หนิงโหย่วหยูกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ขณะที่เขากำลังคิดใคร่ครวญตะเกียบในมือของเขาก็หยุดไปด้วย เพราะว่าใจลอยรู้ตัวอีกทีไข่ม้วนในจานก็หมดไปแล้ว เขาเผลอแค่ครู่เดียวเท่านั้น เ้าหนูน้อยจึงเงยหน้ามองแม่แล้วเบ้ปาก
“แม่กินไข่หมดแล้วเหรอ ?”
“อือ ต้องรีบกินถึงจะได้กินเยอะ”
“อย่าง...อย่างนั้นเหรอ ?"
เ้าหนูน้อยรู้สึกเหมือนได้เรียนรู้ทักษะใหม่
ก็ต้องอย่างนั้นล่ะ ในตอนที่หนิงเยี่ยนฝึกทหาร ต้องรีบกินถึงจะกินอิ่ม ขนาดที่ว่าทุกวันพอถึงเวลาพักต้องเอานาฬิกามาจับดูว่าใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้ากินข้าวใช้เวลามากขึ้น 1 วินาที เวลาพักก็จะลดลง 1 วินาที
หลังกินข้าวเสร็จ เมื่อมีเวลาว่าง ไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรให้ฆ่าเวลา ค่ำคืนนี้ดูจะยาวนานเป็พิเศษ หนิงเยี่ยนรู้สึกคิดถึงเกมที่เคยเล่นในภพก่อนขึ้นมาทันใด
มืดขนาดนี้ แต่โคมไฟสักอันก็ยังไม่มี จะอ่านหนังสืองั้นเหรอ? ตอนนี้มีแสงแค่เท่าเม็ดถั่ว อ่านไปตาบอดขึ้นมาจะทำยังไง !งั้นเล่นเกมดีไหม?แต่ไหนล่ะโทรศัพท์! หรือออกไปจับกบที่นาดีไหมล่ะ ?ไฟฉายซักกระบอกยังไม่มีเลย!หรือจะเอาคบไฟออกไปดีนะ ?แต่คบไฟไม่ใช่ว่าเก็บเศษไม้โง่ ๆ มาแล้วจะกลายเป็คบไฟได้สักหน่อย.....
ความบันเทิงจ๋า... ชาติที่แล้วก็ไม่มีเวลาไปสนุกสนาน ตอนนี้ยิ่งไม่มีความบันเทิงเลยด้วยซ้ำ แย่จริง
หนิงเยี่ยนมองเ้าลูกชายที่กินข้าวล้างมือเสร็จก็มาเขียนหนังสือต่อใต้แสงตะเกียงน้ำมัน เธอจึงเอ็ดขึ้นมา
“แสงแค่นี้มันไม่เหมาะกับการอ่านหนังสือ !”
“ก็ได้ ก็ได้”
เ้าหนูน้อยล้างพู่กันในมือจนสะอาดแล้วเก็บมันเข้าที่
มองดูเ้าลูกชายตัวน้อยที่กำลังล้างพู่กันอย่างตั้งใจ หนิงเยี่ยนจึงรู้สึกดีอกดีใจขึ้นมา ทำไมลูกชายของเธอถึงว่านอนสอนง่ายเช่นนี้ เหมือนเธอตอนเด็กไม่มีผิด
เมื่อเ้าหนูหนิงโหย่วหยูล้างพู่กันเสร็จก็นำไปเก็บไว้อย่างดี เขาเดินกลับไปที่เตียง ถอดรองเท้าออก พอปีนขึ้นเตียงก็ถูกหนิงเยี่ยนดึงลงมา
“ไม่อาบน้ำหรือไง? สกปรกเหมือนปลาตีนในดินโคลน”
ตอนเช้าก็อาบไปแล้วนี่ ?เ้าหนูน้อยงงไปพักหนึ่ง อีกอย่างเขาเป็เด็กนะไม่ใช่ปลาตีน แต่พอมองสายตาที่เด็ดขาดของแม่แล้ว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไม่มีสิทธิ์ขัดขืน ต้องเดินไปที่ลานบ้านอย่างจำใจ ถึงแม้จะอาบไปแล้วเมื่อเช้า แต่ถ้าแม่บอกให้อาบอีกก็ต้องอาบจริงไหม ?
