กลิ่นเือันเข้มข้นมากกว่าด้านนอกนั้นจู่โจมเข้าสู่ปอดทันทันทีที่หายใจเข้าไปแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับกลายเป็การเร่งปฏิกิริยาของร่างกายให้พุ่งตัวออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
และโดยไม่ทันตั้งตัวร่างของคริสตัลก็ลอยไปกระแทกเข้ากับกำแพงบ้านอย่างรุนแรง
โครม!!!
“อั่ก!!”
“เฮ้ย!!”
เสียงอุทานจากด้านนอกก็ดังตามมาทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างโดนกระแทกอย่างแรง
..เจ็บ
นั่นคือความรู้สึกแรกหลังจากที่โดนอะไรบางอย่างผลักจนร่างทั้งร่างลอยไปกระแทกกับกำแพงอย่างไม่ทันตั้งตัวดวงตาสีน้ำเงินค่อยๆลืมขึ้นมาก่อนจะเบิกตาโพล่งและถอยหลังด้วยความใก็ในเมื่อตรงหน้าตอนนี้นะ!!
“ไง เ้าคนฟังไม่รู้เื่”
มาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่!!!
“ท่านพี่นี่ท่านแอบเข้าไปใช่ไหม เปิดประตูให้ข้าเดียวนี้เลยนะ!!”
ปังๆๆ
เสียงรั่วประตูดังโครมครามกับเสียงะโดังขึ้นอีกครั้งทะ ทำไงดี
“รีบจัดการแผลของนายซะ! ถ้ายังไม่อยากตายในตอนนี้” ดวงตาที่เรืองแสงสีฟ้าขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปร่างของแวมไพร์ตนนั้นก็เดินตรงไปที่ประตูก่อนจะเปิดออกให้พวกที่โวยวายด้านนอกได้เข้ามา
และด้วยความหวาดกลัวว่าตนจะต้องตายถ้าไม่ทำตามคำพูดนั้นทำให้ร่างทั้งร่างของคริสตัลสั่นกลัว จนต้องรีบทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“อุ๊บส์!!กลิ่นนี้มัน!!”
“กลั้นหายใจไว้ซะ!ถ้าใครทนไม่ได้ก็รออยู่ด้านนอก!”
เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้นนั่นจึงทำให้คริสตัลสะดุ้งใกลัวจนลนลานมากกว่าเดิม
“โอ๊ย! ซี๊ด” และด้วยความที่มือไม้สั่นเพราะความกลัว จากที่คิดว่าจะตั้งใจล้างแผลและพันแผลให้เสร็จก็กลายเป็ต้องร้องออกมาด้วยความเ็ป
“อ๊ะ!”
“กลิ่นหอมดีจังอืมม แต่นายควรต้องทำแผลโดยเร็ว ตามมานี้ ”
จู่ๆก็มีใครไม่รู้โผล่เข้ามาแล้วก็ดึงคริสตัลออกไปจากห้องครัวที่มีตู้ที่เก็บอุปกรณ์ทำแผลและยาสามัญที่ติดไว้ที่บ้านเสมอแล้วก็พาตัวเขามานั่งที่ห้องรับรองแขกที่ตอนนี้ได้เปิดไฟเพื่อให้แสงสว่างไปทั่ว นั่นจึงทำให้เขามองเห็นพวกผู้มาเยือนได้ชัดเจนขึ้น
“ท่านพี่ข้าจะทำแผลให้เขาเอง ถ้าท่านพี่ไม่ไหว..”
“ข้ารอได้แต่จงรีบเข้า เพราะเรายังมีเื่ที่ต้องทำ”
แล้วคริสตัลก็ถูกดันให้นั่งลงที่โซฟาทันทีที่มาถึงชายตรงหน้าที่มีสีผมไม่ต่างอะไรกับคนที่นั่งจ้องมองต่างกันก็แค่คนหนึ่งออกน้ำตาลทองอีกคนออกน้ำตาลแดงไม่ว่าเปล่าชายตรงหน้าก็จัดการล้างแผลที่ขาทันทีอย่างที่ปากว่า
“อ๊ะ!”
