เช้าตรู่เจียงหลิงเยว่และฟางจื้อซ่านเดินเข้าไปในห้องของท่านย่าเจียง แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านหน้าต่างไม้ ท่านย่านอนหลับอยู่บนเตียงใบหน้าสดใสดูดีกว่าสองสามวันก่อนมาก ข้างเตียงมีท่านป้าฉ่ายภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านนอนหลับอยู่เงียบๆ เจียงหลิงเยว่หันไปส่งยิ้มให้ฟางจื้อซ่านนางดีใจที่เห็นท่านย่าอาการดีขึ้น
เมื่อท่านป้าฉ่ายลืมตาขึ้นทั้งคู่จึงกล่าวทักทาย เจียงหลิงเยว่เอ่ยอย่างเกรงใจ “ท่านป้าฉ่าย... รบกวนท่านแล้วเ้าค่ะ”
“รบกวนที่ไหนกันข้าให้ยานางดื่มตอนยามไฮ่ (21.00 – 23.00 น.)นางก็หลับยาวถึงตอนนี้... ยังไม่ตื่นมากวนข้าเลย” ท่านป้าตอบพลางยิ้ม
ฟางจื้อซ่านกลับรู้สึกแปลกใจนักคนป่วยหนักเพียงนั้นจะอาการดีขึ้นราวปาฏิหาริย์ได้อย่างไร เขารีบเข้าไปจับมือนาง มือนั้นเย็นเฉียบ...เมื่อเลื่อนไปจับชีพจรใจของเขาหล่นวูบ
“ท่านย่าเจียงสิ้นใจแล้ว…”
ฟางจื้อซ่านสั่งการให้ซ่งอี้หยวนคุมการก่อสร้างสุสานขนาดย่อมให้ท่านย่าเจียงชาวบ้านมาช่วยกันอย่างเต็มใจด้วยความรักและเคารพที่มีต่อนางเพียงครึ่งวันทุกอย่างก็เสร็จสิ้น เจียงหลิงเยว่ร้องไห้ปิ่มจะขาดใจกอดร่างท่านย่าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จนจื้อซ่านต้องเข้าไปปลอบอย่างอ่อนโยน
“หลิงเยว่คนดี...ฟังข้านะ ท่านย่าไปสบายแล้ว หากเห็นเ้าร้องไห้เช่นนี้ ท่านจะไปอย่างไม่เป็สุขนะเ้ารู้หรือไม่”
เขาอุ้มนางกลับไปยังห้องนอนน้ำตาของนางหยดลงบนอกเสื้อเขาจนเปียกชุ่ม นางสะอื้นถาม
“คุณชาย...อึก... ท่านย่า… ท่านย่า… อึก… จะไป์ใช่หรือไม่”
“แน่นอน...ท่านย่าต้องไป์แน่นอน แต่หลิงเยว่ต้องหยุดร้องไห้ก่อนไม่เช่นนั้นท่านย่าจะเป็ห่วงจนไปไม่ได้... ไปล้างหน้าล้างตาเถิดแล้วเราไปส่งดวงิญญาท่านย่าไป์ด้วยกัน ดีหรือไม่”
เจียงหลิงเยว่พยักหน้าพลางปาดน้ำตาอย่างว่าง่าย นางเดินออกไปราวกับอยู่ในภวังค์แห่งความโศกเศร้าที่ยังหลงเหลือทว่าในความหม่นหมองนั้นยังมีความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่คอยประคองอยู่ไม่ห่าง
หลังเสร็จสิ้นพิธีฝังศพท่านย่าเจียงเสร็จสิ้นลงอย่างเรียบง่ายท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงอวลด้วยความโศกเศร้าฟางจื้อซ่านเรียกหัวหน้าหมู่บ้านฉ่ายและชาวบ้าน มารวมตัวกันที่ลานดินหน้าเรือนเขาประกาศเตรียมเดินทางกลับจี้เฉิงจากนั้นเขาส่งสัญญาณให้ซ่งอี้หยวนยื่นถุงผ้าขนาดเล็กให้
ฟางจื้อซ่านรับมาแล้วเปิดปากถุงออกแสงอาทิตย์ยามบ่ายตกกระทบวัตถุภายในจนเกิดประกายสีทองวาววับสะท้อนเข้าตาหัวหน้าหมู่บ้านจนเขาต้องหยีตา
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน...ตลอดเวลาที่ข้าและคนของข้าพำนักอยู่ที่นี่ พวกท่านดูแลพวกเราอย่างดีทั้งที่หมู่บ้านเองก็ลำบากเพราะความแห้งแล้ง”
ฟางจื้อซ่านกล่าวพลางหยิบหัวเข็มขัดทองคำและกระดุมทองคำแท้ออกมาวางบนฝ่ามือ เสียงซุบซิบที่เคยดังรอบลานเงียบกริบลงทันทีชาวบ้านหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยเห็นทองคำปริมาณมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
“นี่คือทองคำหนักหนึ่งจิน(500 กรัม) เป็ของที่ท่านพ่อและข้าที่ใส่ติดตัวมาข้ามอบให้หมู่บ้านเจิ้นซาน เพื่อเป็ทุนเริ่มต้นในการสร้างอ่างเก็บน้ำ”
หัวหน้าหมู่บ้านฉ่ายมือสั่นเทาขณะยื่นมารับถุงผ้าน้ำหนักของทองคำที่กดทับลงบนฝ่ามือทำให้เขาแทบเข่าทรุด
“คะ...คุณชายฟางนี่มันมากเกินไป มากเกินไปจริงๆ ทองคำหนึ่งจินนี้... หากใข้อย่างประหยัดหมู่บ้านเราจะอยู่ดีกินดีไปได้อีกหลายปีเลยนะขอรับ!”
