่เวลาตะวันรอน ิ่เหม่จวนลับขอบฟ้าเต็มทีคนตัวโตที่ใช้สองนิ้วเกี่ยวเสื้อสูทพาดกับ่บ่าเดินอาดๆผ่านสะพานไม้่สั้นเข้าสู่สนามหญ้าซึ่งปูด้วยอิฐก้อนใหญ่สีน้ำตาลไหม้หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าเรือนเล็กซึ่งกรุด้วยบานกระจกเต็มผืน
เมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ข้างในเขาจึงเปิดประตูพาตัวเองเข้าไป
“ทำอะไรอยู่นายแดน” แทนไทร้องทักทั้งที่เห็นทนโท่คาตาหากแต่เสียงนั้นมิได้เรียกแค่เฉพาะสายตาเ้าของชื่อ
“สวัสดีค่ะพี่ไท” แขกคนสวยอย่างไมยนาก็หันขวับมาด้วย
“สวัสดีครับเมย์ แหม! เหมือนพี่มาขัดจังหวะเลยนะ”
“จังหวะอะไรของนาย ฉันกำลังวาดรูปพระอาทิตย์ตกดินอยู่” แทนไทยักไหล่พร้อมหัวเราะหึเมื่อเขตแดนชิงตอบเสียงหลง
“ก็ขัดจังหวะอารมณ์ศิลปินของนายไง”ไมยนาหันมายิ้มเขินๆ ก่อนขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น “น้ำเย็นสักแก้วละกันนะคะ”แทนไทพยักหน้า อมยิ้มน้อยๆ
“ขอบใจ เมย์”มีเพียงคนจับพู่กันเท่านั้นที่ยังต้องดำเนินงานต่อขืนชักช้าต้นแบบแห่งธรรมชาติคงไม่อยู่รอให้วาดเสร็จ ได้หล่นลับขอบฟ้าไปตามวาระ
แทนไทละสายตาจากไมยนา ก่อนหันพรืดมาทางเขตแดน
“งานเพลงของนายไปถึงไหนแล้ว”
“ฉันส่งเดโม้ต้นฉบับไปละ ตอนนี้รอคำตอบอยู่ เขาคัดเลือกจากภาคเหนือก่อนแล้วก็ภาคตะวันออก กว่าจะถึงภาคกลางคงประมาณอีกสองอาทิตย์ สุดท้ายก็ภาคใต้”เขตแดนตอบโดยมิได้ละสายตาจากชิ้นงานตรงหน้า
“มิน่านายถึงอยู่ติดบ้านได้”
ไมยนากลับมาพร้อมแก้วน้ำเย็นยื่นส่งให้แทนไทจากนั้นเธอก็หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามคนกระดกแก้วรับน้ำไปอึกใหญ่จึงได้เอ่ยถาม
“เมย์ล่ะ ่นี้เป็ยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันนาน”
“โดนหวัดเล่นงานนิดหน่อยค่ะ โชคดีว่าปิดกล้องละครไปแล้วงานโชว์ตัวก็งดไปก่อนเพราะผู้จัดการบอกให้พักผ่อนมากๆส่วนละครการกุศลก็เรียบร้อยไปเมื่อวานนี้เองค่ะ”แทนไทพยักหน้าพร้อมครุ่นคิด..คำว่า ละครการกุศลทำให้เขาพลันนึกถึงใครบางคนขึ้นมา
“ละครเวทีที่มหา’ลัยนายแดนใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” ประโยคคำถามเมื่อครู่ทำให้เขตแดนถึงกับวางพู่กันหันมาถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“นายรู้เื่นี้กับเขาเหมือนกันเหรอ ปกติเห็นเฉยๆ”
“มันบังเอิญน่ะ เออ..นายยังพอรู้จักรุ่นน้องที่สถาบันบ้างไหม?”
