวังใหญ่
“เหตุใดไม่ออกทางอื่นเล่า?ตรงนี้มิอันตรายหรือคนมากขนาดนี้?”
“ยิ่งอันตรายก็ยิ่งปลอดภัย”
จริงอย่างคนผู้นั้นกล่าวเป็เพราะประตูใหญ่มีขบวนทหารยามผลัดเปลี่ยนเวรทีละหลายสิบคนและมีหลายขบวนที่เดินผ่าน เมื่อนางอยู่ยืนท้ายแถวกับเขาจึงมิได้รับความสนใจ
“เดี๋ยวพ้นมุมกำแพงเ้ารีบตามข้าเข้าพุ่มไม้ตรงนั้น”เขาพยักเพยิดให้นางดู กอไม้เบื้องหน้าเมื่อขบวนทหารตรวจรอบกำแพงวังด้านนอกไปถึงมุมกำแพงใหญ่เขาก็ดึงมือนางกระโจนหายไปในความมืด
ชายหนุ่มพานางลัดเลาะตรอกซอยเล็กๆครั้นถึงสุดซอยก็เคาะประตูห้าครั้งไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนเปิดบานเล็กออกมาต้อนรับในรั้วรอบขอบชิดนั้นมีเรือนน้อยอยู่สองหลังด้านข้างของสองเรือนนี้ล้วนเป็กำแพงสูงนางคะเนว่าคงจะเป็คฤหาสน์ของผู้มีฐานะสูงส่งในเมืองหลวงเมื่อบ้านสองหลังนี้มาซ่อนอยู่ระหว่างบ้านเรือนของผู้มีอันจะกินจึงกลายเป็บ้านที่ไม่มีผู้ใดเข้ามาถึง
“ป้าฟาง นี่คือชิงฉู่คนที่ท่านต้องดูแลให้ดี”
“เ้าค่ะ”
“ไปเตรียมน้ำอาบให้นางเถอะ”ป้าฟางรีบไปติดเตาต้มน้ำอุ่นในครัวเห็นสภาพของหญิงงามที่ขะมุกขะมอมแล้วช่างน่าสงสารนัก นางเป็คนในจวนตระกูลจงเมื่อนายน้อย้าคนที่รักษาความลับได้ดีเพื่อมาช่วยงาน ป้าฟางจึงรีบอาสา
“เ้าต้องซ่อนตัวที่นี่ไปก่อนการจะหนีออกจากเมืองหลวงยามนี้ยากนักแค่ซ่อนตัวให้พ้นจากการจับกุมได้สักระยะหนึ่งแล้วค่อยคิดหาวิธี”จงหลวนชุนยกยิ้มมุมปาก “ข้าเตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้พร้อมแล้วแต่ละวันจะมีคนมาส่งอาหาร หากเขาร้องถามว่าป้าฟางอยู่หรือไม่? คนผู้นั้นคือคนของข้า”
เขาเดินนำนางเข้าไปดูห้องนอนเล็กด้านในเปิดตู้เสื้อผ้าให้นาง“มีเสื้อผ้าที่ข้าเตรียมไว้ให้เ้าหลายชุดแต่อาจจะมิได้สวยงามเช่นที่เ้าเคยใส่ในวังหลวงเพื่อมิให้สะดุดตาผู้คนเ้าควรแต่งตัวเป็ชาย”
นางพยักหน้ารับ“ผู้ใดส่งเ้ามาช่วยข้า? นายท่านใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่มีหน้าที่ตอบคำถามนั้นข้าช่วยเ้าออกมาจากคุกหลวง ชีวิตของเ้าถือเป็สิทธิ์ของข้าหากยังอยากช่วยพ่อเ้าก็ต้องเชื่อคำข้า” องครักษ์จงมีสีหน้าราบเรียบ“ยามนี้ร่างกายเ้ายังอ่อนแออยู่ กินอาหารเสียก่อนเถิด”
