โจวหย่วนหยางเห็นพี่น้องทั้งสี่คนตั้งใจอ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัดเขาก็รู้สึกประหลาดใจมาก
"พวกเขาอ่านหนังสือกันทุกวันเลยเหรอ?"
ในยุคสมัยนี้คนที่ยังคงตั้งใจเรียนหนังสือมีไม่มากนัก แม้แต่เด็กนักเรียนหลายคนก็ยังเอาแต่เล่นไม่ค่อยตั้งใจเรียน
"ก็ชีเยวี่ยลูกสาวผมบอกว่าระดับการศึกษาของพี่ๆยังต่ำเกินไป ต้องเรียนเสริมอีก ก็เลยให้ยุวชนฉู่มาสอนหนังสือพวกเขา"
พ่อหานไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านเรื่องที่ลูกๆอ่านหนังสือ ยังไงซะ ถ้าเด็กๆ อยากเรียนก็เรียน ถ้าไม่อยากเรียน เขาก็ตามใจเด็กๆ
"การเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่ดีการสร้างชาติต้องการคนมีความรู้!" โจวหย่วนหยางพยักหน้าเห็นด้วย"ในอนาคตต้องมีวันที่พวกเขาได้ใช้ความรู้นี้แน่ๆ"
ลุงรองหานพยักหน้าเห็นด้วย "สหายโจวคุณพูดเหมือนกับชีเยวี่ยเลย ชีเยวี่ยก็บอกว่าการมีความรู้จะทำให้เราสามารถสร้างชาติได้ดียิ่งขึ้น!"
ถึงแม้ว่าลุงรองหานจะไม่คิดว่าการเรียนหนังสือจะเกี่ยวข้องอะไรกับการสร้างชาติแต่ใครให้หัวแก้วหัวแหวนของบ้านเป็นคนพูดออกมาล่ะล่ะ?
ชีเยวี่ยพูดแบบนี้ แน่นอนว่าต้องมีเหตุผล
โจวหย่วนหยางไม่คิดเลยว่าเด็กผู้หญิงอย่างหานชีเยวี่ยจะมีความคิดความอ่านแบบนี้
"ลูกสาวของคุณเป็นเด็กดีจริงๆ!"
เมื่อได้ยินคำชมจากโจวหย่วนหยางนี้พี่น้องบ้านหานล้วนก็รู้สึกภาคภูมิใจ ต่างแย่งกันชมชีเยวี่ย
โจวหย่วนหยางยิ้มๆ แต่ก็ยังคงตั้งใจฟัง
ในครัว ซย่าซิ่วเหอในฐานะแม่อยากจะเตรียมของให้ลูกชายหลายอย่าง แต่ด้วยเวลามีน้อยสุดท้ายก็เก็บของได้แค่เต็มกระเป๋าเป้ใบเดียว
"น้องสะใภ้เธอว่าของพวกนี้มันน้อยไปไหม ที่บ้านยังมีอะไรที่หอบไปให้ลูกได้อีกบ้าง?"
"ที่บ้านก็มีแค่นี้แหละบางทีของที่ค่ายทหารอาจดีกว่าของเราก็เป็นได้"ซย่าซิ่วเหอพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"รอให้ฐานะทางบ้านเราดีขึ้นแล้วค่อยส่งของดีๆ ไปให้ซวงหยางเยอะๆ เด็กคนนั้นฝึกหนัก"หยางชุนจือปลอบใจซย่าซิ่วเหอ
"พี่สะใภ้ ฉันว่าที่บ้านเรามีของดีๆเพิ่มขึ้นเยอะเลยนะ" ตอนที่กำลังเตรียมของ ซย่าซิ่วเหอก็สังเกตเห็นเรื่องนี้
หยางชุนจือไม่ละเอียดอ่อนเท่าซย่าซิ่วเหออีกอย่างพี่สะใภ้ทั้งสองคนมีหน้าที่แค่ทำงานส่วนงานบ้านทั้งหมดเป็นหน้าที่ของแม่สามีและหานชีเยวี่ย พวกเธอจึงไม่ได้สังเกตเห็น
ตอนนี้เมื่อซย่าซิ่วเหอพูดขึ้นหยางชุนจือก็รู้สึกได้เช่นกัน ไม่กี่วันก่อน ถุงใส่ธัญพืชยังแฟบอยู่เลยทำไมตอนนี้ถึงได้เยอะขึ้น?
"ช่างเถอะน้องสะใภ้พวกเราไม่ต้องไปสนใจเรื่องพวกนี้หรอก เรื่องที่บ้านก็ปล่อยให้แม่ดูแลไปไม่มีอะไรต้องห่วง!" หยางชุนจือยังคงเป็นคนไม่คิดมาก
"พี่สะใภ้เราจะเตรียมอะไรเป็นของตอบแทนให้สหายโจวกับฮุ่ยหลิงดี?"
