-บ้านศิวานนท์-
ติ๊ง หน่องงง~ เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นไม่หยุด ทำให้เ้าของบ้านต้องรีบวิ่งออกมาเปิดประตู
"คะๆ มาแล้วคะ"
ครืดดดด~~~ (เสียงเปิดประตูรั่ว)
"สวัสดีครับคุณป้า จำผมได้ไหมครับ"
เธอยืนทำหน้างงเพราะจำเขาไม่ได้ "คุณเป็ใครค่ะ"
"ผม...วายุภักษ์ เรียก วายุ เฉยๆก็ได้ครับ ผมเป็ลูกของพ่อภาคินและแม่ม่านฟ้า พอจะจำผมได้ไหมครับ"
"วายุ (เธอคิดอยู่ซักพักนึง) อ่อ ๆ ป้าจำได้แล้ว เข้าบ้านก่อนสิลูก"
------------
สิบเจ็ดปีก่อน
"จ๊ะเอ๋ จาาา...เอ๋" เสียงของเด็กน้อยวัยสี่ขวบที่หน้าตาน่ารัก ผิวขาวสะอาดราวกับเทพเ้าตาสีดำแต่ดูมีเสน่ห์ยืนเล่นกับเ้าตัวเล็กวัยสองขวบที่นอนอยู่ในเปล "น่ารักจัง"
เด็กน้อยวัยสองขวบได้แต่นอนยิ้มกว้างปนหัวเราะชอบใจเพราะมีคนมาเล่นด้วย
"อึ๊บ! พี่ขออุ้มหน่อยนะ" หนุ่มน้อยได้ยื่นมือไปอุ้มน้องที่นอนอยู่ในเปลขึ้นมากอดไว้แน่นเพราะกลัวน้องจะตก
~~วาปปป~~ ในตอนนั้นเองได้มีแสงสว่างสีเหลืองทองราวกับเวทมนต์เกิดขึ้นระหว่างหน้าอกของพวกเขาทั้งสองโดยที่เด็ก ๆ ไม่รู้ตัว
"วายุลูก"
"ท่านแม่" หนุ่มน้อยได้หันมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสแต่ก็กลัวโดนดุด้วยเช่นกัน
"ลูกทำอะไรครับ"
"เล่นกับน้อง น้องน่ารัก"
คนเป็แม่ยิ้มให้ลูกชายด้วยความเอ็นดู พร้อมกับเข้าไปอุ้มเด็กน้อยมาไว้ในอ้อมกอดของเธอ
"วรุศตื่นแล้วหรอค่ะ" วลัยลักษ์เดินขึ้นมาดูลูกชายพอดี
"ใช่ค่ะ"
วายุที่ตอนนี้ยืนหลบอยู่ข้างหลังแม่ค่อย ๆ โผลหน้าออกมา
"เอ๊ะ แล้วหนุ่นน้อยตรงนั้นใครหรอค่ะ"
"อ่อ นี่คือ วายุ ลูกชายของเราเอง"
"ลูกชาย" วลัยลักษ์ทำหน้าสงสัยเล็กน้อย เพราะม่านฟ้ายังดูเด็กและสวยมากๆ
"ค่ะ เขาเป็ลูกชายของเรา"
"สวัสดีครับ" หนุ่มน้อยยกมือไหว้เธอ
วลัยลักษ์เอ็นดูในความน่ารักของเขาทั้งหน้าตาและนิสัย บ่งบอกได้ทันทีว่าพ่อแม่สอนเขามาดีขนาดไหน "สวัสดีจ๊ะวายุใช่ไหม"
"ใช่ครับ น้องน่ารักผมขอได้ไหม?"
"อุ้ย!! ไม่ได้นะลูกน้องยังเด็กน้องต้องอยู่กับแม่ของเขานะครับ" ม่านฟ้ารีบห้ามปรามทันที
"งั้นถ้าน้องโต ผมขอได้ใช่ไหมถ้าน้องโตผมจะมาขอน้องใหม่นะครับคุณป้า"
"เอาไว้คิดถึงน้องเราค่อยมาหาน้องกันนะ แต่ตอนนี้เราต้องกลับแล้วนะครับ"
"ครับท่านแม่"
แม่ของเด็กน้อยได้แต่ยืนยิ้มเพราะเอ็นดูวายุ
-ปัจจุบัน-
"แล้วเป็ไงมาไงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละลูก"
"แม่ผมให้มาช่วยดูแลคนคนนึงครับ"
"ดูแล...ป้าขอถามได้ไหมว่าใคร?"
