บทที่ 30 ความชอบทำให้คนมีความอดทน
เมื่อเข้ามาในร้านฮวาซางจือตู ซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้ามีราคา ฟ่านซีซีก็สะดุดตากับเสื้อโค้ทยาวทรงเท่ตัวหนึ่ง เธอรู้สึกว่าพี่จิ่นเฉิงต้องใส่แล้วดูดีแน่ ๆ เธอจึงซื้อมันทันทีโดยไม่ลังเล
เนื่องจากเธอใช้บัตรกำนัลพิเศษ พนักงานเก็บเงินจึงมองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คุณผู้หญิงคะ คุณมีบัตรกำนัลแบบนี้ คุณสามารถขึ้นไปซื้อเสื้อโค้ทขนแกะคุณภาพสูงที่เพิ่งมาใหม่ได้ที่ชั้นสามนะคะ เสื้อสเวตเตอร์ขนแกะก็มี แม้แต่กระโปรงขนแกะสวย ๆ ก็ด้วย ใช้บัตรกำนัลแบบนี้ลดราคาเหลือหนึ่งในสิบเลยนะคะ!”
“จริงเหรอคะ งั้นฉันขอไปดูหน่อย ขอบคุณมากนะคะ!”
ก่อนถึงชั้นสาม ฟ่านซีซีแค่คิดจะลองขึ้นไปดูเล่น ๆ แต่เมื่อเห็นเสื้อโค้ทขนแกะคุณภาพดีที่ลดราคาเหลือแค่หลักสิบ ความหลงใหลในการชอปปิงก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เสื้อสเวตเตอร์ขนแกะนุ่ม ๆ ซื้อ!
กระโปรงขนแกะผิวััดีเยี่ยม ซื้อ!
เสื้อโค้ทขนแกะคุณภาพดี ทรงสวย ซื้อ! ซื้อ! ซื้อ!
หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า… ไม่นาน เธอก็ซื้อไปทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบตัว
แม้แต่ถุงเท้าขนสัตว์ราคาถูกเพียงไม่กี่หยวน เธอก็ซื้อมาเป็ร้อยคู่
จนกระทั่งเงินในกระเป๋าหมดเกลี้ยง เธอจึงหยุด
ฟ่านมี่มี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วถามเสียงเบา “พี่รอง พวกเราซื้อเยอะไปหรือเปล่า?”
พนักงานขายได้ยินแบบนั้นก็ยิ้ม “เยอะอะไรกันคะ เมื่อวานมีผู้หญิงคนหนึ่งซื้อไปแจกคนอื่นตั้งห้าร้อยชุดแน่ะ! นี่ก็มีจำนวนจำกัดด้วยนะคะ คนที่ไม่มีบัตรกำนัลซื้อไม่ได้ ไม่งั้นของคงหมดไปนานแล้ว”
ฟ่านมี่มี่ “...อ้อ...สุดยอดไปเลย...”
ห้าร้อยตัว แม้จะลดราคาแล้ว ก็ยังต้องใช้เงินไม่น้อยอยู่ดี!
“เสื้อผ้าค่อนข้างหนัก พวกเราสามารถจัดส่งให้ถึงบ้านได้ค่ะ คุณลูกค้า้าให้จัดส่งไหมคะ?” พนักงานขายถามอย่างเอาใจใส่
ฟ่านซีซีพยักหน้า “้าค่ะ รบกวนช่วยส่งไปที่ร้านอีเหริน ที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะ รบกวนกรอกแบบฟอร์มด้วยนะคะ”
ฟ่านซีซีกรอกที่อยู่เสร็จอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงออกจากร้านฮวาซางจือตูพร้อมกับน้องสาวของเธอ
“พี่รอง พี่ยังมีเงินเหลืออยู่ไหม ฉันคอแห้งแล้ว” ฟ่านซีซีคิดว่ายังมี แต่พอล้วงกระเป๋า กลับพบว่าตัวเองไม่มีเงินแล้ว
“เอ่อ... มี่มี่ อดทนอีกหน่อย กลับบ้านไปค่อยดื่มน้ำแล้วกันนะ”
เมื่อเห็นกระเป๋าเงินของพี่สาวว่างเปล่า ฟ่านมี่มี่ก็ถอนหายใจออกมา “แบบนี้ พวกเรายังจะมีเงินนั่งรถกลับบ้านไหมเนี่ย”
ฟ่านซีซีเกาหัว แล้วยิ้มแห้ง ๆ ออกมาอย่างช่วยไม่ได้
แต่ทว่า ขณะที่เธอกำลังมองรถซานตาน่าที่วิ่งผ่านไปบนท้องถนน ดวงตาของเธอก็เป็ประกาย
เธอรู้สึกว่าตัวเองต้องขยันหาเงินแล้วซื้อรถยนต์สักคัน
แม้ว่าตอนนี้อายุยังน้อย ไม่สามารถขับรถได้ แต่พี่จิ่นเฉิงขับได้นี่นา!
