การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 52 ถ้าเธอไม่ใช่นางเอก

    บทที่ 52 ถ้าเธอไม่ใช่นางเอก

     

    ทันใดนั้นลู่เฉิงเหวินก็หัวเราะขึ้นมา

     

    “เอ่อ... น้องเสวี่ยเจียว มานี่ก่อนเถอะ มาคุยกันก่อน”

     

    เขาตัดสินใจจะพูดคุยด้วยเหตุผลกับอีกฝ่าย

     

    “เธอดูนะ พวกเขาสองคนเหมาะสมกันมาก มันเหมือนกับพรหมลิขิต ผู้หญิงก็สวย ผู้ชายก็หล่อ เหมาะสมกันจะตาย? เธอไม่คิดแบบนั้นงั้นเหรอ? พวกเราก็แค่ต้องช่วยสนับสนุนซะหน่อย จากนั้นพวกเขาก็จะได้ครองคู่กันสมใจ เรื่องมงคลแบบนี้ พวกเราสมควรจะเข้าไปช่วยไม่ใช่เหรอ?”

     

    สวีเสวี่ยเจียวมองชายหนุ่ม “หลงอ้าวเทียนดีตรงไหน? ฉันว่าพี่ต่างหากที่เก่งจริง ๆ ทำไมพี่ต้องกลัวเขาด้วย? ทำไมพี่ถึงไม่กล้าทำอะไรเขา?”

     

    “โอ๊ย อย่าพูดแบบนั้น!”

     

    ลู่เฉิงเหวินพูด “น้องเสวี่ยเจียวคนดี ถือเสียว่าสงสารฉันเถอะนะ ฉันมีชีวิตรอดมาได้สามวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอให้เขาพาตัวเจี่ยงซือหานไปเถอะ ไล่เธอออกใช่ว่าฉันจะไม่สนใจไยดีเธออีกต่อไป ฉันจะยังจ่ายเงินเดือนให้เธอทุกเดือน จ่ายจนวันที่เธอลาจากโลกนี้ไป ขอร้องเถอะนะ!”

     

    สวีเสวี่ยเจียวเบะปากพร้อมกับส่ายหน้า “ไม่ได้”

     

    “แบบนี้ก็ไม่ได้เหรอ!? ทำไมล่ะ!?”

     

    เขาแผดร้องในใจ

     

    ‘ฉันไม่เข้าใจ!!’

     

    หญิงสาวหัวเราะชอบใจ “ฉันก็แค่รู้สึกว่าสนุกดีเลยไม่อยากให้พี่ไล่เธอออก พี่น่ะจะต้องมีความคิดไม่ดีในใจแน่เลย รอให้ฉันแน่ใจว่าเป้าหมายของพี่คืออะไรก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจก็ได้ว่าควรจะไล่เจี่ยงซือหานออกไหม”

     

    ลู่เฉิงเหวินที่ได้ฟังแทบจะบ้าตาย “คุณครับ ถ้าคุณทำแบบนี้ผมอาจตายได้เลยนะครับ ผมไม่ได้มีความคิดชั่วร้ายอะไรเลยจริง ๆ!”

     

    “ตายก็ตายสิ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทุกคนสนุกกันต่างหาก”

     

    ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็พูดด้วยความโมโห “สวีเสวี่ยเจียว! อย่ารังแกกันให้มากเกินไปนัก!”

     

    สวีเสวี่ยเจียวชะงัก หมุนตัวเดินตรงไปด้านหน้า ทำท่าน่าสงสาร น้ำตาไม่มีสักหยด แต่ร้องอย่างกับมีเรื่องร้ายแรง

     

    “พี่อ้าวเทียน พี่รู้ไหมคะว่าประธานลู่ทำอะไรกับฉันบ้าง? เมื่อวานเขาให้ฉันกินยาบางอย่าง... พอกินเข้าไปฉันก็รู้สึกร้อนรุ่ม วูบวาบไปทั่วตัว และอยากจะถอดเสื้อผ้าออกให้หมด จากนั้นเขาก็พาฉันไป...”

