การต่อสู้ประจำปีดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดเสียงการปลดปล่อยทักษะของเหล่านักเรียนที่ลงแข่งขันดังสั่นไปทั่วทั้งอาคารต่อสู้
‘ตู้ม! ต้ม! ตู้ม!
เสียงเชียร์โห่ร้องดังอย่างไม่หยุดหย่อน
ตัดภาพมาที่สนามที่แปด
ในตอนนี้สนามที่แปดได้เริ่มการแข่งขันคู่ที่2 ระหว่างจ้าวเฟิงและหลินจางทั้งสองปลดปล่อยทักษะเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่องแต่เป็ทางจ้าวเฟิงที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
‘ดาบัผลาญฟ้า!
หลินจางได้ปลดทักษะดาบัผลาญฟ้าเข้าใส่จ้าวเฟิง
จ้าวเฟิงเองก็ไม่น้อยหน้าเขาได้ปลดปล่อยทักษะออกมาเช่นกัน
‘หอก์พิฆาต!
‘ตู้ม!
พลังงานของหอก์พิฆาตและดาบัผลาญฟ้าเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง
แต่ด้วยความต่างของระดับพลังที่ต่างกันเกินไปทำให้พลังงานัผลาญฟ้าทำลายพลังงานของหอก์ลงอย่างงายดายและพุ่งเข้าใส่จ้าวเฟิงในทันที
“แข็งแกร่งอะไรอย่างงี้”จ้าวเฟิงก้าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
จ้าวเฟิงกระเด็นออกไปไกลถึง1เมตรเขาล่มนอนกับพื้นกรรมการที่เห็นว่าจ้าวเฟิงสู้ต่อไม่ได้แล้วก็ประกาศผลทันที
“หลินจางเป็ฝ่ายชนะ!”
เสียงเฮดังลั่นไปทั่วทั้งสนามพูดคนต่างพูดคุยถึงความแกร่งของหลินจาง
“เธอแข็งแกร่งจริงๆๆ”
“ได้โปรดรับรักฉันหลินจาง!!”
จุนเสี่ยวเหยาที่ได้เฝ้าดูการต่อสู้เมื่อครู่ก็ถึงกับตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย
“ดูเหมือนว่าเธอคนนี้มีการบ่มเพาะอยู่ที่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่4สินะ งั้นก็พอมีฝีมืออยู่บ้างชักน่าสนใจแล้วสิ”
พริบตาเดียวผ่านไป..
การต่อสู้ระหว่างหลินจางและจุนเสี่ยวเหยาก็มาถึงโดยที่การแข่งขันก่อนหน้าพวกเขานั้น ระหว่างถังอิ๋นและจ้าวเฟิงเป็ถังอิ๋นที่เป็ฝ่ายชนะนั่นเอง
ครูต่อมา…
หลินจางและเสี่ยวจุนลงมาที่สนามเป็ที่เรียบร้อยทั้งสองทักทายกันอย่างเป็มิตรไมตรี
“สวัสดีจุนเสี่ยวเหยา”หลินจางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริ่ง
“อ่าสวัสดีหลินจาง”เสี่ยวจุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกรงๆ
“จุนเสี่ยวเหยานายไม่ต้องเกรงหรอกนะใส่มาให้เต็ม!”
“ได้เลยเธอก็ห้ามออมมือให้ฉันเหมือนกันนะ!”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองพร้อมแล้วกรรมก็ได้ประกาศเริ่มการต่อสู้ในทันที “เริ่มได้!”
“ฉันโจมจะตีแล้วนะ!” หลังจากที่หลินจางกล่าวจบเธอได้พุ่งเข้าใส่ด้วยความรวดเร็วที่แม้แต่ผู้รับชมในสนามก็ต่างมองไม่ทัน
‘วูบ!
เธอเคลื่อนที่มาโผล่ยังบริเวณด้านข้างของจุนเสี่ยวเหยาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของเสี่ยวจุนด้วยความรุนแรงแต่แล้วจุนเสี่ยวก็หลบแบบดิจิตอล!
“ความเร็วเธอใช้ได้เลยนี่ แต่เธอยังช้าไปนิดนะ”เสี่ยวจุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้หนาวรู้ร้อน
หลินจางที่พลาดการโจมตีไปเธอได้ถอยกลับมาตั้งหลัก และคิดหาวิธีเอาชนะ
จุนเสี่ยวเหยาที่เห็นอย่างนั้นก็ได้เอ่ยถามขึ้น
“ทำไมเธอไม่ใช้สิ่งที่เธอถนัดละอย่างเช่นดาบ?”
“ฉันแค่อยากทดสอบนายดูเฉยๆนะแต่หลังจากนี้ฉันจะเอาจริงแล้ว!
หลินจากได้นำดาบของเธอออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับพุ่งเข้าหาเสี่ยวจุนในทันที
เสี่ยวจุนเองก็ไม่รอช้าเขานำกระบี่หยินหยางออกมาและพุ่งเข้าหาหลินจางด้วยเข่นกัน
“เคร่ง!