“รู้จักสิ ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ แล้วชื่ออะไร”
“ผู้หญิง” คนฟังพากันเบิกตากว้าง
ไมยนาคงรับรู้แค่เพียงระดับความปกติแต่สำหรับเขตแดนแล้ว..นี่ถือเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์หูก็ว่าได้ที่ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ถามหาสาวๆกับเขาเป็
“เซอร์ไพร์สจังนายไท ขนาดนีน่านายยังไม่เคยเรียกหาแบบนี้เลย” คนถูกแซวโบกมือค้าน
“ก็บอกแล้วว่าเื่มันบังเอิญ แค่มีคดีกันนิดหน่อย”
“ว่ากันไป แล้วเขาชื่ออะไรล่ะ..ชักน่าสนนะคนนี้”คราวนี้ถูกคนถามมีอึ้งไปบ้าง ก็ชื่อที่เ้าหล่อนเคยบอกไม่รู้จะจริงเท็จประการใดนี่สิ!
“นางฟ้า” เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากคนฟังแทบทันที
“นางฟ้า..น่ารักจัง ชื่อเล่นหรือชื่อจริงคะ”
“เขาบอกว่าเขาชื่อนางฟ้า ชื่อเล่น..ฟ้า”เขตแดนส่ายหน้าทั้งที่ยังคงยิ้มกว้าง
“เสียใจด้วยว่ะไอ้พี่ชาย ไม่รู้จักแฮะ”
“สงสัยเด็กใหม่ปี 1 มังคะ”
“เขาเรียนจบปีนี้นะ พี่ได้เจอเขาเมื่อวันซ้อมใหญ่ละครเวทีอะไรนั่นด้วย”ไมยนาหันมาสบตาเขตแดนอย่างพิศวงเพราะรุ่นพี่รุ่นน้องและเหล่าเ้าหน้าที่ทุกคนพวกเขาย่อมรู้จักดีแต่ไม่ยักปรากฏว่ามีคนชื่อ ฟ้า สักคน และยิ่งจำกัดด้วยข้อมูลที่ว่า เพิ่งจบปีนี้ด้วยแล้ว
“คนที่เพิ่งจบปีนี้ก็มีไม่กี่คน รับรองได้ว่าไม่มีคนชื่อฟ้าแน่ๆ” เขตแดนยืนยันเสียงแข็งและนั่นก็ทำให้คนฟังได้แต่ยักไหล่เพราะสงสัยเจอข้อมูลเท็จเข้าจริงๆ
เจ็บใจนักยัยแม่มด
“แต่ถ้าชื่อคล้ายๆ กันก็น่าจะเป็ ฟาง ใช่ฟางหรือเปล่าคะอาจฟังมาเพี้ยนก็ได้นะ”
“ไม่รู้สินะ แต่พี่ไม่ได้ติดใจอะไรหรอก อีกอย่างเื่มันก็ผ่านไปแล้ว”
“เื่อะไร” เขตแดนย้อนถามด้วยความอยากรู้ ถึงจะแค่เื่บังเอิญอย่างที่เ้าตัวบอกแต่ขัดเหลือเกินกับคำว่า ไม่ติดใจ เมื่อครู่
“เื่ไร้สาระน่ะ”
นั่น
ไมยนาอดหัวเราะไม่ได้เมื่อคนอยากรู้แทบขาดใจเริ่มลงไม้ลงมือคนอมพะนำอยู่นั่นเธอลอบถอนใจก่อนหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือของเขตแดนขึ้นมากด “พูดถึงฟาง เมย์ยังไม่ได้เมมเบอร์ให้พี่แดนเลย เดี๋ยวลืมจนได้” เขตแดนละสายตามาทางต้นเสียง