อาบก็อาบ ถ้าแม่มีความสุขก็ดีแล้ว ถ้าทำให้แม่รู้สึกดีแล้วเป็แบบนี้ต่อไป ไม่กลับไปเป็แม่ที่ใจร้ายที่เอาแต่ด่ากับตีก็ถือว่าดีมากแล้ว
เ้าหนูน้อยถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินไปที่อ่างไม้ ในอ่างมีน้ำที่วางตากแดดไว้ จึงทำให้ตอนนี้น้ำยังร้อนอยู่ ควักมาใส่ตัวก็รู้สึกสบายมาก มือเล็ก ๆ ลูบไปบนร่างกาย ถูเอาคราบไคลออก หนิงเยี่ยนมองคราบไคลในมือเล็ก ๆ อย่างงุนงง ตอนเช้าเ้าหนูก็อาบจนสะอาดแล้ว ทำไมยังมีคราบไคลอยู่ล่ะ หรือว่าเ้าหนูนี่ไม่ใช่คน แต่เป็ปลาตีน ปีที่ผ่านมานี้ขนาดข้าวยังไม่เคยได้กินจนอิ่ม แบบนี้คงจะไม่สนใจเื่อาบน้ำขัดขี้ไคล พอคิดมาถึงตอนนี้...เธอจึงรู้สึกรับไม่ได้
ร่างของเด็กน้อยที่ขัดขี้ไคลจนเกลี้ยง เช็ดตัวจนสะอาด เดินกลับเข้ามาหาหนิงเยี่ยน แต่ดวงตาที่แดงก่ำของเ้าหนูน้อยกำลังข่มความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ในใจ
“ร้องไห้เหรอ?”
“ไม่!”
เ้าหนูหนิงโหย่วหยู่ส่ายหัวอย่างแรง ถ้าเกิดเขาเป็ปลาตีนไม่ใช่คน แม่ต้องเอาเขาไปทิ้งแน่ !เื่ที่เขาคิดจะบอกออกไปไม่ได้เด็ดขาด !
“จริงเหรอ ?”
หนิงเยี่ยนมองออกในทันทีว่าในหัวของเ้าหนูกำลังสับสนวุ่นวาย ถึงหนิงเยี่ยนจะชอบคิดอะไรพิสดารก็เถอะ แต่เธอไม่ได้คิดจริง ๆ หรอกนะว่าลูกชายของเธอจะเป็ปลาตีน
หนิงเยี่ยนไม่ถามซักอะไรมากความเพื่อให้เ้าหนูตอบ เธอเดินไปยังห้องครัว เอาน้ำที่ตากแดดไว้เมื่อกลางวันมาอาบล้างจนสะอาดแล้วกลับไปที่ห้อง
เ้าหนูนอนหลับอยู่บนเตียง เขาหายใจอย่างสม่ำเสมอ หนิงเยี่ยนได้ฟังเสียงหายใจของเ้าหนูน้อยเธอจึงรู้สึกสงบลง เอนหลังลงบนเตียงไม้แข็ง ๆ แล้วสักพักจึงผล็อยหลับตามไป
วันรุ่งขึ้น ท่านอาจารย์ซวีมาถึงที่หน้าบ้าน ส่วนเด็กชายอีกคนที่มาด้วยในมือของเขาถือเข็มทิศเก่า ๆ อันหนึ่ง
ในมือของหนิงเยี่ยนถือไม้อยู่ 1 ท่อน เธอเอามันมาลากตีวงบนพื้นแล้วพูดกับท่านอาจารย์ซวี
“ท่านอาจารย์ ทางนี้ ข้าวางแผนว่าจะสร้างบ้านที่นี่”
สถานที่ตรงนี้หนิงเยี่ยนพิจารณามาดีแล้ว ด้านหลังติดูเา อยู่ใกล้แม่น้ำ เป็เวลาที่แสงแดดส่องเหมาะสม แสงแดดเยอะ หน้าหนาวตากผ้าห่ม หน้าร้อนทำเนื้อรมควัน ไม่มีอะไรเป็อุปสรรค
ท่านอาจารย์ซวียืนอยู่บนเชิงเขามองลงมายังภูมิประเทศ ดูฮวงจุ้ย สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า
“ที่ที่แม่หนูหนิงเยี่ยนวงไว้เป็ที่ที่ดี อยู่แล้วเฮง ๆ รวย ๆ”
“เช่นนั้นตามคำที่ท่านอาจารย์ว่าเลยแล้วกัน”
หนิงเยี่ยนไม่ได้เชื่อในเื่ฮวงจุ้ย แต่อย่างไรก็ตามท่านอาจารย์ซวีเป็คนที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้าน เพราะแบบนี้เธอจึงใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักท่านอาจารย์ซวี
เพราะว่าเธอนั้นยังอยากได้ต้นกล้าฝ้ายที่อยู่ในบ้านของท่านอาจารย์ซวี
หนิงเยี่ยนนำเงินออกมาจากกระเป๋า 2-3 ตำลึง ส่งให้เด็กชาย เมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของเด็กชาย เธอก็ย่นหน้าผาก เด็กในยุคนี้ไม่เหมือนกับที่เธอจินตนาการไว้เลย
ไม่ว่าจะเป็หนิงโหย่วหยูหรือเ้าเด็กชายตรงหน้านี้ล้วนแต่ฉลาด ไม่ได้โง่หรือซื่อบื้อเลยสักนิด
เมื่อไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อวาดโฉนดที่ดิน หนิงเยี่ยนก็เริ่มโค่นต้นไม้ จะสร้างบ้านถ้ามีไม้ไม่พอ 10 ปีก็ไม่เสร็จ
พอกินจนอิ่มท้องร่างกายเธอก็กลับมามีแรงอีกครั้ง เธออาศัยกำลังกายที่ฟ้าประทานมาให้โค่นไม้ในป่า ทำให้ใน 3-4 วัน เธอมีไม้พอจะสร้างบ้าน
ประจวบกับจ้าวเหลียงกลับมาจากในเมืองพอดี จึงได้ดำเนินเื่การสร้างบ้าน
หนิงเยี่ยนตกลงกับผู้ใหญ่บ้าน ค่าช่วยงานวันละ 20 เหวิน** (**เงินเหรียญทองแดง)ดูแลเื่อาหารกลางวัน แล้วเื่ที่เหลือให้จ้าวเหลียงทำ
เช้าของวันที่สร้างบ้านวันแรก พวกผู้ชายก็มากันที่บ้านฟางที่อยู่ข้างตีนเขา ชายหนุ่มส่วนใหญ่เป็คนโกวจื่อวาน พอรู้ว่าหนิงเยี่ยนจะสร้างบ้านพวกเขาต่างก็ใ
หนิงเยี่ยนคือใคร ?ก็หญิงท้องก่อนแต่งที่ทึ่ม ๆ โง่ ๆ คนเกียจคร้านไม่เอาการเอางานของหมู่บ้านนะซี ทำไมอยู่ดี ๆ มีเงินสร้างบ้าน คิดยังไงก็เป็ไปไม่ได้ พอสงสัยเข้ามาก ๆ จึงกระซิบถามจ้าวเหลียง
“แม่นางหนิงเยี่ยนมีเงินสร้างบ้านจริง ๆ หรือ? ถ้าสร้างเสร็จนางไม่จ่ายเงิน บ้านตระกูลหนิงก็คงไม่สนใจแน่ ๆ”
“วางใจเถอะ ข้าพาพวกท่านมา หากนางไม่จ่ายเงินหลังบ้านเสร็จ พวกท่านก็ไปหาข้าได้เลย”
หลังจากคุยกันอยู่ 2-3 วัน จ้าวเหลียงรู้แล้วว่าหนิงเยี่ยนเป็คนเช่นไร กินอาหารดี ๆ ทุกวัน ใส่เสื้อผ้าใหม่ ไปที่บ้านของเขาก็เอาน้ำตาลก้อนติดมือไปฝาก แบบนี้หรือจะไม่มีเงิน
จ้าวเหลียงก็ไม่เชื่อหรอก แต่ถึงเขาจะมองเธอผิดไป แต่ลางสังหรณ์ของท่านพ่อไม่มีทางผิด ผู้ใหญ่บ้านบอกกับปากว่าหนิงเยี่ยนมีเงิน เช่นนั้นจะต้องกลัวอะไรอีก
ได้ฟังคำพูดของจ้าวเหลียง พวกผู้ชายในหมู่บ้านก็คลายกังวล ยังไงการมาลงแรงครั้งนี้คงไม่ถูกโกง พอคิดได้แบบนั้นก็เริ่มลงจอบในมือทันที
เื่ที่หนิงเยี่ยนจะสร้างบ้าน ใคร ๆ ก็รู้กันไปทั่วเพราะการไปป่าวประกาศของจ้าวเหลียง ป้าหวงที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ ยังมาที่บ้านฟางเพื่อช่วยเธอจัดการพวกงานครัว แน่นอนว่าเื่ที่หนิงเยี่ยนสร้างบ้านก็ต้องถึงหูคนบ้านตระกูลหนิง แต่หนิงเชียนฉือไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ทำให้ไม่มีใครจากบ้านตระกูลหนิงมาช่วยเธอเลย
หนิงเยี่ยนทำไมถึงมีเงินมาสร้างบ้าน ? คนบ้านตระกูลหนิงนั้นรู้ดี เพราะกวางตัวนั้นยังไงล่ะ !
พอนึกถึงตอนที่หนิงเยี่ยนมาแย่งกวางคืนไป ยายแก่ต้าหลี่ชื่อก็มีสีหน้าเศร้าหมอง
เสี่ยวหลี่ชื่อทำหน้าแบบบอกไม่ถูก ถ้าวันนั้นรีบแบกกวางกลับบ้าน คงไม่มีเื่อื่นตามมา เป็เพราะเธออยากจะสนุกต่อ สุดท้ายก็โดนแย่งกวางคืน แถมถูกตีอีก
“แม่ นี่พวกเราจะไม่ไปดูนางจริง ๆ หรือ?”
“ไปดูมันทำไม เ้าเอาชนะอินังนั่นได้หรือไง ?”
“แม่ ถึงเราจะสู้ไม่ชนะนาง แต่พวกเราคนเยอะกว่า อีกทั้งได้ยินมาจากยายป้าอ้วนว่า อินังนั่นซื้อเนื้อหมูไป 10 กว่ากิโล ไอ้พวกผู้ชายในหมู่บ้านมันเอาหน้าที่ไหนมากินเนื้อหมูของบ้านเรา ในตัวนังหนิงเยี่ยนก็มีเืตระกูลหนิง เนื้อมันก็ต้องเป็ของบ้านเรา เราไปกินสักหน่อยจะเป็อะไรไป อีกอย่างเราจะให้คนอื่นมากินเนื้อของบ้านเราง่าย ๆ ได้ยังไงกัน”
........................