ทั้งสองเขาประทะกันอย่างดุเดือดเสียงกระบี่และดาบฟาดฟันกันอย่างต่อเนื่องผู้ชมในสนามสงเสียงเชียร์ด้วยความสนุกและมีบางส่วนที่ตื่นตึงในความสามารถของจุนเสี่ยวและหลินจาง
“พวกเขาทั้งสองแข็งแกร่งมาก”
“ไอ้ขยะนั่นมันสามารถต่อกรกับหลินจางได้?”
“หรือว่าไอ้ขยะจุนมันจะอยู่ระดับรวบรงมปราณแล้ว!?” ผู้คนต่างคาดเดาต่างๆนา
ตัดภาพมาที่การต่อสู้ในสนาม
“นายทำให้ฉันใจริงๆที่สามรถต่อกรกับฉันได้”
“ยกยอเกินไปแล้วยกยอเกินไป” จุนเสี่ยวเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ถ่อมตน
“รับทักษะนี้ของฉันให้ดีจุนเสี่ยวเหยา!”
‘พันดาบัผลาญฟ้า! ไป!!!
ปรากฏดาบไฟนับพันพุ่งเข้าหาเสี่ยวจุนพลังงานของทักษะนี้น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่งสำหรับคนทั่วไปแต่ไม่ใช่กับเสี่ยวจุน
“ฉันรีบปิดเกมส์นี้แล้วกันชักเริ่มหิวข้าวแล้วละสิ”
‘สี่กระบี่สายฟ้าพิโรธ!
สายฟ้ารูปร่างกระบี่ค่อยๆปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเสี่ยวจุนเด็กไม่รอช้าเขา้าที่จะปิดเกมสนี้ให้เร็วที่สุด
“ไป!!!
สี่กระบี่สายฟ้าพิโรธพุ่งทะลุผ่านดาบนับพันของหลินจางออกไปด้วยความรวดเร็วกระบี่ทั้ง4พุ่งเข้าใส่หลินจางโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว ถึงแม้ว่าเธอจะยกดาบขึ้นมาป้องกันแต่มันก็สายไปแล้วพลังงานสี่กระบี่ได้ปะทะเข้ากับร่างกายของจน “เปี้ยง!!!
ทำให้เธอกระเด็นออกไปนอกสนามในทันที
“ฉันทำแรงเกินไปไหมเนี่ย!!”จุนเสี่ยวเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่กังวล
หลินจางที่รู้ว่าตนไม่สามรถต่อสู้ต่อไปได้เอ่ยยอมแพ้ในทันที “ฉันขอยอมแพ้นายชนะแล้วจุนเสี่ยวเหยา!”
“ติ๊ง! โฮตส์ได้เอาชนะระดับรวบรวมปราณขั้นที่3 ได้รับ100แต้มพลังงาน”
จุนเสี่ยวเหนายกยิ้มอย่างพอใจ
ตัดภาพมาที่ผู้ในสนาม
ทุกคนในสนามต่างอึ่งไปตามๆกันรวมถึงถังอิ๋นและจ้าวเฟิงด้วยเช่น
“จุนเสี่ยวเขาเป็ม้ามืดอย่างงั้นหรอ”
“มันถึงกับชนะหลินจาวเลยงั้นหรอ”จ้าวเฟิวกล่าว
“ฉันไม่อยากเขื่อสายตาตัวเองว่าไอ้ขยะจุนจะชนะหลินจาง!” ถังอิ๋นกล่าว
เมื่อกรรมเห็นอย่างนั้นก็ประกาศผู้ชนะในทันที “จุนเสี่ยวเหยาเป็ฝ่ายชนะ!!!”
เสี่ยวจุนไม่รอช้าเขาเดินกลับที่นั่งในทีเพื่อไปกินข้าว!
ในขณะเดี๋ยวกันกองกำลังต่างๆต่างจับตาดูจุนเสี่ยวเหยาเพราะความสามรถที่โดดเด่นของเด็กหนุ่ม
ตัดภาพมาที่ฮีโร่ทั้งหก
พวกเขาก็สังเกตุเห็นจุนเสี่ยวเหยาเช่นกัน
“นั่นมัน”หนึ่งในตาแก่ทั้ง6กล่าว
ในขณะที่ตาแก่ทั้งห้ทกำลังจะพูดนั้น หยางเฟิงก็ได้ส่งกระแสจิตมา
“อย่าไปสนใจเด็กหนุ่มคนนั้นเด็ดขาดถ้าไม่อยากตกอยู่ในอันตราย!” หยางเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกรงกลัว
เป็ไงบ้างครับสำหรับตอนนี้ ไรท์จัดให้2ตอนเลยวันนี้555 ฉากต่อสู้ยังไม่ค่อยเซียนจริงๆฮือออหวังว่าทุดคนจะชอบนะครับ