“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเ้าถึงพาเค้ามาที่นี่ ข้าสั่งเ้าแล้วใช่มั้ยว่าให้ฆ่าให้หมด” รัชทายาทเรียกตัวหลี่ซือมาสืบหาข้อเท็จจริง
หลายวันที่ผ่านมารัชทายาทรู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมากกับเื่ที่เกิดขึ้นแต่ด้วยภารกิจสำคัญที่จะต้องดูแลทูตจากเมืองิทำให้พระองค์ไม่มีโอกาสสอบถามเื่นี้กับหลี่ซือ บัดนี้ท่านทูตได้เดินทางกลับไปแล้ว จึงเป็เวลาที่ดีที่จะทำการสืบสวนเื่นี้ให้กระจ่างชัด
“หม่อมฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อหม่อมฉันไปถึง ก็พบว่าคณะของท่านทูตกำลังต่อสู้อยู่กับคนกลุ่มนั้นเมื่อเห็นหม่อมฉัน คนพวกนั้นก็รีบล่าถอยเข้าป่าไป หม่อมฉันเกรงว่าจะมีกับดักเลยไม่กล้าติดตามไป รีบนำตัวท่านทูตกลับเข้าเมืองทันที หม่อมฉันสืบทราบมาว่าเยมูผู้นี้คือคนที่อูซุนเชื่อใจยิ่งนัก เช่นนั้นแล้ว เราเก็บเขาไว้ไม่ดีกว่าหรือบุญคุณครั้งนี้ น่าจะมีประโยชน์บ้างในอนาคต ถ้าเราฆ่าพวกเขาหมดเท่ากับเราดูแลพวกเขาไม่ดี แล้วเราจะบากหน้าไปหาพวกเขาได้อย่างไร”
ดูเหมือนรัชทายาทกำลังใช้ความคิดอย่างหนักถึงแม้แผนการที่พระองค์วางไว้จะถูกคนพวกนั้นทำลายลง แต่ผลที่ตามมากลับไม่แตกต่างกันเลย ใครกันที่หาญกล้าทำเช่นนี้
“เ้าแน่ใจใช่มั้ยว่าคนพวกนั้นไม่ใช่คนของเรา”รัชทายาทถามขึ้น
“หม่อมฉันไปสืบมาแล้ว ไม่ใช่คนของแน่นอนพะยะค่ะคนที่หม่อมฉันเตรียมไว้บอกว่า คนกลุ่มนั้นชิงโจมตีก่อนที่พวกเขาจะลงมือเมื่อเห็นท่าไม่ดีคนของเราจึงล่าถอยกลับไป”
“โจรพวกนั้นเป็ใครกัน”
“หม่อมฉันคิดว่าคงไม่ใช่พวกโจรป่าธรรมดาทั้งอาวุธที่ใช้ และการต่อสู้ ดูจะเป็ระบบระเบียบผิดไปจากพวกโจรทั่วไปจะต้องเป็คนที่ถูกฝึกมาเป็อย่างดี” หลี่ซืออธิบาย
“นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่ามีคนรู้แผนการของพวกเราคนพวกนั้นจึงชิงลงมือก่อน ข้าคิดข้าพอจะรู้แล้วว่ามันเป็ใคร”
“พระองค์รู้แล้วหรือว่าเป็ฝีมือใคร”
“เ้าไม่เห็นหรือว่าในวันนั้นทุกคนมาอยู่ร่วมรอต้อนรับกันหมดจะมีอยู่เพียงแค่เ้าหวังหย่งคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น”
“หวังหย่งจะโจมตีคณะทูตไปทำไมกันหรือคนพวกนั้นทำงานให้เมืองหลวง ไม่อยากให้เรากับิดีกัน”
“เ้านี่แผนการมันล้ำลึกยิ่งนักถึงตอนนี้เราจะมองไม่ออกว่ามันทำไปเพื่ออะไร แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือแม้แต่คณะทูตของเขาเรายังให้ความคุ้มครองไม่ได้ เช่นนั้นแล้วจะทำการค้ากันได้อย่างไร”
“มันคงอยากจะทำให้เราถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้นแล้วนี่เราจะทำอย่างไรกันดี”
“ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น หวังหย่งมันคิดจะช่วยให้เราติดต่อการค้ากับพวกิง่ายขึ้นต่างหากว่าแต่มันทำไปเพื่ออะไร” รัชทายาทยังคงไม่หายสงสัยกับการกระทำของหวังหย่ง
...................................................
ขุนนางาุโนั่งปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดข่าวลือใน่ 2-3 วันที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า เื่การปล้นคณะทูตนั้นทุกสายตาจับจ้องไปที่หวังหย่ง ยิ่งเขาเก็บตัวเงียบมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกลายเป็ที่สงสัยมากเท่านั้น แม้จะเป็คนใกล้ชิดแต่ขุนนางาุโทั้งสองก็อดคิดเช่นนั้นไม่ได้
แต่สิ่งที่ขุนนางาุโทั้งสองไม่เข้าใจก็คือหวังหย่งจะทำไปทำไม ถ้าหากเขาอยากจะโดดเดี่ยวรัชทายาทอย่างที่คนอื่นพูดกันแล้วทำไมต้องทำกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ยังมีวิธีอื่นอีกมากมายที่สามารถทำได้แต่ไม่ใช่การลอบฆ่าคณะทูตเช่นนี้
“ใต้เท่าเช่นนี้แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ดูเหมือนหวังหย่งจะคิดการใหญ่เกิดไปเสียแล้ว”
“ท่านอัครมหาเสนาบดีนี่ท่านก็คิดแบบคนพวกนั้นกระนั้นหรือ”
“ท่านราชครูจะให้ข้าคิดเป็อย่างอื่นได้อย่างไรในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้”
“เดี๋ยวก็รู้ว่ามันเป็อย่างไร”
ไม่ทันที่ราชครูจะพูดจบเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น เป็หวังหย่งที่เดินเข้ามาหาคนทั้งสอง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“คารวะใต้เท้าทั้งสอง”
“ยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เ้ายังมีอารมณ์ยิ้มแย้มได้อีกนะ”เป็ครั้งแรกที่อัครมหาเสนาบดีรู้สึกไม่ถูกใจรอยยิ้มของหวังหย่ง
“ฮ่าๆใต้เท้าทั้งสองคงคิดเหมือนคนอื่นสินะ หากแม้แต่ใต้เท้าทั้งสองยังคิดเหมือนกันเช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรต้องอธิบาย” หวังหย่งหันหลังกลับไปอย่างไม่พอใจโดยไม่ได้กล่าวอำลา
“ข้ารู้ว่าเ้าไม่ได้ทำแต่เ้าก็น่าจะบอกพวกเราบ้างว่า เ้าไปเห็นอะไรมา” ราชครูรีบบอกก่อนที่หวังหย่งจะจากไป
หวังหย่งหันกลับมาด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม เขาเดินกลับมานั่งข้างๆคนทั้งสอง พลางเหลือบไปมองอัครมหาเสนาบดีที่ดูเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
“ข้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดีแต่ข้ารู้มาว่าการมาเยือนครั้งนี้ มีเื่ไม่ชอบมาพากลอยู่หลายอย่าง รัชทายาทดูจะเร่งรีบให้พวกเขามา ในขณะเดียวกันพวกิเองก็ดูจะตอบรับเร็วเกินไป” หวังหย่งเริ่มอธิบาย “ใต้เท้าทั้งสองก็น่าจะรู้ว่าคนของสำนักไฉ่หงนั้นมีอยู่ทั่วไปข้าจึงให้เหล่าศิษย์น้องช่วยกันสืบข่าว จึงพบว่าทั้งสองฝ่ายต่างเอาการมาเยือนครั้งนี้เป็ชนวนให้อีกฝ่ายไม่พอใจราชสำนักรัชทายาทเองก็หวังจะให้หลี่ซือไปโจมตีคณะทูต เพื่อให้พวกิคิดว่า เป็การโจมตีของทหารจากเมืองหลวงส่วนพวกิเองก็มาตัวเปล่าไม่ได้นำสิ่งใดติดตัวมาเลยกะว่าเมื่อเข้าเขตชายแดนก็ทำทีเป็ถูกโจมตีเพื่อให้รัชทายาทคิดว่าเป็ฝีมือของฮ่องเต้ เช่นนั้นแล้ว เพื่อที่พวกเขาจะได้มีศัตรูร่วมกัน การผนึกกำลังกันในอนาคตจึงเป็เื่ง่ายขึ้น”
ราชครูนั่งฟังหวังหย่งอธิบายอย่างตั้งใจแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เข้าใจ “เ้าจึงเลือกลงมือก่อนงั้นหรือ แต่เ้าทำไปทำไม”
“ใต้เท้าลองนึกดูถ้าเป็ไปตามแผนของพวกเขา ไม่ช้าก็เร็วพวกเราต้องบุกเมืองหลวงแน่ความโกลาหลจะตามมาอีกมากมาย แต่ข้าเข้าไปขัดจังหวะพวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้มีเวลาหยุดไตร่ตรองสักนิดความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเป็อย่างไปไม่ได้นอกจากเพื่อการค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น บัดนี้ พวกเขาย่อมรู้แล้วว่ามีคนอื่นที่อ่านเกมของพวเขาอยู่ รัชทายาทย่อมไม่กล้าทำอะไรบู่มบ่ามเป็แน่ที่สำคัญ เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า แม้ฉากหน้าพวกเขาอยากจะร่วมมือกันแต่ลึกๆ แล้ว พวกเขาไม่ได้ไว้ใจกันเลย เช่นนี้ มันจะดีกับเราไม่ใช่หรือ” หวังหย่งเปิดเผยแผนการของเขาให้ฟัง
“แต่เ้าก็ไม่น่าจะฆ่าคนพวกนั้นเขาไม่ได้รู้อะไรด้วย” ราชครูยัง้าคำอธิบายต่อ
“ข้าไม่ได้ฆ่าใครทั้งนั้น” หวังหย่งเริ่มอธิบาย “เป็รัชทายาทต่างหากเล่าที่สั่งการให้หลี่ซือออกไปจัดการคณะทูตให้สิ้นซากใต้เท้ารู้หรอืไม่ว่าแท้จริงแล้วคณะทูตเดินทางกันมาเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแถมของบรรณาการก็ไม่มี เหมือนพวกนั้นจงใจจะแสดงทำเป็โดนปล้น พอข้าแสดงตัวคนพวกนั้นก็หนีไปหมดแล้ว เหลือเพียงท่านทูตเยมูคนเดียว พอหลี่ซือมาถึง ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ข้ารู้ดีว่าหลี่ซือผู้นี้ดีแต่ปากคงไม่กล้าติดตามจับกุมพวกข้าหรอก พวกเขารีบนำตัวเยมูขึ้นม้าไปโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนว่าอะไรไปอย่างไรกันแน่ แถมยังกลับไปรายงานว่าพวกนี้ตายหมด เยมูเองก็ไม่ปริปากใดๆเช่นนี้ข้าจึงเชื่อว่า พวกเขามีบางอย่างปิดบังกันอยู่”
“เ้าทำเช่นนี้เท่ากับเปิดตัวเป็ศัตรูกับรัชทายาทโดยตรงเลยนะแบบนี้แล้วมันจะดีหรือ” อัครมหาเสนาบดีถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่คิดเช่นนั้นหรอก การกระทำครั้งนี้ทำให้รัชทายาทได้หน้าพอสมควรเยมูคงจะกลับไปรายงานแล้วว่ามีโจรปล้นจริงๆ แล้วคนของรัชทายาทเข้ามาช่วยเขาแถมตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ รัชทายาทดูแลเขาเป็อย่างดีไม่เหมือนกับคนที่อยากจะฆ่าเขาเช่นนั้นแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองย่อมเป็ไปได้ด้วยดี”
“ทำเช่นนั้นแล้วเ้าจะได้อะไร”อัครมหาเสนาบดีถามต่อ
“การเชื่อมสัมพันธ์กับิเป็อะไรที่ดีต่อแคว้นเหอฉีของเราอยู่แล้วแถมข้ายังได้อำนาจในการติดต่อกับเมืองหลวงข้าจะอธิบายให้ฮ่องเต้เข้าใจได้ว่าเราทำไปเพราะอะไร ส่วนเื่การทหารใต้เท้าทั้งสองมั่นใจได้เลย ิไม่มีทางร่วมมือกับรัชทายาทในการโจมตีเมืองหลวงหรอก”
“เ้ามั่นใจเช่นนั้นจริงๆ หรือ”อัครมหาเสนาบดี ยังไม่มั่นใจว่าสิ่งที่หวังหย่งทำถูกหรือไม่
หวังหย่งไม่ตอบคำถาม ได้แต่อมยิ้มอย่างมั่นใจ
........................................................
