ทุกคนที่อยู่ภายในเทวสถานโบราณถึงกับสั่นสะท้านเมื่อเห็นถึงภาพตรงหน้า ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ของทวีปชิงหลงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักมัน พวกเขาครอบครองพลังอันไร้ผู้ใดทัดเทียม มีทรัพยากรที่มากมายมหาศาลซะจนไม่รู้จักใช้หมด พวกเขามีพลังที่แข็งแกร่งและมีจิตวิญญาณยุทธของตนที่สืบทอดกันมาอย่างเนิ่นนาน
ต้องบอกก่อนว่าภาพตอนนี้สำหรับพวกเขาแล้วมันน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก พาหนะการเดินทางของตระกูลทั้งสี่ที่เลื่องลือกลับมาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดสะพรึงนัก
บนหอกวายุศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเซินตอนนี้มีชายชราคนนึงเป็นผู้นำทัพมา เขาคือผู้อาวุโสของตระกูลและมีพลังถึงจิตยุทธแห่งดาราเลยทีเดียว ที่ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มอยู่สองคนที่ยืนนิ่งอย่างไม่ได้สนใจอะไร
ส่วนอีกสามตระกูลก็เป็นเช่นเดียวกัน พวกเขาจะมีผู้อาวุโสนำขบวนมาหนึ่งคนซึ่งพลังก็ไม่ได้จะแตกต่างไปจากชายชราตระกูลเซินสักเท่าไหร่
บนท้องฟ้าผู้คนของตระกูลทั้งสี่ก็จ้องมองกันอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าแต่ละตระกูลคงจะคิดเหมือนกันจึงได้ส่งรุ่นเยาว์ออกมาหาประสบการณ์ที่สุสานของจักรพรรดิฟ้าแห่งนี้
"ฮ่าฮ่า เซินตง ไม่คิดว่าเจ้าจะมาด้วยกันนะ"
ชายชราหัวล้านคนนึงที่ยืนอยู่บนราชันย์ราชสีห์พูดขึ้น เขาสวมชุดคลุมสีขาวอย่างเรียบง่ายที่ด้านหลังมีรุ่นเยาว์อยู่สองถึงสามคนจ้องมองไปยังหอกวายุศักดิ์สิทธิ์อย่างเย้ยหยัน
ชายชราที่อยู่บนหอกวายุก็หรี่ตาลง ใบหน้าของเขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินเสียงของตาแก่คนนี้
"ไอ้แก่จินฟาง? อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีรึยังจากเมื่อคราก่อนที่พวกเราปะทะกัน..!!"
เซินตงพูดขึ้นด้วยท่าทางน้ำเสียงที่เบาสบายแต่ทว่ามันไม่ใช่กับชายชราจินฟางที่อยู่บนหลังของราชสีห์
เขาเมื่อได้ยินก็ถึงกับคิ้วกระตุก สถานการณ์ที่ผ่านมาของเขาบอกได้เลยว่าย่ำแย่เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาได้พ่ายแพ้แก่เซินตงจนทำให้มีอาการบาดเจ็บที่ตกค้างและกระทั่งถึงทุกวันนี้บาดแผลที่ถูกแทงทะลุก็ยังไม่สมานกันดี มันยิ่งทำให้ชายชราที่ถูกจี้จุดต้องโกรธเกรี้ยวขึ้น
"บัดซบ รอดูต่อไปเถอะ..!!"