บนโต๊ะมีหมูผัดน้ำมันส่งกลิ่นหอมพร้อมอาหารอีกสองอย่างวางอยู่นางกลืนน้ำลายก่อนจะนั่งลงตักข้าวจากชามปิดฝาลงในถ้วยหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบกินอย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลาที่อยู่ในคุกใต้ดินทั้งอดอยากโหยหิวและหนาวเหน็บในเมื่อหลุดพ้นจากขุมนรกนั้นออกมาได้ สิ่งแรกที่นางคิดอยากทำคือหาความสุขเล็กๆ น้อยๆจากการกินอาหารอร่อยและนอนในผ้าห่มอุ่นๆ
จงหลวนชุนมิได้พูดสิ่งใดมากความกับนางเขานั่งกินอาหารกับนางเงียบๆ จากนั้นก็ปล่อยให้นางเข้าห้องไปอาบน้ำเมื่อนางแต่งตัวเรียบร้อยป้าฟางก็บอกนางว่าเขากลับไปแล้วชิงฉู่พยายามหลอกถามป้าฟางแต่กลับไม่ได้ผล
“อย่าถามข้าเลยคุณหนูทุกอย่างข้าล้วนทำตามคำสั่ง ข้ามาเพื่อรับใช้ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากเลย”แม้ป้าฟางจะไม่แน่ใจว่าคุณหนูแสนงามผู้นี้เป็ใคร?แต่นางสงสัยว่าอาจจะเป็ภรรยาของนายน้อยที่ไม่อาจนำกลับเข้าจวนได้แต่ท่าทางที่มิได้ดูอาลัยอาวรณ์ของชายหนุ่มกลับทำให้ป้าฟางสับสน
วันต่อมาจงหลวนชุนก็กลับมาหาชิงฉู่ที่บ้านน้อยอีก
“บิดาของเ้ายามนี้ถูกจับไปขังไว้ที่เรือนหนึ่งฟากเมืองฝั่งตะวันตก”
ชิงฉู่ยินดียิ่งนักนางยิ้มให้กับองครักษ์จงพร้อมทั้งคุกเข่า“ข้าขอร้องท่านได้โปรดช่วยชีวิตท่านพ่อข้าด้วยเถิด”
จงหลวนชุนก้มลงมองหญิงงามที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าดีที่นางมิได้ถูกปิดประกาศจับไปทั่วแผ่นดินมิฉะนั้นเื่ราวคงยุ่งเหยิงไปมากกว่านี้ ตระกูลถูที่ถูกข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงโดยการส่งหญิงสาวสวมรอยมาเป็พระสนมมีโทษปะาทั้งตระกูลแต่เพราะเห็นแก่ความเป็พระญาติของฮองไทเฮาที่ขอให้ปกปิดเป็ความลับพระนางถึงกับยอมคุกเข่าขอร้องฮ่องเต้พร้อมทั้งสาบานว่าจะไม่แย่งชิงบัลลังก์อีกต่อไปฮ่องเต้จึงงดโทษปะาสั่งริบทรัพย์และเนรเทศคนทั้งคฤหาสน์ตระกูลถูไปยังชายแดน ขณะเดียวกันก็ออกราชโองการว่าพระสนมถูชิงหลินสิ้นพระชนม์กะทันหัน
“แม้เ้าจะมิได้ถูกประกาศจับจากทางการแต่นายท่านก็คงไม่ยอมปล่อยเ้าไปแน่หากเ้าอยากให้ข้าพาเ้าไปช่วยบิดาของเ้าข้า้าข้อแลกเปลี่ยน”
ชิงฉู่เงยหน้าขึ้นมององครักษ์หนุ่มด้วยสายตาฉงน“ท่าน้าสิ่งใด?”
“สิ่งใดเล่าที่เ้าคิดว่าเป็สิ่งมีค่าที่สุดของเ้าเอามามอบให้ข้าเพื่อข้าจะเชื่อใจได้ว่าหากข้าช่วยเ้าแล้ว เ้าจะไม่ทรยศหักหลังข้า?”