“ช่างเถอะพี่รอง ตอนนี้ยังไม่เย็นมาก พวกเรากลับบ้านด้วยการเดินเท้ากันเถอะ เดินประมาณสองชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้ว” ฟ่านมี่มี่ทำใจยอมรับกับโชคชะตา ใครใช้ให้เธออยากซื้อเสื้อผ้ากันเล่า
ฟ่านซีซีโบกมือ “ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ตามพี่มา”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถบรรทุกที่ขนส่งเครื่องซักผ้าและทีวีสีก็พาพวกเขาทั้งสองคนกลับมายัง ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’
ฟ่านซีซีนำทีวีสีไปวางไว้ที่ร้าน ส่วนเครื่องซักผ้าและจักรยานถูกส่งไปไว้ที่บ้าน
เมื่อรู้ว่าลูกสาวใช้เงินหมดเกลี้ยงจนไม่มีเงินกลับบ้าน เฉินเยว่อิงก็ทั้งขำทั้งเอือมระทม
“ครั้งหน้าใช้เงินต้องวางแผนหน่อย อย่างน้อยก็ต้องเหลือค่ารถกลับบ้านสิ!” เธอพูดพลางยื่นเงินให้ลูกสาวสองพันหยวน
กระทั่งตอนที่เสื้อผ้าจำนวนมากถูกส่งมาถึง หลิ่วซิ่งฟางก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยื่นเงินให้ฟ่านซีซีไปอีกสองพันหยวน
ฟ่านจิ่นซินเห็นฟ่านซีซีกลายเป็เศรษฐีในพริบตาหลังจากที่เงินหมดไป ก็ได้แต่มองตาค้างด้วยความอิจฉา
แม่ของเธอช่างลำเอียง ไม่เคยให้เงินเธอมากมายขนาดนี้เลย เงินในกระเป๋าเธอมากที่สุดก็แค่ห้าสิบหยวน
ฟ่านจิ่นซินไม่รู้เลยว่า พี่ชายที่แสนดีและลำเอียงของเธอ แอบให้เงินฟ่านซีซี ไปอีกหนึ่งหมื่นหยวน
“ครั้งหน้าออกไปข้างนอกก็เอาเงินไปเยอะ ๆ หน่อย อย่าลำบากตัวเองเลย” ฟ่านจิ่นเฉิงพูดด้วยความอ่อนโยนและเป็ห่วง ก่อนจะนำน้ำอุ่นมาให้ฟ่านซีซีล้างมือล้างหน้า
ฟ่านซีซีเก็บเงินก้อนโตไว้ในกระเป๋า แล้วถามด้วยความสงสัย “พี่จิ่นเฉิง พี่เอาเงินทั้งหมดในบ้านมาให้ฉันหรือเปล่าเนี่ย?”
