"แล้วเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้? ท่านบอกว่ามันคือจุดศูนย์กลางของแดนเทพแล้วทำไมตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาทำไมข้าไม่เจอใครเลย?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมา
'ก่อนที่ข้าจะกล่าวตอบพวกเ้าทั้งสองได้ พวกเ้าควรปลดผนึกนี้ก่อนไม่อย่างนั้นต่อให้เล่าไปก็ไม่มีความหมาย..' ชายชรากล่าวออกมาอย่างช้าๆ
"ผนึก? สัญลักษณ์เวทย์นี่น่ะรึ? แล้วข้าจะคลายมันออกยังไง?" สวี่หยุนกล่าวถาม
'ข้าไม่รู้ว่าเ้ากับหลานข้าออกมาจากห้องขังได้ยังไง ที่ห้องขังนั้นกับห้องนี้เป็เวทย์ผนึกเดียวกัน..พวกเ้าทำลายมันยังไงล่ะ?' ชายชราเอ่ยถาม
สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็คิดไปถึงต่างหูที่เขาได้รับมาจากหินศิลา..สวี่หยุนเอื้อมมือออกไปทันทีที่มือของสวี่หยุนัักับหินศิลามือของเขาก็จมลงไป...
'หือ?' ชายชรากำลังตกตะลึงอย่างมาก
สวี่หยุนทำท่าคว้าจับ..ทันใดนั้นแสงจากเวทย์ผนึกก็วาบขึ้นมาทำให้สวี่หยุนและลู่เหมยต้องหลับตาลงและใช้มือกันแสงสว่างที่ออกมาจากหินศิลา..
เมื่อลืมตาขึ้นทั้งสวี่หยุนและลู่เหมยก็พบกับชายชราชุดขาวตัดขอบสีดำ ผมและเคราเป็สีขาวดุจหิมะเหมือนผู้สูงส่งจาก์ลงมาเบื้องล่าง
ชายชรามีสีหน้าตกตะลึง..ผนึกที่แม้แต่จักรพรรดิเทวะ 4 คนรวมพลังกันยังไม่อาจทำลายมันได้..แต่เ้าหนุ่มนี่..มันดูดเวทย์ผนึกเข้าไปได้! แม้สวี่หยุนและลู่เหมยมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ชายชราเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน..ก้อนศิลาละลายกลายเป็ลำแสงเข้าไปในร่างของสวี่หยุน..
"ท่านปู่!!" ลู่เหมยไว้ไปกอดชายชราด้วยใบหน้าที่มีนํ้าตาเต็มใบหน้า.. ลู่เหมยจำปู่ของนางได้อย่างง่ายดายเพราะปูของนางหน้าตาไม่เปลี่ยนไปเลย
"เฮ้อ..หลานข้า..ข้าไม่ได้อยากทำให้เ้าโศกเศร้า..แต่ถึงเวลาที่เ้าจะได้รับรู้เื่ต่างๆได้แล้ว.." ชายชรากล่าวออกมาอย่างช้าๆ
"ท่านแม่! ท่านแม่ข้าอยู่ที่ไหนแล้ว! ท่านรู้หรือไม่?!" ลู่เหมยรีบกล่าวถามชายชราอย่างตื่นตระหนก
"ข้าไม่รู้..ข้าแบ่งผนึกจากห้องขังของเ้ามายังห้องผนึกิญญาของข้าทำให้ข้าหลับไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว..ข้าพึ่งตื่นขึ้นมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 1 ปีที่แล้วข้าพึ่งเริ่มสร้างกายเนื้อได้และพึ่งทำให้เสษเสี้ยวจิติญญาพูดได้..ส่วนแม่ของเ้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนางควรไปอยู่ดินแดนมารแล้วล่ะ.." ชายชรากล่าวเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์อันซับซ้อน ชายชรามองมาทางสวี่หยุนก่อนจะกล่าวออกมา...
"ขอบคุณมากเ้าหนุ่มน้อยที่ช่วยหลานข้าและยังดูแลหลานข้าแทนข้า..และขอโทษด้วย.." ชายชรามองมาทางสวี่หยุนก่อนจะกล่าวออกมา
สวี่หยุนงุนงงทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของชายชรา แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรชายชราก็กล่าวออกมา...
"ข้าทิ้งเศษเสี้ยววิญญาญไว้ข้างนอกก่อนที่แม่ของนางจะมาหาข้า..ข้าเฝ้ามองดูพวกเ้ามาตลอด..หากเ้าบังคับทำอะไรนางข้าคงใช้เศษเสี้ยวิญญานั้นฆ่าเ้านานแล้ว..." ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อนขณะมองมาที่สวี่หยุน สวี่หยุนตกตะลึงทันทีที่ได้ยินดังนั้น..กลับกลายเป็ว่าเขาเข้าใกล้ความตายอยู่ทุกขณะใน่เวลา 1 ปีที่ผ่านมา...
"เอาล่ะได้เวลาที่ข้าจะเล่าเื่ต่อแล้ว.." ชายชรามองมาทางสวี่หยุนด้วยสีหน้าซับซ้อน
"เมื่อไม่กี่สิบปีก่อนมีผู้ใช้ปราณสรรพธาตุที่แข็งแกร่งที่สุดในทุกดินแดน และที่สำคัญคือ..มันไม่ได้เป็ทั้งเทพหรือมารไม่มีใครทราบความเป็มาของมันแต่มันใช้เวลาเพียงไม่นานก็กลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทุกดินแดน มันบรรลุจุดสูงสุดของระดับพลังได้อย่างรวดเร็ว..และเมื่อมันบรรลุจุดสูงสุดของระดับพลัง มันก็ทำการตัดห้วงแห่งความว่างเปล่าเพื่อเข้าสู่ดินแดนาในตำนาน...แต่ก่อนที่มันจะได้เข้าสู่ดินแดนากลายเป็ว่ามีคนตัดห้วงแห่งความว่างเปล่ามาเพื่อฆ่ามัน...ผู้ใช้ปราณสรรพธาตุต่อสู้กับบุคคลนั้นจนดินแดนทั้ง 4 ของแดนเทพได้รับความเสียหายหนักมากรวมถึง..จุดศูนย์กลางของดินแดนเทพแห่งนี้..."
สวี่หยุนตกตะลึงทันทีที่ชายชรากล่าวออกมา..มันราวกับเขากำลังฟังตำนานที่สือทอดกันมาอย่างมาก
"การต่อสู้นั้นเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน..จุดศูนย์กลางแห่งนี้โดนทำลายไปมากตอนนี้ถึงจะฟื้นกลับมาได้บ้างแต่ก็ยังนับว่าน้อยมากอยู่ดี แต่ที่สำคัญที่สุด..มันทำลาย เวทย์เคลื่อนย้ายไปจนเกือบไม่เหลือเลย...การทำลายล้างครั้งนั้นคนที่เคยอาศัยที่นี่ก็ตายไปกันหมดแล้ว..ข้าไม่รู้ว่าแม่ของนางเข้ามาที่นี่ได้ยังไงแต่เวทย์เคลื่อนย้ายที่เชื่อมกับแดนเทพเหลือเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น..มันต้องใช้เวลาในการรวบรวมพลังเวลาราวๆ 13 เดือน และเปิดไว้ได้แค่วันเดียวแถมยังเคลื่อนย้ายได้แค่ 2 รอบต่อ 13 เดือนเท่านั้น นั่นคือเวลาเข้าและเวลาออก.." ชายชราหยุดลงเล็กน้อยและมองมาทางสวี่หยุน
"หืม? ท่านหมายความว่าอย่างไร?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาพร้อมขมวดคิ้วราวกับเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงลางไม่ดีบางอย่าง...
"ตอบคำถามข้ามาก่อนเ้าหนุ่มน้อย..เ้ารักหลานของข้าหรือไม่?!!" ชายชรากล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็สลัดความคิดต่างๆทิ้งในทันที
"ข้ารักนางอย่างแน่นอน!!" สวี่หยุนกล่าวตอบอย่างหนักแน่น
"ทั้งๆที่รู้แล้วว่านางเป็ ครึ่งเทพครึ่งมาร จะนำพาความวุ่นวายมาให้เ้านับไม่ถ้วนเ้ายังคงตัดสินใจเช่นนี้หรือไม่?!" ชายชรากล่าวออกมา
"แน่นอน!! ไม่ว่าจะเทพหรือมาร มนุษย์หรืออสูรมันก็ไม่สามารถขัดขวางสิ่งที่ข้าตัดสินทำไปแล้วได้!!" สวี่หยุนกล่าวตอบออกมา
"ถ้าพวกมันเหนือกว่าเ้า เ้าจะทำอย่างไร?!" ชายชรากล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ไม่ว่ามันจะเป็ใครข้าก็จะเหนือกกว่ามันทุกคนเพื่อนาง!!" สวี่หยุนกล่าวตอบออกมาด้วยความมุ่งมั่น
"ดีมาก จงจำไว้ข้ารับเ้าเป็ว่าที่หลานสะใภ้แล้ว ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง" ชายชรากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"เรามาพูดกันต่อกันเถอะ ข้ารู้ว่าเ้าพร้อมแล้ว" ชายชรากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
"ทุกครั้งที่เวทย์เคลื่อนย้ายสามารถใช้ได้แดนเทพจะส่งคนเข้ามาหนึ่งคนเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆและ..ตรวจสอบข้าและหลานของข้าว่ายังถูกผนึกอยู่หรือไม่.." ชายชรากล่าวออกมาอย่างราบเรียบ
"ยังเหลือเวลาอีก 1 เดือนก่อนที่เวทย์เคลื่อนย้ายจากแดนเทพจะใช้งานได้ เ้าจะทำอย่างไรหนุ่มน้อย?" ชายชรากล่าวราบเรียบและมองมาทางสวี่หยุน
"...เื่นี้ข้าไม่รู้..." สวี่หยุนกล่าวตอบออกมาอย่างจนปัญญาแต่ไม่ได้มีสีหน้าผิดหวังหรือโศกเศร้าใดๆ..อีกฝ่ายเป็คนจากแดนเทพส่วนเขาเป็แค่คนธรรมดาในตอนนี้...
"ยังพอมีทางออกอยู่บ้าง" ชายชรากล่าวขณะมองมาที่สวี่หยุนและลู่เหมยที่กลับไปอยู่ข้างกายสวี่หยุนแล้ว
"ตอนนี้มีเวทย์เคลื่อนย้ายของดาวระดับตํ่าทั้งหมด 4 วง เ้าจะตัดสินใจอย่างไร?" ชายชรากล่าวออกมาขณะมองสวี่หยุนอย่างคาดหวังอะไรบางอย่าง...
สวี่หยุนขบคิดเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจออกมา เขามองไปทางลู่เหมยอย่างลึกซึ่งก่อนจะยกมือลูบหัวเด็กสาวอย่างช้าๆ...
"ลู่เหมยอยากให้ข้าทำเช่นไร ข้าก็จะทำเช่นนั้น! ไม่ว่านางจะเลือกให้ข้าอยู่รอความตาย ข้าก็จะอยู่รอความตาย!!" สวี่หยุนใบหน้ากลายเป็จริงจังกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น ทำให้ลู่เหมยตกตะลึงในทันทีส่วนชายชรานั้นยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
"ถ้าให้ข้าเดาไม่ผิดท่านคงมีวิธีให้ลู่เหมยหลบผู้ตรวจการณ์คุก์ใช่หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมา ลู่เหมยใจนต้องจับมือของเด็กหนุ่มทันทีราวกับเดาบางอย่างที่โหดร้ายได้ออกมา...
"ถูกต้อง! ข้ามีวิชาใช้ิญญาปรับเปลี่ยนภาพที่มองเห็นได้...อย่างเช่นต้นไม้กับกระท่อมนั่นแต่มันยังไม่อาจหลบซ่อนััิญญาได้วิชาของข้าที่ใช้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ิญญาใช้ได้กับคนในสายเืเท่านั้น" ชายชรากล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นราวกับเดาการตัดสินใจของสวี่หยุนได้...ตรงกันข้ามกับลู่เหมยที่รู้ความคิดของปู่ตนเองก็ทำให้ดวงตาของนางเต็มไปด้วยนํ้าตาในทันที ลู่เหมย้ากล่าวอะไรสักอย่างแต่สวี่หยุนกระชับของนางให้มาชิดตัวของเขาเองก่อนจะมองนางด้วยรอยยิ้มอบอุ่นทำให้นางไม่สามารถพูดต่อได้...
"ท่านคงไม่ให้ลู่เหมยไปกับข้าสินะ?" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างราบเรียบ
"ถูกต้อง..ข้าเล่าเื่พ่อแม่ของนางให้พวกเ้าทั้งคู่ฟังเพราะข้ารู้แล้ว..ว่าการหลบหนีไปใช้ชีวิตเรียบง่ายก็ไม่ต่างกับการรอวันตัดสินความตายเหมือนกับพ่อแม่ของเ้า ถ้าผู้คนไม่พอใจกับสิ่งเ้า้าเ้าจะทำอย่างไร? เ้าก็ต้องทำให้พวกมันยอมรับไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม!!" ชายชรากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมความมุ่งมั่นที่มีอยู่เปี่ยมล้น
"ข้าจะคอยสอนสิ่งต่างๆให้หลานของข้าเอง ส่วนเ้าก็ควรฝึกตนเองให้แข็งแกร่งเหมือนพ่อของนาง..ไม่สิเ้าต้องแข็งแกร่งกว่าเขาถ้าเ้า้าอยู่กับนาง!! ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่นางควรไปยังโลกภายนอก" ชายชรากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย ลู่เหมยได้ยินดังนั้นก็นํ้าตาไหลในทันที ลู่เหมยกอดสวี่หยุนแน่นก่อนจะกล่าวออกมา
"ไม่เอานะ! ข้าอยากไปกับท่าน!! ข้าอยากอยู่กับท่านตลอดไป..." ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมนํ้าตาที่ร่วงหล่นลงมา สวี่หยุนลูบหัวนางก่อนกล่าวปลอบลู่เหมยด้วยรอบยิ้มอ่อนโยน
"ลู่เหมยอยากช่วยพ่อกับแม่ของลู่เหมยหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมกอดนางตอบ
"อะ..อื้ม" ลู่เหมยกล่าวเสียงเบาออกมา
"ลู่เหมยจำสัญญาที่ข้าเคยสัญญาไว้ได้ไหม.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน
"ขะ..ข้าจำได้..ตะ..แต่" ลู่เหมยสะอื้นมากกว่าเดิม
"ไม่ต้องห่วง..พวกเราจะไปช่วยพวกท่านด้วยกันดีหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมา
"อะ..อืม...แล้วท่านจะกลับมาตอนไหน?" ลู่เหมยกล่าวออกมาทำให้สวี่หยุนมองไปยังชายชราทันที ชายชราราวกับรู้ว่าสวี่หยุนคิดอะไรจึงกล่าวออกมา
"เวทย์เคลื่อนย้ายที่เหลืออยู่ทั้ง 4 ดาวต่างก็เป็ดาวระดับตํ่า..แต่มันก็พิเศษเหมือนกันเพราะมีเพียงแค่ 4 ดาวนั้นที่ยังเหลือวงเวทย์เคลื่อนย้ายอยู่ แม้แต่ดาวระดับสูงวงเวทย์เคลื่อนย้ายยังไม่สามารถทนแรงปะทะของผู้ใช้ปราณสรรพธาตุกับคนจากแดนาได้เลย แต่ 4 ดาวนี้กับทำได้! หากให้ข้าเดาไม่ผิดน่าจะเกี่ยวข้องกับหอคอย 99 ชั้นลึกลับ เพราะดาวทั้ง 4 ดวงต่างก็มีหอคอยลึกลับนั่น..มีเหล่าเทพเคยลองเข้าไปในหอคอยกับพบว่าผู้ที่มีระดับพลังมากกว่าระดับพลังที่เกินจุดสูงสุดของดาวดวงนั้นจะไม่สามารถเข้าไปได้ บางทีมันอาจจะมีเวทย์เคลื่อนย้ายระยะไกลมาที่นี่ก็เป็ได้..." ชายชรากล่าวออกมาอย่างช้าๆ ลู่เหมยได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าวออกมาทันที
"ท่านต้องกับมาใน 1 ปี!! ท่านเข้าใจไหม?!" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมกับหยิกสวี่หยุนเล็กน้อย
"ข้าให้สัญญาว่าจะถ้ามันมีวงเวทย์เคลื่อนย้ายอยู่จริงๆ ข้าจะรีบกลับมาโดยทันที" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแต่นั่นก็ทำให้ชายชราตื่นตนกทันที จุดสูงสุดของดาวระดับตํ่าใน 1 ปี? เป็ความเร็วที่แม้แต่อัจฉริยะอันดับ 1 ของแดนเทพมีทรพยากรจำนวนมากยังแทบจะเป็ไปไม่ได้!...แต่ชายชราไม่ได้กล่าวออกไปเพื่อตัดกำลังใจชายหนุ่ม
"หากเ้าทะลวงเกินระดับสูงสุดเ้าจะสามารถรับทัณฑ์ฝึกตนได้ เมื่อทำสำเร็จเ้าจะสามารถเดินทางข้ามดาวต่างๆได้.." ชายชรากล่าวเสียงราบเรียบออกมา
"เอาล่ะพวกเ้าไปกันได้แล้ว ไม่ต้องรีบร้อนฝึกฝีมืออย่าลืมว่าพวกเ้าเหลือเวลาอยู่อีกแค่ 1 เดือน..ข้าหวังว่าพวกเ้าจะใช้มันได้คุ้มค่า พวกเ้าค่อยกลับมาหาข้าเมื่อวันสุดท้ายมาถึง.." ชายชรากล่าวพร้อมมองมายังสวี่หยุนและลู่เหมย ชายชรารู้สึกผิดที่จำเป็ต้องแยกทั้งคู่ออกจากกันแต่มันก็จำเป็จริงๆ หากรักกันไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังรักกันอยู่ดีจริงหรือไม่?
"ข้าขอถามคำถามท่านสักข้อได้หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมา
"หืม? ว่ามาสิเ้าเด็กน้อย" ชายชรากล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม
"ผู้ใช้ปราณสรรพธาตุต่อสู้กับคนจากแดนาแล้วผลการต่อสู้ล่ะ?" สวี่หยุนกล่าวถามอย่างสงสัย
"ไม่มีใครรู้..ราวกับพวกเขาหายตัวไป ไม่มีใครพบเห็นผู้ใช้ปราณสรรพธาตุอีกเลยหลังจากนั้น" ชายชรากล่าวตอบช้าๆ...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จากผู้เขียน : 2 ตอนที่ผ่านมานี้บทพูดค่อนข้างมากเพราะเป็การปูเนื้อเื่ในอนาคตนะครับอย่าพึ่งรีบเบื่อกันนะครับ ยังมีฉากหวานๆของสวี่หยุนกับลู่เหมยอีกเยอะ! >-<