"ผมว่าคุณป้าก็หน้าจะรู้อยู่นะครับ"
"หมายถึงเ้ารุศหรอจ๊ะ แล้วทำไมต้องให้มาคอยดูแลละลูก"
"เห็นท่านแม่บอก่นี้มีเื่แปลกๆเกิดขึ้นมากมายและเมื่อคืนก่อนก็มีเื่เกิดขึ้น ใช่ไหมครับ?"
"ทำไมวายุถึงรู้" ถึงเธอจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้แปลกใจมากมายเพราะรู้อยู่แล้วว่าวายุเป็ใคร
"ท่านพ่อบอกผมน่ะครับและก็ฝากให้มาดูแลทั้งคุณป้าและก็..ไอเด็กแสบ"(เขาพูดเบาๆในลำคอ)
"ว่าไงนะลูก"
"ป่าวครับ ๆ เอาเป็ว่าต่อจากนี้ผมจะมาคอยดูแลคุณป้าแล้วกันนะครับ ถ้าเื่เงียบสงบเมื่อไหร่เดี๋ยวผมกลับไปในที่ของผมเองครับ ว่าแต่..ผมขออยู่บ้านนี้ด้วยได้ไหมครับ ผมไม่มีที่ไปผมไม่รู้จะไปอยู่ไหน"
คำพูดของวายุทำให้เธอนึกถึงวันแรกที่ได้พบกับเหมันต์จนเธอเผลอยิ้มออกมา
"ได้สิลูกบ้านป้ามมีหลายห้อง เดี๋ยวป้าขึ้นไปดูห้องนอนนะ"
"ครับ ของคุณครับคุณป้า"
-มหาลัย BP-
"เห้ยไอรุศ เมื่อเช้ากูได้ยินเสียงมึงทะเลาะกับใครว่ะ" ชลธีคนขี้เสือกของกลุ่มได้เอ่ยถามเพื่อนทันที ที่เห็นหน้า
"ไม่รู้แม่ง เดินเกะกะไม่ดูทางกูวิ่งชนจนล้ม เจ็บชิบหายเลยเนี่ย!!" เขาอารมณ์เสียทันทีที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า
"รุศไปวิ่งชนเขาเองรึป่าว" วารินหญิงสาวหน้าตาดี ผิวขาวอมชมพูที่เดินไปไหนก็มีหนุ่มๆหันมองกันเพียบ
"โห่รินอ่าา ก็เมื่อเช้ารุศตื่นสายอ่ะ กลัวมาเรียนสายด้วยเลยรีบวิ่งไปหน่อยแถมรถก็ไม่มีผ่านซ้ากกกกคัน แต่ถ้าเขาไม่เดินเกะกะนะรุศก็ไม่ชนหรอก"
"เห้อ! โอเค ๆ ไม่เถียงละ" วารินถอนหายใจเบาๆกับความดื้อรั้นของเพื่อน
"เออไอรุศ วันเกิดมึงอ่ะอาทิตย์หน้าใช่ป่ะ"
"อือ ทำไมว่ะ?"
"คือพวกกู..."