ชายชราเอ่ยออกมาอย่างฉุนเฉียวพร้อมกับสั่งให้ราชันย์ราชสีห์ร่อนลงไปยังเทวสถานแห่งนั่น
ชายชราเซินตงถึงกับหัวเราะร่าออกมาด้วยความสะใจ ขณะนั่นเขาก็หันไปยังดอกบัวสีฟ้าครามกับพญาอินทรีปีกทองคำ
"สวัสดีท่านหนานเจียวจิงกับท่านหนิงหวู่หรง"
เสียงของชายชราอาจจะไม่ดังมากแต่ทว่าด้วยขั้นพลังของเขาแล้วมันกลับทำให้น้ำเสียงที่เปล่งออกไปสามารถทำให้ผู้คนรับรู้กันได้หมด
บนดอกบัวสีฟ้าครามมีหญิงชราคนนึงกำลังยกมือคำนับกลับมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นเดียวกัน เขาคือหนิงหวู่หรงเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหนิงที่ครอบครองจิตวิญญาณยุทธดอกบัวพิสุทธิ์ประกายแสงนั่นเอง
ส่วนอีกคนนึงคือชายร่างใหญ่ที่มีใบหน้าไม่ธรรมดา ความแก่ตัวของเขาเรียกได้ว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ เขาคือชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บนพญาอินทรีปีกทองคำและเมื่อเขาได้ยินเสียงทักทายก็พยักหน้ารับพร้อมกับพูดขึ้น
"สวัสดีท่านเซินตง ท่านกับตาแก่จินฟางเจอหน้ากันราวกับว่าจะฆ่ากันตายยังไงยังงั้น"
ชายวัยกลางคนหัวเราะร่าออกมาอย่างสนุกสนาน ต้องบอกก่อนว่าตระกูลเซินกับตระกูลจินนั่นไม่ถูกกัน เรียกได้ว่าเป็นศัตรูกันเลยก็ว่าได้ พวกเขาทั้งสองมีปัญหากันในเรื่องของอาณาเขตที่แบ่งกันไม่ลงรอยจึงทำให้เกิดการต่อสู้กันของตระกูลอยู่บ่อยครั้งแต่ทว่าตระกูลจินย่อมเสียเปรียบอยู่นิดหน่อย ด้วยจิตยุทธอสูรราชสีห์หมื่นกลอนที่สืบทอดกันมาไม่สามารถต้านทานหอกวายุศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเซินได้
"ชั่งมันเถอะท่านหนานเจียว มันเป็นเรื่องปกติที่ตระกูลของพวกเราทั้งสองไม่ถูกกัน แต่ทว่าในตอนนี้เรารีบไปเปิดประตูของสุสานจักรพรรดิฟ้าเพื่อให้เด็กๆของพวกเราเข้าไปหาประสบการณ์เถอะ"
เซินตงพูดจุดประสงค์ของตนเองออกมาในทันทีซึ่งหญิงชราหนิงเจียวกับชายวัยกลางคนหนานก็ไม่ขัดข้อง เขาสั่งให้พญาอินทรีปีกทองคำของตนร่อนลงไปยังลานกว้างเช่นเดียวกัน ส่วนหญิงชราก็หรี่ตาลงอยู่นิดๆ นางค่อยๆคลายจิตวิญญาณยุทธของตนเองอย่างช้าๆ จนทำให้ดอกบัวพิสุทธิ์ประกายแสงที่มีสีฟ้าครามเริ่มสลายหายไป
ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ด้านล่างเมื่อเห็นมันก็ต้องตกตะลึง จิตวิญญาณยุทธสายอาวุธสามารถทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ ต้องบอกก่อนว่าดอกบัวพิสุทธิ์สีฟ้าครามอันนี้ในตอนแรกพวกเขาก็คิดว่ามันคือของล้ำค่าอะไรบางอย่างแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ มันคือจิตวิญญาณยุทธของผู้อาวุโสตระกูลหนิงที่ปลดปล่อยออกมาเพียงเท่านั่น
ของชายชราเซินตงก็เช่นเดียวกัน เขาทำอย่างที่หนิงหวู่หรงทำอย่างไม่ผิดเพื้ยน หอกวายุศักดิ์สิทธิ์ที่มีขนาดนับร้อยเมตรคือจิตวิญญาณยุทธของชายชราเช่นเดียวกันและที่มันใหญ่โตเช่นนี้ได้ก็เพราะพลังของพวกเขานั่นเอง
รุ่นเยาว์ทุกคนกระโดดลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับเหยียบลงพื้นได้อย่างไม่ยากเย็น คนอื่นๆเมื่อลงมาถึงก็มองหน้ากันราวกับเป็นศัตรู เหมือนกับว่ารุ่นเยาว์ในตระกูลทั้งสี่มีการแข่งขันกันมาก่อน