อีกฝ่ายเอาของมาให้เยอะแยะถ้าไม่ตอบแทนอะไรเลย ซย่าซิ่วเหอก็เกรงใจ
"ฉันว่าพวกเขาก็คงไม่ขาดอะไรหรอกอีกอย่างบ้านเราก็ไม่มีอะไรดีๆ จะให้เขาด้วย งั้นไปเก็บผักที่แปลงผักของเราแล้วก็เอาเห็ดแห้งที่ชีเยวี่ยตากไว้มาให้พวกเขา ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆก็แล้วกัน"
ซย่าซิ่วเหอเห็นด้วยกับคำพูดของหยางชุนจือพี่สะใภ้ทั้งสองคนจึงถือตะกร้าไปเก็บผักที่แปลงผัก ได้ผักสดๆ มาเต็มตะกร้า
เมื่อเห็นผักมากมายขนาดนี้อู๋ฮุ่ยหลิงก็รู้สึกเกรงใจ รีบปฏิเสธ
"คุณป้าคะแบบนี้ก็เกรงใจเกินไปแล้วค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ"
"พวกเธอเอาของมาให้บ้านเราตั้งเยอะแยะบ้านเรามีแค่ของพวกนี้แหละ ที่ไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย"
ตอนที่ซย่าซิ่วเหอพูดเธอก็รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ
ผักเต็มตะกร้า ดูเหมือนจะเยอะ แต่จริงๆแล้วไม่ได้มีค่าอะไรเลย เมื่อเทียบกับของที่สหายโจวกับฮุ่ยหลิงเอามาให้ถือว่าน้อยมาก
หานชีเยวี่ยไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้เธอกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของโจวหย่วนหยางและพี่รองของเธอยังไง
"พี่ฮุ่ยหลิงพี่บอกแล้วว่าจะมาเป็นพี่สาวของฉัน แล้วน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของบ้านเราพี่จะไม่รับไว้ได้ยังไงคะ?"
"ฉันมาขอบคุณเธอต่างหากถ้ารับของไปอีกมันก็ไม่เหมาะสม" อู๋ฮุ่ยหลิงรีบพูด
"พี่ฮุ่ยหลิง เรื่องมันคนละเรื่องกันตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันแล้ว ยังต้องพูดแบบนี้อีกเหรอคะ? ฉันยังคิดว่าจะไปหาพี่ที่ค่ายทหารอยู่เลยถ้าพี่เป็นแบบนี้ ฉันก็ไม่กล้าไปแล้วสิคะ!"
เมื่อได้ยินแบบนี้ อู๋ฮุ่ยหลิงก็ดีใจ"เธออย่าพูดเล่นนะ คราวหลังถ้ามีโอกาส ต้องมาหาพี่ที่ค่ายทหารให้ได้นะ"
โจวหย่วนหยางก็เชิญชวนเช่นกัน"เธอสามารถมาเยี่ยมพี่รองของเธอได้"
หานชีเยวี่ยรีบพูด"ฉันจะไปตอนตรุษจีนค่ะ"แค่ไม่รู้ว่าคนในบ้านจะยอมให้เธอออกไปคนเดียวหรือเปล่า
"หากสหายหานซวงหยางได้ยินข่าวนี้เขาต้องดีใจมากแน่ๆ!"
ทุกคนนั่งคุยกันต่ออีกสักพักโจวหย่วนหยางและอู๋ฮุ่ยหลิงจึงลุกขึ้นเพื่อขอตัวกลับเข้าเมือง
ครอบครัวหานไม่ได้รั้งพวกเขาไว้เพราะบ้านมีห้องน้อย ถ้าให้แขกพักค้างคืนก็คงไม่สะดวก
พวกเขาไปส่งโจวหย่วนหยางและอู๋ฮุ่ยหลิงที่หน้าบ้านย่าเฒ่าหานยังคงอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน ไม่ยอมปล่อย
เด็กน้อยก็เอาใจย่าเฒ่าหานกอดคอย่าเฒ่าหานแน่นไม่ยอมปล่อย ทำให้ทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนญาติกันจริงๆ!
พอมาถึงหน้าบ้าน ผู้นำชุมชนก็กำลังลังเลไม่รู้ว่าจะเข้าไปดีหรือไม่
พ่อหานถามขึ้น "ผู้นำชุมชนมีอะไรรึเปล่าครับ?"
ผู้นำชุมชนรีบตอบ "ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่แวะมาดูว่ามีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้าง"
หานชีเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มผู้นำชุมชนคนนี้ดูเก้ๆกังๆ
พ่อหานยิ้ม "ไม่มีอะไรหรอกแค่แขกกำลังจะกลับแล้ว"
ผู้นำชุมชนก็ยังคงทำท่าอิดออด
"ผู้นำชุมชน วันนี้มีอะไรรึเปล่าคะ?"หานชีเยวี่ยถามขึ้น
ผู้นำชุมชนมองไปที่โจวหย่วนหยางขยับปากเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
โจวหย่วนหยางพอจะเดาได้ว่าผู้นำชุมชนมีเรื่องอยากจะคุยกับเขา
"สหาย มีอะไรอยากจะพูดกับผมรึเปล่า?"