     

    ลู่เฉิงเหวินรีบดึงมือเธอกลับมา

     

    หลงอ้าวเทียนคำรามด้วยความเดือดดาล “ลู่เฉิงเหวิน คุณทำอะไรน้องเสวี่ยเจียว!? เหอะ! พลังอันแข็งแกร่งของผมไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว!”

     

    เขาแทบจะบ้าตายจริง ๆ แล้ว

     

    ชายหนุ่มดึงมือสวีเสวี่ยเจียวไว้พลางหันไปพูดเอาใจหลงอ้าวเทียน “เปล่านะ! ไม่มีเลยครับ! พี่ครับ พลังกล้าของพี่ ไม่ใช่สิ พลังแก่...พี่มีพลังแก่ ไม่ถูกอีก พี่เป็นคนแก่ โอ๊ย! เป็นผมเองที่ทำให้พี่แก่... พูดผิดแล้ว พลังอันแก่กล้าของพี่... ช่วยเก็บไปก่อนเถอะนะครับ”

     

    “ยาที่ผมให้เธอกิน... เป็นยาระบายน่ะ ไม่รู้ว่าเมื่อวานเธอไปกินอะไรมาถึงได้ท้องเสีย ยานั่นกินเข้าไปแล้วทำให้รู้สึกร้อน”

     

    “ที่ที่ผมเลยพาเธอไปคือ... คลินิก หมอที่นั่นรักษาอาการท้องเสียเก่งมาก...”

     

    หลงอ้าวเทียนมองสวีเสวี่ยเจียว

     

    ลู่เฉิงเหวินส่งสายตาวิงวอนให้สวีเสวี่ยเจียว

     

    ‘ลูกพี่ครับ เรื่องนี้จะพูดล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาด! ขืนลูกพี่ยังเล่นงานผมไม่เลิก วันนี้ผมคงต้องตายอยู่ตรงนี้จริง ๆ แล้ว!’

     

    เมื่อสวีเสวี่ยเจียวเห็นเขากลัวถึงขนาดนั้น เธอก็หัวเราะชอบใจขึ้นมา

     

    “ถ้างั้น... ซือหาน...”

     

    ลู่เฉิงเหวินพูดพลางถอนใจยาว ๆ “ไม่ไล่ออก ไม่ไล่ออกเด็ดขาด! หากน้องเสวี่ยเจียวไม่อนุญาต ฉันจะไม่ไล่เธอออกเด็ดขาด!”

     

    “และ...”

     

    “และ?”

     

    ลู่เฉิงเหวินคิดในใจ

     

    ‘เธอยังจะเอายังไงอีกฮะ!?’

     

    สวีเสวี่ยเจียวพูด “ห้ามพี่กดดันให้เธอออกด้วย และจะให้เธอไปทำงานไกล ๆ ไม่ได้ เธอต้องทำงานอยู่ข้าง ๆ พี่ เป็นเลขาคนสนิทของพี่”

     

    ลู่เฉิงเหวินคิดในใจ

     

    ‘ถ้าเธอไม่ใช่นางเอก ฉันคงพุ่งเข้าไปตบเธอตายแล้ว! ยัยผู้หญิงบ้า!’

     

    ‘เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับเธอด้วยงั้นเหรอ? เกี่ยวสักนิดไหมฮะ!?’

     

    ‘การที่ฉันจะเก็บเลขาหุ่นดีคนไหนไว้ข้างตัว มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย? เธอมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?’

     

    สวีเสวี่ยเจียวกลั้นหัวเราะ

     

    หึ หึ! สนุกจริง ๆ

     

    นางเอก? เขาเรียกฉันแบบนี้งั้นเหรอ ฟังแล้วพิลึกดีจัง

     

    ใช่ มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน แต่ฉันรู้สึกว่าในใจของนายมีความลับซ่อนเร้นอยู่เยอะน่ะสิ

     

    ฉันไม่อยากจะให้แผนชั่วของนายสำเร็จ

     

    ฉันฉลาดใช่ไหมล่ะ?