และด้วยความเจ็บแสบทำให้คริสตัลต้องเผลอร้องครางออกมาจนได้สุดท้ายก็ต้องหาอะไรมากัดไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องออกมาอีก
“โอ๊ย!”
“เจ็บงั้นเหรอ ทนหน่อยสิฉันยังทนกับกลิ่นเืของนายได้เลย”
เสียงดุๆที่หลุดออกมาจากคนที่ทำแผลให้เอ่ยออกมาและไม่นานแผลที่มีเืไหลก็ได้รับการรักษาจากสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าแวมไพร์เบื้องหน้าจนเสร็จสิ้น
“เอาละตอนนี้เรามาคุยกัน”
“อะ อะไร ครับ”
“พวกเราอยากรู้เื่เ้ายูเปียร์นะ นายก็เห็นแล้วนี่” สะดุ้งทันทีที่ได้ยินคำว่ายูเปียร์ หลุดออกมาจากพวกแวมไพร์ตรงหน้า
คริสตัลหลุบตาลงเมื่อเหตุการณ์ที่ได้เจอมันครั้งแรกนั้นได้ผุดขึ้นมาและทำให้เขาต้องเห็นภาพ พ่อกับแม่นอนจมกองเืขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
“ฉันถามนายอยู่นะ”
เฮือก!!
คริสตัลสะดุ้งใอีกครั้งเมื่อเสียงที่ทรงอำนาจนั้นเอ่ยขึ้นมาเสียงแหบอย่างคนที่กำลังอดทนกับอะไรบางอย่างอยู่ แถมอีกฝ่ายยังโผล่พรวดมาหยุดอยู่ตรงหน้า โดยที่ใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ห่างจากใบหน้าของตัวเองไม่เท่าไหร่นัก
….
หลังจากที่ถามออกไปได้สักพักอีกฝ่ายก็ไม่ตอบออกมาสักทีและนั่นก็ทำให้ความอดทนของลูคัสหมดลง
ร่างสูงจ้องมองดวงตากลมโตที่จ้องตอบมาอย่างใในตอนนั้นเอง ดวงตาที่กำลังวาวโรจน์ขึ้นอย่างหงุดหงิดก็ต้องหยุดชะงักถึงแม้เพียงเสี้ยวเดียว ก็ยังสังเกตเห็น เพราะอยู่ใกล้กันเกินไปกลิ่นหอมจางๆที่มาจากกลิ่นเืรวมทั้งผิวกาย ก็เริ่มทำให้สติเกือบหลุดลอยหายไปเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อมีแสงปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่งและถ้าไม่สังเกตก็คงจะไม่เห็นมัน
..นั่นอะไร
และด้วยความสงสัยจึงได้เอื้อมมือออกไป นั่นทำให้ร่างเล็กตรงหน้าใกลัวมากกว่าเดิมจึงได้เขยิบถอยหลังไปแต่ไม่รู้เขยิบไปท่าไหนในสายตาของวินเซนต์ที่กำลังนั่งมองพี่ชายตนเองกับเหยื่อเืหอมตรงหน้าถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจกับท่าทางนั้นของพี่ชาย
ก็จะอะไรก็ท่าทางนั้นมันเหมือนกับจะทำเื่อย่างว่าเข้าไปทุกทีแล้วนี่น่า
แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะยังไม่รู้ตัวอะไรทั้งนั้น ซึ่งวินเซนต์ก็ไม่คิดจะขัดพี่ชายแต่อย่างใดแค่อยากดูฉากต่อไปก็เท่านั้น
หลังจากที่สิ่งนั้นมาอยู่ในมือลูคัสก็ต้องมองมันใหม่อีกครั้งเพื่อที่จะมองมันให้ชัดเจนขึ้นก่อนจะเบิกตากว้างอย่างใ เพราะสิ่งที่อยู่ในมือนั่น มันคือ