ผู้นำชุมชนยังคงทำตัวอิดๆ ออดๆ แต่ไม่คิดว่าโจวหย่วนหยางจะถามขึ้นมาก่อนแต่เขารู้ว่าถ้าพลาดโอกาสนี้ไป ก็คงไม่มีโอกาสแบบนี้อีก
"คุณเป็นผู้นำมีความรู้ความเข้าใจมากกว่าพวกเราชาวบ้าน ถ้าผมพูดอะไรผิดไปก็อย่าถือสาผมเลยนะครับ"
ยิ่งพูดเสียงของผู้นำชุมชนก็ยิ่งเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน
โจวหย่วนหยางมองผู้นำชุมชนที่ดูซื่อๆตรงไปตรงมา ไม่เหมือนกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เขาจึงพูดว่า "ถามมาเถอะนี่ไม่ใช่การประชุมสักหน่อย"
"ท่านครับ ผมแค่อยากจะถามว่าช่วงนี้มีหลายชุมชนและหลายสหคามที่กำลังสร้างโรงงาน แบบนี้มันเหมาะสมเหรอครับ?นโยบายสามารถอนุมัติได้หรือเปล่าครับ?"
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ไม่คิดว่าผู้นำชุมชนจะถามคำถามแบบนี้เรื่องการสร้างโรงงาน ช่วงนี้มีหลายชุมชนที่ทำกันอยู่ มีทั้งที่แอบทำแบบลับๆและทำแบบเปิดเผย
ในฐานะผู้นำชุมชนถวนเจี๋ยกู้อวิ๋นฉีก็สนใจเรื่องนี้เช่นกัน
เขานึกภาพออกว่าถ้ามีโรงงานชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนจะต้องดีขึ้นมากแน่ๆแต่ตอนนี้เขายังไม่แน่ใจว่านโยบายเป็นอย่างไร
"ผมไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนโยบายเท่าไหร่แต่ตอนนี้ก็มีการสนับสนุนให้ชุมชนสร้างรายได้ด้วยตัวเอง"
โจวหย่วนหยางได้พบปะผู้คนมากมายแม้ว่าจะไม่ได้ทำงานในท้องถิ่น แต่เขาก็พอจะรู้ข้อมูลอยู่บ้างแต่นโยบายบางอย่างยังไม่ชัดเจนนัก เขาจึงไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำส่วนจะตัดสินใจอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น
"แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้การที่ชุมชนจะสร้างโรงงานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหากขาดทุนมีความเป็นไปได้ว่าคนทั้งชุมชนจะต้องอดอยาก"
หลังจากพูดจบ โจวหย่วนหยางก็เดินไปที่รถหยิบถุงตาข่ายสองใบออกมา แล้วหันไปจะให้ฉู่เจี้ยนกั๋ว
ฉู่เจี้ยนกั๋วตกใจ ทำไมถึงเอาของมาให้เขา?
"สหายฉู่เจี้ยนกั๋วนี่เป็นของขวัญขอบคุณในความกล้าหาญของคุณ ที่ช่วยเหลือภรรยาและลูกของผมได้โปรดรับไว้ด้วย"
"ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ สหายโจวผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น!" ฉู่เจี้ยนกั๋วปฏิเสธ
โจวหย่วนหยางตั้งใจที่จะมอบของขวัญให้ฉู่เจี้ยนกั๋วจริงๆฉู่เจี้ยนกั๋วจึงต้องรับไว้ แต่เขาก็หันไปมอบของขวัญเหล่านั้นให้กับย่าเฒ่าหาน
"คุณย่าหานเอาของพวกนี้เก็บไว้ที่บ้านเถอะครับ ยังไงผมก็กินข้าวที่นี่สามมื้ออยู่แล้ว"
ย่าเฒ่าหานไม่รับ เธอปฏิเสธ"นี่เป็นของที่สหายโจวขอบคุณนาย นายจะเอามาให้พวกเราทำไม"
"ของที่มอบให้ผมก็เป็นของผมผมจะมอบต่อให้คุณ ก็ไม่มีอะไรผิดนี่ครับ!"
ฉู่เจี้ยนกั๋วไม่ใช่คนโง่เขาดูออกว่าโจวหย่วนหยางประทับใจครอบครัวหาน
เขาเชื่อว่าถ้าเขามอบของพวกนี้ให้ครอบครัวหานโจวหย่วนหยางคงไม่ว่าอะไร และก็เป็นอย่างที่เขาคิด โจวหย่วนหยางเพียงแค่ยกยิ้มแล้วก็เรียกอู๋ฮุ่ยหลิงให้อุ้มลูกขึ้นรถ หลังจากสตาร์ทรถยนต์แล้ว รถก็ค่อยๆขับออกไป ย่าเฒ่าหานยังคงอาลัยอาวรณ์
"พวกแก ไอ้เด็กบ้าเอ้ยถ้ามีใครแต่งงานมีลูกสักคน ฉันก็คงไม่ต้องเศร้าแบบนี้หรอก!"