     

    “รับปากรึเปล่าคะ?” สวีเสวี่ยเจียวถามด้วยความสะใจ

     

    ลู่เฉิงเหวินขยับปากจะพูด แต่ก็ไม่พูดอะไรอยู่นาน เมื่อเห็นดังนั้นสวีเสวี่ยเจียวเลยแกล้งร้องไห้พลางพูดกับหลงอ้าวเทียน “พี่อ้าวเทียนคะ เมื่อวาน... ที่หน้าอกฉัน... เขา...”

     

    เขาดึงเธอกลับมา

     

    พลางร้องด่าในใจ

     

    ‘เออ เธอชนะแล้ว!’

     

    ‘เธอมันแน่มาก!’

     

    หลงอ้าวเทียนร้องตะโกน “คุณทำอะไรกับหน้าอกของน้องเสวี่ยเจียว!?”

     

    ลู่เฉิงเหวินชูนิ้วชี้ขึ้นมา “พี่ครับ พลังคนแก่ของพี่โปรดรอก่อน อย่าเพิ่งระเบิดมันออกมานะครับ”

     

    จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับเจี่ยงซือหาน “ซือหาน ตอนนี้ผมขอถอนคำพูดที่บอกว่าจะไล่คุณออก คุณจงตั้งใจทำงาน ผมรู้ว่าคุณต้องทำได้!”

     

    “ขอบคุณประธานลู่มากค่ะ!”

     

    ลู่เฉิงเหวินมองสวีเสวี่ยเจียว “แบบนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหม?”

     

    สวีเสวี่ยเจียวได้รับชัยชนะ เธอดีใจมาก

     

    ทว่าทันใดนั้นหลงอ้าวเทียนก็เดินมา พร้อมดึงตัวหญิงสาวไปอยู่ข้างหลัง เขามองหน้าลู่เฉิงเหวินด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจัง

     

    “คุณทำอะไรกับหน้าอกของน้องเสวี่ยเจียว!? พูดออกมา!”

     

    ลู่เฉิงเหวินตอบไม่ถูก

     

    “ผม...”

     

    สวีเสวี่ยเจียวผลักหลงอ้าวเทียนออก “แหวะ คุณรีบไปหาที่อาบน้ำก่อนเถอะ ตอนนี้คุณเหมือนปีนออกมาจากบ่อขี้เลย!”

     

    “น้องเสวี่ยเจียว ไอ้เวรนี่ทำอะไรกับหน้าอกของเธอ ฉันจะแก้แค้นแทนเธอเอง!”

     

    “โอ๊ย! เขาจะทำอะไรกับหน้าอกฉันได้? แล้วเขาจะทำหรือไม่ทำมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย? ถอยไป ถอยออกไป!”

     

    “น้องเสวี่ยเจียว ไม่ต้องกลัวนะ ฉันหลงอ้าวเทียนคนนี้จะปกป้องและคุ้มครองเธอเอง!”

     

    “งั้นคุณไปอาบน้ำก่อนได้ไหม?”

     

    “แต่ว่า...”

     

    “แต่อะไร? คุณเหม็นไปหมดทั้งตัวแล้ว อี๋! น่าขยะแขยงจริง ๆ ฉันแค่ล้อเล่นกับพี่เฉิงเหวิน คุณถอยไปให้ห่าง ๆ เลย... ไป...”

     

    ลู่เฉิงเหวินแทบจะกระอักเลือด

     

    ‘อย่า! ...อย่าทำให้เขาโกรธสิ!’

     

    ‘สมองของพระเอกมีแต่รูพรุน เธอด่าเขา เขาไม่โกรธเธอหรอก แต่เขาจะโกรธฉัน!’

     

    และก็เป็นไปตามความคาดหมาย หลงอ้าวเทียนหันขวับ สายตากรุ่นโกรธจับจ้องไปที่ลู่เฉิงเหวิน ขาของเขาอ่อนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น


    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน