หลังจากงานเลี้ยงปีใหม่พนักงานทุกคนก็ได้หยุดยาว เมคินและทิวาเตรียมจัดกระเป๋าเพราะพรุ่งนี้ทั้งสองจะเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกัน
ทิวาจัดของตัวเองเสร็จเลยคิดจะไปช่วยเมคินจัดของบ้าง ประตูห้องเปิดแง้มอยู่เขาจึงดันเข้าไปเบาๆ
“ทิวาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่”
ทิวาไม่รู้ว่าเมคินกำลังคุยอยู่กับใคร แต่เื่นี้มันเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน เขายืนรอจนกระทั่งชายหนุ่มวางสาย
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
“ไม่มีอะไร” เมคินรีบบอกปัดเพราะไม่อยากให้ทิวารู้
“แต่ผมได้ยินพี่พูดชื่อผมนะครับ”
เมคินนิ่งไปสักพัก ก่อนจะเล่าว่าเมื่อคืนขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ที่งานเลี้ยงก็มีคนแอบเข้ามาในบริษัทลักษณะเหมือนกับทิวาทุกประการ ชายคนนั้นเข้าไปยังห้องทำงานของเมคินและพยายามเปิดตู้เซฟจนสัญญาณกันขโมยดังขึ้น รปภ. จึงรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณตู้เซฟมีรอยงัดแงะ แต่คนร้ายก็เปิดไม่ได้ มันจึงเอาแต่โน้ตบุ๊กของเมคินไปเท่านั้น
“จะเป็ผมไปได้ยังไงครับ”
“ก็นั่นน่ะสิ พี่ว่าเราคงต้องเลื่อนเวลาเดินทางแล้ว”
“ไม่เป็ไรครับ จัดการธุระให้เสร็จดีกว่าครับ”
ระหว่างทางไปบริษัทเมคินก็จัดการเื่ตัวเครื่องบิน แต่เพราะเป็่เทศกาลตั๋วเที่ยวบินอื่นจึงเต็มหมดแล้ว เขาคงต้องขับรถไปเชียงใหม่แม้จะใช้เวลานานแต่ก็ไม่อยากให้ทิวาเสียความตั้งใจ
เมคินสำรวจความเสียหายในห้องทำงานจากนั้นก็ต้องไปให้ปากคำกับตำรวจที่โรงพัก ส่วนทิวาก็ต้องไปด้วยในฐานะผู้ต้องสงสัย
ชายหนุ่มปฏิเสธว่าคนที่อยู่ในคลิปวิดีโอที่ได้มาจากที่เกิดเหตุนั้นไม่ใช่ตัวเอง แต่พอตำรวจถามว่าตอนนั้นเขาอยู่ที่ไหนกับใครทิวาก็ตอบไม่ได้ ตำรวจเลยยิ่งมั่นใจว่าทิวาคือผู้ชายในคลิปอย่างนอน
ทิวาไม่อยากให้เมคินเดือดร้อน เพราะเมื่อคืนทั้งสองออกมาจากงานเลี้ยงก่อนงานเลิก จากนั้นก็กลับมายังคอนโด เวลาที่หัวขโมยในคลิปลงมือก็คงเป็เวลาที่เขาขับรถกลับมาถึงคอนโดพอดี
“คุณตำรวจครับ ผมขอโทรศัพท์ได้ไหม” ทิวาถามร้อยเวร
“จะโทรไปไหน”
“ผมอยากปรึกษาทนายครับ” เพราะตำรวจห้ามเขาคุยกับเมคิน ทิวาเลยต้องรบกวนฉัตรภพทั้งๆ ที่วันนี้เป็วันหยุดของเขา
“เดี๋ยวนี้หัวขโมยมีทนายด้วยเหรอ เอาสิ แต่อย่าให้มันนานนักนะ” ตำรวจคนเดิมหัวเราะ
ทิวากดโทรออกไปปรึกษาเื่นี้กับฉัตรภพ ซึ่งพอฝ่ายนั้นรู้เื่ก็รีบไปยังคอนโดมิเนียมของเมคิน ให้สิทธิ์ผู้พักอาศัยเพื่อขอภาพวงจรปิดจากคอนโดไม่ลืมกำชับให้ฉัตรภพเลือกรูปที่มีแค่เขาคนเดียว หรือถ้ามันจะเป็ก็ให้เบลอหน้าเมคินไว้
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงทุกอย่างก็จัดการเรียบร้อย
“ขอบคุณนะครับพี่ภพ ถ้าไม่ได้พี่ผมคงต้องนอนห้องขังฉลองปีใหม่แน่” ทิวารีบยกมือไหว้ของคุณฉัตรภพซึ่งวันนี้เขามาพร้อมกับองศาอย่างเคย
“แล้วรู้ไหมว่าคนในคลิปเป็ใคร” เมคินมองยังไงก็นึกไม่ออกว่าชายคนนั้นเป็ใคร
“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มองผ่านๆ ก็เหมือนทิวาจริงๆ นั่นแหละ”
“ดีนะครับที่เรามีหลักฐาน ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าต้องนอนในนั้นจะเป็ยังไง”
“นายคิดว่าพี่จะปล่อยให้นายนอนในนั้นเหรอ”
“จะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับ ตำรวจไม่ยอมให้ผมคุยกับพี่ แล้วผมก็ไม่กล้าบอกตำรวจว่าตอนนั้นผมอยู่กับพี่”
“ไม่มีอะไรแล้วกูไปก่อนนะ กูว่าปีใหม่นี้มึงคงมีความสุขที่สุด” ฉัตรภพกระซิบกับเมคินเพราะตอนที่เขาไปขอคลิปจากกล้องวงจรปิดนั้นเขาเห็นว่าทั้งสองคนสนิทสนมกันมากกว่าเดิม
“อือ รีบไปเลยมึง”
“พี่ทิว ผมไปก่อนนะครับ” องศาขยิบตาให้ทิวก่อนจะเดินตามแฟนหนุ่มออกไป
เมคินขับรถออกจากสถานีตำรวจแล้วตรงไปยังร้าน อาหารที่ใกล้ที่สุดเพราะั้แ่เช้าทั้งสองคนยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง
“กินไม่ลงเหรอ” เมคินถามคนที่เอาแต่นั่งมองอาหาร
“มันตื้อๆ ครับพี่คิน”
“เอาน่าเื่ผ่านมาแล้วอย่าคิดมากเลย กินสักนิดก็ยังดีเดี๋ยวเราต้องเดินทางกันต่อนะ”
“เราจะไปไหนกันครับ”
“เชียงใหม่ไง ลืมไปแล้วเหรอ”
“แต่ต้องขับรถไปนะครับ”
“อือ ขับรถก็ได้พี่ไม่มีปัญหาอะไร เปลี่ยนกันขับ”
“ขอบคุณนะครับพี่คินที่รักษาคำพูดว่าจะพาผมไปเชียงใหม่ แต่เราเหลือวันหยุดอีกไม่กี่วันเอง ไปถึงก็คงได้เที่ยวแค่วันเดียวแล้วก็ต้องรีบกลับ ผมไม่ซีเรียสว่าต้องไปที่นั่น ปกติแล้วผมก็โอนเงินให้ทุกเดือนอยู่แล้ว”
“งั้นเราไปเที่ยวใกล้ๆ ดีไหม ไปรีสอร์ตเพื่อนพี่ไหม”
“ที่ไหนครับ”
“เสม็ดเอง ใกล้ๆ ่นี้หน้าหนาวคนเที่ยวไม่เยอะ”
“ก็ดีเหมือนกันครับ”
ทิวาไม่อยากให้เขากับเมคินเป็เป้าสายตาของคนอื่น เพราะในสังคมของเมคินเขายังต้องพบเจอคนอีกมาก ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากให้คนอื่นเห็นเขาอยู่กับเมคินตามลำพังในวันหยุด
บ้านพักหลังเล็กซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม่ใหญ่ ด้านหน้าติดกับชายหาดสีขาว มีสระว่ายน้ำอยู่ติดกับตัวบ้านทั้งสองคนมาถึงก็เป็เวลาเย็น พระอาทิตย์ดวงโตจับขอบฟ้าและกำลังจะหายไปกับความมืดในอีกไม่ช้า
เมคินเช่ารถจักรยานยนต์หนึ่งคันสำหรับขี่เที่ยวบนเกาะ วันนี้เขามาถึงช้าก็เลยไม่ทันไปดูพระอาทิตย์ตกดินตรงจุดชมวิวท้ายเกาะ แต่คิดไว้ว่าพรุ่งนี้คงได้พาทิวาไปที่นั่น
เพราะเป็่ฤดูหนาวคนมาเที่ยวจึงไม่ค่อยมีคนไทย ทิวาจึงผ่อนคลายลงมาก
“พี่คินขี่ได้แน่นะครับ” ทิวามองรถจักรยานยนต์คันใหญ่ที่เมคินคร่อมอยู่
“ได้สิ ขึ้นมาเลย รับรองปลอดภัยแต่ถ้ากลัวตกก็แค่กอดเอวพี่ไว้”
ทิวาขึ้นไปนั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมคินบิดคันเร่งโดยไม่ให้คนข้างหลังตั้งตัว ทิวาเลยรีบผวากอดเขาโดยอัตโนมัติ
เมคินใช้มือเดียวประคองรถ ส่วนอีกมือจับไว้ที่หน้าท้องของตัวเองซึ่งมีมือของทิวากอดไว้
“พี่คิน ปล่อยมือผมได้แล้ว ใช้สองมือเถอะครับผมกลัว”
เพราะถนนบนเกาะค่อนข้างขรุขระทิวาก็กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ แต่พอเมคินเอามือออกชายหนุ่มก็ยังคงกอดเข้าไว้เหมือนเดิม ชายหนุ่มซบในหน้าลงบนแผ่นหลังกว้าง เมคินชะลอความเร็วลงอีกนิด เขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้เสียเหลือเกิน ั้แ่ตกลงเป็แฟนกันเขากับเลขาก็ยังทำตัวเหมือนเดิม อาจจะจับมือกันบ้างหรือบางครั้งทิวาก็มานอนหนุนตักเขาบ้างแต่ก็ไม่เคยกอดแนบชิดแบบนี้ แม้ความสัมพันธ์ทางกายจะพัฒนาไปช้าแต่เขาก็มีความสุขที่มันเป็แบบนี้
ทั้งสองเลือกทานอาหารติดชายหาด ทานไปด้วยมองดูโชว์ควงกระบองไฟได้ด้วย ทานไปด้วยคุยไปด้วยอย่างไม่เร่งรีบ
ขากลับทิวาให้เมคินแวะที่ร้านสะดวกซื้อเพราะอยากหาขนมไปติดไว้
“พี่คินเอายากันยุ่งด้วยนะ” ทิวาอยากออกไปนั่งรับลมทะเลตอนกลางคืนแต่ก็กลัวยุง
“มีขนม เบียร์ ยากันยุง น้ำ แล้วอะไรอีกไหม”
“ไม่ละครับแค่น่าจะพอแล้วนะ”
ระหว่างรอชำระเงินเมคินก็เหลือบไปเห็นถุงยางอนามัยกับเจลหล่อลื่น ใจหนึ่งอยากหยิบติดมือมา แต่อีกใจก็คิดว่าอยากให้เวลาทิวามากกว่านี้อีกสักหน่อย
ั้แ่ทิวามาอยู่ด้วยเมคินก็ไม่เคยออกไปนอนกับคู่นอนเลยสักครั้ง เขาเพียงแค่ช่วยตัวเองเพื่อระบายมันออกมาเท่านั้น ทั้งๆ ที่แต่ก่อนไม่ว่าเหนื่อยหรืองานยุ่งแค่ไหนก็ต้องหาเวลาออกไปหาคู่นอนอย่างน้อยที่สุดก็สัปดาห์ละครั้ง ถ้าเล่าเื่นี้ให้ฉัตรภพฟัง อีกฝ่ายคงคิดว่าเขากลายเป็คนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปแล้ว เมคินรู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็แบบนั้น เขายังมีความรู้สึก ยังมีความ้า ยิ่งได้อยู่ใกล้ทิวาเขาก็มีความ้ามากขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดจะออกไประบายกับคนอื่นเพราะไม่อยากให้ทิวารู้สึกไม่ดีเขาพร้อมที่จะรอให้ถึงวันที่อีกคนพร้อม
กลับมาถึงห้องบ้านพักทิวาเตรียมขนมกับเบียร์อย่างละนิดใส่ถุงแยกไว้ ก่อนจะจัดการทายากันยุงให้ตัวเอง เขาเป็คนผิวขาวพอโดนยุงกัดทีก็เป็รอยแดงน่าเกลียดไปหลายวัน
“พี่คินทาไหม ผมทาให้จะได้เปื้อนมือแค่คนเดียว”
“เอาสิ”
เมคินนั่งลงบนเก้าอี้หวาย ยื่นขามาให้ทิวาทายากันยุงลงไป มือของชายหนุ่มนิ่มกว่าที่คิดไว้ เขาเผลอคิดไปไกลว่าถ้าหากมือนี้ลูบไล้ส่วนอื่นของเขาจะมีความสุขมากแค่ไหน เพียงแค่คิดเ้าลูกชายกึ่งกลางลำตัวก็เริ่มขยาย จังหวะนั้นทิวาทายากันยุงมาถึงข้อเท้าพอดี
“ผมไปล้างมือก่อนนะ”
พอออกจากห้องน้ำเขาก็ไม่เจอเมคินแล้ว บอสหายไปพร้อมกับถุงเบียร์และขนม