นางทำสีหน้าจนใจ “ทั้งชีวิตของข้ามิได้สั่งสมเงินทองหรือของมีค่าใดแล้วเช่นนี้จะเอาสิ่งใดมามอบให้ท่าน...คงมีเพียงแต่ชีวิตของข้าแล้วที่มีค่าที่สุด”
“ข้ามิได้้าชีวิตเ้า”เขาตวัดสายตาดุมายังนาง
“เช่นนั้นข้าจะใช้ร่างกายของข้าเป็ประกัน”หญิงงามลุกขึ้นยืน “ท่านคงจะพอใจอยู่บ้างกระมัง?อย่างน้อยข้าก็เคยถูกคัดเลือกให้เป็พระสนม”นางก็พอรู้ว่าตนเองเป็สตรีที่มีความงดงามไม่น้อยข่มใจเสนอตนเองให้กับเขาเพื่อแลกกับชีวิตท่านพ่อย่อมถือว่าได้แสดงความกตัญญูก่อนตายชีวิตนางแขวนอยู่บนเส้นด้ายจะยังต้องห่วงสิ่งใดอีก?
ปัง!ชายหนุ่มตบโต๊ะด้วยความโมโห
“ข้ามิได้ล้อเล่นกับเ้า”
นางเลิกคิ้วทำตาโต“ข้าล้อเล่นที่ใดกัน?ในเมื่อท่านถามหาสิ่งมีค่านอกจากชีวิตข้าแล้วก็มีเพียงแค่ร่างกายนี้เท่านั้น”
ใบหน้าของเขากลายเป็สีชมพูเข้มไปจนถึงใบหูเขาเพียงคิดจะหาเื่กดขี่นางเอาไว้มิให้คิดหักหลังที่ไหนได้นางกลับมาเสนอตัวปรนนิบัติบนเตียงเสียนี่!
ชิงฉู่เห็นเช่นนั้นทั้งร้อนใจทั้งนึกขำหากหมดหนทางเลือกแล้วหากไม่บังคับให้เขายินยอมตามเงื่อนไขของตนนางก็ไม่มีหนทางที่จะทำให้เขายอมช่วยเหลือ
“หรือว่า?....ที่จริงแล้วองครักษ์จงไม่เคยร่วมหอกับผู้ใด?”
จงหลวนชุนผุดลุกด้วยความโมโหนางท้าทายความเป็บุรุษของเขาถึงเพียงนี้ ชายชาตรีอกสามศอกจะทนได้อย่างไร?ชายหนุ่มกำหมัดแน่นก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องนอนดังปัง! แล้วเดินกลับมาอุ้มร่างของนางขึ้นไปวางบนเตียง
“เ้าท้าทายข้าเช่นนี้อย่าได้คิดเสียใจภายหลังก็แล้วกัน” เขาก้มลงทาบริมฝีปากกับนางทันทีกลิ่นแก้มของนางหอมกรุ่นอยู่ปลายจมูกริมฝีปากนุ่มนิ่มที่ปล่อยให้เขาดูดชิมบดเบียดทำให้เืบุรุษในกายเดือดพล่านยิ่งจูบก็ยิ่งดำดิ่งลงไปในบ่อแห่งความลุ่มหลง ชิงฉู่ยินยอมให้เขารังแกนางแต่โดยดีอย่างน้อยพระคุณที่ช่วยชีวิตนางก็ยังระลึกอยู่
กว่าจงหลวนชุนจะรู้ตัวร่างของเขาก็เปลือยเปล่าคร่อมทับอยู่บนร่างบางของนางใต้ผ้าห่มได้ยินเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของสาวน้อย “จงหลวนชุน ขะ ข้าเจ็บ”
ชายหนุ่มรีบเอ่ยขอโทษเบาๆก่อนจะสัญญาว่าจะอ่อนโยนกับนาง ตราบจนเสียงครางของนางเงียบลงเขาตระกองกอดนางไว้ในอ้อมแขนจงหลวนชุนจึงได้รู้ตัวว่าตนเองกลายเป็เหยื่อของนางเสียแล้ว!
**************