"มีอะไร!!?" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มโมโห
"เห้ยมึง ใจเย็น ๆ คืออาทิตย์หน้า....พวกกูต้องไปเข้าค่ายอาสาว่ะ พวกรุ่นพี่เขาพึ่งแจ้งวันมา"
"เอ้าพวกมึง จะเบี้ยวนัดไม่ไปวันเกิดกูก็ไม่ต้องหาเื่อ้างเลย"
"จริง ๆ นะมึง พวกกูไปลงชื่อค่ายอาสาที่สอนเด็กบนดอยมา ที่กูเคยชวนมึงไงแล้วมึงบอกไปไม่ได้เพราะเป็ห่วงแม่ไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียวอ่ะ พวกพี่เขาพึ่งแจ้งวันที่จะไปมาอ่ะมึง อย่าโกรธพวกกูน้าาา"
วรุศทำหน้าอารมณ์เสีย "เออ ๆ ไม่เป็ไร พวกมึงไปเหอะเดี๋ยวกูฉลองกับแม่สองคนก็ได้ว่ะ"
"แต่เราฉลองก่อนวันเกิดได้นะรุศ ก่อนวันเกิดรุศวันเดียวเอง" วารินรีบพูดเสริมเพื่อปลอบใจวรุศและไม่ให้เขาอารมณ์เสียไปมากกว่านี้
"เออใช่ ๆ ฉลองก่อนวันเกิดมึงวันนึงไม่เป็ไรหรอกน๊าาา" ชลธีรีบพูดสมทบอีกรอบ
"เออ ก็ได้ ๆ แต่ครั้งนี้พวกมึงห้ามเบี้ยวอีกนะไม่งั้นกูโกรธจริง ๆ "
"เออรู้แล้วน๊า เตรียมของอร่อยๆไว้ให้พวกกูด้วยละ"
"เออ"
"ป่ะพวกมึงไปเรียนได้ละ เดี๋ยวก็สาย" ตรีเมฆรีบพูดตัดบททันที
ทุกคนลุกจากโต๊ะและเดินไปขึ้นเรียนทันที
"กลับมาแล้วครับแม่"
"มาแล้วหรอลูก รุศมานี่ก่อนลูกแม่มีคนอยากแนะนำให้รู้จัก"
"ใครอ่ะแม่" วรุศถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยล้าจากการเรียนและการตื่นเช้าไปเรียน
"วายุ"
"เห้ยยย นี่มัน" เขาใทันทีที่คู่อริเมื่อเช้ามาอยู่ในบ้านของเขา มันมาได้ไงว่ะหรือจะมาเอาเื่เราที่วิ่งชนมันไปเมื่อเช้า แล้วมันรู้จักบ้านเราได้ไงว่ะ
ชิบหาย!!!
"ไงครับน้องวรุศ" เขาหันมายิ้มพร้อมทำหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างทันที หึไอเด็กแสบวิ่งชนกันไม่พอยังจะมาด่ากันอีกได้เวลาเอาคืน!!!
" รู้จักกันแล้วหรอลูก" แม่ที่ยืนงงๆก่อนจะถามด้วยสงสัย
"ไม่!! ไม่รู้จัก แล้วไอนี่ เอ่อ เขามาทำอะไรที่บ้านของเราอ่ะแม่"
"นี่พี่วายุ ลูกของอาภาคินต่อไปนี้พี่เขาจะมาอยู่กับเราซักพักนะลูก"
"ห๊ะ!!" WTF!! อะไรกันครับเนี่ยยย " มาอยู่บ้านเราหรอคือยังไงอ่ะแม่วันก่อนพ่อวันนี้ลูก" วรุศยืนงงในดงรอยยิ้มที่ยียวนกวนประสาทนั้น ทำให้เขายิ่งหัวเสียไปใหญ่
"เอาน๊าลูกพอดีพี่เขาพึ่งเคยมาที่นี่ พี่เขามาทำธุระพี่เขาไม่รู้จักใครเลยแม่เลยให้เขามาพักกับเราก่อน"
"โรงแรมก็มีนะแม่"
"มันเปลืองเงินเปลืองทอง เอาเป็ว่าพี่เขาจะอยู่กับเราที่นี่ซักพัก จบนะครับ"
"แต่แม่" เ้าเด็กแสบเริ่มงองแง
"พอ ๆ ไม่ต้องพูดแล้วครับ ไปขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ลงมาทานข้าว"
บนโต๊ะทานข้าวที่ตอนนี้มีอาหารจัดวางไว้มากมายหลายอย่าง แต่ละอย่างทำด้วยความตั้งใจและพิถีพิถัน ของคนที่รักการทำอาหารอย่างวลัยลักษ์
"วายุทานได้ไหมลูก"
"ได้ครับ ท่านพ่อเคยพาผมมาทาน เวลาที่เราต้องมาจับพวกิญญาหลบหนีที่เมืองมนุษย์" จะอธิบายอะไรละเอียดขนาดนั้น คุณป้าจะเข้าใจมั้ยละเนี่ย!
"อ่อ ป้าก็คิดว่าจะเหมือนกับ....."
"ไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผมทานได้"
วรุศเดินมานั่งที่โต๊ะ พร้อมกับทำหน้ามู่ทู่และมอง
วายุด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเืกินเนื้อ
"อ่ะ ทานกันเถอะลูก"
"ครับคุณป้า"
เช้ง!! ชึก!! เสียงช้อนที่กระแทกโดนกันไปมา ราวกับข้าศึกใช้มีดดาบไล่ฟันกัน วรุศผู้ที่ขัดขวางการตักอาหารของวายุ และพยายามกวนประสาทเ้าแห่งปรโลกตลอดเวลา
"น้องรุศครับ" คำพูดและท่าทางที่กวนประสาทกว่าของวายุทำให้คนน้องรู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรเขาไม่ได้
"ใครน้องคุณ ผมเป็ลูกคนเดียว!!" เขาทำสีหน้าไม่พอใจ
"นี้ ๆ ตารุศพูดจากับพี่เขาดี ๆ เขาโตกว่าเรานะ "
"แม่อ่ะ"
"ไม่เป็ไรครับคุณป้า น้องไม่เคยเจอผมเลยไม่ค่อยสนิทแต่อยู่ไปซักพักเดี๋ยวก็สนิทกันครับ"
"ใครอยากสนิทด้วยมิทราบ" เขาสบทเบาในลำคอ
"ว่าไงนะครับ น้องรุศ!" เขายิ้มกรุ่มกริ่มพอใจกับการได้แกล้งน้องตัวแสบ
การเรียกน้องรุศของวายุยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าวายุเท่าไหร่ แต่ในใจของเขากลับเต้นไม่เป็จังหวะเอาซะเลย
ถึงจะเป็เ้าแห่งปรโลก แต่เขาก็รู้วิธีใช้ชีวิตเพื่ออยู่ร่วมกับมนุษย์โลกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้เขาไม่ค่อยมีปัญหามากนัก จะมีก็แต่....
"ไม่ต้องเดี๋ยวผมเก็บเอง คุณจะไปไหนก็ไปเลยป่ะ"
วรุศเด็กแสบที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขา แต่ตัวเองกลับใจเต้นแรงทุกครั้งเวลาอยู่ใกล้เขา ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือความรู้สึกพิเศษนี้ที่ถูกกำหนดให้ต้องรู้สึกกันแน่
วายุเลยปล่อยให้เขาเก็บถ้วยจานที่ทานกันหมดแล้วไปเก็บคนเดียว แต่ก็ยังเป็สุภาพบุรุษพอที่จะไปช่วยน้องล้างจาน ปกติบ้านนี้จะทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสองคนแม่ลูก แม่ทำกับข้าวส่วน
วรุศจะเป็คนล้างเองเสมอ เพราะเขาไม่อยากให้แม่เหนื่อยมากไปกว่านี้
"มาเดี๋ยวช่วย"
"ไม่ต้อง! ทำเองได้"
"อย่าดื้อดิ"
เด็กหนุ่มหยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันที พร้อมมองหน้าคนที่พูดว่าเขาดื้อด้วยสายตาที่ถมึงทึง ดื้อแล้วจะมาอยู่ใกล้ทำไม?!
"ใครดื้อ ก็บอกเดี๋ยวทำเองไง นี่มันหน้าที่ผม"
"กินด้วยกัน ก็ต้องช่วยกันล้างสิ"
เขาเหนื่อยจะเถียงกับตัววุ่นวายแล้ว เลยปล่อยให้ช่วยล้างซะเลย ก็ดีจะได้เสร็จเร็วๆคนนึงถูอีกคนล้างน้ำเปล่า ส่งจานกันไปมามือเ้ากรรมดันไปโดนกันซะนี้ ทั้งคู่หยุดการทำงานกระทันหันได้แต่ยืนมองหน้าสบตากันราวกับเวลาได้หยุดเดิน
ตอนนี้เสียงน้ำที่ไหลก็ไม่ดังเท่าเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขาทั้งคู่
เพราะอะไรทำไมถึงรู้สึกแปลกไป ทั้งที่ไม่ชอบขี้หน้าแต่กับรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ใกล้ ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้
"รุศลูก"
เสียง์รึป่าวนะ แต่ก็ขอบคุณที่มาได้ถูกจังหวะพอดี ทั้งคู่ผละหน้าและละสายตาที่อ่อนโยนออกจากกันด้วยอาการเขิลแต่ต้องเก็บไว้ในใจ ทำไมรู้สึกดีจัง
คนเราจะตกหลุมรักใครคนนึงั้แ่ครั้งแรกที่เจอได้จริง ๆ หรอ มันเป็รักแท้หรือแค่์ลิขิตให้ต้องรักกันแน่
#ความรักจาก์