“ทองคำมีค่าก็จริงแต่เทียบไม่ได้กับหยาดเหงื่อที่พวกท่าน ช่วยขุดหลุมฝังศพให้คนของข้า และยังน้ำใจที่พวกท่านค่อยคอยป้อนยาทำแผลให้คนของข้าข้าวปลาอาหารที่พวกท่านหุงหามาให้มิขาด อีกทั้งป้าฉ่ายที่ค่อยดูแลท่านย่าเจียงในยามป่วยไข้ข้ารู้สึกซึงใจเป็อย่างยิ่ง”
จื้อซ่านสบตาหัวหน้าหมู่บ้านด้วยความจริงใจ“เงินทองเป็ของนอกกายแต่ปากท้องของชาวบ้านรอไม่ได้ ท่านรับไปเถิด... ข้าอยากเห็นคนในหมู้บ้านเจิ้นซานอยู่ดีกินดีมีความสุข”
หัวหน้าหมู่บ้านฉ่ายน้ำตาคลอเบ้าเขาคุกเข่าลงทันที ตามด้วยชาวบ้านคนอื่นๆที่พากันก้มหัวคารวะคุณชายฟางอย่างซาบซึ้ง “คุณชายฟาง... ท่านคือเทพที่์ส่งมาโปรดพวกเราโดยแท้!”
ฟางจื้อซ่านรีบประคองชาวบ้านให้ลุกขึ้น“ไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็เพียงก้อนแรกข้าจะส่งเงินมาเพิ่มอีกจนกว่าจะอ่างเก็บน้ำจะสร้างเสร็จขอเพียงท่านส่งข่าวให้ข้าทราบก็พอ”
“ข้าขอเป็ตัวแทนชาวบ้านขอบคุณคุณชายฟางพวกเราคอยงบจากทางการมานานเหลือเกิน คราวนี้จะได้มีน้ำใช้ตลอดปีเสียที” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยความตื้นตัน
ท่ามกลางเสียงปรบมือดีใจของชาวบ้านมีชาวบ้านคนหนึ่งเกล่าขึ้นว่า “คุณชายฟาง เมตตาของท่านครั้งนี้ยิ่งใหญ่นักพวกเราขอเรียกอ่างเก็บน้ำนี้ว่า 'อ่างเก็บน้ำตระกูลฟาง'เพื่อให้ลูกหลานหมู่บ้านเจิ้นซานจดจำน้ำใจของท่านไปชั่วสืบลูกสืบหลาน!”
คืนนั้นมีการจัดเลี้ยงส่งเรียบง่ายใต้ต้นไม้ใหญ่ทุกคนดื่มกินอย่างอบอุ่นจนถึงต้นยามชวี (19.00 - 21.00 น.) จึงแยกย้ายกันไปเตรียมตัวออกเดินทางแต่รุ่งเช้า
ฟางจื้อซ่านกลับมาที่เรือนเห็นเจียงหลิงเยว่นอนสะอื้นหันหน้าเข้าข้างฝาเมื่อเห็นเขาเข้ามาก็นางรีบลุกขึ้นปาดน้ำตาและฝืนยิ้มให้เขาไม่พูดอะไรเพียงเดินเข้าไปสวมกอดนางไว้แน่นใครจะเข้าใจความรู้สึกสูญเสียนี้เท่าเขา...
ตอนยายจากไปเขาแอบร้องไห้อยู่นานยายเลี้ยงดูเขาั้แ่แบเบาะ แม่ต้องทำงานหนักหาเลี้ยงสามชีวิตด้วยความยากลำบากแม่ไม่ค่อยอยู่บ้านทำงานประจำเป็พนักงานขายของในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆและยังต้องไปทำงานเป็คนรับใช้พาร์ทไทม์ั้แ่เย็นถึงค่ำ เขาจะพบแม่เพียงแค่ตอนเช้าก่อนแม่ไปทำงานเท่านั้นยายรูปร่างค่อนข้างผอมร่างกายไม่แข็งแรงแต่ถึงกระนั้นก็ยังรับจ้างเย็บผ้าเป็รายได้เสริม ยายใจดีกับเขามากแม้นจะขัดสนเงินทองแต่ยังแอบซื้อขนมที่เขาชอบให้เป็ประจำ