“ฟางเขาเพิ่งได้โทรศัพท์มาใช้ รุ่นใหม่ล่าสุดเลยนะพี่แดนเห็นว่ามีพ่อบุญทุ่มซื้อให้ ใครก็ไม่รู้อยากเห็นหน้าจัง”เขตแดนพยักหน้าเหมือนฟังแค่ผ่านๆ แต่แทนไทกลับนิ่งเงียบ ครุ่นคิด
น่าแปลก เหตุการณ์มันคุ้นๆ
อีกทั้งเมื่อครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ ฟางมันคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน..แต่นึกไม่ออกพอบวกกับคำบอกเล่าเมื่อครู่
“ฟางเขาเพิ่งได้โทรศัพท์มาใช้ รุ่นใหม่ล่าสุดเลยนะพี่แดนเห็นว่ามีพ่อบุญทุ่มซื้อให้ ใครก็ไม่รู้อยากเห็นหน้าจัง”
มันทำให้เขาต้องกลับมาใช้ความคิดอีกครั้ง
“ยุให้ฟางชวนคนนั้นไปเที่ยวด้วยดีไหม จะได้รู้จักกัน”
“ไม่เอาน่าเมย์ เท่าที่พี่รู้ฟางเขาไม่มีใครสักหน่อย วันๆ เห็นขลุกอยู่แต่กับคนทางบ้านยายมั่ง น้ามั่ง เ้าไผ่มั่ง ไอ้เื่พ่อบุญทุ่มน่ะคงไม่ใช่หรอก” แทนไทแทบสำลึกความคิด เมื่อจู่ๆ บทสนทนาของยัยแม่มดวิ่งแล่นเข้ามาในสมอง
“อ่านหนังสือสอบอยู่ที่บ้านดีๆยัยหวานเพื่อนฉันก็บอกว่ายายป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ตอนนั้นฉันเป็คนโทรไปเองแหละคุณรู้ไหมฉันงี้รีบจนแทบลืมใส่รองเท้าเลย พอไปถึงโรงพยาบาลปุ๊บเกิดอะไรขึ้นรู้ไหมไม่ได้เจอหรอกยายฉันน่ะเพราะแกไปหาหมอก่อนหน้านั้นวันนึง จ๋อยไปเลยแต่ดันเจอรุ่นพี่ที่รู้จักกันตอนเรียนได้คุยกันแป๊บเดียวก็แยกย้ายจากนั้นก็กลับบ้าน”
“แหม! แล้วที่ไม่รู้ล่ะคะ ฟางเขาเป็คนน่ารักนะสวยใสแบบธรรมชาติ คนแบบนี้ขี้คร้านจะมีหนุ่มๆ ตามจีบเป็พรวน ไม่เชื่อแล้วคอยดูไปสิ” เขตแดนได้แต่ยิ้มรับเพราะในสายตาของเขา กองฟางเป็เพียงรุ่นน้องที่นิสัยดีน่าคบคนหนึ่งเท่านั้น
แทนไทกระแอมไอเพื่อนำตัวเองเข้าสู่การสนทนา
“มีแผนไปเที่ยวไหนกัน?”
“ค่ะ พอดีฟางกับเพื่อนๆ เขาจะฉลองทิ้งทวนเรียนจบ ตอนแรกเห็นว่าจะไปทะเลกันแต่เสียดายที่พักน่ะเต็ม คือพี่ปุ๊กผู้ดูแลการแสดงเขามีที่พักตากอากาศของญาติๆอยู่น่ะค่ะ สุดท้ายไปลงเอยที่เชียงใหม่ พวกเราเลยได้อนิสงค์ไปด้วย” คำว่า พวกเรา ทำให้สายตาคมกริบลากเลื่อนไปมาระหว่างคนทั้งสอง
“เมื่อไหร่?”