เยมูเดินทางกลับถึงแคว้นิโดยปลอดภัยตลอดเส้นทางเขาได้รับการคุ้มกันเป็อย่างดีที่ทหารของแคว้นเหอฉีแม้รัชทายาทจะเคยสัญญาว่าจะเสด็จมาส่งด้วยพระองค์เองแต่เป็เยมูเองที่ไม่ขอรับเกียรติอันนี้ ด้วยเกรงว่ามันจะเอิกเกริกเกินไปเกรงว่าจะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ยิ่งบานปลายออกไป
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในแคว้นเหอฉีเยมูสังเกตเห็นความผิดปกติหลายอย่างของเมืองนี้แม้จะเป็เมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าิแต่ผู้คนกลับดูไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็ ที่สำคัญก็คือบรรดาขุนนางของเมืองนี้ล้วนแต่เป็คนที่ไร้ความสามารถ ดีแต่ประจบประแจงสอพลอเอาใจองค์รัชทายาทจนออกนอกหน้า แถมยังดูเหมือนพวกเขามีความไม่ลงรอยกันอยู่ลึกๆ เทียบกับแคว้นิแล้วก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อยเมื่อความเห็นของคนรุ่นใหม่กับผู้าุโไม่ลงรอยกันอยู่ที่ว่าใครจะสะสางปัญหาได้ดีกว่ากัน
หลังจากเดินทางมาถึง เยมูไม่ยอมหยุดพักเพราะมันยังมีบางอย่างที่เขาจำเป็ต้องนำเื่ของการเดินทางครั้งนี้ไปบอกกับท่านผู้นำโดยเร็ว
เยมูเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้อูซุนฟังอย่างละเอียดโดยไม่ขาดตกบกพร่องในขณะที่ผู้นำของเขานั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ เขาพยายามซักถามในบางจุดที่น่าสงสัยแต่ถึงกระนั้น ทั้งสองก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ใครกันแน่ที่ลอบสังหารเยมู
“เ้าบอกว่าคนพวกนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเ้าอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วคนพวกนั้นสามารถฆ่าข้าได้ แต่พวกเขากลับไม่ทำอะไร พอทหารของเหอฉีมาถึงคนพวกนั้นก็รีบหนีไปทันที ทีแรกข้าคิดว่าเป็เพียงการจัดฉากของพวกเขา แต่ถ้าเป็เช่นนั้นพวกเขาย่อมทราบดีว่าข้าเดินทางไปตัวเปล่า ไม่มีสิ่งของกำนัลใดๆ ไป เช่นนั้นพวกเขาก็คงจะไม่ต้อนรับข้าดีเช่นนี้ กลับกัน เมื่อรู้ว่าข้าถูกลอบโจมตี พวกเขากลับดูเป็กังวลและเอาอกเอาใจข้าเป็พิเศษซ้ำยังพาข้ามาส่งถึงชายแดนอีกด้วย” เยมูเล่าเหตุการณ์ให้ฟังซ้ำอีกรอบ
อูซุนนั่งไม่ติดเดินไปเดินมาวนอยู่หลายรอบพลางใช้ความ ก่อนที่เขาจะพูดออกมา“เดิมทีข้าก็คิดไว้แล้วว่าเ้าจะถูกลอบโจมตีอย่างแน่นอนพวกเหอฉีอยากให้เราผิดใจกับเมืองหลวงมากยิ่งขึ้น ย่อมคิดการเช่นนี้แน่ ข้าจึงให้เ้าแสร้งทำทีเป็โดนปล้นก่อนที่จะถึงพวกเขาไม่นึกเลย ว่าจะมีคนชิงตัดหน้าใช้แผนนี้เสียก่อน หรืออาจจะเป็รัชทายาทที่ทำเช่นนั้นจริงแล้วแสร้งทำเป็ไม่รู้ เพื่อให้เ้าตายใจ”
“เดิมทีข้าก็คิดเช่นนั้นแต่ตอนที่พวกเขารับตัวข้ามา ระหว่างทางข้าสังเกตุเห็นว่าผู้นำของพวกเขาสั่งการบางอย่างกับลูกน้องที่ติดตามมาข้าจึงสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของทหารที่แอบซุ่มอยู่ระหว่างทางเช่นนั้นเป็ไปได้ว่า โจรพวกนั้นชิงลงมือก่อนที่หหารจะลงมือ ข้าเกรงว่าถ้าเป็พวกทหารจริง พวกนั้นคงจะฆ่าพวกเราหมดแน่ ข้าเองก็พยายามหลอกล่อถามไปหลายหนพวกเขาไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ ออกมา เช่นนั้นข้าจึงคิดว่าเป็ฝีมือืคนอื่นเป็แน่”
“มันเป็ใครกันและ้าอะไรกันแน่” อูซุนเอ่ยออกมาเบาๆ
“แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดีกับความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ ท่านหัวหน้าคิดเป็เช่นไร”
“ไม่มีอะไรต้องเป็กังวลข้า้าเพียงแค่การค้าและเชื่อมความสัมพันธ์กับเมืองหลวงเท่านั้นส่วนเื่อื่น ข้าไม่มีทางยอมให้พวกเขาหรอก” อูซุนตอบกลับมาอย่างมั่นใจ