ชายชราตระกูลเซินนำชายหนุ่มมาสองคน พวกเขาเหมือนกับว่าเป็นคุณชายของตระกูลเซิน ใบหน้าที่คมเข้มหล่อเหลาพร้อมกับเส้นผมสีเขียวเข้มทำให้เป็นเอกลักษณ์ต่อผู้พบเห็น
หญิงชราตระกูลหนิงก็นำหญิงสาวมาสองคนเช่นเดียวกัน พวกนางมีใบหน้าที่งดงามไม่แพ้กับผู้ใด
ส่วนตระกูลจินที่มีชายชราหัวล้านก็นำชายร่างใหญ่มาถึงสองคน ร่างกายของพวกเขาเรียกได้ว่าสูงกว่าสองเมตร มันใหญ่โตจนเด็กในรุ่นเดียวกันเทียบไม่ติด
และตระกูลหนานที่นำมาโดยชายวัยกลางคนหนานเจียวกลับมีชายหนุ่มหญิงสาวถึงหลายสิบคน ต้องบอกก่อนว่าอีกตระกูลทั้งสามเอามาเพียงแค่อย่างละสองคนเท่านั้น แต่ตระกูลหนานกลับส่งมาถึงหลายสิบคนซึ่งในเรื่องนี้มันก็เป็นที่น่าประหลาดใจของอีกสามตระกูลเช่นเดียวกัน
รอบๆบริเวณผู้ฝึกยุทธทั้งหมดรวมถึงเหยียนลี่ที่เป็นผู้นำของสมาคมมังกรดำก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่เท่านั้น พวกเขาตอนนี้แทบจะหวาดกลัวถึงตัวตนจากกลุ่มคนทั้งสี่แล้ว ตระกูลเซิน ตระกูลหนิง ตระกูลจิน ตระกูลหนาน พวกเขาถูกเรียกว่าเป็นตระกูลระดับสูงสุดของทวีปชิงหลงเลยก็ว่าได้ ไม่คิดว่าในวันนี้พวกเขากลับมาอยู่กันพร้อมหน้าเช่นนี้ ไม่น่าเชื่อจริงๆ
ขณะเดียวกันชายวัยกลางคนเหยียนลี่ก็เริ่มกล้าๆกลัวๆขึ้น ในตอนนี้้แผนการณ์ของเขาได้พังทลายลงทั้งหมด จากที่คิดว่าจะได้กอบโกยทรัพสมบัติที่มหาศาลก็ไม่สามารถทำได้แล้ว
เขาค่อยๆก้าวออกไปยังกลุ่มคนทั้งสี่พร้อมกับยกมือคำนับอย่างด้วยท่าทางที่สั่นเทา
"คำนับท่านผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ทั้งสี่ ข้ามีนามว่าเหยียนลี่เป็นผู้นำของสมาคมมังกรดำขอรับและยังเป็นผู้ที่ทราบเรื่องราวของสุสานจักรพรรดิฟ้าแห่งนี้"
ชายวัยกลางคนที่ก้มหัวอยู่ใจเต้นระรัวอย่างหนัก เขาเพียงหวังว่าเมื่อบอกไปแล้วเขาอาจจะได้รับประโชยน์อะไรที่ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง
"เหอะๆ ไอ้โง่ เจ้าเป็นคนนำพวกผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับสามระดับสี่นี้มาเรอะ ข้าบอกตรงๆว่าต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตมันก็ไม่เปิดให้กับเจ้าหรอก สมแล้วที่เป็นคนบ้านนอก ไม่ได้รับรู้อะไรเลยซินะ"
ชายชราตระกูลจินเอ่ยออกมาอย่างน่าสมเพช นัยน์ตาสีดำจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนอย่างไม่สบอารมณ์ เขาสังเกตได้ตั้งนานแล้วว่าผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณที่กำลังยืนมุงอยู่หน้าประตูของสุสานมันทำอะไรไม่ได้
เหยียนลี่ที่ถูกก่นด่าเช่นนี้ก็ทำได้เพียงลอบกัดฟันแน่น ถึงจะเป็นตระกูลจินแต่ทว่าพวกเขากลับดูถูกในตัวของชายวัยกลางคนเช่นเขามากเกินไปแล้ว
"ว่าแต่พวกเจ้าจะลงมือไหม..!!"
จินฟางพูดขึ้นพลางหันไปทางผู้อาวุโสของตระกูลทั้งสาม ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ถึงจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่ชายชราจินฟางดูถูกคนอื่นแต่ทว่ามันก็เป็นอย่างที่ชายชราตระกูลจินพูดขึ้นจริงๆ เหยียนลี่คนนี้ไม่ได้รับรู้อะไรเลย ประตูนั่นต่อให้ใช้พลังทั้งชีวิตมันก็ไม่เปิดขึ้นมาให้หรอก