“มะรืนนี้ค่ะ”ไมยนาเห็นเพียงทีท่านิ่งเฉยของแทนไทคล้ายถามตามมารยาททว่า..คนสนิทกันเท่านั้นที่ดูออก เขากำลังสนใจอะไรบางอย่าง เข้าขั้นมากเสียด้วย
เขตแดนเก็บความสงสัยนั้นเพียงลำพังเชื่อเถอะว่าอีกไม่นานเขาคงได้รู้
ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่ชื่อ นางฟ้าอย่างแน่นอน
ใน่เวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งบริเวณหน้าบ้านไม้สองชั้นสีฟ้าอ่อนในเนื้อที่60 ตารางวาที่มีต้นมะขามและมะม่วงขนาบข้างประตูรั้วไม้ซี่ห่าง มือเล็กๆ ที่กำลังเอื้อมไปเปิดประตูต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า
ใครโทร.มาอีกนะ
กองฟางยืดตัวตรงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับ
“สวัสดีค่ะคุณลุง หนูกำลังจะเข้าบ้านพอดี คุณลุงมีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงเนิบนาบที่ส่งมาจากต้นสายฟังดูผิวเผินคล้ายไม่มีสลักสำคัญอะไรหากแต่เนื้อหาของคำทำให้เธอแทบลมจับ
“อะไรนะคะ! ต้นไผ่อยู่โรงพัก”
การสนทนาไม่ได้ยืดเยื้อนานนัก เธอรู้เพียงสั้นๆแค่ว่าตอนนี้คุณลุงได้รับตัวต้นไผ่ไว้แล้ว พร้อมคำปลอบใจว่า..ไม่ต้องเป็ห่วงจะไม่ให้รู้สึกอย่างนั้นได้อย่างไร..น้องทั้งคนส่วนที่ต้องไปจบที่นั่นด้วยเหตุเพราะต้นไผ่หนีตายจากการทวงหนี้
หนี้ซึ่งเกิดจากการพนันบอล
เธอไม่เคยรู้เลยว่าต้นไผ่ติดการพนันซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยได้ยินจากปากคนเป็น้องอยู่บ่อยๆ ว่า เล่นบอล เล่นบอลก็ไม่คิดว่าจะกลายเป็แบบนี้ไปได้
อาการฟกช้ำดำเขียวที่ใบหน้าเมื่อวันก่อน..คงมิใช่เื่ดังอ้าง
“ผิดใจกันเื่อะไรนะถึงลงไม้ลงมือจนได้เือย่างนี้”
“ไม่มีอะไรหรอกแค่แย่งกันจีบผู้หญิง”
กองฟางตรงดิ่งมายังสถานีตำรวจโดยไม่บอกให้ยายและน้ารู้เพราะเกรงว่าจะยุ่งไปกันใหญ่ถึงความลับจะไม่มีในโลก..หากไม่ใช่เวลานี้
อีกอย่างเธอรู้สึกโล่งไปเปาะหนึ่งเมื่อคุณลุงช่วยเหลือต้นไผ่ไว้แล้วเบื้องต้น
“ไผ่!” นั่นคือคำแรกที่หลุดออกจากปากเธอเมื่อมาถึงที่หมายร่างเล็กทั้งอยากโผเข้ากอดทั้งอยากอัดคนเป็น้องให้มันสาแก่ใจแต่กำปั้นและวงแขนกลับค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น
“ทำไมทำแบบนี้! ใครสั่งใครสอนให้เป็คนเหลวไหล” เธอต่อว่าทั้งน้ำตา และเพียงแค่นั้นก็ทำให้ต้นไผ่แทบอยากก้มลงกราบขอโทษ
“ผมผิดไปแล้วพี่ ผมไม่รู้ว่ามันจะ..น่ากลัว..”ต้นไผ่สารภาพปากคอสั่น ไม่ต่างจากกองฟางที่สะอึกสะอื้นจนสะท้านไปทั้งตัววันชัยดึงเด็กทั้งสองเข้ามากอดไว้แนบอก
“เอาล่ะ ทำใจดีๆ กันไว้ก่อน ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเป็กังวลมีลุงอยู่ด้วยทั้งคนนะ” หลังจากคลายอ้อมกอดเพื่อส่งให้เด็กทั้งสองให้นั่งลงใกล้กันเขาจึงได้ทรุดลงนั่งตาม
“ไผ่ฟังลุงนะ การพนันทุกชนิดไม่ทำให้ใครได้ดี ไม่ได้ทำให้ใครร่ำรวยคงเห็นแล้วว่ามันมีแต่โทษ ครั้งนี้เราโชคดีมีคนเห็นเหตุการณ์มาช่วยไว้ทันแต่ความโชคดีของคนเราไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง อันนี้เข้าใจใช่ไหม” เด็กหนุ่มพยักหน้าซีดขาวรับ
“สัญญากับลุงว่าต่อไปจะไม่ทำอีก”
“ครับ ผมสัญญา”มันเป็คำสัญญาที่มาพร้อมหยาดน้ำตาไหลอาบแก้มสองมือยังคงพนมแนบอกดั่งจะช่วยย้ำเตือนถึงเหตุการณ์ในวันนี้ไปจนวันตาย
“สัญญาจะไม่มีความหมายหากเราไม่ได้ทำตามนั้น จำไว้นะ” วันชัยค่อยๆ เบือนหน้ามาอีกทาง
“ฟาง เื่นี้ลุงเข้าใจหนูนะลูก ใครผิดก็ว่าไปตามผิดนี่ถือเป็บทเรียนไว้สอนต้นไผ่ไปตลอดชีวิต แต่ที่สำคัญคือตอนนี้น้อง้ากำลังใจ้าการให้อภัยจากหนูและคนในครอบครัว หนูเข้าใจที่ลุงพูดใช่ไหมลูก” กองฟางพยักหน้ารับเช่นกัน ความอัดอั้นตันใจมันบีบคั้นอยู่ตรงลำคอนั่นเอง
“ทีนี้เรามาพูดถึงการแก้ปัญหากันดีกว่าลุงแจ้งความเื่ที่ต้นไผ่ถูกทำร้ายไว้แล้วแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเ้าหนี้จะไม่ตามระรานไผ่อีก”คราวนี้น้ำตาเด็กหนุ่มไหลพรากราวเปิดก๊อก หมดแรงแทบล้มทั้งที่ไม่ได้ยืน
“แล้วผมจะทำยังไงดีครับ”คนกำลังขวัญเสียหันซ้ายหันขวาลุกลน “พี่ต้องช่วยผมนะ ผมกลัว” พาให้น้ำตาของคนเป็พี่ยิ่งไหลไม่หยุด
“คุณลุงคะ ไผ่เป็หนี้เขาเท่าไหร่ ทำไมถึงกับต้องตามมาทำร้ายกันด้วย”วันชัยเม้มริมฝีปากคล้ายไม่้าเฉลยตัวเลขหกหลักสำหรับเขาอาจไม่ใช่เื่ใหญ่จนน่าใ แต่สำหรับคนอื่นเล่า
“ห้าแสน”
“ห้าแสน!” เธอผึงตาวาวใส่คนเป็น้องทันที
“นี่แกบ้าไปแล้วรึไผ่! ตั้งห้าแสนจะมีปัญหาเอาที่ไหนไปใช้คืนเขา” วันชัยตบบ่าหลานสาวเบาๆคล้ายให้ใจเย็นลง
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง ลุงจะจัดการให้”เธอหันใบหน้าเปียกชื้นรอยน้ำตามามอง แต่ยังมิทันได้พูดอะไร
“แต่ลุงมีข้อแลกเปลี่ยนนะ”
“อะไรคะ?”
“ต้นไผ่ต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ ลุงให้ประดิษฐ์ เลขาฯของลุงจัดการเื่นี้ให้แล้ว สักพักคงจะมารับตัวไผ่ไปเพื่อความปลอดภัยส่วนเื่เ้าหนี้ลุงมีวิธีสืบหาตัวและจัดการปัญหาหนี้สินให้ครบทุกบาททุกสตางค์จนได้นั่นแหละ”คนฟังต่างพร้อมใจกันยกมือขึ้นกระพุ่มไหว้
“ขอบคุณคุณท่านมากครับ”
“หนูต้องขอบคุณแทนน้องด้วยค่ะ ถ้าไม่ได้คุณลุงป่านนี้ไผ่จะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้”นายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาพร้อมเอกสารสองสามใบยื่นส่งให้วันชัย
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ นี่สำเนาบันทึกการแจ้งความ” เสียงนั้นทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่ด้วยรู้สึกคุ้นหู
“พี่วิทย์”
ใช่จริงด้วย
“อ้าว! ฟาง เกิดอะไรขึ้น มีใครเป็อะไร” วันชัยฟังน้ำเสียงเอื้ออาทรจากนายตำรวจหนุ่มแล้วต้องเลิกคิ้วชั่วแวบแรกเขามีริ้วรอยความแปลกใจเจือปนอยู่บ้าง แต่คนมากวัยเช่นเขาแค่นี้พอดูออก