“แซฟนิซาฟิ”
ลูคัสพูดออกมาแ่เบาก่อนที่จะสำรวจเ้าคนที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งผมสีฟ้าดุจพระจันทร์สีน้ำเงินนัตน์ตาสีน้ำเงินดุจท้องฟ้าในคืนที่พระจันทร์สว่างมากที่สุด จมูกโด่งคิ้วเรียงตัวสวยรับกับใบหน้า เหมาะกับริมฝีปากสีพีชที่กำลังเม้มแน่นและหันหน้าหนีเขาไปบวกกับกลิ่นเืที่ยั่วยวนนั่นแล้ว ก็ตัดสินใจอะไรได้ในทันที
“ท่านพี่สรุปนี่ท่านอยากได้ข้อมูลหรืออยากได้เ้ามนุษย์ตรงนั้นกันแน่ ข้าชักสงสัยซะแล้วสิ”
ด้วยคำพูดของผู้ที่เป็น้องชายดังขึ้นนั่นจึงทำให้ลูคัสรู้สึกตัวและผละถอยหลังออกมานิดหน่อยก่อนจะสำรวจตัวเองอีกครั้งก็รับรู้ได้ว่าทำไมเ้าวินเซนต์ถึงพูดออกมาแบบนั้น
“อะ ถะถอยออกไปนะครับ” เสียงที่สั่นกลัวเอ่ยขึ้นแ่เบา
“หึงั้นก็เล่าในสิ่งที่รู้มาซะ”
….
จากนั้นร่างสูงจึงได้ถอยออกไปนั่งอยู่ที่เดิมด้วยดวงตาที่เปล่งประกายบางอย่างนั่นทำให้ร่างเล็กของคริสตัลต้องสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้ง อย่าเสียวสันหลังแปลกๆ
“ทุกอย่างก็แบบที่บอกแหละครับ”และถึงแม้จะหวาดกลัว แต่พอได้พูดและระบายมันออกมาให้ใครได้รับฟังบ้างคริสตัลก็รู้สึกโล่งใจ แต่มันก็ไม่นานนัก
“เพราะแบบนี้สินะเ้าพวกนั้นถึงเคลื่อนไหว”
“หมายความว่าไงท่านพี่ข้าไม่เข้าใจ”
“เพราะเขาไงวินเซนต์”
“หืม เขาทำไม”แวมไพร์ตนที่ชื่อวินเซนต์ชี้นิ้วมาทางคริสตัลอย่างไม่เข้าใจ
นั่นสิ เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแล้วเื่เมื่อกี้ก็ด้วย
แซฟนิซาฟิ
มันคืออะไรคริสตัลก้มหน้าลงพลางกุมสร้อยคอของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะเขาคือสิ่งนั้น”
“เดียวๆข้ายิ่งไม่เข้าใจใหญ่เลย”
เสียงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจดังขึ้นรั้งให้คริสตัลหันไปมองก่อนจะสบตาเข้ากับดวงตาสีดำนั่นที่เรืองแสงสีฟ้าขึ้นมาวูบหนึ่งสายตาที่จ้องมองมาอย่างกระหายอยากนั่น
“สะ สีตาของท่านได้ยังไง! อย่าบอกนะว่าเขาเป็!!”
แล้วก็ยังมีแค่คริสตัลเท่านั้นที่ไม่เข้าใจ
“นัสเจสนิคซานดร้า ทายาทแห่งจันทรา”
“โอ้ว ให้ตายสิ!เื่จริงใช่ไหม! แบบนี้ก็แย่แล้วนะสิ!!”
คริสตัลที่ได้แต่ฟังพวกเขาคุยกันไม่รู้เื่ก็เกิดสงสัยขึ้นมาทันทีเพราะทั้งคู่กำลังพูดถึงตัวเขาเองอยู่ แต่คริสตัลกลับไม่รู้ว่าทั้งสองหมายถึงอะไร
สุดท้ายคริสตัลก็ไม่รู้อะไรเลยเพราะยังไม่มีใครอธิบายอะไรให้เขาฟัง แล้วคาดว่าไม่นาน ทั้งสองคงจะบอก คิดว่างั้นนะ