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มขำ ๆ แล้วจิ้มไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอซึ่งดูสกปรกเล็กน้อย “่นี้วันหยุดสุดสัปดาห์ฉันออกไปทำงานพิเศษกับเพื่อน ตอนนี้ยังหาเงินไม่ได้มาก เธอเอาไปเป็เงินติดกระเป๋าก่อนแล้วกัน”
ฟ่านซีซียิ้มกว้าง ดูมีความสุขเหลือเกิน
แม้ว่าเธอจะไม่สนใจว่าพี่จิ่นเฉิงจะให้เงินเธอเท่าไหร่ แต่การที่เขาให้เงินหนึ่งหมื่นเป็เงินติดกระเป๋า ก็ถือว่าตามใจเธอมากแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เธอชอบที่สุดเวลาพี่จิ่นเฉิงตามใจและเอาใจเธอ
ดังนั้น เธอจึงรับเงินอย่างสบายใจเป็ที่สุด
หลังอาหารเย็น เธอเอาเสื้อผ้าที่เลือกให้พี่จิ่นเฉิงออกมาทีละชิ้นอย่างพิถีพิถัน แล้วนำไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้องของเขา
ส่วนฟ่านจิ่นเฉิงก็เลือกเสื้อผ้าที่เขาคิดว่าเหมาะกับซีซีที่สุดออกมาจากกองเสื้อผ้าอย่างมีรสนิยม
ฟ่านจิ่นซินไม่ได้จับผิดอะไรเป็พิเศษ เพราะฟ่านซีซีมีรสนิยมในการเลือกซื้อของไม่เลว ของที่ซื้อกลับมาไม่มีชิ้นไหนน่าเกลียด ขนาดก็พอดีกับทุกคน ดังนั้นเสื้อผ้าทั้งหมดจึงถูกแบ่งกันหมดอย่างรวดเร็ว
วันอาทิตย์ ฟ่านซีซีเพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จ คุณปู่เวิงก็พาคนจากโรงเรียนสอนวาดภาพจีนมาที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’
ตามมาด้วยฉินเหวยเหวย เด็กน้อยคนนั้น
เพราะรู้ว่าเวลาของพวกเขามีค่า ฟ่านซีซีจึงพาพวกเขาไปยังพื้นที่เพาะปลูกโดยตรง
เมื่อเข้าไปข้างใน คุณปู่เวิงและคณะก็เริ่มเที่ยวชมด้วยความตื่นตาตื่นใจโดยไม่ต้องให้เธอเชิญชวน
“ไม่คิดเลยว่าหมี่ซีจะมีสถานที่วิเศษแบบนี้!”
“พื้นที่ตรงนี้สร้างขึ้นมาได้สวยงามมาก! เขียวชอุ่ม ดอกไม้บานสะพรั่ง อากาศบริสุทธิ์ กลิ่นดอกไม้หอมละมุน ที่นี่เงียบสงบและงดงามเหลือเกิน...”
“นี่คือสถานที่ในฝันที่ฉันอยากมาวาดภาพเลย!”
“อยากย้ายมันไปไว้ที่โรงเรียนสอนวาดภาพจีน...”
คุณปู่เวิงเดินดูรอบหนึ่ง แล้วมองเด็กสาวที่นั่งอยู่บนชิงช้าด้วยความรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง
“หนูซีซี เธอเป็คนดูแลที่นี่ทั้งหมดเลยหรือ?”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ค่ะ หนูชอบดอกไม้และต้นไม้พวกนี้มาก รู้สึกว่าการดูแลพวกมันก็ง่ายดีนะคะ”
คุณปู่เวิงยิ้มพลางกล่าวว่า “ความชอบทำให้คนมีความอดทน”
ฟ่านซีซีกำลังจะพยักหน้า หลี่จงไฮว๋ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เดินเข้ามาอย่างกะทันหัน แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ท่านผู้อำนวยการครับ ผมอยากให้นักเรียนของผมมาวาดภาพเหมือนที่นี่ ท่านคิดว่าอย่างไรครับ?”
คุณปู่เวิงมองไปรอบ ๆ แล้วหันไปมองเด็กสาวที่ยิ้มแย้มตรงหน้า “หนูน้อย เธอคิดว่าพวกเราจะร่วมมือกันได้ไหม ให้พวกเราสร้างห้องเรียนวาดภาพเหมือนที่นี่ พวกเราจะออกค่าใช้จ่ายเอง นักเรียนที่มาวาดภาพเหมือนก็จะช่วยดูแลดอกไม้และต้นไม้ให้เธอด้วย นอกจากนี้ ตอนที่ฉันเข้ามา ฉันเห็นว่าด้านหลังของพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ยังมีที่ดินอีกมาก พวกเราจะช่วยซื้อให้เธอบางส่วน เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกให้ใหญ่ขึ้นเป็การตอบแทน เธอคิดว่าอย่างไร?”
ฟ่านซีซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่พอคิดอีกที ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรไม่ดี จึงพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา
“ได้ค่ะ ถึงตอนนั้นหนูอาจจะได้เรียนฟรี ได้เรียนวาดภาพจีนกับคุณปู่เวิงด้วยนะคะ!”
การที่พื้นที่เพาะปลูกกลายเป็สถานที่วาดภาพเหมือนของโรงเรียนสอนวาดภาพจีน ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ แต่ยังช่วยกระตุ้นธุรกิจของร้านอีเหรินอีกด้วย!