ตอนที่ 5: ฟืนไม้เหล็ก์กับขวานที่บิ่นงอ
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับเสียงนกูเาร้องขับขาน หยาดน้ำค้างยังคงเกาะพราวอยู่บนยอดหญ้า บรรยากาศในลานกว้างของหอโรงครัวสายนอกเต็มไปด้วยความคึกคัก ศิษย์หลายคนกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้ออาหารเช้า
หลินเทียนได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ในวันนี้ นั่นคือการผ่าฟืนสำหรับใช้ในเตาหลอมโอสถและเตาปรุงอาหาร หน้าที่นี้ฟังดูเหมือนเป็งานใช้แรงงานธรรมดา ทว่าไม้ที่ต้องนำมาผ่าคือ 'ไม้เหล็ก์' ซึ่งมีเนื้อไม้แข็งแกร่งดั่งศิลา ผู้ฝึกตนทั่วไปต้องใช้ลมปราณผสานเข้าไปในขวานจึงจะสามารถตัดผ่ามันได้
ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่หน้ากองท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นะเืออกมาบางเบา เขาเอื้อมมือไปหยิบขวานเหล็กธรรมดาที่วางอยู่บนแท่นไม้ ทันทีที่ปลายนิ้วััด้ามขวาน เขาก็ต้องกำหนดจิตควบคุมพละกำลังอย่างละเอียดอ่อนที่สุด เพื่อไม่ให้เผลอบีบด้ามขวานไม้เนื้อแข็งจนแหลกละเอียดคามือ
เบื้องหน้าของเขาคือท่อนไม้เหล็ก์ที่วางตั้งเตรียมไว้ หลินเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก ซึมซับความสดชื่นของไอดินและกลิ่นหอมของเนื้อไม้
หากข้าออกแรงตามปกติ ขวานเล่มนี้รวมถึงูเาทั้งลูกคงถูกผ่าครึ่งเป็แน่... เขารำพึงในใจ
ชายหนุ่มยกขวานขึ้นเหนือศีรษะอย่างเชื่องช้า แสร้งทำเป็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ก่อนจะปล่อยให้ขวานตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง โดยมีกล้ามเนื้อแขนของเขาทำหน้าที่เป็เพียงตัวประคองทิศทาง ไม่ได้เพิ่มแรงส่งใดๆ ทั้งสิ้น
เป๊าะ!
เสียงไม้แตกออกเป็สองซีกดังขึ้นอย่างชัดเจน รอยผ่าเรียบเนียนไร้ที่ติ หลินเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขาสามารถกะเกณฑ์น้ำหนักได้อย่างพอดี โดยไม่ทำให้เกิดคลื่นกระแทกใดๆ ะเืออกไปรอบข้าง
"เ้าหนุ่ม กำลังแขนไม่เลวนี่"
เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง หลินเทียนหันไปมองและพบกับชายชราหลังค่อมผู้ดูแลโรงครัว กำลังยืนใช้ไม้เท้าพยุงตัวอยู่ใต้ เงา ของหลังคาชานเรือน ชายชรามองดูรอยผ่าบนท่อนไม้เหล็ก์ด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย
"ผู้าุโกล่าวชมเกินไป ข้าเพียงแค่โชคดีที่ขวานเล่มนี้คมกริบขอรับ" หลินเทียนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมพร้อมกับตอบกลับด้วยน้ำเสียงถ่อมตน
ชายชราหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางส่ายหน้า "ขวานทื่อๆ ที่ผ่านการสับกระดูกอสูรมาเป็ร้อยปีเล่มนั้นน่ะหรือคมกริบ เ้ามีความสามารถก็ยอมรับมาเถอะ ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก การผ่าไม้เหล็ก์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาลมปราณ แสดงว่ารากฐานร่างกายของเ้าแข็งแรงกว่าศิษย์คนอื่นมากนัก"
หลินเทียนเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ ไม่ได้กล่าวโต้แย้งสิ่งใด เขาหันกลับไปทำหน้าที่ของตนต่ออย่างเงียบเชียบ ทุกครั้งที่ขวานกระทบเนื้อไม้ กลิ่นหอมิญญาจะฟุ้งกระจายออกมา ชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับจังหวะการยกแขนและปล่อยคมขวานลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนงานที่หนักหน่วงให้กลายเป็การฝึกฝนสมาธิอันแสนสงบ
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการดูดซับกลิ่นหอมิญญาจากไม้เหล็ก์อย่างต่อเนื่อง ม่านพลังพยุงกายได้รับการหล่อเลี้ยง ความเสถียรของระบบเพิ่มขึ้นทีละน้อย]
ท่ามกลางความวุ่นวายของศิษย์รอบข้างที่วิ่งวุ่นเตรียมอาหาร มุมเล็กๆ ของหลินเทียนกลับเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและกลิ่นอายของธรรมชาติ การได้สูดกลิ่นไม้หอมและฟังเสียงไม้แตกเป็จังหวะ ทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายและหลุดพ้นจากความกังวลทั้งปวง นี่คือวิถีชีวิตที่เขาเลือก และเขาตั้งใจจะรักษามันไว้ให้นานที่สุด