“คงรู้จักกันสินะ งั้นผมฝากหลานๆ ไว้กับผู้กองสักประเดี๋ยวต้องรีบติดต่อโรงพยาบาลสำหรับพักฟื้นร่างกายให้ยายกับน้าของเ้าพวกนี้ก่อน”กองฟางไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรเพราะคนไขข้อข้องใจว่าเหตุใดต้องหาสถานที่อย่างว่าให้ยายกับน้าด้วย คือวิทยานั่นเอง
“คุณท่านคุยกับพี่อยู่พักใหญ่แล้วเื่ความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องไม่ใช่แค่ต้นไผ่ที่อาจโดนก่อกวน” คนฟังเริ่มกระจ่างขึ้นบ้างแล้วยายกับน้าแก้มอาจโดนลูกหลงไปด้วย
วิทยามองหญิงสาวและเด็กหนุ่มด้วยแววตากึ่งแปลกใจกึ่งคาดไม่ถึง
“มันเหลือเชื่อจังว่าเื่นี้จะเกี่ยวกับฟางด้วยฟางเป็พี่สาวของน้องคนนี้ โดยที่รู้จักกันกับคุณวันชัย ผู้โด่งดังในวงการธุรกิจ”
“คุณลุงเป็ผู้มีพระคุณน่ะค่ะ เคยช่วยเหลือฟางกับครอบครัวไว้หลายครั้ง”
คงได้คุยกันมากกว่านั้นหากไม่ติดว่าคุณประดิษฐ์เข้ามารับต้นไผ่ไปตามที่คุณลุงบอกไว้เสียก่อนหญิงสาวมองตามเื้ัน้องชายไปอย่างใจหายเนื้อตัวหนักอึ้งแต่กลับไร้เรี่ยวแรงจะยืนแล้วเมื่อกลับถึงบ้านเธอควรทำอะไรก่อนเป็อันดับแรก
ควรเริ่มจากตรงไหน อย่างไรดี
เธอไม่รู้..
วันชัยทำทุกอย่างแทนหลานสาวด้วยรู้ดีว่าเธอคงไม่อาจทำอะไรได้จะอ้าปากให้คำพูดหลุดออกมาสักคำยังยากเย็นหรือแม้แต่หายใจยังเหนื่อยราวกับว่าก่อนหน้านี้มิเคยทำมาก่อน
“..ส่วนบ้านหลังนี้ฉันจะให้คนงานมาคอยทำความสะอาดทุกสัปดาห์ ตัดหญ้ารดน้ำต้นไม้พรวนดิน ไม่ต้องห่วง”กองฟางพยายามยิ้มออกมาให้เป็ธรรมชาติที่สุด บีบกลั้นน้ำตาไว้ภายในมิให้ไหลออกมา
มันทำให้เธอแทบขาดใจ
“อย่าลังเลเลยนะแม่แก้วหากไม่ได้รับการผ่าตัดโดยเร็วคงไม่เป็ผลดีสำหรับตัวเธอเอง หรือแม้แต่คนรอบข้างที่คอยเป็ห่วงเธอนะนี่ยัยฟางก็พลอยหงอยไปเลยั้แ่รู้ผลการตรวจจากคุณหมอ” ยายแก้วกับน้าแก้มพากันเงียบต่างยอมรับคำแนะนำจากวันชัยไปโดยปริยาย
ส่วนกองฟางตอนนี้เหลือจะทนกับสิ่งที่พยายามสกัดกลั้นเอาไว้นานเธอรีบเบือนหน้าหนีไปปาดน้ำตาทิ้งอย่างห้ามไม่อยู่
ถึงตอนนี้เธอยิ่งประจักษ์ชัดแล้วว่า..ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณลุงทำให้เธอมาตลอดนั้น
เป็สิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ
หลังจากทุกอย่างเป็ไปในทิศทางที่ถูกกำหนดไว้ด้วยดีกองฟางจึงออกมาส่งคุณลุงที่หน้าบ้าน เธอยกมือขึ้นไหว้แล้วกล่าวขอบคุณอีกครั้งซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว
“คุณลุงคะ มีอีกเื่ที่หนูคิดและตัดสินใจดีแล้ว”วันชัยนิ่งมองเพื่อคาดเดาสิ่งที่หลานสาวกำลังจะบอก
“อะไรลูก”
เธอสูดลมหายใจลึกเต็มปอด เพราะยังมีอีกเื่ที่เธอไม่ควรปฏิเสธความตั้งใจดีของคุณลุง
“หนูพร้อมจะศึกษาและทำความรู้จักกับเขาแล้วค่ะ”